คุณยายรู้ตัวป่วยมะเร็ง สะสมของชำร่วย-เงินสดไว้แจกงานศพตัวเอง ผ่านไป 20 ปีได้ใช้

คุณยายรู้ตัวป่วยมะเร็ง สะสมของชำร่วย-เงินสดไว้แจกงานศพตัวเอง ผ่านไป 20 ปีได้ใช้

งานศพยายวัย 63 แจกของชำร่วยนับพันชิ้นที่ผู้ตายสะสมมาตั้งแต่ยังสาว 20 ปีก่อน หลังรู้ตัวว่าป่วยมะเร็ง 

(16 พ.ย.63) เวลา 21.30 น. ผู้สื่อข่าวเดินางไปงานศพของ คุณยายบุญยืน แช่มอุษา อายุ 63 ปี ภายในชุมชนบ้านเกาะลอย หมู่ที่ 6 ตำบลในคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ย่านโรงงานผลิต ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว ที่คุณยายเพิ่งเสียชีวิตลงในช่วงเที่ยง ส่วนสาเหตุที่ผู้สื่อข่าวต้องเดินทางไปงานศพของคุณยาย เพราะคุณยายบุญยืนป่วยเป็นโรคมะเร็ง เมื่อ 20 กว่าปีก่อน นับตั้งแต่นั้นมา คุณยายบุญยืน ก็เริ่มสะสมข้าวของเครื่องใช้ อย่างเช่น พัดลม ตารีด กาต้มน้ำร้อนไฟฟ้า หม้อหุงข้าว กระเช้าเครื่องใช้ กระเช้าเครื่องครัว ดอกไม้จัน ผ้าเช็ดหน้า ผ้าขนหนู ช้อนส้อม โดยเฉพาะพัดลมไฟฟ้าที่มีทุกขนาดตั้งแต่ 12, 14, 16, และ 18 นิ้ว รวมแล้วเกือบ 1,000 ชิ้น เพื่อจะเอาไว้แจกเป็นของชำร่วยให้กับผู้ที่มางานศพของคุณยาย

และนอกจากจะมีข้าวของเครื่องใช้แล้ว ทุกชิ้น คุณยายบุญยืน ยังติดเงินสดไว้ที่ของชำร่วยด้วย มีตั้งแต่ธนบัตรใบละ 20 บาท ไปจนถึงใบละ 1,000 บาท และยังไม่ได้ติดไว้แค่ชิ้นละใบด้วย โดยเริ่มตั้งแต่ชิ้นละ 3 ใบไปจนถึงชิ้นละเกือบ 10 ใบ มูลค่าเงินสดไม่น่าจะน้อยกว่า 20,000 บาท 

นางสาวอรัญญา แช่มอุษา อายุ 54 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ตำบลในคลองบางปลากด เล่าว่า คุณยายบุญยืน มีศักดิ์เป็นพี่สะใภ้ของตน และ คุณยายบุญยืน มีสามีเป็นสัปเหร่อของวัดใหญ่ในคลองบางปลากด เมื่อปี 2543 คุณยายบุญยืน ทราบว่าตนป่วยเป็นมะเร็งลำใส้ และต้องรักษาตัวอยู่ที่บ้านมาโดยตลอด จนปลงตกกับชีวิต จึงได้เริ่มซื้อของใช้สะสมทีละชิ้นมาโดยตลอดถึง 20 ปี เพื่อจะเอาไว้แจกจ่ายให้แขกที่มร่วมงานศพ เพราะของที่ผู้ตายซื้อมาล้วนแต่เป็นของใช้ที่เป็นประโยชน์กับผู้รับทุกชิ้น ถึงแม้ญาติพี่น้อง และลูกหลาน ห้ามปรามแล้ว แต่ผู้ตายก็ไม่เลิกล้มความตั้งใจ กระทั่งเมื่อประมาณช่วงเที่ยงของวันนี้ คุณยายบุญยืน ก็จากไปอย่างสงบ โดยก่อนสิ้นใจได้กำชับลูกหลานครั้งสุดท้ายว่า ให้นำของที่สะสมมาทั้งหมดไปใช้ในงานศพของคุณยาย และมื่อเสร็จงานแล้วให้นำไปบริจาคทั้งหมด 

โดยตนได้ปรึกษากับครอบครัวของผู้ตายเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า จะทำตามคำสั่งเสียของคุณยาย โดยจะนำของที่คุณยายสะสมมาทั้งหมดไปมอบให้กับวัด โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และผู้ยากไร้ทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ เพื่อเป็นบุญกุศลตามคำสั้งเสียของคุณยาย โดยศพของคุณยาย ทางญาติได้นำไปบะเพ็ญกุศลที่วัดใหญ่บางปลากด เป็นเวลา 7 คืน และจะมีพิธีฌาปนกิจศพในวันอาทิตย์ 22 พฤศจิกายน และหลังจากงานศพ ทางลูกหลานก็จะเริ่มนำของทั้งหมดออกออกไปมอบให้ผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้ต่อไป

ระแวงชายทุกคนที่คุยกับเมีย ผัวคว้าท่อนเหล็กกระหน่ำตีเมียวัย 52 ดับคาวงข้าว

ระแวงชายทุกคนที่คุยกับเมีย ผัวคว้าท่อนเหล็กกระหน่ำตีเมียวัย 52 ดับคาวงข้าว
หนุ่มใหญ่หึงโหด คว้าท่อนเหล็กกระหน่ำตีกกหูเมียดับคาที่ขณะนั่งกินข้าว ญาติเผยผู้ก่อเหตุระแวงชายทุกคนที่คุยกับเมีย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (13 พ.ย.) เมื่อเวลา 08.00 น. สภ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งมีเหตุฆ่ากันตายภายในบ้านหลังหนึ่ง ในหมู่บ้านตลาดแย้ ต.หนองบัว อ.ปะคำ ใกล้กับร้านจำหน่ายที่ตัดเทป ตัวตัดเทปที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว บริเวณครัวหลังบ้านพบศพ นางแตงกวา อายุ 52 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณพื้น ในสภาพมีรอยถูกของแข็งตีที่บริเวณกกหูซ้ายเป็นแผลฉกรรจ์ เลือดไหลนองเต็มพื้น
สอบถามญาติผู้ตายทราบว่าผู้ก่อเหตุ คือ นายบัญญัติ หรือ เอียง อายุ 60 ปี ซึ่งเป็นสามีของผู้ตาย และหลังก่อเหตุได้หลบหนีพร้อมท่อนเหล็กที่ใช้ก่อเหตุ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และขอความร่วมมือผู้นำหมู่บ้านช่วยติดตามตัว โดยทราบว่าผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในป่ามันสำปะหลัง ใกล้กับวัดดอนนางงาม
ด้าน นางสาวเข็มทราย อายุ 47 ปี น้องสาวคนตาย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นผู้ตายกลับจากส่งลูกชายอายุ 12 ปี ที่โรงเรียน และกำลังเตรียมสำรับข้าวนั่งกินข้าวในครัว จากนั้นก็เห็นนายบัญญัติ สามีผู้ตาย เดินถือท่อนเหล็กขนาดใหญ่เดินตรงไปที่ครัว แล้วไปกระหน่ำตีที่บริเวณเมียตัวเอง ขณะที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่
ตนตกใจมากพยายามตะโกนห้ามและเรียกให้คนมาช่วย แต่ขณะที่วิ่งออกไปเรียกคนมาช่วย พบว่าผู้ก่อเหตุได้เดินหลบหนีออกไปแล้ว พอวิ่งมาดูพบว่าพี่สาวนอนเสียชีวิตแล้ว
ที่ผ่านมาทั้งคู่มีปากเสียงทะเลาะและตีกันประจำ เพราะสามีเป็นคนขี้หึงแบบไม่มีสาเหตุเห็นพี่สาวคุยกับผู้ชายคนไหนก็จะระแวงไปหมด จึงมีปากเสียงกันบ่อยเวลาตีกันก็จะมาช่วยห้ามปรามหลายครั้ง บางครั้งถึงขั้นก็ขู่ฆ่าเมียต่อหน้าลูกชายคนเล็ก แต่ครั้งนี้ไม่คิดว่าพี่เขยทำจะทำรุนแรงถึงขั้นฆ่าพี่สาวเสียชีวิต ก็เสียใจมากที่ไม่คิดว่าพี่เขยจะทำรุนแรงแบบนี้
ขณะที่ นายสงบ อายุ 63 ปี พี่เขยผู้ตาย เล่าให้ฟังว่า ตนกำลังกลับมาจากนาเห็นผู้ก่อเหตุถือเหล็กขนาดใหญ่เดินออกมาจากบ้านตน จึงถามว่าจะไปไล่ตีใคร โดยผู้ก่อเหตุไม่พูดไม่จาและรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นตนเดินเข้าไปถึงตัวบ้านก็ได้ยินพี่น้องสาวผู้ตายตะโกน บอกว่า แตงกวาตายแล้วๆ ตนก็ตกใจแต่ช่วยไม่ทันแล้ว

ที่ผ่านมาก็พบว่าผู้ก่อเหตุมักจะมีเรื่องหึงหวงและตบตีผู้ตายเป็นประจำ แต่ก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเพราะถือว่าเป็นเรื่องครอบครัว 
นายบัญญัติ ผู้ก่อเหตุ ขณะเข้ามอบตัว
นายบัญญัติ ผู้ก่อเหตุ ขณะเข้ามอบตัว
ล่าสุด นายบัญญัติ ผู้ก่อเหตุ ได้ติดต่อให้นายปิยพงษ์ จูกุล ผู้ใหญ่บ้านพาเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปะคำ พร้อมท่อนเหล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 เซนติเมตร ยาวประมาณ 1 เมตร ซึ่งเป็นหลักฐานที่ใช้ก่อเหตุ มามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย พร้อมยอมรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุทำร้ายภรรยาจริง แต่ไม่ยอมเปิดปากถึงสาเหตุ
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้แจ้ง 2 ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย และกระทำความรุนแรงในครอบครัว   

หนุ่มแท็กซี่ กินทั้งไวอากร้า ทั้งเหล้า ก่อนควงสาวขึ้นสวรรค์ สุดท้ายหัวใจวายดับคาโรงแรม

หนุ่มแท็กซี่ กินทั้งไวอากร้า ทั้งเหล้า ก่อนควงสาวขึ้นสวรรค์ สุดท้ายหัวใจวายดับคาโรงแรม

เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 ร.ต.อ.คเณศ งามประเสริฐ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมือง สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีชายเสียชีวิตภายในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านถนนศรีนครินทร์ ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ย่านโรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการเดินทางเข้าตรวจสอบ

ภายในห้องดังกล่าวได้พบเป็นห้องพิเศษซึ่งภายในห้องดังกล่าวแบ่งออกเป็นห้องนอนจำนวน 3 ห้อง และตรงกลางเป็นห้องสำหรับสังสรรค์ บนโต๊ะกลางห้องสังสรรค์ได้พบว่ามีการตั้งวงกินเหล้ากันอยู่ มีทั้งขวดน้ำ เหล้าและอาหารว่างอยู่เต็มโต๊ะ ที่โซฟายาวที่ใช้สำหรับนั่งได้พบร่างของนายเทพ (นามสมมุติ) อายุ 44 ปี อาชีพขับแท็กซี่และเป็นอาสากู้ภัยมูลนิธิแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร นอนหงายเปลือยกายท่อนล่างเสียชีวิตอยู่บนโซฟาตัวดังกล่าวในสภาพสวมเสื้อแขนยาวลายตัดดำเทาเพียงตัวเดียวน้ำลายฟูมปาก ตามร่างกายไม่พบร่องรอยหรือบาดแผลการถูกทำร้ายแต่อย่างใด จึงได้มอบศพให้มูลนิธินำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช

ตรวจสอบภายในห้องดังกล่าว พบยาไม่ทราบชนิดสีเหลือง วางอยู่ที่ชั้นหน้าทีวีจำนวน 2 เม็ด และยาชนิดน้ำขวดขนาดเล็กวางอยู่ และจากการตรวจค้นในรถแท็กซี่ของผู้ตายที่จอดอยู่ข้างห้องได้พบยาไวอาก้าอยู่ในซองสีฟ้าจำนวน 1 แผงและยาน้ำใช้สำหรับทาอีก 1 ขวดเล็ก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยพนักงานโรงแรมได้ให้ข้อมูลว่าผู้ตายและพวกหลายคน ซึ่งมีทั้งชายและหญิงได้เข้ามาเปิดห้องแบบเดียวกันจำนวน 2 ห้อง ซึ่งแต่ละห้องจะมีห้องนอนแยกอยู่ภายในอีก 3 ห้องโดยมีเปิดตั้งแต่ช่วงบ่าย หลังจากนั้นก็เห็นพรรคพวกที่มากับผู้ตายได้ออกไปซื้ออาหารและเหล้ามานั่งดื่มกันในห้อง จนกระทั้งกลางดึกได้มีรถของโรงพยาบาลและรถมูลนิธิวิ่งเข้ามาจึงทราบว่ามีผู้เสียชีวิต

จากการสอบถามเพื่อนของผู้ตายที่มานั่งดื่มกันในห้อง ได้เล่าว่า ปกติแล้วพวกตนและผู้ตายก็จะมาเปิดห้องของโรงแรมดังกล่าวเพื่อสังสรรค์และหาความสุขกันอยู่เป็นประจำทุกเดือนอยู่แล้ว และเมื่อช่วงหัวค่ำก่อนที่ผู้ตายจะเข้าไปหาความสุขกับหญิงสาว ก็ได้หยิบเอายาไวอาก้า ออกมากิน ก่อนที่จะเข้าไปหาความสุขกับหญิงสาว เวลาผ่านไปประมาณเกือบชั่วโมงผู้ตายได้ออกมาจากห้อง ก่อนที่จะมาล้มตัวนอนอยู่บนโซฟาในสภาพท่อนล่างเปลือยเปล่า ไม่นุ่งกางเกง ใส่เพียงเสื้อแขนยาวเพียงตัวเดียวเท่านั้น พร้อมทั้งบอกว่าเพลียมากขอนอนพัก ตนและเพื่อนๆ ก็ยังนั่งดื่มกันอยู่ เพราะคิดว่าผู้ตายคงจะเพลีย และนอนหลับจึงไม่มีใครสนใจ จนกระทั่งมาสังเกตเห็นว่ามีน้ำลายไหลออกมาฟูมปากของผู้ตาย จึงได้มาเขย่าตัวเรียกแต่ผู้ตายไม่สนองตอบ ด้วยความตกใจจึงได้โทรศัพท์แจ้งข้อความช่วยเหลือจากสายด่วน 1669 พักใหญ่รถและทีมพยาบาลของโรงพยาบาลก็มาถึงและจากการตรวจเช็คพบว่าผู้ตายเสียชีวิตก่อนแล้ว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า ที่ผู้ตายเสียชีวิตน่าจะจากอาการหัวใจวายเฉียบพลัน เนื่องจากผู้ตายดื่มทั้งเหล้าและกินยาไวอาก้าเข้าไปและร่วมหลับนอนกับหญิงสาวจนร่างกายเกิดการอ่อนเพลียและหัวใจวายดังกล่าว อย่างไรก็ตามจะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

พ่อหัวร้อนลูกฟ้องโดนเพื่อนแกล้ง บุกตบเด็ก ป.3 เลือดออกหูกลางสนามเด็กเล่น (คลิป)

พ่อหัวร้อนลูกฟ้องโดนเพื่อนแกล้ง บุกตบเด็ก ป.3 เลือดออกหูกลางสนามเด็กเล่น (คลิป)

(4 พ.ย.63) เมื่อเวลา 19.00 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณสนามเด็กเล่น ภายหมู่บ้านเอื้ออาทรบางบัวทอง 2 ถ.บางกรวย-ไทรน้อย ย่านโรงงานผลิต ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ หมู่ที่ 4 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์คลิปข้อความว่า “แชร์ให้หน่อยครับหลานผมโดนตบแค่เด็กมันเล่นกัน ผู้ใหญ่ทำงี้ถูกต้องป่าว #เอื้ออาทรบางบัวทอง2”  จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก เหตุเกิดวันที่ 1 พ.ย. 63 เวลาประมาณ 16.00 น.

จากการสอบถาม ด.ช.ลีโอ นักเรียนชั้น ป.3 ที่ปรากฎอยู่ในคลิป เล่าว่า มีผู้ชายคนหนึ่งเดินลงมาจากรถแล้วมาตบเพื่อนของตน 1 ครั้งและมีการพูดต่อว่าเพื่อน หลังจากนั้นเดินเข้ามาหาตนแล้วตบเข้าที่ศีรษะตน 1 ครั้ง แล้วเดินออกไป จากนั้นจึงเดินย้อนกลับมาตบตนอีก 1 ครั้ง แล้วด่าว่าตนว่าแกล้งลูกเขาทำไม แล้วเดินขึ้นรถก่อนขับออกไป

ทางด้านนายจินตา อายุ 49 ปี ประธานหมู่บ้านเอื้ออาทรบางบัวทอง 2 ซึ่งเป็นลุงของน้องลีโอ กล่าวว่า ตนได้รับแจ้งว่ามีการทำร้ายเด็กที่สนามเด็กเล่น ใกล้ตึก 29 จึงได้มาตรวจสอบพบว่าเป็นหลานของตัวเอง ตนจึงได้เข้ามาสอบถามและนำตัวหลานส่งโรงพยาบาล ส่วนสาเหตุมาจาก เด็ก 2 คน เล่นอยู่ด้วยกันเกิดทะเลาะกันแล้วไปฟ้องพ่อแม่ ฟ้องยาย ต่อมาทางพ่อกับแม่เด็กก็เลยมาที่สนามเด็กเล่น ทางพ่อของเด็กที่เล่นกับน้องลีโอได้เดินเข้ามาตบเพื่อนของน้องลีโอ และตบน้องลีโอด้วย ตอนอยากจะฝากสื่อให้ช่วยสอบถามว่าทำไมถึงได้ทำกับเด็กได้ขนาดนี้ ทางตนได้เข้าแจ้งความที่ สภ.บางบัวทองเรียบร้อยแล้ว ส่วนอาการของน้องลีโอตอนนี้มีอาการหวาดผวา ตกใจ นอนสะดุ้ง

จากการสอบถามนางส้ม อายุ 34 ปี แม่ค้าขายลูกชิ้นที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ตนเห็นเด็กเล่นกันตามปกติ มีตบหัวเล่นกันเป็นเรื่องธรรมดา แต่ทางเด็กอีกคนที่ชื่อปริ๊นท์ที่เล่นกับน้องลีโอไปฟ้องพ่อกับแม่ว่าถูกแกล้ง ทางพ่อของน้องปริ๊นท์ได้ขับรถเก๋งสีดำมาจอดแล้วตะโกนเสียงดังว่า “ไอ้เด็กคนไหนตบลูกกู” แล้วเขาบอกให้ลูกเขาชี้ จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปตบเด็กชายนนท์ 1 ครั้ง ที่ศีรษะ ซึ่งน้องนนท์ไม่ได้เล่นกับลูกเขา สักพักนึงจึงหันมาตบน้องลีโอ 1 ครั้ง ที่ศีรษะ หลังจากนั้นตบซ้ำอีก 1 ครั้ง จนเลือดออกที่หูของน้องลีโอ ทางตนนั่งเช็ดเลือดให้แล้วบอกกับทางตาของน้องลีโอให้พาน้องลีโอไปแจ้งความ ผ่านไปสักพักทางยายกับป้าของเด็กได้เข้ามาที่สนามเด็กเล่นแล้วมาตะโกนต่อว่า โวยวายเสียงดังใครตบหลานเขา ตนจึงอธิบายให้ยายของเด็กฟังว่าเด็กเล่นกันตนอยู่ในเหตุการณ์มีแกล้งกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา

ต่อมาเวลา 20.00 น. นายณัฐพงศ์ อายุ 42 ปี มือตบเด็กที่ปรากฏอยู่ในคลิปได้เดินทางไปพบ พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางบัวทอง โดยทางนายณัฐพงศ์เล่าว่า ขณะที่ตนขับรถอยู่ลูกได้โทรเข้ามาหา บอกว่า “มารับหนูหน่อย หนูไม่กล้าปั่นจักรยานกลับบ้าน” เนื่องจากถูกเพื่อนตบและแกล้ง ตนจึงได้ขับรถวนเข้ามารับลูกและสอบถามเด็กที่อยู่แถวนั้น บอกว่าคนที่ทำร้ายอยู่ในกลุ่มเด็กที่กำลังเล่นกันอยู่ ตนจึงบันดาลโทสะว่าทำไมมาแกล้งลูกชายของตน ตนจึงตบศีรษะไปคนละครั้ง มีเด็กที่อยู่ในเหตุการณ์บอกว่าน้องลีโอเป็นคนสั่งให้แกล้งน้องปริ๊นท์ลูกชายของตน ตนจึงตบซ้ำไปที่น้องลีโออีก 1 ครั้ง ลูกของตนมาฟ้องว่าถูกเด็กกลุ่มนี้ทำร้ายบ่อยครั้ง ตนอยากฝากขอโทษกลุ่มคนที่อยู่ในโลกโซเชียลว่าตนไม่ได้ตั้งใจเป็นการบันดาลโทสะ ตนอยากจะขอโทษพ่อแม่เด็กว่าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ

ด้าน พ.ต.อ.สิรภพ กล่าวว่า ทางผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ลูกชายตอนถูกรังแกด้วยความโมโห จึงได้ใช้กำลังทำร้าย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาทำร้ายผู้อื่นไม่ถึงกับเกิดอันตรายแก่กายและจิตใจ อยากฝากถึงผู้ปกครองว่าให้ใจเย็นๆ มีสติ เด็กเล่นกันตามประสาของเด็ก ถ้ารุนแรงเกินไปก็ให้พูดเตือนอย่าใช้กำลังทำร้าย

แค้นธนาคารไม่อนุมัติให้กู้เงิน หนุ่มเมายาควงปืนยาวยิงตู้เอทีเอ็มพังยับเยิน

หนุ่มไม่พอใจที่กู้เงินธนาคารไม่ได้ จึงเอาปืนไปยิงตู้เอทีเอ็มของธนาคารเพื่อระบายความแค้น

(5 ต.ค.63) เมื่อเวลา 14.10 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด.ต.สุริยา ริปันโน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานีขับรถยนต์จะเดินทางไปทำธุระที่ อ.เดชอุดมโดยขณะที่กำลังขับรถผ่านตลาดนัดบ้านโนนแดง หมู่ที่ 8 ต.บ้านตูมต.นาจะหลวย อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี พบคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยาวไทยประดิษฐ์ ยิงใส่ตู้เอทีเอ็มซึ่งอยู่ตรงร้านค้าตรงร้านจำหน่าย ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก หลังก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีมุ่งหน้าไปทางอำเภอเดชอุดม และได้ขับรถยนต์ติดตามไปห่างๆ พร้อมได้โทรศัพท์แจ้งประสานชุดสืบสวน สภ.นาจะหลวย ทราบเพื่อขอกำลังมาสมทบ

โดยคนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดที่บริเวณบ้านหลังหนึ่งภายในหมู่บ้านโนนเกษมหมู่ที่ 9 ต.โนนสมบูรณ์ อ.นาจะหลวย จึงได้จอดรถดักซุ่มอยู่หลังจากที่ชุดสืบสวนนำโดย พ.ต.ท.ธราเชษฐ์ อบเหลือง รอง ผกก.สืบสวนสภ.นาจะหลวย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจถูธรจังหวัดอุบลราชธานีนำโดย พ.ต.ท.บิลศักดิ์  ชัยผา สว.สส.ภ.จ.อุบลราชธานี นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ เดินทางมาสมทบจึงวางกำลังเข้าปิดล้อมพร้อมจับกุม นายวสันต์ หรือ ไก่  อายุ 29 ปี พร้อมอาวุธปืนแก๊ปที่ใช้ก่อเหตุ

จากการสอบสวนเบื้องต้นนายวสันต์ ให้การรับสารภาพว่า ไม่พอใจที่กู้เงินธนาคารไม่ได้ หลังจากที่เสพยาบ้าเข้าไปแล้ว จึงได้ขี่รถจักรยายนต์นำปืนไปยิงตู้เอทีเอ็มของธนาคารเพื่อระบายความแค้น

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.นาจะหลวย เพื่อดำเนินคดีในข้อหามีปืนแก๊ปยาว (ไทยประดิษฐ์) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชนและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมายดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หนีตายวุ่น! ร้านของเก่าทำสารเคมีรั่ว ดมแล้วแน่นหน้าอก-หายใจไม่ออก หามส่ง รพ.นับสิบ

ชาวบ้านหนีตายอลหม่าน หลังร้านของเก่าเจาะถังเคมีในป่าหญ้าใกล้หมู่บ้านจนกลิ่นฟุ้งกระจาย ต้องหามชาวบ้านที่สูดดมนำส่งโรงพยาบาลกว่า 10 ราย

วันนี้ (28 ก.ย.) เมื่อเวลา 14.30 น. ร.ต.อ.กิตติภณ พลเดช รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งเหตุมีสารเคมีรั่วไหลที่บริเวณกลางหมู่บ้านบางพลีนิเวศน์ หลังโรงงานผลิต ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ มีชาวบ้านสูดดมสารเคมีดังกล่าวเข้าไปจนได้รับบาดเจ็บหลายราย หลังรับแจ้งจึงพร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อบต.บางแก้ว พร้อมแพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลบางพลี เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ 

ในที่เกิดเหตุบริเวณกลางหมู่บ้านพบกลิ่นสารเคมีฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ภายในป่าข้างหมู่บ้านดังกล่าวพบถังแคปซูลความยาวประมาณ 1 เมตร ถูกทิ้งอยู่ในพงหญ้า ทำให้ต้นไม้ใบหญ้าต่างๆ ในรัศมีเกือบ 100 เมตร มีลักษณะแห้งเหี่ยวยืนต้นตาย

ขณะเดียวกันพบว่ามีชาวบ้านที่สูดดมสารเคมีเข้าไปกว่า 10 ราย มีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ถูกนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงไปก่อนแล้ว เจ้าหน้าที่จึงทำการปิดล้อมพื้นที่ในรัศมีโดยรอบ พร้อมฉีดพ่นละอองน้ำขึ้นฟ้าและบริเวณถังแคปซูล ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สาธารณสุข พร้อมแพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลบางพลี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้การช่วยเหลือชาวบ้านที่อยู่บริเวณรอบๆ  

ทั้งนี้ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ละแวกที่เกิดเหตุเปิดเผยว่า เมื่อกลางดึกคืนก่อนมีคนงานร้านรับซื้อของเก่าซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านได้นำเอาถังเหล็กแคปซูลใบดังกล่าว ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับถังแก๊ส มาทำการเจาะตัดเพื่อนำเหล็กไปขายต่อ แต่เมื่อคนงานใช้แก๊สตัดถังทำให้สารเคมีไม่ทราบชนิดรั่วไหลออกมาอย่างรุนแรง ทำให้คนงาน 2 คนหมดสติจนต้องหามส่งโรงพยาบาล และยังมีประชาชนที่พักอาศัยในละแวกใกล้เคียงสูดดมสารเคมีเข้าไปจนมีอาการแน่นหน้าอกและหายใจไม่ออกต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลไปอีกหลายราย ซึ่งมีเด็กรวมอยู่ด้วย รวมทั้งยังมีอาการคันตามผิวหนัง

ขณะที่ต้นไม้โดยรอบรัศมีเกือบ 100 เมตร ต่างพากันยืนต้นตาย ใบไม้ถึงกับแห้งเหี่ยว ซึ่งคาดว่าน่าจะเกี่ยวกับสารเคมีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องฉีดน้ำคุมพื้นที่โดยรอบและจัดชุดผจญสารเคมีเข้าควบคุมสถานการณ์พร้อมทั้งปิดกั้นพื้นที่ในรัศมีโดยรอบระยะไม่ต่ำกว่า 500 เมตร พร้อมทั้งฉีดพ่นละอองน้ำในชั้นบรรยากาศเพื่อเจือจางสารเคมี

ทางด้าน พ.ต.อ.ประสารทพร ศรีสุขโข ผกก.สภ.บางพลี ลงพื้นที่พร้อมประสานผู้เชี่ยวชาญด้านสารเคมีเพื่อให้ตรวจสอบหาข้อเท็จจริงว่า เกิดจากสารเคมีชนิดใดพร้อมทั้งเตรียมสอบสวนหาที่มาของถังชนิดนี้ว่าซื้อมาจากที่ใด ภายในบรรจุสารเคมีอะไร เพื่อเอาผิดผู้ประกอบการดังกล่าว

นอกจากนี้ นายธวัชชัย นามสมุทร นายอำเภอบางพลี สั่งระดมทีมสาธารณสุขบางพลีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบแล้ว โดยขณะนี้ยังคงต้องรอหน่วยงานที่เชี่ยวชาญด้านสารเคมีเข้ามาตรวจสอบและประเมินผลกระทบอย่างละเอียด เพื่อหาข้อเท็จจริงเรื่องสารเคมีและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเยี่ยวยาผู้ป่วยต่อไป

ลูกค้าสาวถึงกับอึ้ง! ซื้อหม่าล่า 250 บาท เทียบขนาดชัดๆ กับเหรียญ 5 บาท

(25 ก.ย.) โลกออนไลน์ได้มีการแชร์โพสต์จากหญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งเข้ามาโพสต์ในกลุ่มเฟซบุ๊กแม่สอด ภาพหม่าล่าหมูเสียบไม้ ซึ่งมีหลายไม้ที่เนื้อหมูมีขนาดเล็กประมาณเหรียญ 5 บาท พร้อมข้อความว่า

“สั่งหม่าล่า ราคา 250 บาท ร้านอยู่ในตัวเมืองแม่สอดข้างๆร้าน ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก ไม่ขอบอกร้านไหน เปิดมาถึงกับตกใจ #เป็นลมแป๊บ #อิ่มจุง”โพสต์ดังกล่าวมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย หลายคนตกใจกับขนาดของเนื้อหมูที่ได้ แต่ก็มีคนเข้ามาบอกว่าหม่าล่าที่จีนก็เสียบเนื้อหมูชิ้นเล็กๆ มาเสียบไม้แบบนี้ แต่ก็มองว่าราคา 250 บาท ตามที่ผู้โพสต์ซื้อมาราคาแพงเกินไป 

ลูกค้าสาวโวย ได้รอยสักพญานาคไม่ตรงปก ซ้ำถูกช่างสักด่าเสียหาย

สาวเดือดรอยสักไม่ตรงปก จากพญานาคกลายเป็นงูเขียวหัวโม่ง แถมเจอช่างสักด่าซ้ำ อ้างเลือกภาพที่คู่ควรให้แล้ว

(20 ก.ย.) กลายเป็นโพสต์ที่ถูกแชร์ไปทั่วโลกออนไลน์ หลังจากมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ใน อ.เมืองนครศรีธรรมราช จ.นครศรีธรรมราช ใกล้ร้านจำหน่าย ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป ได้โพสต์ภาพและข้อความไปที่กลุ่มประเทศคอน พร้อมเล่าประสบการณ์ได้รอยสักไม่ตรงปก แถมยังถูกช่างสักโพสต์ต่อว่าหลังจากที่เธอโพสต์ระบายความในใจลงเฟซบุ๊กว่าได้รอยสัก “งูเขียวหัวโม่ง” มาแทนพญานาค

ลูกค้าสาวคนดังกล่าวได้โพสต์ภาพลายสักต้นแบบซึ่งเป็นลายพญานาค และภาพรอยสักจากฝีมือของช่างคนดังกล่าวที่หลังของตนเอง โดยระบุว่า “คุณสักให้เราไม่ตรงปก แล้วคุณยังมาว่าเราอีก นี่หรือคือจรรยาบรรณของช่าง ฝากกลุ่มประเทศคอนเป็นสื่อกลางด้วยนะคะ เพราะไม่อยากให้คนที่คิดจะสักต้องเจอแบบเรา เพราะร้านสักก็อยู่ในเมืองนคร”ทั้งนี้ ลูกค้าสาวคนดังกล่าวยังได้แคปภาพจากเฟซบุ๊กของช่างสักคนดังกล่าวมาแชร์ด้วย โดยช่างสักอ้างว่าตนแค่เลือกภาพที่คู่ควรกับผู้หญิง เพราะเห็นว่ามันสวยดี แค่เรื่องสักไม่ตรงปก แต่มาว่าตนเสียๆ หายๆ แต่ตนเองก็จะไม่สนใจ เพราะมีผลงานที่ทำมาสวยๆ มากมาย

ย้อนอดีตนักข่าวจอมฟลุก! ถูกไล่ออกเพราะตีพิมพ์เรื่องภูเขาไฟระเบิดในฝัน แต่บังเอิญเกิดจริง

วันที่ 27 ส.ค. 2426 (ตรงกับรัชสมัยพระปิยมหาราช รัชกาลที่ 5) เป็นวันที่ภูเขาไฟบนเกาะกรากะตัวซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ ระหว่างเกาะสุมาตราและเกาะชวาระเบิดอย่างรุนแรงต่อเนื่องรวมทั้งสิ้น 4 ครั้ง ทำให้พื้นที่กว่าครึ่งหนึ่งของเกาะและโรงงานผลิต ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว ใกล้เคียง กลายเป็นเถ้าธุลีลอยสูงขึ้นไปถึง 80 กิโลเมตร

รัศมี 240 กิโลเมตรจากเกาะ ถูกเถ้าธุลีเหล่านั้นบดบังแสงอาทิตย์จนมืดมิดคล้ายตอนกลางคืน เสียงระเบิดดังกัมปนาทดังไปถึงนครเพิร์ท เมืองหลวงของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ซึ่งอยู่ห่างจากเกาะกรากะตัวถึง 3,070 กิโลเมตรอย่างชัดเจน และการระเบิดของภูเขาไฟวันนั้นคร่าชีวิตมนุษย์ไปประมาณ 120,000 คน

แรงระเบิดจากภูเขาไฟบนเกาะกรากะตัวประมาณว่าเทียบเท่ากับดินระเบิดทีเอ็นที 200 ล้านตัน ซึ่งมีอำนาจการทำลายมากกว่าระเบิดปรมาณูที่สหรัฐทิ้งที่เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่นถึง 13,000 เท่า และมีอำนาจการทำลายมากกว่าระเบิดไฮโดรเจนซาร์ของรัสเซีย ซึ่งมีอำนาจการทำลายที่ใหญ่หลวงที่สุดที่มนุษย์ได้เคยสร้าง ขึ้นซึ่งมีอำนาจการทำลายเท่ากับดินระเบิดทีเอ็นที 50 ล้านตัน ถึง 4 เท่า

ฝัน 4 แบบตามคัมภีร์พุทธ

แต่เรื่องหลักจริงๆ ของบทความนี้เป็นเรื่องความฝันครับซึ่งตามคัมภีร์สารัตถสังคหะ ซึ่งเป็นคัมภีร์สำคัญคัมภีร์หนึ่งในพระพุทธศาสนา จำแนกประเภทของความฝันและสาเหตุของความฝันออกเป็น 4 ประเภท คือ

  1. กรรมนิมิต หมายถึง ผลกรรมที่ทำไว้แต่ปางก่อนส่งผลกล่าวคือกรรมที่เราทำมาทุกอย่าง ไม่ว่าดีหรือชั่ว ย่อมรวมอยู่ที่จิตใจของคนเรา ดังนั้นจิตใจของเราย่อมรับรู้รับทราบในสิ่งที่ตนกระทำมา ฉะนั้นเมื่อกรรมจะให้ผล ก็ต้องออกมาจากดวงจิตของผู้นั้น บางขณะ ผลกรรมที่ทำนั้นก็แสดงให้เห็นทางความฝัน เป็นการเตือนนั่นเอง
  2. จิตนิวรณ์ หมายถึง จิตของเราพะวงหรือคำนึงถึงสิ่งใดมาก ๆ หรือฝังจิตฝังใจกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไป จิตนิวรณ์นี้เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเองมีความโลภ โกรธ หลง เป็นมูลเหตุ ยกตัวอย่าง บางคนถึงกับฝันเห็นเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว หรือผลของการออกหวยอยู่เสมอ
  3. เทพสังหรณ์ หมายถึงเทวดาทั้งที่เป็นมิตรและเป็นศัตรูกับเรา มาดลจิตดลใจให้เราเกิดความฝัน อาจจะเป็นความหวังดีของเทวดาที่มีต่อเราก็ได้ ที่แจ้งเหตุให้เราทราบล่วงหน้าก่อนที่จะมีอะไรเกิดขึ้นกับชีวิตของเรา บางครั้งอาจตรงกับความฝัน แต่บางครั้งก็อาจเป็นตรงกันข้ามไปเลยก็มีในกรณีที่เทวดาต้องการแกล้งเราก็ได้
  4. ธาตุกำเริบ หมายถึงความฝันที่เกิดจากการกินอาหารมากไปหรือกินอาหารแสลง ผิดสำแดง ผิดกาลผิดเวลา กินอาหารรสจัดหรืออาจกินน้อยเกินไป ในที่สุดจึงทำให้กระเพาะอาหารและลำไส้ผิดปกติ ความฝันในลักษณะนี้เป็นกันมาก เข้าทำนองนอนมาก ฝันมากนั่นเอง

ฝันที่ไม่กล้าฝัน แต่ก็เกิดขึ้นจริง

ครับ! เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ 137 ปีที่แล้วโดยมีหลักฐานอ้างอิงแข็งขันว่านายเอ็ดเวิร์ด แซมสัน ผู้สื่อข่าวกะกลางคืนของหนังสือพิมพ์บอสตัน โกลบ (ฺBoston Globe) นอนหลับบนโซฟาในสำนักงานหนังสือพิมพ์ขณะที่รอรวบรวมข่าวที่จะเกิดขึ้นในยามค่ำคืน

บอสตัน โกลบ เป็นหนังสือพิมพ์รายวันของอเมริกาที่ก่อตั้งและตั้งอยู่ในเมืองบอสตัน มลรัฐแมสซาชูเซตส์ เป็นหนังสือพิมพ์ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ทั้งหมด 26 รางวัลแล้ว ปัจจุบันก็ยังคงดำเนินกิจการออกหนังสือพิมพ์รายวันทุกวัน

นายเอ็ดเวิร์ดฝันว่าเขาไปที่เกาะหนึ่งในหมู่เกาะอินเดียตะวันออก (ประเทศอินโดนีเซียปัจจุบันตอนนั้นยังคงเป็นอาณานิคมของประเทศเนเธอร์แลนด์) โดยอยู่ที่หมู่บ้านชื่อ “ปาราปี” และได้เห็นภูเขาไฟระเบิดอย่างรุนแรงอย่างใกล้ชิด

ในฝันของเขาที่เห็นหินหลอมละลายและกลุ่มเถ้าธุลีที่พ่นออกมาจากปล่องภูเขาไฟ เกิดแผ่นดินไหว ตัวเกาะถล่มลงไปใต้มหาสมุทร เกิดคลื่นมหายักษ์และเห็นสัตว์และผู้คนล้มตายอย่างกะทันหัน ทุกอย่างเหมือนจริงมากเมื่อเขาตื่นขึ้นด้วยเหงื่อที่แตกจนชุ่มไปทั้งตัว

ความฝันที่เหมือนจริงมากทำให้นายเอ็ดเวิร์ดพิมพ์รายงานข่าวจากความฝันของเขาจนเสร็จแล้ววางไว้บนโต๊ะทำงานแล้วจึงกลับบ้าน

ครั้นบรรณาธิการมาทำงานต้องออกหนังสือพิมพ์ได้อ่านรายงานข่าวของนายเอ็ดเวิร์ดก็ตัดสินตีพิมพ์เป็นข่าวใหญ่หน้า 1 โดยไม่ทราบว่าเป็นความฝัน ทำให้หนังสือพิมพ์บอสตัน โกลบ ขายดิบขายดีเนื่องจากหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นไม่มีใครได้ข่าวเลย เนื่องจากสมัยนั้นการสื่อสารที่สำคัญที่สุดคือ “โทรเลข” และยังไม่มีข่าวจากโทรเลขเลย

ทางหนังสือพิมพ์บอสตันโกลบจึงต้องตอบคำถามว่าไปเอาข่าวมาจากไหน ทำไมหนังสือพิมพ์ทุกฉบับตกข่าวกันหมด

เมื่อตามตัวนายเอ็ดเวิร์ดได้ ก็ทราบว่าเป็นความฝัน ทางหนังสือพิมพ์บอสตันโกลบก็เลยไล่นายเอ็ดเวิร์ดออกทันทีและเตรียมการออกหนังสือพิมพ์ขอโทษต่อประชาชน

แต่ยังไม่ทันดำเนินการก็เริ่มมีข่าวส่งมาทางโทรเลขเรื่องภูเขาไฟระเบิดครั้งมโหฬารที่เกาะกรากะตัวจริงๆ และเกาะกรากะตัวเป็นชื่อที่ทางเนเธอร์แลนด์เรียกชื่อเกาะ เหมือนฝรั่งเศสเรียกเวียงจันทน์ว่าเวียนเทียนนั่นแหละ ความจริงชื่อเดิมของเกาะกรากะตัว คือเกาะ “ปาราปี”

สรุปหนังสือพิมพ์บอสตันโกลบ ก็ยกเลิกการไล่นายเอ็ดเวิร์ดออก แต่เขาก็ไม่เคยฝันเรื่องข่าวแปลกๆ อีกเลย

ท่านผู้อ่านว่านายเอ็ดเวิร์ดฝันแบบไหนตามคัมภีร์สารัตถสังคหะล่ะครับ

เผยเหตุกันสาดคอนโด 9 ชั้น พังถล่ม เหตุรับน้ำหนักคอมแอร์ฯ และเก่า

โยธาฯตรวจเหตุกันสาดอาคารชุดพังถล่ม ไม่กระทบโครงสร้างอาคาร ชี้สาเหตุรับน้ำหนักคอมแอร์ฯ และมีสภาพเก่า

นายนพดล ฉายปัญญา ผู้อำนวยการกอง ควบคุมอาคาร สำนักการโยธา กทม. ลงพื้นที่ตรวจสอบ แผ่นปูนกันสาด อาคารชุดนิรันดร์ เรสดิเด้นส์ 5 ซ.สุภาพงษ์ 1 ถนนศรีนครินทร์ บริเวณข้างโรงงานผลิต ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป พังถล่ม เปิดเผยขณะเข้าตรวจสอบโครงสร้างอาคารว่า จากการตรวจสอบพบความมีความเสียหายเฉพาะส่วนบริเวณกันสาดที่พับลงมาเท่านั้น อาจจะเกิดจากรอยต่อของตัวกันสาดกับตัวอาคารที่ใช้งานเป็นเวลานานและมีการรับน้ำหนักจากสิ่งของที่นำมาวางเพิ่มเติม เช่น คอมเพรสเซอร์แอร์ ที่อาจไม่ได้ออกแบบมาไว้เพื่อรองรับน้ำหนัก พร้อมเตรียมกำชับให้ตรวจสอบอาคารที่มีกันสาดอย่านำสิ่งของที่มีน้ำหนักมากไปวางไว้เพราะอาจเกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นมาได้อีก

สำหรับการก่อสร้างอาคารชุดนี้มีการขออนุญาตอย่างถูกต้อง และมีการออกแบบโครงสร้างความแข็งแรงของอาคาร ส่วนรอยร้าวก่อนหน้านี้ ที่มีผู้พักอาศัยพบเห็นและเคยแจ้งนิติบุคลของอาคาร แต่ยังไม่มีการแก้ไขนั้น นายนพดล กล่าวว่า อาคารดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของนิติบุคคลฯ แต่หากมีรอยแตกร้าว ก็สามารถประสานกับ สำนักงานเขตฯ ให้นำเครื่องมือมาตรวจสอบความแข็งแรงได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีการแจ้งเรื่องมาหรือไม่ ทั้งนี้ ตามปกติแล้วหากอาคารที่มีอายุมาก ทางสำนักงานเขต จะมีวงรอบเข้ามาตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม จะต้องให้ทาง วิศวะกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ วสท. มานำเครื่องมือเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

ด้าน นายกรวิวัฒน์ เมธาธีรโรจน์กุล ผู้ช่วยผู้จัดการนิติบุคคลคอนโด กล่าวว่า เพิ่งได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้พักอาศัยไม่นานและอยู่ระหว่างตรวจสอบความเสียหาย โดยทางนิติบุคคลฯจะทำการรื้อถอนและซ่อมแซมส่วนที่เสียหายทั้งหมดและตรวจสอบแนวอาคารที่เหลือทั้ง 12 อาคาร ส่วนผู้พักอาศัยบริเวณชั้น 1 รวม 6 ห้อง ได้เช่าโรงแรมที่อยู่ใกล้เคียงให้อาศัยชั่วคราวก่อนและยังตอบไม่ได้ว่าจะใช้เวลารื้อถอนกี่วัน