คลังเก็บผู้เขียน: scpaperpacknews

ปลิดชีพคาเก๋ง พ่อค้าน้ำเต้าหู้ดับ ฝีมือเพื่อน เมียเล่านาทีชีวิต กระสุนเฉียดไปนิดเดียว

ปลิดชีพคาเก๋ง พ่อค้าน้ำเต้าหู้ดับ ฝีมือเพื่อน เมียเล่านาทีชีวิต กระสุนเฉียดไปนิดเดียว

เหตุสลดเมืองเพชร พ่อค้าน้ำเต้าหู้ถูกพ่อค้าน้ำส้มยิงดับคารถเก๋ง เมียเล่านาทีระทึก ขับรถตามมาปาดหน้า ก่อนเดินลงมายิง เฉี่ยวตัวเองไปนิดเดียว เพิ่งรู้ถูกสามี

วันที่ 20 ม.ค.64 พ.ต.ท.มณฑล สุขศุภชัย รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิง บริเวณใกล้เคียงเซเว่น-อีเลฟเว่น ย่านโรงงานผลิต ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก สาขาแม่ประจันต์ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนนำกำลังชุดสืบสวนรุดไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดเพชรบุรี แพทย์เวร ร.พ.ท่ายาง และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างสรรเพชญ

ที่เกิดเหตุพบ นายจันรธีร์ สุวรรณพันธ์ อายุ 50 ปี พ่อค้าขายน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ตลาดนัดแม่ประจันต์ นอนเสียชีวิตอยู่บนนั่งข้างคนขับ ในรถเก๋งโตโยต้าอัลติส สีดำ หมายเลขทะเบียน กท 2569 กาญจนบุรี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่ร่างกาย 2 นัด นอกจากนี้ยังพบปลอกกระสุนจำนวน 2 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายประเสริฐ รอดดารา อายุ 50 ปี ค้าขายน้ำส้มในตลาดนัด ซึ่งเป็นเพื่อนผู้ตาย ก่อนเกิดเหตุ นายประเสริฐ ได้ขับรถเก๋งสีชมพู-ส้ม สภาพเก่า ทะเบียน 318 ไม่ทราบหมวดจังหวัด มาบริเวณดังกล่าว ก่อนใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียชีวิต แล้วขับรถหลบหนีไปไปทางเส้นท่ายาง ออกเส้นคันคลองชลประทานราษฎษ์-วังบ้ว

ด้าน นางณัฎฐนิต เพชรน้อย อายุ 50 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ระหว่างที่ออกมาจากบ้านก่อนถึงสามแยกเซเว่นแม่ประจันต์ ได้สวนกับรถของ นายประเสริฐ จากนั้นคาดว่า นายประเสริฐ ไปกลับรถแล้วขับตามมา ก่อนจะขับออกซ้ายเบียดไปอยู่ด้านหน้าของรถ

จากนั้น นายประเสริฐ ได้เดินลงมาจากรถ พอตนเห็นจึงลดกระจกลง แต่จู่ๆ นายประเสริฐ ก็ชักปืนออกมาแล้วยิงทันที ทำให้กระสุนเฉี่ยวตนไป ขณะนั้นยังไม่รู้ว่าสามีถูกยิง จึงรีบขับรถหนีไปจอดหน้าร้านขายปุ๋ย กระทั่งพบว่าสามีถูกยิงเสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนเร่งรัดจับกุมตัว นายประเสริฐ ผู้ที่ถูกกล่าวหามาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

กองปราบ ตามจับ แก๊งตร.เก๊ ตระเวนขายบัตรคอนเสิร์ต ใครไม่ซื้อขู่จับดำเนินคดี

กองปราบ ตามจับ แก๊งตร.เก๊ ตระเวนขายบัตรคอนเสิร์ต ใครไม่ซื้อขู่จับดำเนินคดี

กองปราบ ตามจับ แก๊งตร.เก๊ ตระเวน ขายบัตรคอนเสิร์ต ใครไม่ซื้อขู่จับดำเนินคดี พบหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายร้องเรียนเป็นจำนวนมาก

วันที่ 18 ม.ค.2564 พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป.พ.ต.ท.สมบัติ มีมงคล รองผกก.พ.ต.ท.วริศร มัจฉา สว.กก.6 บก.ป. นำกำลังร่วมกันจับกุมนายบุญช่วย บุญเรือง อายุ 58 ปี นายสุริยา สุคนธเขตร์ อายุ 46 ปี และนายสวัสดิ์ ไชยวงศ์ อายุ 60 ปี ข้อหา ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน และกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน โดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น, กรรโชกทรัพย์ผู้อื่น และขู่เข็ญให้ผู้อื่นเกิดความกลัว

จากการจับกุมดังกล่าวสื่อเนื่องจาก เมื่อหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากกลุ่มบุคคลที่มาบังคับให้ซื้อบัตรชมกิจกรรมคอนเสิร์ต จำนวนมาก จนต้องเข้าร้องทุกข์กับตำรวจในพื้นที่ต่างๆว่า มีกลุ่มบุคคลแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตระเวนมาบังคับ ขู่เข็ญให้ช่วยซื้อบัตรคอนเสิร์ต เพื่อแลกกับการไม่ถูกจับกุมดำเนินคดี ซึ่งก็ถือเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในช่วงสถานการณ์โควิด-19 และน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ต่อมาเจ้าหน้าชุดจับกุมได้ลงพื้นที่ เพื่อติดตามหาตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุ จนได้เบาะแสมาว่า กลุ่มผู้ต้องหาแต่งกายคล้ายตำรวจ มาแสดงตัวเป็นระดับนายตำรวจระดับสารวัตร ทำการตรวจค้นตัวผู้เสียหายรายหนึ่งที่ภายในโรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป แห่งหนึ่งบนถ.สุขยางค์ ต.สะเตง อ.เมืองยะลา โดยกลุ่มผู้ต้องหายังข่มขู่ผู้เสียหายด้วยว่า ทำผิดกฎหมายมีโทษทางอาญา ถ้าไม่อยากถูกจับ ก็ต้องนำเงินสดจำนวน 2 หมื่นบาทมามอบให้ และยังอ้างว่า สนิทสนมกับนายตำรวจระดับสูงหลายนาย ผู้เสียหายรายนี้ก็เลยหลงชื่อว่าเป็นตำรวจจริงๆ จึงเสนอที่จะมอบเงินสดให้แค่ 3,000 บาท ทางกลุ่มผู้ต้องหาไม่พอใจ จึงข่มขู่ผู้เสียหายอีก สุดท้ายก็ได้เงินไปรวมทั้งสิ้น 6,000 บาท

ต่อจากนั้น กองปราบจึงร่วมกับตำรวจพื้นที่ ออกติดตามหาตัวผู้ต้องหากลุ่ม โดยทำทีติดต่อขอนัดเจอกับกลุ่มผู้ต้องหาที่ปั๊มน้ำมันเดียวกัน ก่อนจะแสดงตัวเข้าจับกุม หลังจากนั้นก็นำตัวไปค้นห้องพัก พบของกลางอีกหลายรายการ อาทิ เสื้อกั๊ก เสื้อโปโลที่มีตราสัญลักษณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐ บัตรขององค์กรต่างๆ ที่ทำเลียนแบบขึ้นมา

จากการสอบสวนเบื้องต้น กลุ่มผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ว่า บัตรกิจกรรมที่พวกตนนำมาขายนั้นมีอยู่จริง โดยจะได้รับส่วนแบ่งจากการขายบัตรเข้าชมกิจกรรมดังกล่าว จำนวน 20% จากยอดขาย ที่ผ่านมาเคยตระเวนไปขายมาแล้วหลายจังหวัด ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรและขอยืนยันด้วยว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรตำรวจแต่อย่างใด ภายหลังการสอบสวน จึงส่งตัวให้สภ.เมืองยะลา ดำเนินคดีต่อไป

ไฟฉายส่องดูผงะ! เจออาถรรพ์ป่าลึก สับไกปืนส่องเก้งกลายเป็นศพเพื่อน

ไฟฉายส่องดูผงะ! เจออาถรรพ์ป่าลึก สับไกปืนส่องเก้งกลายเป็นศพเพื่อน

อาถรรพ์ป่าลึก! 2 พรานชวนกันเข้าป่าล่าสัตว์ กลางดึกได้ยินเสียงเก้งร้อง แยกกันตีโอบเข้าหา สับไกโป้ง เอาไฟฉายส่องดูผงะ ลูกปืนเจาะร่างเพื่อนสิ้นใจไปแล้ววันที่ 14 ม.ค.2564 ร.ต.อ.ศรวิศภูมิ ประมูล รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.สะเอียบ จ.แพร่ รับแจ้งจากนายอนันต์ ป๊อกแก้ว ผู้ใหญ่บ้านท่าวะ หมู่ 8 ว่ามีเหตุยิงกันเสียชีวิตในพื้นที่ป่าแม่สอง หรือห้วยสองเตา พื้นที่ ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ จึงประสานแพทย์รพ.สอง แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.ถนอม นาธิเลศ สวญ.สภ.สะเอียบ ตำรวจฝ่ายสืบสวน และหน่วยกู้ภัยที่เกิดเหตุ ต้องเดินทางด้วยรถยนต์จากบ้านท่าวะ หน้าร้านจำหน่าย ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ จนถึงไร่ข้าวโพดห้วยแม่ทาน สุดเขตป่า ประมาณ 10 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินเท้าเข้าไปอีก 4 กิโลเมตร พบศพนายยงยุทธ อายุ 34 ปีเป็นชาวบ้านในพื้นที่ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองกระสุนเจาะเข้าลำคอ ลำตัว และแขน ส่วนมือยิงคือ นายเกษม อายุ 43 ปี ที่เข้าป่ามาด้วยกัน จากนั้นเจ้าหน้าที่นำศพออกจากป่า ซึ่งต้องทำแคร่ไม้ใช้คนหาม 4 คน ผลัดเปลี่ยนกันหามออกมาอย่างทุลักทุเล

สอบสวนนายเกษม ให้การว่า ช่วงเย็นวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมาชักชวนกันไปล่าสัตว์ในป่าลึกที่ป่าแม่สอง โดยแยกทางกันล่าสัตว์แล้วนัดหมายให้ออกมาเจอกันที่ไร่ข้าวโพด ช่วงเวลาก่อนเที่ยงคืนได้ยินเสียงเก้งร้องจึงช่วยกันตีโอบเข้าหา ระหว่างนั้นตนได้ยินเสียงเหมือนสัตว์ใหญ่วิ่งลงมาตามลำห้วยจึงสับไกยิงทันที เมื่อเอาไฟฉายไปส่องดูปรากฎว่า เป็นนายยงยุทธถูกยิงเสียชีวิตคาที่ จึงเดินออกจากป่ามาแจ้งผู้ใหญ่บ้าน

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่ครอบครัวผู้ตายเมื่อเห็นศพต่างพากันเสียใจร้องไห้ระงม

หนี 15 ปี! คดีลวงแฟนวัย 14 ร่วมงานวันเกิด ก่อนตกเป็นเหยื่อ 4 เดน

หนี 15 ปี! คดีลวงแฟนวัย 14 ร่วมงานวันเกิด ก่อนตกเป็นเหยื่อ 4 เดน

ตำรวจกองปราบปราม ตามรวบตัวผู้ต้องหาคนสุดท้าย เป็นตัวการชักชวนแฟนสาววัย 14 ปี มางานวันเกิด หลังเมาได้ที่จึงลงมือรุมขืนใจ อ้างเมาหลับไม่รู้เรื่อง

เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2564 พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. สั่งการให้พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ต.สุขสิทธิ์ ประเสริฐ สว.กก.5 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุมนายสุพจน์ ตรีวงษ์ อายุ 37 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ จ. 119/ 2549 ลงวันที่ 10 ก.พ. 49

ข้อหา “ร่วมกันกระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภรรยาของตน โดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมเด็กหญิงและเด็กหญิงนั้นไม่ยินยอม” จับกุมได้ที่เพิงพักไม่มีเลขที่ ม.3 ต.หนองไทร อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ย่านโรงงานผลิต ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงต้นปี 2548 นายสุพจน์ ผู้ต้องหารายนี้ได้ร่วมกับพวกอีก 3 คน คือนายพีท นายโด้ และนายเติ้ล ได้ออกอุบายชักชวนด.ญ. อายุ 14 ปี มาร่วมงานวันเกิดของเพื่อน ที่จัดขึ้นภายในเพิงพัก ต.โพธิ์ใหญ่ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด

จากนั้นก็มีการดื่มกินกันจนถึงกลางดึก หลังจากเมาจนได้ที่แล้ว กลุ่มผู้ต้องหาก็ร่วมกันก่อเหตุรุมโทรมด.ญ. จนสำเร็จความใคร่ครบทุกคนแล้วก็พาตัวไปส่งที่บ้านพัก โดยมีการข่มขู่กำชับว่าไม่ให้นำเรื่องไปบอกใคร

ต่อมาหลังเกิดเหตุด.ญ. ก็มีอาการเซื่องซึมผิดปกติ จนผู้ปกครองเห็นว่าบุตรสาวนั้นเก็บตัวเงียบไม่ร่าเริงเหมือนก่อน จึงสอบถามจนทราบความจริงจึงรีบพาเข้าแจ้งความที่สภ.พนมไพร จากนั้นก็มีการจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุได้ทั้งหมด เหลือเพียงนายสุพจน์ เพียงคนเดียวที่ยังหลบหนีมาได้เกือบ 15 ปี

จากการสอบสวนนายพจน์ ให้การปฎิเสธอ้างว่าไม่ได้ร่วมข่มขืนด้วยแต่อย่างใด แต่ก็ยอมรับว่าในวันที่เกิดเหตุตนเป็นคนที่ไปชักชวนด.ญ. ให้มาร่วมงานวันเกิดของเพื่อนจริง เนื่องจากคบหากันเป็นแฟนอยู่

หลังจากนั้นตนเองก็เมาจนหลับไป จนมาทราบภายหลังว่า แฟนสาวของตนนั้นถูกเพื่อนรุมโทรม ทำให้ต้องหลบหนีออกจากพื้นที่ ภายหลังการสอบสวนจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งสภ.พนมไพร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ฤกษ์โจรดับแสง! ดวงกุดย่องเข้าโรงงานขนทรัพย์หนีออกมาได้แล้ว มือปืนโผล่ยิงกลางหลังเป็นศพหมกป่า

ฤกษ์โจรดับแสง! ดวงกุดย่องเข้าโรงงานขนทรัพย์หนีออกมาได้แล้ว มือปืนโผล่ยิงกลางหลังเป็นศพหมกป่า

โจรดวงกุด เจอเป็นศพกลางป่าหญ้าข้างโรงงาน ผลิต ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก หลังตัดรั้วเข้าไปฉกทรัพย์หนีออกมาได้ แต่ไปได้ไม่ไกล ตำรวจเร่งล่าตัวมือปืนปริศนาวันที่ 1 ม.ค.2564 ร.ต.อ.หญิงปริชญา เอียดแก้ว รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองระยอง รับแจ้งพบศพชายถูกยิงเสียชีวิตอยู่ในป่าหญ้า ข้างโรงงาน ริมถนนสาย36 ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง จึงประสานแพทย์รพ.ระยอง แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมฝ่ายสืบสวน และหน่วยกู้ภัยสว่างพรกุศลที่เกิดเหตุเป็นป่าหญ้ารกชัฏ ห่างจากริมถนน 50 เมตร พบศพชายนอนคว่ำหน้าสวมเสื้อแขนยาว กางเกงยีนส์ขายาว รองเท้าผ้าใบ มีผ้าโพกหัวมิดชิด กลางแผ่นหลังมีบาดแผลถูกกระสุนปืนยิงเป็นรูโหว่ เลือดไหลแห้งเกรอะกรังเต็มเสื้อ คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง นอกจากนั้นยังมีสายไฟฟ้า 1 ม้วน ทีวี 1 เครื่อง และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีแดง-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน

สอบสวนทราบว่า เมื่อเวลา 03.30 น.วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำตู้ยามทับมา รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายใช้ครีมตัดรั้วเหล็กเข้าไปขโมยทรัพย์สินภายในโรงงานแล้วหลบหนีไป คาดว่าผู้เสียชีวิตรายนี้น่าจะเป็นคนร้ายที่เข้าไปก่อเหตุแล้วมาถูกยิงเสียชีวิต โดยพนักงานโรงงานยืนยันทรัพย์สินที่พบเป็นของโรงงานที่ถูกขโมยมา แต่ปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นว่าใครเป็นคนยิง

จากนั้นเจ้าหน้าที่นำศพส่งชันสูตรที่รพ.ระยอง พร้อมสอบสวนหามือปืนมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ตะลึง บุกยึดเคตามีนกว่า 200 กิโลกรัม ซุกโกดังเมืองนนท์ เตรียมส่งออกไต้หวัน

ตะลึง บุกยึดเคตามีนกว่า 200 กิโลกรัม ซุกโกดังเมืองนนท์ เตรียมส่งออกไต้หวัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (15 ธ.ค.) เมื่อเวลา 23.00 น. พล.ต.อ.มนู เมฆหมอก รอง ผบ.ตร., พล.ต.ท.ชินภัทร สารสิน ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.มนตรี ยิ้มแย้ม ผบช.ปส. , พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. , พล.ต.ต.วิวัฒน์ ลีลาเขต ผบก.ขส. พร้อมเจ้าหน้าที่ ตำรวจ บช.ปส. และเจ้าหน้าที่ CIB ไต้หวัน ร่วมกันการตรวจยึดยาเสพติดรายสำคัญ ณ โกดังแห่งหนึ่ง ย่านโรงงานผลิต ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ ต.ทวีวัฒนา อ.ไทรน้อย จ.นนทบุรี เบื้องต้น ยึดของกลางเป็นเคตามีน น้ำหนักประมาณ 200 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ในกระสอบแป้งมันเพื่อรอการส่งออกไปยังไต้หวัน

โดยจับกุมผู้ต้องหาได้ 1 ราย คือนางสาวเสาวภา อายุ 29 ปี สืบเนื่องจากทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ บช.ปส.ติดตามขบวนการลักลอบค้ายาเสพติดข้ามชาติ โดยความร่วมมือระหว่างหน่วยปราบปรามยาเสพติดไต้หวัน (CIB) โดยนางสาวเสาวภาให้การว่าตนมีหน้าที่ดูแลการบรรจุและขนส่ง โดยเพิ่งกระทำเป็นครั้งแรก และให้การภาคเสธ

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาครอบครองเพื่อจำหน่ายซึ่งวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาท ประเภทที่ 2 (เคตามีน) โดยผิดกฎหมาย และนำส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ต่อไป

หนุ่มซิ่งเก๋ง จะไปรับแฟนสาว รถเหินข้ามรั้วกั้นตกทางด่วน พังยับล้อชี้ฟ้า ดับสลดคาที่

หนุ่มซิ่งเก๋ง จะไปรับแฟนสาว รถเหินข้ามรั้วกั้นตกทางด่วน พังยับล้อชี้ฟ้า ดับสลดคาที่

หนุ่มซิ่งเก๋ง จะไปรับแฟนสาว รถเหินข้าม รั้วกั้นตกทางด่วนบูรพาวิถี ช่วงหลักกม.ที่ 25 ขาออกมุ่งหน้าจังหวัดชลบุรี รถพังยับ ล้อชี้ฟ้า คนขับดับสลด

เมื่อเวลา 00.05 น.วันที่ 9 ธ.ค. ตำรวจสภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ พร้อม มูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าตรวจสอบ รถยนต์ตกลงมาจากทางด่วนบูรพาวิถี ช่วงหลักกม.ที่ 25 ขาออกมุ่งหน้าจังหวัดชลบุรี ก่อนถึงด่านเก็บเงินทางลงบางเสาธง – บางบ่อ จ.สมุทรปราการที่เกิดเหตุบนถนนบางนา – ตราด ที่ช่องทางด่วนขาออกมุ่งหน้าจังหวัดชลบุรี ย่านโรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป พบรถยนต์เก๋ง นิสสัน อาเมร่า สีขาว ทะเบียน ฆฎ 4588 กทม. สภาพหงายท้องล้อชี้ฟ้า ตกลงมาจากความสูงมากกว่า 20 เมตร พังยับเยิน ภายในรถพบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ นายพศวัต อายุ 30 ปี กู้ภัยใช้เครื่องตัดถ่าง นำร่างของผู้เสียชีวิตออกมาเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายขับรถมาจากย่านทองหล่อ เพื่อจะมาหาแฟนที่อยู่ซอยมหาวิทยาลัยใกล้ที่เกิดเหตุ และต้องใช้ทางลงตรงทางด่วน คาดว่าน่าจะขับรถมาด้วยความเร็วสูง ก่อนจะหักเลี้ยวเข้าช่องทางออกอย่างกะทันหัน รถเกิดเสียหลักพุ่งชนเสาป้ายไฟร่วม ก่อนปีนขึ้นไปรั้วปูนกั้นขอบทางด่วนและตกลงมาด้านล่าง

รอยสักแขนขวา! เหยื่อจำได้พาร่างสะบักสะบอม แจ้งตร.แกะรอยล่าจับหนุ่มหื่นเสื้อคลุมหน้า

รอยสักแขนขวา! เหยื่อจำได้พาร่างสะบักสะบอม แจ้งตร.แกะรอยล่าจับหนุ่มหื่นเสื้อคลุมหน้า

รอยสักแขนขวา! เหยื่อจำได้พาร่างสะบักสะบอม แจ้งตร.แกะรอยล่าจับหนุ่มหื่นเสื้อคลุมหน้า

วันที่ 30 พ.ย.2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.วิชิต จ.ภูเก็ต ร่วมกับ ตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต เข้าจับกุมนายอมร อายุ 34 ปี พนักงาน รปภ. โรงงานผลิต ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ที่327/2563 ลงวันที่ 30 พ.ย.2563 หลังก่อเหตุทำร้ายร่างกายแล้วลากตัวหญิงไปขืนใจในป่าหญ้าแล้วหลบหนีมาทำงานรับจ้างตัดหญ้าในพื้นที่ ต.ฉลองสำหรับคดีนี้ เกิดขึ้นวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา เมื่อผู้เสียหายเป็นหญิง อายุ 41 ปี พาร่างสะบักสะบอมเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.สุรชาติ ทองใย รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.วิชิต ว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น.ขณะกำลังดูแลสวนผักในพื้นที่ ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต มีชายอายุประมาณ 30-35 ปีใช้เสื้อสีขาวปิดคลุมหัวและสวมหมวกสีน้ำตาล แขนขวามีรอยสัก เข้ามาประชิดตัวและใช้อาวุธคล้ายปืนข่มขู่ขอเงิน 200 บาทเมื่อบอกว่าไม่มีให้ จึงถูกกระชากลากเข้าไปในป่าชกท้องขืนใจ

จากนั้นตำรวจชุดสืบสวนเร่งหาเบาะแสติดตามจับกุมตัว พร้อมตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุจนได้เบาะแส ประกอบกับได้พยานแวดล้อมระบุตัวตนว่า คนร้ายคือนายอมร ซึ่งมักขับขี่รถจักรยานยนต์มาที่เกิดเหตุบ่อยครั้ง พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับ จากนั้นชุดสืบสวนติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด

สอบสวนเบื้องต้น นายอมร ยอมรับสารภาพว่าใช้ปืนปลอมข่มขู่ผู้เสียหายลากเข้าป่าขืนใจจริง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหานำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งพบว่านายอมร เคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้ว

แม่หยิบส่งให้! แบงก์ร้อยสุดท้ายในกระเป๋า ลูกโมโหขอ300 คว้าไม้ไล่ตีทรุดนั่งเจ็บน้ำตาตกใน

แม่หยิบส่งให้! แบงก์ร้อยสุดท้ายในกระเป๋า ลูกโมโหขอ300 คว้าไม้ไล่ตีทรุดนั่งเจ็บน้ำตาตกใน

แม่หยิบส่งให้! แบงก์ร้อยสุดท้ายในกระเป๋า ลูกโมโหขอ300 คว้าไม้ไล่ตีทรุดนั่งเจ็บน้ำตาตกใน

วันที่ 25 พ.ย.2563 พ.ต.ท.ชาญวุติ เทียมมงคล สวป.สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี รับแจ้งจากชาวบ้านมีเหตุลูกชายทำร้ายแม่แท้ๆได้รับบาดเจ็บ ภายในห้องเช่าไม่มีเลขที่ ข้างโรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พบหญิง อายุ 60 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกของแข็งตีเข้าบริเวณหัวเข่านั่งทรุดอยู่หน้าห้องเช่าสอบสวนระบุว่า ถูกลูกชายคนโต อายุ 35 ปี มีนิสัยเกเร ไม่มีงานทำ มาขอเงิน 300 บาทจะไปซื้อเหล้า แต่ตนไม่มีเงินให้ เหลืออยู่เพียง 100 บาทก็ให้เขาไป ทำให้ลูกชายไม่พอใจเพราะเงินไม่พอซื้อเหล้าวิ่งไปหยิบท่อนไม้มาไล่ตีจนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยถูกลูกชายเอามีดข่มขู่เอาเงินไปซื้อเหล้ามาแล้ว พ.ต.ท.ชาญวุติ จึงประสานหน่วยกู้ภัยมารับตัวส่งรพ.ชลประทานจากนั้นเจ้าหน้าที่ ออกติดตามจับกุมลูกชายได้ สภาพมึนเมาสุราอย่างหนัก พูดจาวกไปวนมาไม่รู้เรื่อง ก่อนให้พาไปเอาท่อนไม้ของกลางที่ใช้ทุบตีแม่หลังเอาไปโยนทิ้งในป่าข้างทาง ก่อนควบคุมตัวไปสอบสวนแจ้งข้อหาส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผัวยิงเมียท้อง 3 เดือน ก่อนจ่อขมับตัวเองสาหัส โมโหถูกเมียบังคับให้ขอเงินแม่

ผัวยิงเมียท้อง 3 เดือน ก่อนจ่อขมับตัวเองสาหัส โมโหถูกเมียบังคับให้ขอเงินแม่

ผัวโมโหเมียบังคับให้ขอเงินแม่ ชักปืนยิงเมียที่กำลังท้อง 3 เดือน ก่อนยิงขมับตัวเองสาหัส

(23 พ.ย.63) เมื่อเวลา 14.00 น.  ร.ต.อ.คำรณค์ จันทร์ทิตย์ ร้อยเวร ชุมแสง อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันที่บริเวณด้านหลังโรงงานผลิต ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย จึงรีบรายงานให้ พ.ต.อ.นิวัติ พิพัฒนสิริ ผกก.สภ.ชุมแสง ทราบก่อนจะเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกับ พ.ต.ท.อภิเชษฐ์ ภู่ทอง รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.สมนึก เดชรัตน์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.นิพัฒน์ แท่งทอง สว.สส. และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนในสังกัด รวมถึงเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพสว่างชุมแสง  

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบร่างของ นายดีเด่น อายุ 45 ปี นอนหายใจรวยรินอยู่บนกองเลือด ในสภาพมีมีรอยถูกยิงด้วยอาวุธเข้าที่ขมับขวา แต่ไม่ทะลุ โดยที่มือข้างขวาของเจ้าตัวกำอาวุธปืนสั้นแบบออโตเมติก ยี่ห้อโนริงโก้ ซึ่งยังมีกระสุนปืนขนาด 7.65 คาอยู่ในแมกกาซีน จำนวน 3 นัด ส่วนในที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนขนาดเดียวกันตกอยู่ อีก 2 ปลอก จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐานก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพกู้ภัยจะนำร่างนายดีเด่นส่งไปรักษายังโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน เนื่องจากอาการสาหัส และในขณะเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ยังทราบด้วยว่า เหตุการณ์นี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกราย คือ นางภาดา อายุ 45 ปี ถูกนายดีเด่น ผู้เป็นสามีใช้อาวุธปืนยิงเข้าที่ราวนมข้างซ้ายจนได้รับบาดเจ็บ และถูกเจ้าหน้าที่นำตัวส่งไปรักษายังโรงพยาบาลก่อนหน้านี้แล้ว 

จากการสอบถาม น.ส.จินดานุช อายุ 16 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ให้การว่า นายดีเด่นผู้บาดเจ็บมีบ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามกับด้านหลังศูนย์ท่ารถ โดยพักอาศัยอยู่กับนางภาดา ผู้เป็นภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ได้ 3 เดือน ซึ่งก่อนเกิดเหตุ พบว่า ตั้งแต่ช่วงเช้านายดีเด่นและนางภาดาเกิดมีปากเสียงและออกมาทะเลาะกันที่หน้าบ้านมาแล้วครั้งหนึ่งก่อนที่ช่วงบ่ายทั้งคู่จะออกมาทะเลาะกันอีกครั้ง แต่คราวนี้ นายดีเด่นเกิดบันดาลโทสะ เดินถือปืนออกมายิงใส่นางภาดาที่ริมถนนหน้าบ้าน จนนางภาดาร่วงล้มลงไปกับพื้น

จากนั้น นายดีเด่นจึงใช้อาวุธปืนกระบอกเดิมจ่อยิงที่ขมับของตนเองจนล้มจมกองเลือดไปอีกราย โดยมีชนวนสาเหตุมาจากนางภาดาบังคับให้นายดีเด่นไปขอเงินจากแม่ผัว จำนวน 5,000 บาท เพื่อให้พานางภาดาไปบำบัดยาเสพติด และเก็บเอาไว้บำรุงครรภ์ แต่นายดีเด่นไม่ทำตาม เพราะกลัวถูกแม่ว่า จึงทำให้ทั้งคู่เกิดทะเลาะกันจนนายดีเด่นต้องใช้อาวุธปืนยิงตัดสินปัญหาดังกล่าว 

อย่างไรก็ตาม มีรายงานด้วยว่า นายดีเด่นและนางภาดา มีพฤติกรรมติดยาเสพติดทั้งคู่ และเคยตกเป็นผู้ต้องหาเกี่ยวพันกับยาเสพติดมาแล้วหลายครั้ง แต่นายดีเด่นได้กลับตัวกลับใจเลิกยาได้ก่อนแล้ว ซึ่งสวนทางกับนางภาดาที่ยังเลิกยาไม่ได้ ทั้งที่ตัวเองกำลังตั้งครรภ์ได้ 3 เดือน โดยจากการสอบถามเพื่อนบ้านหลายราย ต่างระบุว่า นางภาดามีอาชีพขายไก่ทอด นายดีเด่นไม่มีอาชีพ และทั้งคู่ก็มักจะมีปากเสียงทะเลาะกันในเรื่องเงินทองให้เพื่อนบ้านเห็นทุกวันจนชินตา แต่ก็ไม่คาดคิดว่า คราวนี้นายดีเด่นจะตัดสินใจใช้ปืนยิงภรรยาและตนเองเพื่อหวังจบปัญหา โดยล่าสุดมีรายงานว่า ขณะนี้ นางภาดาอยู่ในอาการปลอดภัยแล้ว ส่วนนายดีเด่นอาการค่อนข้างสาหัส และถูกนำตัวย้ายส่งไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ อ.เมืองนครสวรรค์ แล้ว