เด็กหญิงวัย 14 ทำมือถือหาย หนุ่มหื่นเก็บได้ขู่เผยแพร่ภาพลับ-เรียกออกไปข่มขืน

(29 มิ.ย.62) ทีมสืบสวนนครบาล 9 ร่วมกับ ชุดสืบสวนสน.ภาษีเจริญ พร้อมด้วยชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ร่วมกันจับกุมตัว นายศิลา อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา เด็กหญิงอายุ 14 ปี , พรากผู้เยาว์ โดยจับกุมได้ที่บริเวณห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านบางแค ไกล้กับร้านจำหน่าย ฟิล์มยืด ฟิล์มพันพาเลท

สำหรับการจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากได้มีผู้ปกครองของ เด็กหญิง อายุ 14 ปี มาแจ้งความกับตำรวจ สน. ภาษีเจริญ ว่าถูกคนร้ายบังคับข่มขืน เนื่องจากผู้เสียหายทำโทรศัพท์มือถือส่วนตัวหล่นหายไป ซึ่งภายในโทรศัพท์มีภาพเซลฟี่ของผู้เสียหายอยู่ในเครื่อง โดยนายศิลา ผู้ต้องหารายนี้เก็บโทรศัพท์ได้ และข่มขู่ให้ผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กหญิงวัย 14 ปี ออกมาเจอก่อนจะบังคับข่มขืนกระทำชำเรา และปล่อยตัวไป

จากนั้นคนร้ายย่ามใจได้โทรศัพท์ ข่มขู่ให้ผู้เสียหายไปพบ ผู้เสียหายหวาดกลัวจึงแจ้งผู้ปกครองและไปแจ้งความไว้ที่ สน. ภาษีเจริญ ตำรวจจึง รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับ และซ้อนแผนให้ผู้เสียหายนัดเจอกับผู้ต้องหารายนี้ ก่อนจะติดตามจับกุมตัวนายศิลาไว้ได้และคุมตัวไปที่ สน.ภาษีเจริญ เพื่อให้ผู้เสียหายชี้ตัว

เจอกองอุจจาระหน้าบ้าน 3 วัน วงจรปิดจับชัดสาวใหญ่นั่งถ่ายทุกข์หน้าตาเฉย

ภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณหน้าร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้าเเละ ที่ตัดเทป ตัวตัดเทป “ไทเป” ภายในตลาดเกษตรสุวพันธ์ ต.ตลาดหลวง อ.เมือง จ.อ่างทอง จับภาพหญิงวัยกลางคนทำทีเดินเข้ามาบริเวณหน้าร้านซึ่งมีโต๊ะนั่งติดกับกำแพงปูนสูงประมาณ 50 ซม. ก่อนที่จะถอดกางเกงและนั่งถ่ายอุจจาระลงไประหว่างช่องกำแพงปูนกับประตูเหล็กในช่วงกลางดึกของคืนวันที่ 13 มิถุนายนที่ผ่านมา แม้บริเวณดังกล่าวจะเป็นตลาดสดที่มีคนพลุกพล่านแต่หญิงคนดังกล่าวทำเนียน ด้วยการนั่งบนขอบปูนและใช้โต๊ะเหล็กที่ตั้งอยู่หน้าร้านบดบังสายตาของผู้คนที่มาจับจ่ายซื้อของ เป็นภาพที่ นายวิเชียร อายุ 63 ปี หรือ ลุงอู๋ นำมาให้ผู้สื่อข่าวดูเพื่อที่จะติดตามหาตัวหญิงสาวคนดังกล่าว

นายวิเชียร บอกว่าตนเองอยู่ที่ตลาดแห่งนี้มาหลายสิบปีแล้วไม่เคยเห็นเหตุการณ์เช่นนี้ โดยก่อนหน้านี้ 3 วัน เด็กนักเรียนที่มาฝึกงานที่ร้านเห็นน้ำและอุจจาระที่หน้าบ้านซึ่งตนเองก็คิดว่าเป็นน้ำฝนหรือขี้สุนัข แต่หลังจากนั้นก็มีอุจจาระและน้ำลักษณะเดียวกันอยู่ทุกวัน ลูกชายของตนจึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดก็ต้องตกใจที่พบหญิงตนดังกล่าวเข้ามาทำทีนั่งก่อนที่จะถอดกางเกงนั่งถ่ายอุจจาระลงมา ซึ่งหลังได้ภาพจากกล้องวงจรปิดบุตรชายของตนนำไปโพสต์ในเฟซบุ๊กเพื่อตามหาตัวหญิงคนดังกล่าว เนื่องจากอยากทราบว่าทำไมถึงทำแบบนี้ ทั้งๆ ที่ห้องน้ำสาธารณะใกล้ๆ ก็มี หรือทำไปด้วยความมักง่าย

ด้านนายสมศักดิ์ อายุ 61 ปี พ่อค้าขายมะพร้าวที่อยู่ตรงข้ามกับร้านไทเปบอกว่า เห็นหญิงคนดังกล่าวเดินมานั่งที่หน้าร้านไทเปหลายวันแล้ว แต่ไม่ทราบว่าเข้าไปถ่ายอุจจาระที่หน้าร้านเขาซึ่งจริงๆ ก็มีคนพลุกพล่านแต่ทำไมจึงทำแบบไม่เกรงกลัวสายตาใครเลย แต่เท่าที่เห็นไม่คุ้นหน้าจึงไม่ทราบว่ามาจากที่ไหน

ผัวหึงโหด ยิงเมียสาหัส โพสต์ภาพลงเฟซหลังก่อเหตุ ก่อนยิงตัวเองตายคาบ้าน

ผัวหึงโหด ยิงเมียสาหัส โพสต์ภาพลงเฟซหลังก่อเหตุ ก่อนยิงตัวเองตายคาบ้าน

เมื่อเวลา 8.00 น. วันที่ 2 มิ.ย. ร.ต.อ.นิธินันท์ ศรีรุต ร้อยเวร สภ.มาบตาพุด จ.ระยอง รับแจ้งว่าเกิดเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.มาบตาพุด อ.เมือง จึงประสาน แพทย์เวร รพ.เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ และตำรวจวิทยาการ จ.ระยอง หน่วยกู้ภัยหลวงปู่ทิม อิสริโก รุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายสืบ สภ.มาบตาพุด

ที่เกิดเหตุพบศพผู้ชายใส่เสื้อยืดสีชมพู สวมกางเกงขาสั้นสีน้ำเงินนอนเสียชีวิต ตรวจสอบพบรอยกระสุนถูกยิงเข้าตรงหน้าอกด้านซ้าย ตรงกับหัวใจ โดยพบอาวุธปืนขนาด.38 อยู่ข้างตัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ใกล้กันพบร่างของผู้หญิงนอนหายใจรวยระรินมีเลือดไหลออกที่ปาก ตรวจสอบพบบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน 1 นัด จึงรีบนำตัวส่ง รพ.กรุงเทพระยองทันที

นายกิตติศักดิ์ ทำนา อายุ 20 ปี พักอาศัยอยู่ด้วยกันในบ้านเกิดเหตุ กล่าวว่า ผู้ตายชื่อนายสุริยา ทิมพรมราช อายุ 40 ปี บ้านเดิมอยู่ต่งหวัดสระแก้ว ทำงานเป็นช่างเครื่องจักรอยู่ในโรงงานผลิตฟิล์มยืด และฟิล์มพันพาเลท แห่งหนึ่ง ส่วนผู้หญิง ชื่อน.ส.คนึง มากเกย อายุ 34 ปี ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งสองคนเป็นสามีภรรยากัน ก่อนเกิดเหตุทั้งสองคนกลับจากรับประทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในช่วงดึก

 นายกิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า กระทั่งตนกลับมาที่บ้านในช่วงเช้าได้เคาะประตูเรียกผู้ตายให้เลื่อนรถที่จอดขวางทางเข้าออก แต่ไม่มีเสียงตอบรับ จึงงัดประตูบ้านเข้าไปเพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น จนพบผู้ชายตายแล้วส่วนผู้หญิงยังมีลมหายใจอยู่ จึงรีบโทรแจ้งตำรวจและประสาน รถรพ.กรุงเทพรยองให้มารับตัวผู้บาดเจ็บ

สำหรับทั้งสองมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง เพราะฝ่ายชายมักจะหึงหวงภรรยา คิดว่าภรรยามีชายอื่น และยังพบว่า ในโทรศัพท์มือถือของ นายสุริยา ผู้เสียชีวิต มีการโพสต์ข้อความว่า “ผลของคนเจ้าชู้หน้ามันเป็นอย่างนี้” และมีภาพใบหน้าของ น.ส.คนึง ที่มีคราบเลือดออกจากปาก คาดว่าพิมพ์และโพสต์หลังจากลงมือยิง น.ส.คนึง ก่อนจะยิงตัวดับ

เบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ที่อาศัยอยู่ด้วยกัน และหลักฐานภายในที่เกิดเหตุ คาดเกิดจากความหึงหวงฝ่ายหญิง จะเห็นได้จากข้อความในโทรศัพท์ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องรอผลตรวจสอบลายนิ้วมือ เขม่าดินปืน จึงจะสรุปสาเหตุที่แท้จริงต่อไปสำหรับอาการของ น.ส.คนึง ขณะนี้ยังคงรับการรักษาจากแพทย์ ซึ่งอาการยังไม่พ้นขีดอันตราย เพราะเสียเลือดมาก ยังคงรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู

ทิศทั่วไทย แตกตื่นทั้งสถานี! ชายชราจู่ๆเดินลงราง บอกจะไปดูล้อรถไฟ ฮีโร่วิ่งช่วยรอดถูกชน

แตกตื่นทั้งสถานี! ชายชราจู่ๆเดินลงราง บอกจะไปดูล้อรถไฟ ฮีโร่วิ่งช่วยรอดถูกชน

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ฉัตรชัย พูนผล โพสต์คลิปเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิดภายในสถานีรถไฟราชบุรี พร้อมระบุว่า “นาทีชีวิต ถ้าพ่อไม่ช่วยไว้ลุงตายแน่” เป็นภาพที่นายสถานีรถไฟ เข้าช่วยชายวัยประมาณ 60 ปี รายหนึ่ง ที่จู่ๆ ก็ลุกเดินจากที่นั่งพักผู้โดยสารและเดินลงไปรางรถไฟราง 1 ขณะที่รถไฟขบวนรถด่วนพิเศษ 37+45 กรุงเทพ – ปาดังเบซาร์ วิ่งมากำลังจะเข้าจอดเทียบท่าเพื่อรับ-ส่งผู้โดยสาร

โดยมีผู้อยู่ในเห็นการณ์เป็นจำนวนมากต่างร้องตะโกนด้วยความตื่นตกใจว่า “ลุงอย่าลงไปจะลงไปทำไม” แต่ชายวัยประมาณ 60 ปี รายนั้นกลับยืนงงหันไปหันมาและหันตะโกนกลับมาบอกว่า “จะลงไปดูล้อรถไฟ” จากนั้นนายสถานี วิ่งไปแบบไม่คิดชีวิตและกระโดดผลักหลังชายสูงวัยรอดพ้นความตาย

ล่าสุดวันที่ 28 พ.ค. นางสุมาลัย ขจรพลอย อายุ 58 ปี อดีตรปภ. ประจำโรงงานผลิต EPE โฟม และโฟมกันรอย ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ขณะที่ขบวนรถไฟด่วนพิเศษกำลังจะจอดเทียบท่ามีชายสูงอายุเป็นผู้โดยสารเดินแบบเร่งรีบลงไปในรางรถไฟ ราง 1 เมื่อนายสถานีเห็นก็รีบวิ่งตัดหน้ารถไฟ และไปผลักร่างของชายสูงวัย เพื่อให้พ้นจากการถูกรถไฟขบวนดังกล่าวชน

 ด้านนายสุธรรม สัตย์ซื่อ อายุ 39 ปี พนักงานการเดินรถ3 ประจำสถานีรถไฟราชบุรี ผู้โพสต์คลิป กล่าวว่า เมื่อเวลา 18.00 น. รถขบวน 40 เข้าราง 2 เพื่อหลีกขบวนรถไฟขบวน 37 นายณรงศักดิ์ พูนผล นายสถานีได้ออกไปรับรถตามปกติ และมีผู้ชายซึ่งเป็นผู้โดยสารนั่งอยู่ที่โต๊ะนั่งพักผู้โดยสารหน้าสถานี อยู่ดีๆก็เดินข้ามลงไปในรางรถไฟ ราง 1 เมื่อนายณรงศักดิ์ เห็นเลยรีบวิ่งไปช่วยเหลือและปลอดภัยทั้งคู่

นายสุธรรม กล่าวว่า ตอนแรกนายณรงศักดิ์ ได้สอบถามชายคนดังกล่าว บอกว่ามาส่งญาติ และนั่งคุยกับผู้โดยสารคนอื่นอยู่ก่อนที่จะลุกขึ้นและเดินลงไปในรางรถไฟราง 1 จากนั้นชายคนดังกล่าวก็เดินหายออกไปเลย ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างคิดว่าทั้งนายณรงศักดิ์ และชายคนนั้นคงไม่รอด แต่เมื่อรถขบวนดังกล่าวหยุด ทุกคนต่างก็รีบวิ่งเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง ปรากฏว่าปลอดภัยทั้งคู่

นายสุธรรม กล่าวต่อว่า ตนคิดว่านายณรงศักดิ์ เป็นคนที่มีปฏิภาณไหวพริบดีมาก และเป็นคนที่ตัดสินใจได้เฉียบขาดมาก เมื่อตนได้เห็นแบบนี้แล้วจึงอยากนำความประทับใจกับการกระทำของนายณรงศักดิ์ ที่สร้างไว้และอยากให้ทุกคนรับรู้การกระทำที่ควรยกย่อง จึงตัดสินใจโพสต์คลิปและข้อความเพื่อให้ทุกคนได้รับรู้ถึงความกล้าหาญที่นายณรงศักดิ์ ได้ช่วยชีวิตผู้โดยสารไว้แบบไม่คิดชีวิตและไม่หวาดกลัวต่อความตาย

วูบหลับในชนเสาไฟฟ้า กู้ภัยงัดซากรถช่วยชีวิตคนขับสิบล้อ งานยากเครื่องยนต์ไม่ดับ

วูบหลับในชนเสาไฟฟ้า กู้ภัยงัดซากรถช่วยชีวิตคนขับสิบล้อ งานยากเครื่องยนต์ไม่ดับ

วูบหลับในชนเสาไฟฟ้า – เมื่อเวลา 00.15 น. ของวันที่ 25 พ.ค. พ.ต.ท.ประสิทธิ์ สุขโข สารวัตรสอบสวน สภ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถพ่วงชนเสาไฟฟ้ามีผู้ได้รับบาดเจ็บติดค้างภายในรถ เหตุเกิดบนถนนสายเอเชีย (ขาขึ้นนครสวรรค์) ช่วงกิโลเมตรที่ 50 ก่อนถึงโรงงานกล่องกระดาษ และกล่องลูกฟูก รายใหญ่ หมู่ที่ 5 ต.บ้านอิฐ อ.เมืองอ่างทอง จ.อ่างทอง หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยทีมกู้ชีพโรงพยาบาลอ่างทอง และเจ้าหน้าที่สมาคมกู้ภัยจังหวัดอ่างทอง เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบรถสิบล้อยี่ห้อฮีโน่ สีขาว หมายเลขทะเบียน 95-1405 กรุงเทพฯ ที่ด้านหลังบรรทุกกล่องโฟมมาเต็มคันเสียหลักตกร่องกลางก่อนพุ่งชนเสาไฟส่องสว่างขนาดใหญ่ที่อยู่ริมถนนจนพังยับเยิน

ตรวจสอบภายในรถมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นชายจำนวน 2 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยช่วยเหลือออกมาได้ก่อน 1 ราย ทราบชื่อคือ นายวีรยุทธ สันทัศรัมย์ อายุ 26 ปี นั่งมาข้างคนขับ เจ้าหน้าที่กู้ภัยทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้นก่อนนำส่งโรงพยาบาลอ่างทอง ส่วนอีก 1 รายเป็นคนขับรถ ได้รับบาดเจ็บขาด้านซ้ายถูกอัดติดกับหน้ารถ เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดถ่างช่วยเหลือก่อนนำตัวออกมาส่งให้ทีมกู้ชีพนำส่งโรงพยาบาลอ่างทอง ทราบชื่อต่อมาคือนายณัฐวุฒิ ปุผาโต อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 4 หมู่ที่ 2 ต.หนองเม็ก อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม

พ.ต.ท. ประสิทธิ์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบและสอบสวนในที่เกิดเหตุทราบว่ารถสิบล้อคันดังกล่าวนั้นขับมาบนถนนสายเอเซียมุ่งหน้าขึ้นเหนือ โดยมีนายณัฐวุฒิเป็นคนขับ และนายวีรยุทธนั่งโดยสารมาข้างๆ โดยสอบถามนายวีรยุทธเบื้องต้นทราบว่า ระหว่างที่นั่งรถมาเมื่อมาถึงที่เกิดเหตุนายณัฐวุฒิเกิดหลับ รถจึงเสียหลักพุ่งออกมานอกถนนก่อนที่จะตกร่องกลาง และพุ่งชนเสาไฟจนทำให้เกิดเหตุและได้รับบาดเจ็บดังกล่าว แต่อย่างไรก็ตามจะได้รอให้ผู้บาดเจ็บทั้งคู่รักษาตัวก่อน จึงจะทำการสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานระหว่างที่ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าให้การช่วยเหลือ รถสิบล้อนั้นเครื่องยนต์ยังไม่ดับ ยังติดอยู่ ล้อก็หมุนอยู่ทุกล้อ ทำให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างยากลำบาก จนทำให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องต้องเข้าไปตัดสายน้ำมันของรถเพื่อทำให้รถดับ เจ้าหน้าที่จะได้ช่วยได้ง่ายขึ้น ส่วนบริเวณด้านหน้าของรถสิบล้อนั้นพังยับเยิน อัดติดกันจนทำให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งใช้เครื่องตัดถ่างประตูและเหล็กต่างๆ ที่หน้ารถออก เพื่อเร่งช่วยชีวิตคนขับที่ติดอยู่ภายในรถให้ออกมาโดยเร็ว

หาคำตอบไม่ได้! แมลงปริศนานับล้าน นัดถล่มบ้านทุกกลางปีกว่า 2 ทศวรรษ เหม็นแสบร้อน

แมลง ปริศนานับล้าน ถล่มบ้านทุกกลางปีกว่า 2 ทศวรรษ เหม็นแสบร้อน

วันที่ 19 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุชิน จักรเพชร รองนายกเทศบาลตำบลทุ่งหลวง อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี เข้าตรวจสอบบ้านของนางสาวเนตร สากร อายุ 44 ปี พนักงานโรงงานผลิตกล่องกระดาษ และผลิตกล่องกระดาษลูกฟูก อยู่บ้านเลขที่ 58/1 หมู่ 2 ต.ทุ่งหลวง อ.ปากท่อ หลังได้รับเรื่องร้องเรียนว่า ได้รับความเดือดร้อนจากฝูง แมลง ปีกแข็ง ที่บินมาเป็นกองทัพนับล้านตัว เข้ามาอยู่อาศัยอยู่ภายในบ้าน ซึ่งเป็นบ้านไม้ยกพื้นมีใต้ถุนบ้าน ทำให้ต้องขนย้ายข้าวของ เสื้อผ้า และของใช้อื่น ๆ ออกมาอาศัยอยู่ชั่วคราวบริเวณหน้าบ้าน

เนื่องจากฝูงแมลงดังกล่าว มีกลิ่นเหม็น เมื่อโดนร่างกายจะรู้สึกปวดแสบปวดร้อน มีผื่นแดงคล้ายรอยไหม้เป็นดวงตามตัว จะนอนก็ไม่ได้เพราะกลัวแมลงไต่เข้าหูเป็นอันตราย ตามพื้นบ้าน บนบ้าน ใต้ถุนบ้าน ตามซอกไม้ หลังคามีแต่ตัวแมลงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

เมื่อเดินเหยียบที่ตัวแมลงจะรู้สึกแสบร้อนและจะมีรอยแดงที่ฝ่าเท้า จึงพยายามใช้ยาฆ่าแมลงฉีดพ่นตามซอกไม้ และพื้นห้องจนทั่วบ้าน ไม่นานแมลงค่อย ๆ ร่วงหล่นตกลงมาตายกองอยู่กับพื้น บางตัวไม่ตายก็ยังคงไต่อยู่ตามพื้นไม้สร้างความเดือดร้อนให้กับเจ้าของบ้านเป็นอย่างมาก

นางสาวเนตร เจ้าของบ้าน กล่าวว่า ฝูงแมลงจะบินมาอาศัยที่บ้านประมาณ 2 วันแล้ว จนมาเมื่อคืนเป็นวันพระใหญ่ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 6 หรือ วันวิสาขบูชา แมลงปีกแข็ง หรือ แมลงกระเบื้อง บินมาเยอะมากเสียงตกใส่หลังคาเหมือนฝนตกห่าใหญ่ จากนั้นเข้ามาอาศัยอยู่ในบ้านเพียง

สังเกตบริเวณปีกแมลงจะมีลักษณะเป็นขนเส้นเล็กๆ พอไปโดนตัวจะรู้สึกคันปวดแสบปวดร้อน จะนอนก็เกรงแมลงจะเข้าหู จึงหาวัสดุที่สามารถอุดหูมาช่วย นอนไม่ได้จำเป็นต้องขนของ เสื้อผ้าออกไปนอนนอกบ้าน ฝูงแมลงกระเบื้องจะบินมาอาศัยทุกปี โดยปีนี้จะเยอะมากกว่าปีที่แล้ว จึงกวาดใส่กระสอบไปทิ้งแล้วถึง 3 กระสอบ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรช่วงประมาณกลางเดือน 6 ของทุกปี จะมาอาศัยบ้านหลังนี้

บ้านอื่น ๆ มีนับร้อยหลังคาเรือนก็ไม่มี แต่จะมาอยู่ที่นี่หลังเดียว จึงใช้ยาฆ่าแมลงฉีดพ่นจนตกลงมาตาย เป็นยาฆ่าแมลงที่เป็นอันตรายลักษณะดูดซึม ทำให้คนฉีดเริ่มมีอาการไม่ค่อยดีไปด้วย หลังจากที่ผ่านมาเคยมีเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบและสันนิษฐานว่าเป็นที่อยู่อาศัยของฝูงแมลงกระเบื้อง ซึ่งปีก่อนเคยไต่เข้าหูลูกชายไปแล้วต้องช่วยกันแคะออก เป็นแบบนี้มานานเกือบ 20 ปีแล้ว จะมาปีละ 1 ครั้ง

จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือด่วน หลังจากเคยได้รับยาฆ่าแมลงจากเทศบาลมาฉีดพ่นเหมือนทุกปี พอมาปีนี้ฝูงแมลงก็บินมาอาศัยอยู่อีก จึงอยากให้ช่วยหาสาเหตุที่แท้จริงและช่วยแก้ไขปัญหาไม่ให้ฝูงแมลงบินกลับมาอยู่ในปีหน้าอีกเลย

นายสุชิน รองนายกเทศบาลตำบลทุ่งหลวง กล่าวว่า ที่บ้านหลังนี้เกิดปัญหาเป็นประจำทุกปี ทางเทศบาลตำบลทุ่งหลวงแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าคือ ช่วยกันฉีดพ่นยาฆ่าแมลงเป็นการช่วยเหลือชั่วคราวตามการร้องขอของชาวบ้าน และอยากจะให้ฝูงแมลงไม่มาอย่างถาวร ซึ่งเรื่องนี้ทางเทศบาลจะรับเรื่องไว้และร่วมหารือกับทางนักวิชาการเกษตร เพื่อหาแนวทางป้องกันไม่ให้กลับมาที่บ้านหลังนี้อีกต่อไป

แม่ค้าตกใจ! รื้อกองรองเท้า เจองูเหลือม ขดตัวซุกในร้าน แจ้งจนท.จับวุ่น

แม่ค้าตกใจ! รื้อกองรองเท้า เจองูเหลือม ขดตัวซุกในร้าน แจ้งจนท.จับวุ่น

วันที่ 9 พ.ค. เจ้าของร้านขายรองเท้าในปั๊ม ปตท.เลิศสวัสดิ์ ติดกับร้านจำหน่ายซองกันกระแทก และซองบับเบิ้ล ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา รับแจ้งเหตุไปยังหน่วยกู้ภัยฮุก31 จุดอำเภอสีคิ้วว่า พบงูเหลือมซุกอยู่ภายในร้านขายรองเท้า ทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยฮุก 31 จึงเข้าตรวจสอบที่ร้านพบงูเหลือมขนาดยาวประมาณ 2.5 เมตร ซุกอยู่ในกองรองเท้า สร้างความแตกตื่นให้กับลูกค้าเป็นอย่างมาก เจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงได้นำอุปกรณ์จับงูมาจับเพื่อนำออกจากร้าน โดยได้ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ก็สามารถคล้องคองูเหลือมออกมาได้สำเร็จ

นางจำปา นาบำรุง เจ้าของร้านรองเท้าในปั๊มน้ำมัน กล่าวว่า ตอนที่เข้ามาเปิดร้านรองเท้าก็ยังไม่พบอะไรผิดปกติ จนกระทั่งไปค้นกองรองเท้า พบว่ามีอะไรบางอย่างขยับอยู่ จึงเอาไม้เขี่ยดูปรากฏว่าเป็นงูเหลือมนอนขดอยู่ในกองรองเท้า ตนเองตกใจอย่างมากจึงได้วิ่งออกมาจากร้านและโทรศัพท์แจ้งให้หน่วยกู้ภัย มาจับงูออกจากร้านไป

ทั้งนี้ภายหลังจากที่หน่วยกู้ภัยสามารถจับงูเหลือมออกมาได้ ก็ได้นำใส่กระสอบปุ๋ย เพื่อที่จะนำไปปล่อยในแหล่งธรรมชาติต่อไป

ระทึกกลางดึก! บุกกระหน่ำยิงหน้าบ้าน กระสุนเกลื่อนถนน ตร.คาดปมเงินกู้-ร่วมวงท้าวแชร์

บุกกระหน่ำยิงหน้าบ้าน – วันที่ 4 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 23.00 น. ของวันที่ 3 พ.ค. ร.ต.อ.ภัคภณ ธนินญานธร รองสารวัตรสอบสวน สภ.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงข่มขู่แล้วหลบหนี หน้าร้านจำหน่ายกันกระแทก และบับเบิ้ล ที่บ้านเลขที่ 25 ภายในซอยธารน้ำใจ นาจอมเทียน 14 ม.2 ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยชุดสืบสวน และเจ้าหน้าที่สายตรวจ

ที่เกิดเหตุพบชาวบ้านออกมามุงดูเหตุการณ์จำนวนมาก บริเวณพื้นถนนพบปลอกกระสุนปืน ขนาด.45 มม. จำนวน 7 ปลอก ตกเกลื่อนพื้น ใกล้กันยังพบลูกระสุนปืนขนาดเดียวกันตกอยู่อีก 1 นัด สภาพสมบูรณ์คาดว่ากระสุนอาดจะขัดลำกล้อง ขณะผู้ก่อเหตุกระหน่ำยิง โดยมีนายสุรศักดิ์ แก้วสว่าง อายุ 33 ปี เป็นเจ้าของบ้านยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

สอบถามนายสุรศักดิ์ แก้วสว่าง ทราบว่า ช่วงเกิดเหตุครอบครัวตน มีพ่อและแม่และเด็กๆ อีก 2 คน กำลังเข้านอนพักผ่อน จนช่วงเวลาเกิดเหตุพ่อของตนได้บอกว่ามีคนมาตะโกนเรียกชื่อตนและชื่อแฟนสาว แต่ตนไม่ได้ออกไปดูแต่อย่างใด ส่วนแฟนสาวนั้นก็ยังไม่กลับจากทำงาน ก่อนจะได้ยินคล้ายเสียงปืนดังขึ้นติดต่อกันจำนวนหลายนัด โดยชาวบ้านที่อยู่ใกล้จุดเกิดเหตุได้วิ่งออกมาดูพบว่ามี รถยนต์เก๋งสีขาวไม่ทราบรุ่นลักษณะคล้ายๆ โตโยต้ายาริส ไม่ทราบเลขทะเบียน ได้ขับถอยออกจากซอยทางเข้าบ้านผู้เสียหายอย่างรวดเร็วและขับออกมุ่งหน้าไปทางปากซอย จึงได้รีบโทรแจ้งตำรวจมาตรวจสอบ

จากการสอบถามอย่างละเอียดพบว่า ก่อนหน้านี้ประมาณปลายปี แฟนสาวของนายสุรศักดิ์ได้เคยทำสัญญาเงินกู้มาวงเงินประมาณ 8 แสนบาท จากนายทุนเงินกู้รายหนึ่งในพื้นที่ห้วยใหญ่ จากนั้นได้นำเงินที่กู้มาได้มาปล่อยให้คนอื่นกู้ยืมต่อ โดยผู้กู้ยืมคนอื่นได้หลบหนีไม่ยอมส่งเงินคืน จนทางเจ้าของเงินทุนที่แฟนสาวนายสุรศักดิ์ได้กู้ยืมได้เคยมาตามทวงถาม

และอีกส่วนก็คือเรื่องการเล่นแชร์ ซึ่งแฟนสาวนายสุรศักดิ์ได้ร่วมเป็นท้าวแชร์แต่ในวงเงินแค่หลักหมื่น นายสุรศักดิ์ก็ยังไม่แน่ใจสาเหตุว่ามาจากเรื่องไหน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพที่เกิดเหตุ พร้อมเชิญตัวนายสุรศักดิ์แฟนสาวและพยานผู้เห็นเหตุการณ์ไปสอบสวน เพื่อหาหลักฐานและสาเหตุ การมายิงข่มขู่ พร้อมเก็บปลอกกระสุนส่งตรวจสอบหาหลักฐาน และสั่งการไปยังชุดสืบสวนเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดในจุดต่างๆ เพื่อติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ไม่ถึงบ้าน! ปิกอัพกลับจากเที่ยวภูเก็ต พุ่งชนต้นไม้ ดับสลด 3 ศพ-เจ็บระนาว

กลับจากเที่ยว / เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 28 เม.ย. ตำรวจ สภ.เมืองกระบี่ พร้อมหน่วยกู้ภัยมูลนิธิกระบี่พิทักษ์ประชา และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิประชาสันติสุขกระบี่

เข้าตรวจสอบรถกระบะอีซูซุ ตอนครึ่งสีดำ ทะเบียน บธ.536 ปัตตานี ที่มีสภาพพังยับเยิน หลังประสบอุบัติเหตุเสียหลัก พุ่งข้ามเกาะกลางถนน พลิกคว่ำลงข้างทาง เหตุเกิดที่ถนนเพชรเกษม ม.11 ต.กระบี่น้อย อ.เมืองกระบี่ ก่อนถึงร้านจำหน่ายกล่องเอกสาร และกล่องกระดาษใส่เอกสารราคาถุกแห่งหนึ่ง

เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย ทราบชื่อต่อมาคือ นายมูฮัมหมัดยูริบ บินฮัสมี อายุ 21 ปี สัญชาติมาเลเซีย นอกจากนั้นยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 5 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อยอีก 6 ราย ทั้งหมดเป็นชาย ชาวปัตตานี อายุระหว่าง 20-26 ปี เจ้าหน้าที่นำตัวผู้บาดเจ็บทั้งหมด ส่งโรงพยาบาลกระบี่

สอบสวน นายบะรูดิน ยีเร็ง อายุ 24 ปี คนขับชาวโคกโพธิ์ จ.ปัตตานี ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้ขับรถกระบะคันดังกล่าว พาเพื่อนๆ ทั้งหมด 12 คน ไปเที่ยวภูเก็ต ตกดึกก็ขับรถกลับปัตตานี โดยมีผู้โดยสาร นั่งในรถ 5 คน นั่งท้ายกระบะ 6 คน โดยหนึ่งในนั้นเป็นชาวมาเลเซีย

เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีฝนตกเล็กน้อย ได้มีรถกระบะอีกขับเบียดมาทางขวา จากนั้นรถของตนก็เกิดเสียหลัก พุ่งชนเกาะกลางถนน และฟาดต้นไม้ แล้วพลิกไปตกคูระบายน้ำถนนฝั่งตรงข้าม ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบสวนสาเหตุที่แท้จริงอีกครั้งนี้

ขณะที่ล่าสุดเมื่อเวลา 09.30 น.ที่ผ่านมา ทางรพ.กระบี่ แจ้งไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ได้มีผู้เสียชีวิตเพิ่มอีก 2 ราย เป็นชาวไทย ซึ่งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตรวม 3 คน และบาดเจ็บ 9 คน

หนุ่มโพสต์คลิป ชำแหละสัตว์ป่าคุ้มครอง กินเนื้อสดๆโชว์ สุดท้ายถูกรวบดำเนินคดี

หนุ่มโพสต์คลิป ชำแหละสัตว์ป่าคุ้มครอง กินเนื้อสดๆโชว์ สุดท้ายถูกรวบดำเนินคดี

วันที่ 24 เม.ย. หน่วยปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (พญาเสือ) ลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อปราบปรามการกระทำความผิด หลังได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีการชำแหละเนื้อเก้ง ซึ่งเป็นสัตว์ป่า นำมาจิ้มน้ำจิ้มและกินแบบสดๆ โดยในคลิประบุว่าเป็นการกิน “จุ๊เนื้อเก้งคาโครง” ซึ่งผู้กระทำความผิดยังบันทึกคลิปวีดีโอขณะก่อเหตุ และโพสต์ลงสื่อออนไลน์ยูทูบ พร้อมระบุหัวคลิปว่า “จุ๊เนื้อเก้งคาโครง กับทีมงาน แซ่บๆครับผม” เผยแพร่เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2562 ที่ผ่านมา

จากการตรวจสอบทราบว่าพิกัดที่กระทำความผิดเป็นบริเวณหลังบ้านเลขที่55 ม.3 ต.สามเรือน อ.บางประอิน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงรายงานให้ พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ทราบ

จากนั้นชุดพญาเสือจึงได้สนธิกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการด้านสัตว์ป่าสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สาขาสระบุรี , หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 3 สำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 1 (ภาคกลาง) , เจ้าหน้าที่สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า , เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.)

นายพนัชกร โพธิบัณฑิต เจ้าหน้าที่ประจำชุดพญาเสือ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบพื้นที่โดยละเอียด บริเวณหลังบ้านที่ทำการชำแหละ พบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง เป็นขนเก้ง รวมทั้งอุปกรณ์ในการกระทำความผิดที่เห็นในคลิปวิดีโอ ประกอบด้วยมีดและถุงพลาสติก

โดยนายปัญญา (ขอสงวนนามสกุล) อดีตช่างประจำโรงงานเทปใสและสก๊อตเทปรายใหญ่ บุคคลที่ปรากฏในคลิป ให้การยอมรับว่า ได้ซื้อเก้งมาจากสระบุรีในราคา 8,400 บาท เพื่อชำแหละเลี้ยงคนงานของตนจริง โดยไม่ทราบว่าเป็นความผิด ซึ่ง เก้ง หรือฟาน เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง จำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลำดับที่ 198 ตามกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2546 ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535

เมื่อรวบรวมหลักฐานได้แล้ว เจ้าหน้าที่จึงร่วมกันจับกุม นายปัญญา (ขอสงวนนามสกุล) ในฐานความผิดมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยมิรับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 19 และมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535

พร้อมกับดำเนินการตรวจยึดซากสัตว์ป่าคุ้มครอง และอุปกรณ์การกระทำความผิด นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบางปะอิน สาขาสินทิวาธานี สำหรับซากสัตว์ป่าคุ้มครองจะส่งตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่ศูนย์ปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ต่อไป