อดีตผู้จัดการโรงแรมบุกห้องข่มขืนลูกค้าสาว หนีคดี 3 ปี ตำรวจจับคาผ้าเหลือง

ตำรวจบุกจับคาผ้าเหลือง อดีตผู้จัดการโรงแรมบุกห้องข่มขืนลูกค้าสาว บวชเป็นพระ หนีคดี 3 ปี

(11 ก.ค.62) เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม พร้อมด้วยตำรวจ สภ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เข้าควบคุมตัว นายทะนงศักดิ์ อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ 21/2559 ลงวันที่ 22 มกราคม 2559 ซานความผิด ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้นั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารุขัดขืนได้  และบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน ซึ่งเบื้องต้นพระรูปนี้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาในชั้นจับกุม

สำหรับคดีนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 ม.ค.59 ได้มีหญิงสาวรายหนึ่งอายุประมาณ 20 ปี เข้าแจ้งความต่อตำรวจ สภ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ว่า ได้ถูกผู้จัดการโรงแรม ซึ่งทราบชื่อคือ นายทะนงศักดิ์ ได้เข้ามาที่ห้องพักของนางสาวเอ (นามสมมุติ) ซึ่งได้เข้ามาพักที่ห้องเช่าของโรงแรมในคืนดังกล่าว จากนั้นผู้ต้องหาได้บุกเข้ามาในห้อง ใช้ลิ้นเลียและสอดนิ้วใส่ถึง 30 นาที โดยที่ไม่สามารถต่อสู้ขัดขืนได้ หลังจากนั้นผู้ต้องหาได้หลบหนีไป จึงได้แจ้งทางโรงแรม ให้ทราบและแจ้งความไว้ จนนำมาสู่การจับกุมดังกล่าว

เบื้องต้นนายทะนงศักดิ์ ให้การว่า หลังหลบหนีได้มาที่ จ.กระบี่ และบวชเป็นพระแห่งหนึ่งในวัดที่ อ.อ่าวลึก ใกล้โรงงานผลิต แอร์บับเบิ้ล กันกระแทกราคาถูก  วันนี้ได้มาเยี่ยมญาติที่ป่วยที่ รพ.อ่าวลึก ก่อนถูกจับกุมดังกล่าว ตำรวจเตรียมนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.ขนอม ดำเนินคดีต่อไป

จวกยับ! เตรียมจัดงานปล่อยโคมลอยทุบสถิติโลก หวั่นบิดเบือนประเพณีขายท่องเที่ยว

จวกยับห้วยตึงเฒ่า! จับมือเอกชนเตรียมจัดงานลอยกระทงปล่อยโคมลอยทำสถิติโลก ชี้ชัดไม่ใช่วัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิม อย่าหิวเงินจนเอาไปขายอย่างบิดเบือน แถมก่อปัญหาซากตกมาเป็นขยะและเสี่ยงไฟไหม้ ทำชาวบ้านหวาดผวา เตรียมล่ารายชื่อจี้ทบทวน

ตามที่สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับสำนักงานโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และบริษัทเที่ยวเที่ยว มีเดียกรุ๊ป จำกัด ที่อยู่ตรงข้ามกับโรงงานผลิตกระดาษห่อสินค้า กระดาษน้ำตาล แถลงข่าวเตรียมจัดงานเตรียมจัดงานเทศกาลลอยกระทงนานาชาติแห่งประเทศไทย ปี 2562 ระหว่างวันที่ 11-12 พ.ย. 62 ที่ห้วยตึงเฒ่า อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้มีการระบุวัตถุประสงค์การจัดงานว่าเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและสืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีล้านนา โดยจะมีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมจำนวนมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนกว่า 20,000 คน ที่จะร่วมปล่อยโคมลอยพร้อมกันเพื่อทำสถิติการปล่อยโคมลอยมากที่สุดในโลกบันทึกในกินเนสส์บุ๊ก พร้อมอ้างว่าได้มีการขออนุญาตฝ่ายที่เกี่ยวข้องหมดแล้ว

รายงานจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า หลังจากที่มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการจัดงานดังกล่าวได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ความเหมาะสมอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะตำหนิที่จะมีการจัดกิจกรรมดังกล่าวในพื้นที่ความรับผิดชอบของทหาร ทั้งที่ควรจะเป็นแบบอย่างที่ดี เนื่องจากตลอดหลายปีที่ผ่านมามีการรณรงค์อย่างต่อเนื่องจากภาคประชาชนที่ทำงานด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีที่ชี้ชัดว่าการปล่อยโคมลอยที่ระยะหลังนิยมปล่อยกันในช่วงงานยี่เป็งหรือลอยกระทงนั้น ไม่ใช่วัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมของล้านนา แต่เป็นเรื่องที่ประดิษฐ์ขึ้นมาในภายหลังเพื่อหวังกระตุ้นการท่องเที่ยว อีกทั้งการปล่อยโคมลอยก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดไฟไหม้สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งส่งผลกระทบต่อการขึ้นลงของเครื่องบิน จึงมีการรณรงค์ให้งดปล่อย จนกระทั่งจังหวัดเชียงใหม่มีการออกประกาศควบคุม

นางเสาวคนธ์ ศรีบุญเรือง ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางเครือข่ายภาคประชาชนกำลังรวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อเตรียมจะนำไปยื่นให้กับทางจังหวัดเชียงใหม่และเจ้าของพื้นที่จัดงานดังกล่าว เพื่อสอบถามเกี่ยวกับแนวคิดและการบริหารจัดการงานดังกล่าวว่าเป็นอย่างไร โดยเห็นว่าการจัดงานดังกล่าวที่จะมีการจัดปล่อยโคมลอยทำสถิติโลกนั้น เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ซึ่งตลอดเวลานับสิบปีที่ผ่านมาหลายภาคส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ได้ร่วมกันรณรงค์มาอย่างต่อเนื่องว่าการปล่อยโคมลอยนั้น ไม่ใช่วัฒนธรรมประเพณีล้านนาและยังก่อให้เกิดอันตรายจากการที่โคมลอยตกลงมาทำให้เกิดไฟไหม้บ้านเรือนหรือทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า การจัดงานในครั้งนี้เป็นกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาใช้พื้นที่จัดงานเพื่อขายแพ็กเกจท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยกันเองหรือไม่ และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจตกอยู่กับคนเชียงใหม่จริงหรือไม่ ขณะที่ผลกระทบจากการจัดงาน เช่น ขยะจากซากโคมลอยที่ตกลงมา ใครเป็นผู้รับผิดชอบดูแล เช่นเดียวกับความเสี่ยงหรืออันตรายและความเสียหายจากการที่โคมลอยตกลงมาทำให้เกิดไฟไหม้ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะคนที่ปล่อยโคมลอยหรือคนจัดงานอาจจะสนุกสนาน แต่ชาวบ้านต้องอยู่กันอย่างหวาดผวา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดงานครั้งนี้ที่บันทึกสถิติโลก ซึ่งอยากเรียกร้องให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาทบทวนอย่างละเอียดรอบคอบ

ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ ย้ำด้วยว่า ประเด็นสำคัญที่สุดก็คือ การปล่อยโคมลอยนั้น ไม่ใช่วัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมของล้านนา จึงไม่อยากให้มีการบิดเบือนวัฒนธรรมประเพณีแล้วนำไปขายเพื่อหวังผลประโยชน์ที่ตกอยู่กับคนเพียงบางกลุ่ม แต่ทำให้เกิดความเข้าใจที่ผิดๆ และคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณี ขณะที่ในส่วนของข้ออ้างว่ากระตุ้นเศรษฐกิจนั้น ตั้งข้อสังเกตว่าที่จริงแล้วรายได้เข้ากระเป๋าใครแน่ เพราะแม้แต่โคมลอยที่มีการปล่อยกันในช่วงหลายปีที่ผ่านมายังพบว่าผลิตในต่างประเทศ ซึ่งหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะเจ้าของพื้นที่ยังปล่อยให้มีการจัดปล่อยโคมลอยแล้ว ก็เป็นที่น่าเสียใจและเหมือนทำให้การรณรงค์ตลอดหลายปีที่ผ่านมาสูญเปล่าไปทันที

ผัวเมียละเหี่ยใจ หนุ่มประชดนั่งกลางถนนใหญ่ โดนรถชนกระเด็นตาย

โศกนาฏกรรมความรักแต่คนอื่นเดือดร้อนแทน หนุ่มทะเลาะเมียคุยไม่เข้าใจกัน ประชดเดินออกไปนั่งกลางถนนใหญ่ รถยนต์วิ่งมามองไม่ทันเห็น พุ่งชนร่างกระเด็นดับสยอง

เมื่อคืนวานนี้ (4 ส.ค.) พ.ต.ท.ศิวกร จันทะเมนชัย สารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุตนถูกรถชนได้รับบาดเจ็บบนถนนบายพาสเลี่ยงเมืองชลบุรี บริเวณหน้าธนาคารกสิกรไทย ที่อยู่ตรงข้ามกับร้านขาย โฟมกันรอย อีพีอีโฟม ฝั่งขาเข้าเมืองพัทยา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกู้ภัยไตรคุณธรรม

ในที่เกิดเหตุ พบร่าง นายธัญวิทย์ อายุ 26 ปี นอนอยู่กลางถนน สภาพศีรษะมีแผลกรรจ์ แขนหักผิดรูป เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ พยายามช่วยกันปั้มหัวใจยื้อชีวิต และให้เจ้าหน้าที่พยาบาลกู้ชีพโรงพยาบาลชลบุรี รับตัวส่งโรงพยาบาลชลบุรี แต่ นายธัญวิทย์ ทนพิษบาดแผลไม่ไหว ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

โดยขณะที่เจ้าหน้าที่ช่วยปั๊มหัวใจอยู่นั้น ก็มีภรรยาของผู้เสียชีวิตร่ำไห้ปานใจจะขาด โดยเพื่อนๆ กอดปลอบประโลมเอาไว้ ห่างไปเล็กน้อยพบรถยนต์ฟอร์ด สีขาว จอดเอาไว้อยู่ ที่ด้านหน้าซ้ายมีรอยเฉี่ยวชน ใกล้กันพบรถยนต์โตโยต้า วีออส สีขาว สภาพด้านหน้ามีรอยยุบ ป้ายทะเบียนหลุด และด้านข้างขวามีรอยชน

จากการสอบถามคนขับรถยนต์ฟอร์ด เปิดเผยว่า ตนขับรถมาตามทาง และพบเห็นผู้ชายนั่งอยู่กลางถนน และถอดเสื้อด้วย ตนจึงเบรกและเปิดไฟขอทางไว้ ยังบอกเลยว่า ทำแบบนี้เดี๋ยวใครมาชน เขาจะเดือดร้อน แต่สักครู่ได้ยินเสียงรถพ่วงบีบแตรเสียงดัง ตนจึงหักหลบและคิดว่าเดี๋ยวเขาก็ลุกเข้าข้างทาง แต่จังหวะนั้นมีรถยนต์โตโยต้าได้พุ่งชนร่างชายคนดังกล่าวกระเด็น

จากการสอบถามคนขับรถยนต์โตโยต้า ให้การว่า ขณะเกิดเหตุก็ขับมาทางตรงตามปกติ เห็นเพียงแว่บเดียวว่ามีอะไรบางอย่างอยู่กลางถนน แต่ก็พิจารณาไม่ทันเห็นแล้ว จะเบรกก็ไม่ทันเช่นกัน ขณะที่เบื้องต้นมีการให้การอ้างว่า ผู้เสียชีวิตได้ทะเลาะกับภรรยา และออกมานั่งอยู่กลางถนนเพื่อประชด แต่ปรากฏว่าถูกรถชนเสียชีวิตในที่สุด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบถามภรรยาของผู้เสียชีวิตตายและคนขับรถทั้ง 2 คันอีกครั้งว่าผู้เสียชีวิตได้มานั่งประชดภรรยาตามที่พยานเห็นเหตุการณ์หรือไม่ เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

รถบัสชนหกล้อพังยับ คนขับเชื่อบารมี “สมิง-ครุฑ” ช่วยชีวิต รอดตายครั้งนี้ต้องซื้อหวย!

เมื่อเวลา 14.00 น. (31 ก.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยโป่ง จ.ระยอง ได้สอบสวน นายเม็ด อายุ 55 ปี ชาวจังหวัดสุรินทร์ คนขับรถบัสรับส่งพนักงานในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว-ฟ้า ทะเบียนระยอง ที่ขับรถพุ่งเข้าใส่รถบรรทุก 6 ล้อตู้ทึบ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียนนครปฐม ที่บริเวณ โรงงานผลิตกล่อง กล่องพัสดุไปรษณีย์ สามแยกอิตาเลี่ยน ถนนยู2 ตัดถนนปกรณ์สงเคราะห์ราษฎร์ เขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด จ.ระยอง เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 30 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

โดยนายเม็ด ได้ให้การว่าขณะขับมาจากถนนสาย ยู 2 นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เพื่อจะมุ่งหน้าไปรอรับพนักงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง เมื่อถึง3 แยกอิตาเลี่ยน ก็ได้หยุดดูรถเพื่อจะเลี้ยวขวามุ่งสู่ถนนปกรณ์สงเคราะห์ราษฎร์ ขณะนั้นก็เห็นเพียงรถเก๋งคันหนึ่งวิ่งผ่านไป จึงขับรถออกมาและเพียงแค่เสี้ยววินาทีก็เห็นภาพสีขาวๆ มาบังตา ก่อนรถบัสที่ขับอยู่จะพุ่งชนเข้ากลางลำตัวของรถบรรทุก 6 ล้อ ที่วิ่งมาจากถนนปกรณ์สงเคราะห์ราษฎร์ ในฝั่งเลนถนน มุ่งหน้าถนนสุขุมวิท จนรถ 6 ล้อ เสียหลักพลิกตะแคงข้างไปเกยอยู่กับเสาไฟฟ้าที่กลางสามแยกดังกล่าว ก่อนรถบัสที่ตนขับมาจะไถลไปชนซ้ำเข้ากับแท่งแบริเออร์ริมถนน จนรถพังยับ

นายเม็ด ยังเล่าอีกว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องราวสุดปาฏิหาริย์เหลือเชื่อรอดตายจากยมบาล ไร้ซึ่งบาดแผลฉกรรจ์มีเพียงรอยข่วนที่แขนซ้าย และรอยข่วนที่หัวเข่าขาซ้าย ซึ่งไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ พร้อมกับยืนยันว่าปาฏิหาริย์ครั้งนี้เป็นเพราะตะกรุดหนังหน้าผากเสือสมิง และ พญาครุฑ วัดบางนาใน กทม. และความดีที่ตนพกติดตัวอยู่เสมอ จึงรอดชีวิตมาได้ในอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ส่วนตัวก็ถือว่าเป็นทุกขลาภ และจะนำเลขทะเบียนรถที่ประสบเหตุไปเสี่ยงโชคเสียหน่อย

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แจ้งข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย สั่งปรับเป็นเงิน 400 บาท ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สุดสะพรึง เนื้อไก่ดิบกระดึ๊บออกจากโต๊ะอาหาร ทำลูกค้าร้องเสียงหลง

สื่อเดอะซันได้แพร่ภาพที่น่าแปลกใจและขยะแขยง เมื่อชิ้นเนื้อไก่ดิบค่อยๆ กระดึ๊บออกจากจานบนโต๊ะของร้านอาหารแห่งหนึ่ง ทำให้ลูกค้าจีนคนหนึ่งกรีดร้องเสียงหลง ขณะที่ชาวเน็ตตั้งฉายาให้มันว่า “เนื้อไก่ซอมบี้”

ภาพในวิดีโอจะเห็นจานเนื้อไก่สดวางอยู่บนโต๊ะเคียงข้างอาหารอื่นๆ ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งอยู่ไกล้ๆร้าน จำหน่าย กระดาษลูกฟูก กระดาษลูกฟูก 2ชั้น แต่ระหว่างนั้นชิ้นเนื้อไก่ดิบก็เริ่มกระดุกกระดิกไปมา จากนั้นมันก็ค่อยๆ กระดึ๊บปีนออกจากจาน ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของลูกค้าหญิงคนหนึ่ง ก่อนที่มันจะร่วงตกโต๊ะไป

วิดีโอดังกล่าวถูกโพสต์ลงบนเฟซบุ๊กของ Rie Phillip และนับตั้งแต่นั้นมีผู้เข้าชมแล้วมากกว่า 4.6 ล้านครั้ง

ไม่เป็นที่ชัดเจนว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ใด แต่จากที่มีตะเกียบวางอยู่บนจาน บ่งชี้ว่ามีความเป็นไปได้ที่มันอาจเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น, จีนหรือไม่ก็เกาหลี

ผู้คนที่โพสต์แสดงความคิดเห็นพากันสันนิษฐานว่าการเคลื่อนไหวของเนื้อไก่ดิบน่าจะมีต้นตอจากปลายประสาทของไก่ยังไม่ตายดี โดยหนึ่งในนั้นบอกว่า “เป็นเรื่องปกติ เพราะเนื้อที่สดมากๆ กล้ามเนื้อยังอาจเคลื่อนไหวอยู่”

เป็นที่ทราบกันดีว่าไก่เป็นสัตว์ที่สามารถอยู่รอดและเคลื่อนไหวได้แม้หัวของมันจะขาดก็ตาม โดยในประเทศก็เคยมีข่าวว่าไก่ตัวหนึ่งอยู่รอดนานหลายสัปดาห์ ทั้งที่มันอยู่ในสภาพหัวขาดเหลือแต่คอที่เปรอะไปด้วยเลือด

ส่วนไก่ไร้หัวที่มีอายุยืนที่สุดในโลกได้แก่เจ้าไมค์ ไก่ในฟาร์มแห่งหนึ่งในเมืองฟรูอิทา รัฐโคโลราโด สหรัฐฯ โดยมันมีชีวิตอยู่รอดนานถึง 18 เดือน ระหว่างปลายปี 1945 ถึงปี 1947

เด็กหญิงวัย 14 ทำมือถือหาย หนุ่มหื่นเก็บได้ขู่เผยแพร่ภาพลับ-เรียกออกไปข่มขืน

(29 มิ.ย.62) ทีมสืบสวนนครบาล 9 ร่วมกับ ชุดสืบสวนสน.ภาษีเจริญ พร้อมด้วยชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ร่วมกันจับกุมตัว นายศิลา อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา เด็กหญิงอายุ 14 ปี , พรากผู้เยาว์ โดยจับกุมได้ที่บริเวณห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านบางแค ไกล้กับร้านจำหน่าย ฟิล์มยืด ฟิล์มพันพาเลท

สำหรับการจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากได้มีผู้ปกครองของ เด็กหญิง อายุ 14 ปี มาแจ้งความกับตำรวจ สน. ภาษีเจริญ ว่าถูกคนร้ายบังคับข่มขืน เนื่องจากผู้เสียหายทำโทรศัพท์มือถือส่วนตัวหล่นหายไป ซึ่งภายในโทรศัพท์มีภาพเซลฟี่ของผู้เสียหายอยู่ในเครื่อง โดยนายศิลา ผู้ต้องหารายนี้เก็บโทรศัพท์ได้ และข่มขู่ให้ผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กหญิงวัย 14 ปี ออกมาเจอก่อนจะบังคับข่มขืนกระทำชำเรา และปล่อยตัวไป

จากนั้นคนร้ายย่ามใจได้โทรศัพท์ ข่มขู่ให้ผู้เสียหายไปพบ ผู้เสียหายหวาดกลัวจึงแจ้งผู้ปกครองและไปแจ้งความไว้ที่ สน. ภาษีเจริญ ตำรวจจึง รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับ และซ้อนแผนให้ผู้เสียหายนัดเจอกับผู้ต้องหารายนี้ ก่อนจะติดตามจับกุมตัวนายศิลาไว้ได้และคุมตัวไปที่ สน.ภาษีเจริญ เพื่อให้ผู้เสียหายชี้ตัว

เจอกองอุจจาระหน้าบ้าน 3 วัน วงจรปิดจับชัดสาวใหญ่นั่งถ่ายทุกข์หน้าตาเฉย

ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าเเละ ที่ตัดเทป ตัวตัดเทป “ไทเป” ภายในตลาดเกษตรสุวพันธ์ ต.ตลาดหลวง อ.เมือง จ.อ่างทอง จับภาพหญิงวัยกลางคนทำทีเดินเข้ามาบริเวณหน้าร้านซึ่งมีโต๊ะนั่งติดกับกำแพงปูนสูงประมาณ 50 ซม. ก่อนที่จะถอดกางเกงและนั่งถ่ายอุจจาระลงไประหว่างช่องกำแพงปูนกับประตูเหล็กในช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา แม้บริเวณดังกล่าวจะเป็นตลาดสดที่มีคนพลุกพล่านแต่หญิงคนดังกล่าวทำเนียน ด้วยการนั่งบนขอบปูนและใช้โต๊ะเหล็กที่ตั้งอยู่หน้าร้านบดบังสายตาของผู้คนที่มาจับจ่ายซื้อของ เป็นภาพที่ นายวิเชียร อายุ 63 ปี หรือ ลุงอู๋ นำมาให้ผู้สื่อข่าวดูเพื่อที่จะติดตามหาตัวหญิงสาวคนดังกล่าว

นายวิเชียร บอกว่าตนเองอยู่ที่ตลาดแห่งนี้มาหลายสิบปีแล้วไม่เคยเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ โดยก่อนหน้านี้ 3 วัน เด็กนักเรียนที่มาฝึกงานที่ร้านเห็นน้ำและอุจจาระที่หน้าบ้านซึ่งตนเองก็คิดว่าเป็นน้ำฝนหรือขี้สุนัข แต่หลังจากนั้นก็มีอุจจาระและน้ำลักษณะเดียวกันอยู่ทุกวัน ลูกชายของตนจึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดก็ต้องตกใจที่พบหญิงตนดังกล่าวเข้ามาทำทีนั่งก่อนที่จะถอดกางเกงนั่งถ่ายอุจจาระลงมา ซึ่งหลังได้ภาพจากกล้องวงจรปิดบุตรชายของตนนำไปโพสต์ในเฟซบุ๊กเพื่อตามหาตัวหญิงคนดังกล่าว เนื่องจากอยากทราบว่าทำไมถึงทำแบบนี้ ทั้งๆ ที่ห้องน้ำสาธารณะใกล้ๆ ก็มี หรือทำไปด้วยความมักง่าย

ด้านนายสมศักดิ์ อายุ 61 ปี พ่อค้าขายมะพร้าวที่อยู่ตรงข้ามกับร้านไทเปบอกว่า เห็นหญิงคนดังกล่าวเดินมานั่งที่หน้าร้านไทเปหลายวันแล้ว แต่ไม่ทราบว่าเข้าไปถ่ายอุจจาระที่หน้าร้านเขาซึ่งจริงๆ ก็มีคนพลุกพล่านแต่ทำไมจึงทำแบบไม่เกรงกลัวสายตาใครเลย แต่เท่าที่เห็นไม่คุ้นหน้าจึงไม่ทราบว่ามาจากที่ไหน

ผัวหึงโหด ยิงเมียสาหัส โพสต์ภาพลงเฟซหลังก่อเหตุ ก่อนยิงตัวเองตายคาบ้าน

ผัวหึงโหด ยิงเมียสาหัส โพสต์ภาพลงเฟซหลังก่อเหตุ ก่อนยิงตัวเองตายคาบ้าน

เมื่อเวลา 8.00 น. วันที่ 2 มิ.ย. ร.ต.อ.นิธินันท์ ศรีรุต ร้อยเวร สภ.มาบตาพุด จ.ระยอง รับแจ้งว่าเกิดเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.มาบตาพุด อ.เมือง จึงประสาน แพทย์เวร รพ.เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ และตำรวจวิทยาการ จ.ระยอง หน่วยกู้ภัยหลวงปู่ทิม อิสริโก รุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายสืบ สภ.มาบตาพุด

ที่เกิดเหตุพบศพผู้ชายใส่เสื้อยืดสีชมพู สวมกางเกงขาสั้นสีน้ำเงินนอนเสียชีวิต ตรวจสอบพบรอยกระสุนถูกยิงเข้าตรงหน้าอกด้านซ้าย ตรงกับหัวใจ โดยพบอาวุธปืนขนาด.38 อยู่ข้างตัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ใกล้กันพบร่างของผู้หญิงนอนหายใจรวยระรินมีเลือดไหลออกที่ปาก ตรวจสอบพบบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน 1 นัด จึงรีบนำตัวส่ง รพ.กรุงเทพระยองทันที

นายกิตติศักดิ์ ทำนา อายุ 20 ปี พักอาศัยอยู่ด้วยกันในบ้านเกิดเหตุ กล่าวว่า ผู้ตายชื่อนายสุริยา ทิมพรมราช อายุ 40 ปี บ้านเดิมอยู่ต่งหวัดสระแก้ว ทำงานเป็นช่างเครื่องจักรอยู่ในโรงงานผลิตฟิล์มยืด และฟิล์มพันพาเลท แห่งหนึ่ง ส่วนผู้หญิง ชื่อน.ส.คนึง มากเกย อายุ 34 ปี ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งสองคนเป็นสามีภรรยากัน ก่อนเกิดเหตุทั้งสองคนกลับจากรับประทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในช่วงดึก

 นายกิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า กระทั่งตนกลับมาที่บ้านในช่วงเช้าได้เคาะประตูเรียกผู้ตายให้เลื่อนรถที่จอดขวางทางเข้าออก แต่ไม่มีเสียงตอบรับ จึงงัดประตูบ้านเข้าไปเพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น จนพบผู้ชายตายแล้วส่วนผู้หญิงยังมีลมหายใจอยู่ จึงรีบโทรแจ้งตำรวจและประสาน รถรพ.กรุงเทพรยองให้มารับตัวผู้บาดเจ็บ

สำหรับทั้งสองมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง เพราะฝ่ายชายมักจะหึงหวงภรรยา คิดว่าภรรยามีชายอื่น และยังพบว่า ในโทรศัพท์มือถือของ นายสุริยา ผู้เสียชีวิต มีการโพสต์ข้อความว่า “ผลของคนเจ้าชู้หน้ามันเป็นอย่างนี้” และมีภาพใบหน้าของ น.ส.คนึง ที่มีคราบเลือดออกจากปาก คาดว่าพิมพ์และโพสต์หลังจากลงมือยิง น.ส.คนึง ก่อนจะยิงตัวดับ

เบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ที่อาศัยอยู่ด้วยกัน และหลักฐานภายในที่เกิดเหตุ คาดเกิดจากความหึงหวงฝ่ายหญิง จะเห็นได้จากข้อความในโทรศัพท์ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องรอผลตรวจสอบลายนิ้วมือ เขม่าดินปืน จึงจะสรุปสาเหตุที่แท้จริงต่อไปสำหรับอาการของ น.ส.คนึง ขณะนี้ยังคงรับการรักษาจากแพทย์ ซึ่งอาการยังไม่พ้นขีดอันตราย เพราะเสียเลือดมาก ยังคงรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู

ทิศทั่วไทย แตกตื่นทั้งสถานี! ชายชราจู่ๆเดินลงราง บอกจะไปดูล้อรถไฟ ฮีโร่วิ่งช่วยรอดถูกชน

แตกตื่นทั้งสถานี! ชายชราจู่ๆเดินลงราง บอกจะไปดูล้อรถไฟ ฮีโร่วิ่งช่วยรอดถูกชน

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ฉัตรชัย พูนผล โพสต์คลิปเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิดภายในสถานีรถไฟราชบุรี พร้อมระบุว่า “นาทีชีวิต ถ้าพ่อไม่ช่วยไว้ลุงตายแน่” เป็นภาพที่นายสถานีรถไฟ เข้าช่วยชายวัยประมาณ 60 ปี รายหนึ่ง ที่จู่ๆ ก็ลุกเดินจากที่นั่งพักผู้โดยสารและเดินลงไปรางรถไฟราง 1 ขณะที่รถไฟขบวนรถด่วนพิเศษ 37+45 กรุงเทพ – ปาดังเบซาร์ วิ่งมากำลังจะเข้าจอดเทียบท่าเพื่อรับ-ส่งผู้โดยสาร

โดยมีผู้อยู่ในเห็นการณ์เป็นจำนวนมากต่างร้องตะโกนด้วยความตื่นตกใจว่า “ลุงอย่าลงไปจะลงไปทำไม” แต่ชายวัยประมาณ 60 ปี รายนั้นกลับยืนงงหันไปหันมาและหันตะโกนกลับมาบอกว่า “จะลงไปดูล้อรถไฟ” จากนั้นนายสถานี วิ่งไปแบบไม่คิดชีวิตและกระโดดผลักหลังชายสูงวัยรอดพ้นความตาย

ล่าสุดวันที่ 28 พ.ค. นางสุมาลัย ขจรพลอย อายุ 58 ปี อดีตรปภ. ประจำโรงงานผลิต EPE โฟม และโฟมกันรอย ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ขณะที่ขบวนรถไฟด่วนพิเศษกำลังจะจอดเทียบท่ามีชายสูงอายุเป็นผู้โดยสารเดินแบบเร่งรีบลงไปในรางรถไฟ ราง 1 เมื่อนายสถานีเห็นก็รีบวิ่งตัดหน้ารถไฟ และไปผลักร่างของชายสูงวัย เพื่อให้พ้นจากการถูกรถไฟขบวนดังกล่าวชน

 ด้านนายสุธรรม สัตย์ซื่อ อายุ 39 ปี พนักงานการเดินรถ3 ประจำสถานีรถไฟราชบุรี ผู้โพสต์คลิป กล่าวว่า เมื่อเวลา 18.00 น. รถขบวน 40 เข้าราง 2 เพื่อหลีกขบวนรถไฟขบวน 37 นายณรงศักดิ์ พูนผล นายสถานีได้ออกไปรับรถตามปกติ และมีผู้ชายซึ่งเป็นผู้โดยสารนั่งอยู่ที่โต๊ะนั่งพักผู้โดยสารหน้าสถานี อยู่ดีๆก็เดินข้ามลงไปในรางรถไฟ ราง 1 เมื่อนายณรงศักดิ์ เห็นเลยรีบวิ่งไปช่วยเหลือและปลอดภัยทั้งคู่

นายสุธรรม กล่าวว่า ตอนแรกนายณรงศักดิ์ ได้สอบถามชายคนดังกล่าว บอกว่ามาส่งญาติ และนั่งคุยกับผู้โดยสารคนอื่นอยู่ก่อนที่จะลุกขึ้นและเดินลงไปในรางรถไฟราง 1 จากนั้นชายคนดังกล่าวก็เดินหายออกไปเลย ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างคิดว่าทั้งนายณรงศักดิ์ และชายคนนั้นคงไม่รอด แต่เมื่อรถขบวนดังกล่าวหยุด ทุกคนต่างก็รีบวิ่งเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง ปรากฏว่าปลอดภัยทั้งคู่

นายสุธรรม กล่าวต่อว่า ตนคิดว่านายณรงศักดิ์ เป็นคนที่มีปฏิภาณไหวพริบดีมาก และเป็นคนที่ตัดสินใจได้เฉียบขาดมาก เมื่อตนได้เห็นแบบนี้แล้วจึงอยากนำความประทับใจกับการกระทำของนายณรงศักดิ์ ที่สร้างไว้และอยากให้ทุกคนรับรู้การกระทำที่ควรยกย่อง จึงตัดสินใจโพสต์คลิปและข้อความเพื่อให้ทุกคนได้รับรู้ถึงความกล้าหาญที่นายณรงศักดิ์ ได้ช่วยชีวิตผู้โดยสารไว้แบบไม่คิดชีวิตและไม่หวาดกลัวต่อความตาย

วูบหลับในชนเสาไฟฟ้า กู้ภัยงัดซากรถช่วยชีวิตคนขับสิบล้อ งานยากเครื่องยนต์ไม่ดับ

วูบหลับในชนเสาไฟฟ้า กู้ภัยงัดซากรถช่วยชีวิตคนขับสิบล้อ งานยากเครื่องยนต์ไม่ดับ

วูบหลับในชนเสาไฟฟ้า – เมื่อเวลา 00.15 น. ของวันที่ 25 พ.ค. พ.ต.ท.ประสิทธิ์ สุขโข สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถพ่วงชนเสาไฟฟ้ามีผู้ได้รับบาดเจ็บติดค้างภายในรถ เหตุเกิดบนถนนสายเอเชีย (ขาขึ้นนครสวรรค์) ช่วงกิโลเมตรที่ 50 ก่อนถึงโรงงานกล่องกระดาษ และกล่องลูกฟูก รายใหญ่ หมู่ที่ 5 ต.บ้านอิฐ อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยทีมกู้ชีพโรงพยาบาลอ่างทอง และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบรถสิบล้อยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 95-1405 กรุงเทพฯ ที่ด้านหลังบรรทุกกล่องโฟมมาเต็มคันเสียหลักตกร่องกลางก่อนพุ่งชนเสาไฟส่องสว่างขนาดใหญ่ที่อยู่ริมถนนจนพังยับเยิน

ตรวจสอบภายในรถมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชายจำนวน 2 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยเหลือออกมาได้ก่อน 1 ราย ทราบชื่อคือ นายวีรยุทธ สันทัศรัมย์ อายุ 26 ปี นั่งมาข้างคนขับ เจ้าหน้าที่กู้ภัยทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาลอ่างทอง ส่วนอีก 1 รายเป็นคนขับรถ ได้รับบาดเจ็บขาด้านซ้ายถูกอัดติดกับหน้ารถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดถ่างช่วยเหลือก่อนนำตัวออกมาส่งให้ทีมกู้ชีพนำส่งโรงพยาบาลอ่างทอง ทราบชื่อต่อมาคือนายณัฐวุฒิ ปุผาโต อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 2 ต.หนองเม็ก อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม

พ.ต.ท. ประสิทธิ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบและสอบสวนในที่เกิดเหตุทราบว่ารถสิบล้อคันดังกล่าวนั้นขับมาบนถนนสายเอเซียมุ่งหน้าขึ้นเหนือ โดยมีนายณัฐวุฒิเป็นคนขับ และนายวีรยุทธนั่งโดยสารมาข้างๆ โดยสอบถามนายวีรยุทธเบื้องต้นทราบว่า ระหว่างที่นั่งรถมาเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุนายณัฐวุฒิเกิดหลับ รถจึงเสียหลักพุ่งออกมานอกถนนก่อนที่จะตกร่องกลาง และพุ่งชนเสาไฟจนทำให้เกิดเหตุและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามจะได้รอให้ผู้บาดเจ็บทั้งคู่รักษาตัวก่อน จึงจะทำการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานระหว่างที่ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าให้การช่วยเหลือ รถสิบล้อนั้นเครื่องยนต์ยังไม่ดับ ยังติดอยู่ ล้อก็หมุนอยู่ทุกล้อ ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก จนทำให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องเข้าไปตัดสายน้ำมันของรถเพื่อทำให้รถดับ เจ้าหน้าที่จะได้ช่วยได้ง่ายขึ้น ส่วนบริเวณด้านหน้าของรถสิบล้อนั้นพังยับเยิน อัดติดกันจนทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งใช้เครื่องตัดถ่างประตูและเหล็กต่างๆ ที่หน้ารถออก เพื่อเร่งช่วยชีวิตคนขับที่ติดอยู่ภายในรถให้ออกมาโดยเร็ว