เรื่องเด่น

แม่ปล่อยโฮ กำลังขับเก๋งไปรับศพลูกสาว จู่ๆ ไฟหวิดไหม้รถ

แม่ถึงกับปล่อยโฮ ขับเก๋งเตรียมไปรับศพลูกสาวที่เพิ่งเสียชีวิต จู่ๆ ไฟหวิดลุกห้องเครื่องรถ เคราะห์ดีชาวบ้านช่วยดับทัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (27 ต.ค.) ชาวบ้านและผู้เห็นเข้าช่วยเหลือคนขับขับรถยนต์เก๋ง โตโยต้าคัมรี่ ทะเบียน 8668 กทม. ที่ไฟกำลังเริ่มลุกไหม้บริเวณห้องเครื่อง แต่สามารถดับไว้ได้ก่อนที่จะลุกลามเสียหาย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่บริเวณหน้าร้านจำหน่ายเทปใส เทปกาว หมู่บ้านเมืองทอง ตำบลปากนคร อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เจ้าของรถคือ นางหทัยกาญจน์ อายุ 64 ปี ชาวตำบลท่าซัก อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช อยู่ในสภาพขวัญเสียและอยู่ในความเครียดอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อเข้าไปพูดคุย นางหทัยกาญจน์ ถึงกับร่ำไห้ออกมา และบอกว่ามาเกิดเหตุเหตุการณ์นี้ขึ้นอีกลูกสาวก็ป่วยและเพิ่งเสียชีวิต ศพยังฝากไว้ที่ รพ.มหาราช เพื่อรอรับออกมาบำเพ็ญกุศลในวันนี้

นางหทัยกาญจน์ บอกว่า ขณะเกิดเหตุได้ขับรถมาแวะกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม เพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายที่จะไปรับศพและจัดงานศพลูกสาวที่วัดบุญนารอบ ในตัวเมืองแต่หลังจากมาจากจอดรถได้เกิดกลุ่มควันออกมาจากห้องเครื่องยนต์ ผู้เห็นเหตุการณ์และเจ้าหน้าที่ได้มาช่วยกันไว้ได้ และแจ้งช่างเข้าตรวจสอบความเสียหาย

ต่อมาช่างแบตเตอรี่ได้เข้าตรวจสอบพบว่าแบตเตอรี่มีความร้อนสูง และขั้วของแบตเตอรี่ร้อนจนละลายเป็นจุดที่เริ่มเกิดเปลวไฟ ส่วนกลุ่มควันเกิดจากความร้อนและจารบีที่เคลือบขั้วแบตเตอรี่

อย่างไรก็ตาม ถือเป็นเคราะห์ดีที่ผู้เห็นเหตุการณ์ช่วยไว้ได้ทัน เนื่องจากรถคันนี้ติดตั้งระบบแก๊ซ LPG เป็นเชื้อเพลิง หากไฟเกิดลุกลามขึ้นอาจเกิดความเสียหายอย่างรุนแรงขึ้นได้

เรื่องเด่น

5 เดือนไม่มีอะไรคืบ ญาติบุกทวงคดีป้าเศรษฐินีโดนแทงดับคาบ้าน

ญาติบุกทวงคดีคุณป้าเศรษฐินีวัย 62 ถูกแทงดับคาบ้าน ผ่านมา 5 เดือน คนร้ายยังลอยนวล ทำครอบครัวผวาไม่ปลอดภัย ตำรวจแจงว่าหลักฐานยังไม่ครบ

(22 ต.ค.) นายสุทัศน์ อายุ 50 ปี น้องชายของนางสมบุญ อายุ 62 ปี ที่ถูกคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงจนเสียชีวิต ภายในบ้านพัก ต.หนองตอง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ข้างโรงงานผลิตแอร์บับเบิ้ล กันกระแทกราคาถูก เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2562 พร้อมกลุ่มญาติกว่า 10 คน สวมเสื้อยืดสีขาวสกรีนภาพของนางสมบุญ พร้อมข้อความ “ไม่ลืมแม่หลวงบาง สมบุญ”

ส่วนด้านหลังสกรีนข้อความ “อย่าให้ฆาตกรลอยนวล” พร้อมกับถือภาพถ่ายนางสมบุญ เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้บัญชากาตำรวจภูธรภาค 5 ขอให้เร่งรัดตามจับกุมฆาตกรที่ก่อเหตุมาลงโทษโดยเร็ว หลังผ่านไปกว่า 5 เดือนแต่ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้

ขณะที่ พ.ต.อ.วิวัฒน์ชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 เป็นตัวแทนออกมารับหนังสือจากกลุ่มญาติ พร้อมเชิญทั้งหมดเข้ารับฟังการชี้แจงการทำงานของตำรวจและความคืบหน้าทางคดี

นายสุทัศน์ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุผ่านมานานกว่า 5 เดือน แต่ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ คดีที่เกิดขึ้นกับพี่สาวของตน ถือเป็นคดีสะเทือนขวัญ เพราะคนร้ายลงมืออย่างโหดเหี้ยม บุกเข้าไปแทงพี่สาวถึงในบ้าน โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทุกวันนี้คนในครอบครัวยังหวาดกลัว รู้สึกไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน เพราะหลังคนร้ายยังลอยนวลอยู่

พ.ต.อ.วิวัฒน์ชัย กล่าวว่า ตำรวจยังทำงานต่อเนื่องหลังเกิดเหตุ เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม แต่อาจจะไม่ได้แจ้งให้ทางญาติทราบถึงความคืบหน้า คดีนี้ต้องใช้เวลา เนื่องจากยังมีอุปสรรคบางอย่างและหลักฐานยังไม่ครบ แต่ขอให้ทางญาติมั่นใจว่าตำรวจจะเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน โดยตำรวจยังไม่ได้ตัดประเด็นอะไรทิ้ง เพราะผู้ตายนั้นเป็นคนมีฐานะ ปล่อยเงินกู้และที่ผ่านมามีคดีฟ้องร้อง 2 คดี

สำหรับคดีนี้ นางสมบูรณ์ อายุ 61 ปี ถูกคนร้ายบุกเข้าไปแทงถึงในบ้านพัก หลังกลับจากงานศพของคนในหมู่บ้าน ขณะเกิดเหตุภายในบ้านมีสามี รวมทั้งลูกสาวและลูกเขยนอนอยู่ หลังก่อเหตุคนร้ายได้วิ่งหลบหนีและปีนรั้วออกไปทางหลังบ้าน หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เรียกสามีผู้เสียชีวิต ลูกสาวและลูกเขยมาสอบปากคำ ในฐานะพยานบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์แล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า

เรื่องเด่น

เจ้าบ่าวหมาดๆ แต่งงานแค่ 2 วัน ชักปืนโชว์ลูกน้อง กระสุนลั่นเจาะหัวตัวเองดับ

(23 ต.ค.62) เมื่อเวลา 01.00 น. ร.ต.อ. วิชิต ลาชัย องสารวัตรสอบสวน สภ น้ำโสม อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ภายในบ้าน หมู่ที่ 1 บ้านน้ำโสม ต.น้ำโสม อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี ข้างโรงงานผลิตกระดาษห่อพัสดุ กระดาษน้ำตาล เมื่อรับแจ้งแล้วจึงรายงานไปยัง พ.ต.อ. อาลักษณ์ เจริญธนกุล ผกก.สภ. น้ำโสม และประสานไปยัง กู้ชีพ รพ. น้ำโสม พร้อมชุดกู้ภัยน้ำโสม รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนไม้ 2 ชั้น ภายในบ้านพบ นายอนุชา อายุ 38 ปี  สวมเสื้อยืดสีขาวคลุมด้วยเสื้อแขนยาวลายพรางทหาร นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว ถูกยิงที่ศีรษะบริเวณขมับขวา นอนจมกองเลือดอยู่ข้างตู้เก็บของกลางบ้าน อาการสาหัส ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.น้ำโสม พร้อมชุดกู้ภัยน้ำโสม ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลน้ำโสม แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสอบสวน น.ส. ปุ๋ย (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ ให้การว่า ตนเป็นหลานสาวของนายอนุชา วานนี้ตนกับเพื่อนผู้ชายอีก 3 คน นั่งดื่มกินกันภายในบ้าน จากนั้นนายอนุชา พร้อมนางเต้ย (นามสมมุติ) ภรรยานายอนุชา ได้มาหาพวกตนที่บ้าน จากนั้นก็ได้นั่งดื่มกินกัน จากนั้นนายอนุชาให้ตนโทรศัพท์ไปเรียกนายป๊อบมาหาเพื่อจะทวงเงินที่ค้าง

จากนั้นนายอนุชา ได้นำปืนออกมาโชว์ให้ทุกคนดู พร้อมกับกระชากขึ้นลำปืน จนลูกกระสุนกระเด็นออกมา จากนั้นนายอนุชาได้ดันเซฟปืนแล้วพูดว่าเซฟปืนรุ่นนี้ดี และเมื่อนายป๊อบมานายอนุชาได้ทวงถามเงินจากนายป๊อบ แล้วก็เอาปืนยกขึ้นมาโชว์แล้วก็พูดว่าปืนรุ่นนี้เซฟดี ซึ่งตนก็ได้เดินไปห้องครัวหลังบ้านเพื่อไปทำอาหารมากิน จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ตนจึงวิ่งออกมาดู พบนายอนุชา นั่งพิงตู้เก็บของ ที่ศีรษะมีเลือดออก ส่วนปืนตกอยู่ที่ขา เพื่อนชายอีก 3 คน ยืนดูด้วยความตกใจ จากนั้นตนจึงไปบอกหลานสาวให้โทรศัพท์แจ้ง 1669 และกู้ภัย เพื่อนำนายอนุชาไปส่งโรงพยาบาล แล้วไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

ต่อมาเวลา 12.00 น. พล ต.ต. นันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี เดินทางมาตรวจที่เกิดเหตุด้วยตัวเองอย่างละเอียดจากนั้นเดินทางมาที่ สภ. น้ำโสม เพื่อสอบปากคำผู้อยู่ในเหตุการณ์ด้วยตัวเอง โดยใช้เวลาสอบสวนประมาณ 2 ชั่วโมง จึงเดินทางกลับ

Advertisement

นางเต้ย (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี ภรรยานายอนุชา  ให้การว่าตนกับผู้ตายคบหากันมาได้เพียง 1 เดือน และพึ่งได้แต่งงานกันได้เพียง 3 วัน ซึ่งนายอนุชา บอกตนว่าอยากแต่งงาน มีครอบครัว เพื่อสร้างอนาคต หลังจากนายอนุชาเคยถูกจับดำเนินคดีเรื่องยาเสพติด และพ้นโทษออกมาได้ 5 เดือน  ซึ่งนายอนุชาชอบเล่นปืน และเอาปืนมาโชว์ลูกน้องบ่อยครั้ง ซึ่งตนก็เคยบอกว่าอย่าทำแบบนี้มันอันตราย วานนี้ช่วงเวลา 20.30 น. ผู้ตายได้โทรศัพท์หาลูกน้อง ชื่อนายป๊อบ (นามสมมุติ)  เพื่อทวงถามเงินที่ค้างกัน หลังจากโทรศัพท์เสร็จผู้ตายจึงได้พาตนซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มาที่บ้านเกิดเหตุช่วงประมาณ 21.00 น. เมื่อมาถึงพบว่ามีชายหญิงรวม 4 คน นั่งดื่มกินกันอยู่ที่เตียงกลางบ้าน ตนจึงนั่งกินกับนายอนุชาและเพื่อนอยู่สักพักผู้ตายจึงบอกให้ตนกลับบ้านไปก่อน อีก 1 ชั่วโมงค่อยมารับ นายอนุชาบอกว่าจะเคลียร์กับลูกน้องก่อนเรื่องเงินที่คงค้างกันในการทำธุรกิจด้วยกัน ตนจึงกลับมาบ้านและไม่นานก็มีญาตินายอนุชา โทรศัพท์ไปบอกว่าสามีตนถูกยิงเสียชีวิตแล้วศพอยู่โรงพยาบาล

พ.ต.อ. อาลักษณ์ เจริญธนกุล ผกก.สภ. น้ำโสม  เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุมีกองเลือดอยู่กลางบ้าน และพบอาวุธปืนซีแซด ขนาด 9 มม. ออโต้เมติก สีดำ 1 กระบอก ปลอกกระสุน 1 ปลอก และลูกกระสุน 1 นัด ตกอยู่ที่พื้นบ้าน และแมกกาซีน 2 อัน กระสุนจำนวน 16 นัด ซึ่งได้ทำการสอบสวนผู้อยู่ในเหตุการณ์ พยาน และ ภรรยา ให้การไปแนวทางเดียวกัน ว่านายอนุชาผู้ตายมีพฤติกรรมชอบเล่นอาวุธปืน ประมาท ควงปืนและชอบขึ้นลำแล้วเซฟปืน ยิงใส่หัวตัวเอง ซึ่งครั้งนี้ปืนได้ลั่นใส่ตัวเองเสียชีวิต

ส่วนประเด็นอื่น ซึ่งจากการสอบสวนพยานก็ให้การตรงกัน จะมีเพียงแค่นายอนุชาผู้ตายมีการทวงถามเงินที่ติดค้างจากลูกน้อง แต่คนที่ถูกทวงถามก็ไม่สามารถที่จะก่อเหตุได้เนื่องจากนายอนุชาผู้ตาย จะพกปืนติดตัวอยู่เป็นประจำ ซึ่งนายอนุชาเคยมีประวัติถูกจับเรื่องยาเสพติดและพ้นโทษออกมาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ส่วนอาวุธปืนนายอนุชา ซื้อมาจากคนรู้จัก ซึ่งกำลังตรวจสอบว่าเป็นปืนที่ซื้อมาถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งทางภรรยาและญาติไม่ติดใจในการเสียชีวิต

เรื่องเด่น

แม่ชี พักผ่อนน้อย ควบเก๋งหลับใน เสียหลัก ชนเสาไฟ รถกระเด็น ล้อชี้ฟ้า

วันที่ 21 ต.ค. สภ.เขาบางแกรก จ.อุทัยธานี รับแจ้งเหตุรถเก๋งเสียหลักพลิกคว่ำอยู่ข้างถนน บริเวณข้างโรงงานผลิตฟิล์มพันพาเลท ฟิล์มพันสินค้า มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส บนถนนสายหนองฉาง-ลานสัก ม.1 ต.เขากวางทอง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี หลังรับแจ้งจึงประสานไปกู้ภัยอุทัยธานี (จุดหนองฉาง) รุดไปตรวจสอบพร้อมให้การช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุพบ ชีพราหมณ์นุ่งขาวห่มขาว ทราบชื่อ น.ส.พมร สีกากี อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100 ม.11 ต.ไผ่เขียว อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี อยู่ในสภาพศีรษะแตก เป็นแผลยาว กู้ภัยปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่ง ร.พ.หนองฉาง ข้างทางพบรถเก๋ง เลขทะเบียน กจ 8565 อุทัยธานี สภาพพลิกคว่ำหงายท้องล้อชี้ฟ้า ด้านหน้าฝั่งซ้ายยุบ ได้รับความเสียหาย

น.ส.พมร เปิดเผยว่า ตนมาบวชที่วัดหนองมะกอก ต.หนองนางนวล เมื่อช่วงสายได้ขับรถไปทำธุระที่บ้าน และ วัดลานสัก อ.ลานสัก พอเสร็จธุระ จึงเดินทางกลับวัดหนองมะกอก เพื่อจะบวชต่อ ในระหว่างที่ขับรถกลับมานั้นได้เกิดมีอาการหลับในขึ้น เนื่องจากช่วงกลางคืนนั้นไม่ได้นอนพักผ่อน ขณะนั้นรถเกิดเสียหลักลงข้างทางไปชนเสาหลักลายข้างทาง และเสาไฟฟ้าส่องสว่างจนเสาคดง้อแล้วทำให้รถกระเด็นพลิกตีลังกา หลายตลบตกลงข้างทางทำให้ตนเองได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

เรื่องเด่น

สามเณรโดนขังคากุฏิ 5 วัน อยู่เป็นทาสเซ็กส์-ปรนนิบัติกามให้เจ้าอาวาส

พ่อเดือดจัด! บุกเข้าช่วยสามเณรลูกชายวัย 13 ปี ถูกจับขังเอาไว้ในกุฏิของเจ้าอาวาสนานถึง 5 วัน ไม่สามารถออกไปไหนได้ พร้อมบังคับให้อมอวัยวะเพศ-บำเรอกาม

(15 ต.ค.) นายจอม (นามสมมติ) อายุ 33 ปี ได้นำตัว สามเณรนนท์ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี เข้าแจ้งความที่ สภ.หนองขาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี หลังจากที่สามเณรลูกชายถูกเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง ข้างโรงงานผลิตที่ตัดเทป ตัวตัดเทป กักขังตัวเอาไว้ภายในกุฏิวัดนานถึง 5 วันเต็ม โดยไม่อนุญาตให้ออกไปไหน

กระทั่งในเวลาต่อมา สามเณรนนท์ ทนไม่ไหว จึงได้โทรศัพท์เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้พ่อฟัง ก่อนที่จะญาติๆ จะพยายามหาทางช่วยเหลือออกมา แล้วพาย้ายไปจำวัดที่อื่นแทน หลังจากนั้นจึงได้พบข้อความสนทนาผ่านแชทที่สามเณรเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยพบว่าหลวงพ่อได้สั่งให้ส่งตัวสามเณรเข้าไปปรนิบัติในกุฏิ

ล่าสุดได้นำหลักฐานข้อความดังกล่าวมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้น สามเณรนนท์ เปิดเผยว่า หลวงพ่อมักจะเรียกให้เข้าไปหาในกุฏิ ก่อนจะสั่งให้บีบนวดให้ จากนั้นจึงบังคับให้ทำออรัลเซ็กส์อยู่บ่อยครั้ง โดยบางครั้งจะถูกขังไม่ให้ออกไปนอกกุฏิ ไม่เช่นนั้นจะถูกทำร้าย ทำให้ไม่กล้าขัดขืดและต้องยอมทำตาม และเมื่อโอกาสจึงได้ติดต่อหาพ่อและเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟัง พร้อมขอความช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมนำตัวสามเณรผู้เสียหายไปสอบสวนหาข้อมูลร่วมกับเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพที่สำนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี หากพบว่ามีมูลเตรียมออกหมายเรียกเจ้าอาวาส เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

เรื่องเด่น

ผัวแค้นเมียปันใจ ดักฆ่าโหดหนุ่ม! ใช้ขวดตีหัวก่อนปาดคอ แต่กรดฆ่ายางโดนลูกตัวเองสาหัส

ที่ สภ.บางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช ช่วงเช้าที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.บางขัน ได้คุมตัวนายอภิชาต อายุ 32 ปี และเก็บหลักฐานอาวุธมีดของกลางที่ใช้ก่อเหตุ ไปฝากขังยังศาลจังหวัดทุ่งสง หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมาตกเป็นผู้ต้องหาใน 2 ข้อหาคือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และทำร้ายร่างกายผู้อื่น โดยนายอภิชาต ผู้ต้องหารายนี้เป็นผู้ที่ขับรถจักรยานยนต์มาแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าได้ฆ่าคนและขอมอบตัวด้วยตัวเอง ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบว่ามีการฆาตกรรมเกิดขึ้นจริงตามที่นายอภิชาตแจ้ง

ทั้งนี้ เมื่อคืนที่ผ่านมา (26 ก.ย.) เจ้าหน้าที่พบว่าจุดเกิดเหตุอยู่ที่บริเวณสามแยกสวนยางพารา หมู่ที่ 16 ต.บ้านลำนาว อ.บางขัน พบศพนายสุกรียา อายุ 36 ปี เสียชีวิตในสภาพใบหน้าและร่างกายมีแผลพุพองที่เกิดจากน้ำกรดฆ่ายาง นอกจากนั้นบริเวณลำคอและลำตัวพบบาดแผลฉกรรจ์หลายแผล ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบขวดแก้วบรรจุน้ำกรดฆ่ายางแตกกระจาย และพบรถจักรยานยนต์ล้มอยู่ที่เกิดเหตุ 1 คัน

ขณะเดียวกันพบว่ามีผู้บาดเจ็บในกรณีเดียวกัน 1 รายคือ ลูกชายวัย 10 ขวบของผู้ก่อเหตุ ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกกรดฆ่ายางกระเซ็นเข้าราดบริเวณลำตัว ซึ่งถูกนำตัวส่ง รพ.บางขัน หลังจากแพทย์ได้ช่วยเหลือในเบื้องต้วแล้วจึงนำตัวส่ง รพ.มหาราช นครศรีธรรมราช เพื่อให้แพทย์เฉพาะทางเร่งให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

อย่างไรก็ตาม นางกัลยา อายุ 30 ปี ภรรยาของผู้ตายยืนยันว่าผู้ก่อเหตุคือนายอภิชาติ ซึ่งเป็นอดีตสามีที่เลิกรากันไปราว 1 ปีแล้ว หลังจากนั้นได้มาอยู่กินกับสามีใหม่คือนายสุกรียา ก่อนเกิดเหตุนายสุกรียาขับรถจักรยานยนต์พาบุตรชายที่เกิดกับนายอภิชาตซ้อนท้ายไปซื้อเทปใส เทปกาวที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นขณะที่กำลังขับรถกลับบ้าน ปรากฏว่านายอภิชาตขับรถจักรยานยนต์ตามไปแล้วบังคับให้นายสุกรียาจอดรถ ก่อนที่จะใช้ขวดน้ำกรดฆ่ายางที่มีน้ำกรดอยู่เต็มตีศีรษะแล้วปาดคอแทงซ้ำหลายครั้ง แล้วน้ำกรดฆ่ายางกระเซ็นไปโดนลูกชายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่นายอภิชาตขับรถหายไปมารู้ภายหลังว่าได้ไปแจ้งความด้วยตัวเองและเข้ามอบตัวกับตำรวจ

ขณะที่ นายอภิชาต ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาหลังจากที่เข้าแจ้งเหตุฆาตกรรมกับเจ้าหน้าที่ด้วยตนเอง ยอมเปิดเผยสาเหตุในการก่อเหตุว่าสาเหตุที่ตัดสินใจก่อเหตุ เนื่องจากประมาณ 2-3 เดือนที่ผ่านมาถูกนายสุกรียาข่มขู่ฆ่า ทำให้ตนไม่กล้าออกไปกรีดยางพาราและต้องหวาดระแวงตลอดเวลา

ประกอบกับเชื่อว่าโดนทำคุณไสยใส่ภรรยาเป็นเหตุให้ภรรยาเลิกราไปอยู่กินกับผู้ตาย รวมทั้งทำคุณไสยใส่ตนเองจนทำให้มีอาการแปลกประหลาดเช่นปัสสาวะเป็นเลือด ทำให้มีความแค้นบวกกับความหึงหวง เมื่อมาเจอนายสุกรียาที่ร้านค้าจึงเกิดความโกรธแค้นขึ้นมา ตัดสินใจขับรถจักรยานยนต์ตามไปที่เกิดเหตุและใช้ขวดน้ำกรดฆ่ายางซึ่งตั้งใจจะซื้อไปผสมยางตามปกติแต่เอามาใช้ในการก่อเหตุ หลังจากนั้นจึงไปแจ้งเจ้าหน้าที่ด้วยตัวเองเพื่อขอยอมรับผิดทั้งหมด

เรื่องเด่น

พ่อเลี้ยงฝรั่งลักพาตัวเด็กหญิง 9 ขวบ แม่แทบพลิกขอนแก่นหา ร่ำไห้ขอลูกสาวคืน

(24 ก.ย. 62) จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “คนกระนวน” ได้โพสต์ข้อความระบุว่า เด็กหญิง 9 ขวบ ถูกพ่อเลี้ยงลักพาตัวไปจากโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ตอนนี้แม่เป็นห่วงมาก จึงขอความร่วมมือทุกท่านที่พบเห็นช่วยแจ้งเบาะแส

ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อผู้เสียหาย ทราบชื่อต่อมาคือ นางสาวบุญไท มีอาการกระวนกระวายเป็นห่วงลูกสาวเป็นอย่างมาก พร้อมกับพูดผ่านสื่อ ยกมือไหว้ทั้งน้ำตา และพูดภาษาฟินแลนด์เพื่อสื่อสารให้สามีคือ MR.KOSKINEN JARKKO TUOMAS ที่กำลังดูข่าวขอให้นำลูกสาวกลับคืนมา เพราะคิดถึงลูกสาวมาก ไม่รู้ว่าลูกจะเป็นอย่างไรบ้าง กลัวลูกสาวจะถูกทำร้าย

นางสาวบุญไท กล่าวว่า ก่อนที่ลูกและสามีใหม่จะหายไปแกเป็นคนขี้น้อยใจ หึงหวง เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาแกแอบเอาพาสปอร์ตของลูกทั้ง 2 คนคือที่เป็นผู้หญิงซึ่งเป็นลูกติดจากสามีเก่า และของลูกผู้ชายที่เกิดด้วยกันพร้อมด้วยกระเป๋าไปซ่อนไว้ในดงกล้วยข้างบ้าน ตนเองพยายามถามหาแกบอกว่ากระเป๋าหายไปจึงช่วยกันหา แต่แกก็เดินไปหยิบออกมาจากที่ซ่อน โดยในวันนี้ตนเองไม่อยู่บ้านไปทำธุระ สามีจึงได้โอกาสไปหาลูกสาวที่โรงเรียนตอนเที่ยง และก่อนหน้านั้นพยายามจะมารับลูกชายที่อยู่ในบ้านแต่ญาติไม่ยอมให้ จึงพาลูกสาวของตนเองหายไป ตนเองพยายามโทรหาก็ไม่รับสาย ไลน์ไปก็อ่านแต่ไม่ตอบกลับ ตนเป็นห่วงลูกมากกลัวจะทำมิดีมิร้ายกับลูกสาวตน จึงได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.กระนวนไว้ ส่วนสาเหตุที่ถูกลักพาลูกสาวหลบหนีไปยังไม่ทราบแน่ชัด ต้องรอเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนต่อไป

สำหรับสามีเก่าเป็นชาวฟินแลนด์ อาชีพวิศวะกรภายในโรงงานผลิตฟิล์มพันพาเลท ฟิล์มพันสินค้า อยู่กินกันมา 9 ปี มีบุตรด้วยกัน ชื่อ ด.ญ.โอลิเวีย อายุ 9 ปี เรียนชั้น ป.3 สาเหตุที่เลิกกับสามีเก่าเพราะถูกทำร้ายร่างกายอยู่เป็นประจำ จึงได้หย่ากัน โดยได้สามีใหม่เป็นชาวฟินแลนด์ด้วยกัน อาศัยคนละเมืองกันห่างกันเพียง 12 กิโลเมตรเท่านั้น โดยสามีใหม่ชื่อ MR.KOSKINEN JARKKO TUOMAS อาชีพเป็นช่างคอมพิวเตอร์และพนักงานรักษาความปลอดภัย โดยได้อยู่กินด้วยกัน 3 ปี มีบุตรด้วยกัน เพศชาย อายุ 3 ขวบ

ล่าสุดได้เดินทางกลับไทยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยได้ปลูกบ้านอยู่ด้วยกันแต่ยังไม่เสร็จในพื้นที่บ้านของพ่อแม่ฝ่ายหญิง ส่วนหลักฐานที่สามีใหม่เอาไปด้วย มีพาสปอร์ตลูกสาว ถือสัญชาติฟินแลนต์และไทย ทั้งนี้นางสาวบุญไท เกรงว่าสามีจะพาลูกสาวกลับไปยังประเทศฟินแลนด์

เรื่องเด่น

คุณป้าเดินข้ามถนน เก๋งชนโครมดับคาถุุงกับข้าว เพื่อนนั่งสะอื้นภาพสลดยังติดตา

(21 ก.ย.62) เมื่อเวลา 21.00 น. 2562 พ.ต.ท.สพัศ ปราการพิทักษ์ สว.สอบสวน สภ.คูคต ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถชนคนเดินเท้ามีผู้เสียชีวิต ที่เกิดเหตุใกล้เคียงจุดกลับรถถนนลำลูกกา-พหลโยธินขาเข้า หน้าโรงงานผลิตกระดาษลูกฟูก ลูกฟูกม้วน ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยแพทย์เวรจาก รพ. ภูมิพลอดุลยเดช และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุกลางถนนพบรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีเทา สภาพด้านหน้าพังยับกระจกบานหน้ามีรอยยุบจอดอยู่ ใกล้กัน พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 รายทราบชื่อต่อมา นางปราณี อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นคนเดินข้ามถนนข้างตัวยังพบเครื่องปรุงแต่งรสชาติอาหารตกอยู่

นางสมศรี อายุ 50 ปี เพื่อนผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตนเองและผู้เสียชีวิต ได้กลับจากการซื้อกับข้าวมาทำกินที่หอพัก ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามที่เกิดเหตุ  เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุตนและผู้ตายลงจากแท็กซี่จากนั้นตนเองก็ข้ามถนนโดยบอกให้ผู้ตายข้ามมาเพราะมองแล้วว่าปลอดภัยแต่ผู้ตายไม่ข้าม กระทั่งตนเองข้ามไปถึงกลางถนนแล้วผู้ตายกลับเดินข้ามมาตนเองบอกว่าอย่าข้าม เพราะรถมาใกล้แล้วแต่ผู้ตายไม่ฟังเสียง จึงถูกรถชนจนเสียชีวิต

พ.ต.ท.สพัศ  ปราการพิทักษ์ สว.สอบสวน สภ.คูคต เปิดเผยว่า พร้อมด้วยแพทย์เวร จากโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ทำการสถานที่เกิดเหตุบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน  พร้อมกับให้ทางมูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งชันสูตรอีกครั้งที่รพ. ภูมิพลอดุลยเดช และเชิญตัวผู้ขับขี่ไปสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป

เรื่องเด่น

ไม่เอาใจไม่อ่อนโยน สาวฉกรรจ์เมืองพัทยาไล่ชกฝรั่ง ฉุนไม่เลี้ยงข้าว

สาวประเภทสองเมืองพัทยาสร้างวีรกรรม อ้อนฝรั่งเมืองน้ำหอม หวังเลี้ยงข้าวก่อนรุ่งเช้า แต่อีกฝ่ายไม่ยอมเล่นด้วย เดือดจัดไล่ชกจ้าละหวั่น ทำเผ่นหนีมาแจ้งตำรวจ

(16 ก.ย.) เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา พ.ต.ท.ธัชญ์ศักดิ์ จีรัฐติกุลชัย สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจาก นายล็อตฟี อายุ 43 ปี สัญชาติฝรั่งเศส ระบุว่า ถูกสาวประเภทสองทำร้ายร่างกายหน้าร้านจำหน่าย กระดาษห่อพัสดุ กระดาษน้ำตาล บริเวณอล์คกิ้ง สตรีท พัทยาใต้ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืยสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ

โดยผู้เสียหายได้นั่งวินจัรยายนมาที่ สภ.เมืองพัทยา ด้วยอาการตื่นตระหนกตกใจ พร้อมเล่าว่าได้ถูกสาวประเภทสองทำร้ายร่างกาย เพราะสาวประเภทสองเข้ามารบเร้า แม้ว่าตนจะพยายามปฏิเสธแล้วก็ตาม แต่สาวประเภทสองก็ยังไม่ลดละความพยายาม อ้างว่าหิว อ้อนให้ซื้ออาหารให้กิน

แต่ตนได้บอกกลับไปว่าไม่มีเงินสด แต่ฝ่ายสาวประเภทสองก็ยังไม่ยอมฟัง และอยู่ๆ ก็โมโหขึ้นมา จึงได้ทำร้ายร่างกาย ตนพยายามวิ่งหนีไปขึ้นรถจักรยานยนต์รับจ้าง เพราะไม่น่าจะสู้แรงไหว แต่สาวประเภทสองก็ยังวิ่งตามมาไล่ชกเข้าที่คอ ก่อนที่วินจะขี่พาหนีมาแจ้งความที่สถานีตำรวจดังกล่าว

ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ประสานงานกับ ร.ต.อ.ณธกร จันทร์ลอด รอง สว.สส.ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ จนสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาได้คือ นายนรินทร์ อายุ อายุ 34 ปี ก่อนควบคตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนิคดีตามกฎหมายต่อไป

เรื่องเด่น

อดีตผู้จัดการโรงแรมบุกห้องข่มขืนลูกค้าสาว หนีคดี 3 ปี ตำรวจจับคาผ้าเหลือง

ตำรวจบุกจับคาผ้าเหลือง อดีตผู้จัดการโรงแรมบุกห้องข่มขืนลูกค้าสาว บวชเป็นพระ หนีคดี 3 ปี

(11 ก.ค.62) เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม พร้อมด้วยตำรวจ สภ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เข้าควบคุมตัว นายทะนงศักดิ์ อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ 21/2559 ลงวันที่ 22 มกราคม 2559 ซานความผิด ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้นั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารุขัดขืนได้  และบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน ซึ่งเบื้องต้นพระรูปนี้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาในชั้นจับกุม

สำหรับคดีนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 ม.ค.59 ได้มีหญิงสาวรายหนึ่งอายุประมาณ 20 ปี เข้าแจ้งความต่อตำรวจ สภ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ว่า ได้ถูกผู้จัดการโรงแรม ซึ่งทราบชื่อคือ นายทะนงศักดิ์ ได้เข้ามาที่ห้องพักของนางสาวเอ (นามสมมุติ) ซึ่งได้เข้ามาพักที่ห้องเช่าของโรงแรมในคืนดังกล่าว จากนั้นผู้ต้องหาได้บุกเข้ามาในห้อง ใช้ลิ้นเลียและสอดนิ้วใส่ถึง 30 นาที โดยที่ไม่สามารถต่อสู้ขัดขืนได้ หลังจากนั้นผู้ต้องหาได้หลบหนีไป จึงได้แจ้งทางโรงแรม ให้ทราบและแจ้งความไว้ จนนำมาสู่การจับกุมดังกล่าว

เบื้องต้นนายทะนงศักดิ์ ให้การว่า หลังหลบหนีได้มาที่ จ.กระบี่ และบวชเป็นพระแห่งหนึ่งในวัดที่ อ.อ่าวลึก ใกล้โรงงานผลิต แอร์บับเบิ้ล กันกระแทกราคาถูก  วันนี้ได้มาเยี่ยมญาติที่ป่วยที่ รพ.อ่าวลึก ก่อนถูกจับกุมดังกล่าว ตำรวจเตรียมนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.ขนอม ดำเนินคดีต่อไป

เรื่องเด่น

สุดสะพรึง เนื้อไก่ดิบกระดึ๊บออกจากโต๊ะอาหาร ทำลูกค้าร้องเสียงหลง

สื่อเดอะซันได้แพร่ภาพที่น่าแปลกใจและขยะแขยง เมื่อชิ้นเนื้อไก่ดิบค่อยๆ กระดึ๊บออกจากจานบนโต๊ะของร้านอาหารแห่งหนึ่ง ทำให้ลูกค้าจีนคนหนึ่งกรีดร้องเสียงหลง ขณะที่ชาวเน็ตตั้งฉายาให้มันว่า “เนื้อไก่ซอมบี้”

ภาพในวิดีโอจะเห็นจานเนื้อไก่สดวางอยู่บนโต๊ะเคียงข้างอาหารอื่นๆ ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งอยู่ไกล้ๆร้าน จำหน่าย กระดาษลูกฟูก กระดาษลูกฟูก 2ชั้น แต่ระหว่างนั้นชิ้นเนื้อไก่ดิบก็เริ่มกระดุกกระดิกไปมา จากนั้นมันก็ค่อยๆ กระดึ๊บปีนออกจากจาน ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของลูกค้าหญิงคนหนึ่ง ก่อนที่มันจะร่วงตกโต๊ะไป

วิดีโอดังกล่าวถูกโพสต์ลงบนเฟซบุ๊กของ Rie Phillip และนับตั้งแต่นั้นมีผู้เข้าชมแล้วมากกว่า 4.6 ล้านครั้ง

ไม่เป็นที่ชัดเจนว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ใด แต่จากที่มีตะเกียบวางอยู่บนจาน บ่งชี้ว่ามีความเป็นไปได้ที่มันอาจเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น, จีนหรือไม่ก็เกาหลี

ผู้คนที่โพสต์แสดงความคิดเห็นพากันสันนิษฐานว่าการเคลื่อนไหวของเนื้อไก่ดิบน่าจะมีต้นตอจากปลายประสาทของไก่ยังไม่ตายดี โดยหนึ่งในนั้นบอกว่า “เป็นเรื่องปกติ เพราะเนื้อที่สดมากๆ กล้ามเนื้อยังอาจเคลื่อนไหวอยู่”

เป็นที่ทราบกันดีว่าไก่เป็นสัตว์ที่สามารถอยู่รอดและเคลื่อนไหวได้แม้หัวของมันจะขาดก็ตาม โดยในประเทศก็เคยมีข่าวว่าไก่ตัวหนึ่งอยู่รอดนานหลายสัปดาห์ ทั้งที่มันอยู่ในสภาพหัวขาดเหลือแต่คอที่เปรอะไปด้วยเลือด

ส่วนไก่ไร้หัวที่มีอายุยืนที่สุดในโลกได้แก่เจ้าไมค์ ไก่ในฟาร์มแห่งหนึ่งในเมืองฟรูอิทา รัฐโคโลราโด สหรัฐฯ โดยมันมีชีวิตอยู่รอดนานถึง 18 เดือน ระหว่างปลายปี 1945 ถึงปี 1947

เรื่องเด่น

เด็กหญิงวัย 14 ทำมือถือหาย หนุ่มหื่นเก็บได้ขู่เผยแพร่ภาพลับ-เรียกออกไปข่มขืน

(29 มิ.ย.62) ทีมสืบสวนนครบาล 9 ร่วมกับ ชุดสืบสวนสน.ภาษีเจริญ พร้อมด้วยชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม ร่วมกันจับกุมตัว นายศิลา อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาธนบุรี ข้อหาข่มขืนกระทำชำเรา เด็กหญิงอายุ 14 ปี , พรากผู้เยาว์ โดยจับกุมได้ที่บริเวณห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งย่านบางแค ไกล้กับร้านจำหน่าย ฟิล์มยืด ฟิล์มพันพาเลท

สำหรับการจับกุมในครั้งนี้สืบเนื่องจากได้มีผู้ปกครองของ เด็กหญิง อายุ 14 ปี มาแจ้งความกับตำรวจ สน. ภาษีเจริญ ว่าถูกคนร้ายบังคับข่มขืน เนื่องจากผู้เสียหายทำโทรศัพท์มือถือส่วนตัวหล่นหายไป ซึ่งภายในโทรศัพท์มีภาพเซลฟี่ของผู้เสียหายอยู่ในเครื่อง โดยนายศิลา ผู้ต้องหารายนี้เก็บโทรศัพท์ได้ และข่มขู่ให้ผู้เสียหายซึ่งเป็นเด็กหญิงวัย 14 ปี ออกมาเจอก่อนจะบังคับข่มขืนกระทำชำเรา และปล่อยตัวไป

จากนั้นคนร้ายย่ามใจได้โทรศัพท์ ข่มขู่ให้ผู้เสียหายไปพบ ผู้เสียหายหวาดกลัวจึงแจ้งผู้ปกครองและไปแจ้งความไว้ที่ สน. ภาษีเจริญ ตำรวจจึง รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอศาลออกหมายจับ และซ้อนแผนให้ผู้เสียหายนัดเจอกับผู้ต้องหารายนี้ ก่อนจะติดตามจับกุมตัวนายศิลาไว้ได้และคุมตัวไปที่ สน.ภาษีเจริญ เพื่อให้ผู้เสียหายชี้ตัว

สลด! สาวขี่จยย. ชนเสาไฟฟ้าดับ สุดเศร้าพบโน้ตบนกล่องขนม ถึงแฟนเก่าวันวาเลนไทน์

เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 15 ก.พ. ร.ต.อ.แซด สมพวง รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักชนเสาไฟฟ้า มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บนถนนเลียบคลองเปรมประชากร(มุ่งหน้าบางปะอิน)หลักกิโลเมตรที่ 7 หน้าร้านจำหน่าย ที่ตัดเทป,ตัวตัดเทป เลขที่ 26 หมู่ 4 ต.เชียงรากน้อย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี จึงรุดตรวจสอบร่วมกับแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า เอ็ม สแลซ สีเหลือง-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ชนเสาไฟฟ้า บริเวณประตูรั้วหน้าบ้านดังกล่าว ใกล้กันพบหมวกกันน็อก และรองเท้า ตกอยู่ ผู้เสียชีวิตเป็นหญิงผมสั้น อายุประมาณ 22-25 ปี สวมกางเกงยีนส์ขายาว เสื้อยืดสีน้ำเงิน และสวมเสื้อคลุมสีกรมท่าทับ

ตรวจสอบในตัวพบบัตรพนักงานฝ่ายผลิตของบริษัทโซนี่ ในนิคมอุตสาหกรรมบางกะดี อ.เมือง จ.ปทุมธานี ระบุชื่อคือ น.ส.ชฎารัตน์ วงษ์หาจักร นอกจากนี้ยังพบกระดาษแปะอยู่บนกล่องขนมสีแดง โดยมีข้อความเขียนถึงแฟนเก่าในวันวาเลนไทน์ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้บันทึกภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามนายมงคล แสงรัตน์ อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุให้การว่า ตนกำลังจะออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อและกำลังเปิดประตูรั้วบ้าน จากนั้นได้ยินเสียงรถไถลมาที่หน้าประตูบ้าน ด้วยความตกใจและเห็นคนนอนแน่นิ่งอยู่บริเวณเสาไฟฟ้า จึงโทรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยทราบ

ด้าน ร.ต.อ.แซด สมพวง รองสารวัตรสอบสวนฯ ได้ทำการตรวจสอบและร่วมชันสูตรพลิกศพพร้อมกับแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และบันทึกภาพในที่เกิดเหตุเก็บไว้เป็นหลักฐาน พบว่าเสาไฟฟ้ามีรอยรถเฉี่ยวชน เบื้องต้นไม่พบคู่กรณี

เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าผู้เสียชีวิตมาจากที่ใดและสืบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิต ก่อนมอบศพให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำส่งชันสูตรยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้งและจะประสานญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

นักโทษหนีออกเรือนจำ รับคิดถึงบ้าน อธิบดีกรมคุกโว หนี 9 ราย ไม่มีใครเคยรอด

นักโทษหนีออกเรือนจำ – เมื่อวันที่ 12 ก.พ. พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงความคืบหน้า การติดตามจับกุมผู้ต้องขังหลบหนี ขณะออกฝึกวิชาชีพภายนอกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ที่ผ่านมา

พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัว น.ช.กฤษดา ม่วงแพร ผู้ต้องขังคดีลักทรัพย์ ได้ที่หน้าร้าน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ โดยชุดติดตามของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประชาชื่น ออกหาข่าวจากบุคคลใกล้ชิดผู้ต้องขังตลอดทั้งวัน และเฝ้าติดตามพื้นที่น่าสงสัย

จนเมื่อเวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุม น.ช.กฤษดา ได้บริเวณริมถนนปากซอยพหลโยธิน 66 ย่านสายไหม โดยผู้ต้องขังมีการเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย ไม่ใช้ชุดตอนหลบหนี

ทั้งนี้ จากการสอบถามสาเหตุการหลบหนี ผู้ต้องขังกล่าวว่าเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ คิดถึงบ้านและครอบครัวจึงหนีออกมา โดยขณะนี้ได้นำตัวเข้าควบคุมยังเรือนจำฯ เรียบร้อยแล้ว พร้อมดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวต่อว่า การหลบหนีจากการควบคุมของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง จากสถิติการหลบหนีตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 62 มีผู้ต้องขังหลบหนี 9 ราย แต่ไม่มีรายใดที่หนีสำเร็จ นอกจากนี้ตนได้กำชับเจ้าหน้าที่ ให้เพิ่มความระมัดระวังในการเฝ้าผู้ต้องขังที่ออกมาฝึกวิชาชีพนอกเรือนจำ รวมถึงผู้ต้องขังที่โทษเหลือน้อย ให้เพิ่มมาตรการที่เหมาะสมในการป้องกันเหตุต่อไป

ไฟส่องสว่างชำรุด กระบะขับฝ่าความมืด พุ่งชนคนข้ามถนน ร่างกระเด็นดับคาที่

เมื่อวันที่ 3 ก.พ. พ.ต.ท.จรินทร์ ขาวเอี่ยม สว.(สอบสวน) สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุรถยนต์กระบะชนคนเดินข้ามถนนเสียชีวิต ที่หน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช หมู่ 4 ต.ท่างิ้ว อ.เมือง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นจึงพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยไต้เต๊กตึ๊งรีบรุดไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุเป็นถนน 4 ช่องจราจร บริเวณชุมชนหน้ามหาวิทยาลัยนครศรีธรรมราช พบผู้เสียชีวิตคือนายจรัญ อมรเวช อายุ 49 ปีพนักงานร้านจำหน่าย ถุงซิปล็อค,ซองซิปล็อค อยู่บ้านเลขที่ 17/11 หมู่ 4 ต.ท่างิ้ว อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นอนเสียชีวิตอยู่ริมถนนในสภาพแขนขาหัก ศีรษะมีบาดแผลฉกรรจ์ ตามร่างกายมีแผลถลอก ห่างกันประมาณ 100 เมตร พบรถยนต์กระบะยี่ห้อเชฟโรเลต สีบรอนซ์ ทะเบียน ตห 4180 กทม. สภาพตอนหน้าเสียหาย

จากการสอบสวนทราบว่า รถยนต์กระบะคันดังกล่าวเป็นของบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งใน จ.กระบี่ ส่วนคนขับทราบว่ามากับครอบครัวและเดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว ส่วนภรรยาและลูกอยู่ในอาการตกใจ มีญาติมารับไปจากที่เกิดเหตุ ขณะที่บริเวณที่เกิดเหตุพบมีสภาพมืด เนื่องจากไฟฟ้าส่องแสงสว่างกลางถนนชำรุด

เบื้องต้นทราบว่า นายจรัญเดินข้ามถนนไปยังร้านค้าฝั่งตรงข้าม ก่อนจะหยุดยืนที่เกาะกลางถนนท่ามกลางความมืด ซึ่งมีต้นไม้สูงและหญ้าขึ้นรกบนเกาะกลางถนน ทำให้มองเห็นไม่ชัดเจน กระทั่งนายจรัญเดินลงมาจากเกาะกลางเพื่อข้ามถนนไปอีกฝั่ง ปรากฏว่ามีรถยนต์กระบะขับมาด้วยความเร็ว พุ่งชนนายจรัญอย่าแรงจนร่างลอยกระเด็นไปประมาณ 30 เมตร เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที

ขณะที่ชาวบ้านระบุว่า ไฟฟ้าส่องสว่างบนเกาะกลางถนนชำรุดมานาน และบริเวณที่เกิดเหตุอยู่กลางชุมชนขนาดใหญ่และมีหอพักนักศึกษาอยู่สองข้างทางจำนวนมาก แต่ยังไม่ได้มีการซ่อมแซมไฟฟ้าส่องสว่าง ทำให้ถนนมืด และเกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บมาแล้วหลายครั้ง กระทั่งนายจรัญถูกรถชนเสียชีวิตในครั้งนี้ ภายหลังเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพเสร็จแล้วได้มอบให้ญาตินำไปจัดการตามประเพณี และจะดำเนินคดีกับคนขับรถยนต์ตามกฎหมายต่อไป

ผจก.แสบ ล้อเล่นกับความเหงา ปลอมเป็นสาวลวงขรก.หนุ่มเซ็กส์โฟน แบล็กเมล์ยับ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 ม.ค. ที่กองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดอุดรธานี พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ และ พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธ์ ผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี พร้อมกำลังชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงผลจับกุม นายภีมวัจน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 39 ปีได้ที่บ้านพักข้างโรงงานผลิต ที่ตัดเทป,ตัวตัดเทป แห่งหนึ่ง ผู้ต้องหาหลอกปลอมแอพพลิเคชั่นไลน์และเฟซบุ๊ก โดยใช้ภาพโปรไฟล์ของหญิงสาวหน้าตาดี หลอกเหยื่อผู้ชายให้มาติดพัน แล้วใช้แชทคุยแบบเซ็กส์โฟน แสดงท่าทางสำเร็จความใคร่ผ่านทางวีดีโอคอล แล้วแอบบันทึกภาพเพื่อใช้ในการแบล็กเมล์เหยื่อที่เป็นข้าราชการหนุ่ม กว่า 50 ราย ได้เงินไปแล้วกว่า 6 ล้านบาท

เบื้องต้นแจ้งข้อหา “รีดเอาทรัพย์, กรรโชกทรัพย์” โดยสามารถตรวจยึดของกลางไว้ได้ ประกอบด้วย  1.อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการบันทึกภาพ การตัดต่อภาพ จำนวน 3 ชุด 2.โทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง 3.สมุดบัญชีธนาคาร 2 เล่ม มียอดเงินหมุนเวียน 6 ล้านบาท และ 4.คลิปวีดีโอเปลือยกายทั้งชายและหญิง แบบวีดีโอคอล ส่วนใหญ่จะเป็นคลิปการสำเร็จความใคร่ ต่อหน้าจอโทรศัพท์มือถือ 75 คลิป

พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา มีข้าราชการหนุ่มในสังกัดจังหวัดอุดรธานี อายุ 30-40 ปี จำนวน 3-4 คน ได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่าถูกหญิงสาวหลอกแชทคุยผ่านไลน์และเฟซบุ๊กจนเกิดความสนิทสนมกัน กระทั่งมีการติดต่อแบบวีดีโอคอล และโชว์ของลับให้กันและกันดู ก่อนจถูกบันทึกภาพไว้และส่งมาเพื่อเรียกเอาเงิน โดยมีการจ่ายเงินไปครั้ง 5,000-10,000 บาท

โดยบางรายจ่ายไป 20,000-50,000 บาท แต่ก็ยังถูกเรียกเอาเงินอยู่เรื่อย ๆ จนทนไม่ไหว เพราะเข้าข่ายหลอกลวง จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธ์ ผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งทำการสืบสวนจับกุมแก๊งรีดเอาทรัพย์ เพราะเชื่อว่าเป็นขบวนการใหญ่ เนื่องจากผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นข้าราชการหนุ่มและหญิงสาวหน้าตาดี เบื้องต้นมีผู้เสียหายเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

ด้าน พ.ต.ต.อรรคพล ยี่เกาะ สว.สส.ภ.จว.อุดรธานี กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานที่ผู้เสียหายที่เป็นข้าราชการหนุ่มคนหนึ่งได้นำเอาหลักฐานการติดต่อแชทไลน์กับบุคคลที่ใช้โปรไฟล์เป็นภาพหญิงสาวหน้าตาดี แต่ละชื่อจะใช้ภาพหญิงสาวหน้าตาดี จากนั้นจะแชทคุยจนสนิทสนมและเกิดความหลงรักกันเกิดขึ้น โดยฝ่ายหญิงสาวจะแชทแบบคนต้องการทางเพศสูง เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อ สำเร็จความใคร่โชว์หน้าจอโทรศัพท์มือถือแบบวีดีโอคอล

“เมื่อเหยื่อหลงเชื่อทำตาม ก็จะถูกผู้ต้องหาซึ่งวางแผนเอาไว้แล้วบันทึกภาพและคลิป จากนั้นจะแอบอ้างว่าคลิปนี้หลุดออกมา หากไม่ต้องการให้หลุดไปในโลกโซเชียล ก็ต้องจ่ายเงินมา โดยเรียกเอาตั้งแต่หลักพัน ไปจนถึงหลักหมื่น แต่จะเรียกเอาเรื่อย ๆ กับผู้ชาย จะใช้โปรไฟล์หญิงสาวหน้าตาดี หากบางครั้งเหยื่อเป็นหญิงสาว ก็จะใช้โปรไฟล์หนุ่มหล่อโชว์ซิกแพค เพื่อหลอกให้สำเร็จความใคร่โชว์ผ่านมือถือ ซึ่งเหยื่อส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่มีความมุ่งหวังทางเพศ หรือกลุ่มหาคู่ แคมฟรอก โดยจะเรียกเอาเงินครั้งละไม่มาก แต่จะเรียกเอาเรื่อย ๆ รวมเหยื่อกว่า 50 ราย สูญเงินกว่า 6 ล้านบาท อาทิตย์ละครั้ง หลายครั้งเข้าก็หมดเงินไปตั้งแต่ 2-5 หมื่นบาทในแต่ละราย” พ.ต.อ.อรรคพล กล่าว

พ.ต.ต.อรรคพล กล่าวต่อว่า หลังจากสืบค้นข้อมูลจนทราบว่า ผู้ต้องหารายนี้คือ นายภีมวัจน์ จึงขออนุมัติศาลจังหวัดราชบุรี เข้าตรวจค้นจับกุมตัว โดยพบผู้ต้องหาใช้ห้องนอนของตัวเองเป็นที่ทำงาน ในการตัดต่อภาพลามก และใช้เป็นห้องแชทคุยหลอกเหยื่อด้วยโทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 3 ชุด มีคลิปที่พร้อมทำการส่งไปแบล็กเมล์เหยื่อ ทั้งผู้ชายและผู้หญิง รวม 75 คลิป โดยจะเลือกเหยื่อเป็นข้าราชการ และคนมีฐานะการเงินค่อนข้างดี

จากการสอบสวน นายภีมพล ให้การรับสารภาพว่า เป็นอดีตผู้จัดการร้านโทรศัพท์มือถือ มีความชำนาญในการใช้โทรศัพท์ในระบบต่าง ๆ เป็นอย่างดี ระยะหลังติดการพนันและยาเสพติด จึงคิดหาวิธีบันทึกภาพจากมือถือระหว่างการสนทนา เมื่อเหยื่อหลงเชื่อสำเร็จความโคร่โชว์ให้เห็นแบบจะจะ ก็จะบันทึกแล้วแอบส่งไปเรียกเอาเงินจากเหยื่อที่เป็นข้าราชการ ที่กลัวว่าจะอับอาย หากเรื่องถูกเผยแพร่ออกไปและกระทบต่อหน้าที่การงานจึงยอมเสียเงิน

สลด! แท็กซี่พลเมืองดีจอดช่วยเก๋งยางแตก ถูกรถพุ่ง ชนดับ 2 ศพ สยองเมืองนนท์

ชนดับ 2 ศพ / เมื่อเวลา 05.30 น. วันที่ 28 ม.ค. ร.ต.ท.หญิงนภาภรณ์ ฤกษ์พิชัย รอง สว.สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งมีรถยนต์ชนกับรถที่จอดเปลี่ยนยางอยู่หน้าร้าน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ มีผู้เสียชีวิต 2 รายเหตุเกิดบนถนนรัตนาธิเบศร์ขาเข้าก่อนข้ามแยกบางพลู หมู่ 1 ต.บางรักใหญ่ อ.บางบัวทอง จึงประสานแพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบร่างของผู้เสียชีวิต 2 ราย คือนายชนะ ชมแขไข อายุ 73 ปี และนายนพพร วสุธารนันท์ อายุ 50 ปี เป็นคนขับรถแท็กซี่ นอนเสียชีวิตอยู่หน้ารถยนต์ ยี่ห้อเปอร์โยต์ สีบรอนซ์-เงิน ทะเบียน 7ธ 4823 กรุงเทพมหานคร ที่ท้ายรถมีร่องรอยถูกชนพังเสียหายและใกล้กันมีล้อรถวางอยู่ 2 ล้อ บริเวณด้านหน้ารถยนต์ เปอร์โยต์ พบรถแท็กซี่ยี่ห้อโตโยต้า สีชมพู ทะเบียน หห3387 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่

ส่วนรถคันที่ก่อเหตุเป็นรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่น วีออส สีน้ำเงิน ทะเบียน 8กง 8959 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้ามุมซ้ายมีร่องรอยพังเสียหายจอดอยู่ในที่เกิดเหตุ โดยมีนายคณากร ธนภัคกิ่งคณา อายุ 39 ปี คนขับยืนรอให้การกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่

นายคณากร กล่าวว่า ขณะที่ตนกำลังขับรถไปทำงานโดยใช้ถนนรัตนาธิเบศร์ ขาเข้ามุ่งหน้าแยกแคราย เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุมีแสงสว่างน้อยมา ตนมีความรู้สึกว่ารถชนอะไรบางอย่าง คาดว่าน่าจะเป็นอย่างอะไหล่ที่วางไว้ จากนั้นรถเกิดเสียหลักพุ่งไปชนคนทั้ง 2 ที่อยู่ท้ายรถเปอร์โยต์ ก่อนที่รถตนจะเสียหลักหมุนไปอยู่ด้านหน้า หลังจากนั้นลงมาดูถึงพบชาย 2 คน หมดสติ จึงรีบโทรศัพท์ข้อความช่วยเหลือกับทางเจ้าหน้าที่ทันที

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพที่เกิดเหตุ โดยสันนิษฐานว่า นายนพพรที่เป็นคนขับรถแท็กซี่ ลงมาช่วยเหลือรถของนายชนะที่ขับรถยนต์เปอร์โยต์มาจอดยางแตกอยู่ริมทาง กระทั่งนายคณากรขับรถยนต์มาด้วยความเร็วและมองไม่เห็น จึงขับรถพุ่งชนจนทำให้มีผู้เสียชีวิต 2 ราย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงนำตัวนายคณากร ไปสอบปากคำที่โรงพักอีกครั้ง

รวมทั้งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดใกล้จุดเกิดเหตุ ว่าสามารถจับภาพขณะเกิดเหตุไว้ได้หรือไม่ ส่วนผู้เสียชีวิตมอบให้ทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ รพ.ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติรังสิต เพื่อชันสูตรต่อไป



สุดอั้น!สาวทนไม่ไหว ไปไม่ถึงรพ. คลอดก่อนกำหนดคาเก๋ง แห่ส่องทะเบียนลุ้นหวย

ไปไม่ถึงรพ. / เมื่อวันที่ 27 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 26 ม.ค. ที่ผ่านมา อาสาสมัครกู้ภัยร่วมกตัญญู จุดพระพุทธฉาย รับแจ้งมีเหตุหญิงเจ็บท้องใกล้คลอด ทนไม่ไหวคลอดบนรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า วีออสสีขาว หมายเลขทะเบียน ขพ9931 ชลบุรี ที่บริเวณหน้าร้านจำหน่าย กระดาษลูกฟูก,กระดาษลูกฟูกม้วน (พหลโยธิน-พระพุทธฉาย) เลยตลาดนัดบ้านหนองปลาไหลไปเล็กน้อย หมู่ 3 ต.หนองปลาไหล อ.เมือง จ.สระบุรี จึงเดินทางไปตรวจสอบ

โดยมีแพทย์เวร/พยาบาล โรงพยาบาลสระบุรี ร่วมให้การช่วยเหลือตัดสายสะดือ นำเด็กทารกเพศชายที่เพิ่งคลอดจากท้องแม่ เพื่อนำขึ้นรถกู้ชีพ 1669 ของโรงพยาบาล ไปยังโรงพยาบาลสระบุรี โดยมีประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อของที่ตลาดนัดมามุงดูเป็นจำนวนมาก บางคนส่องดูทะเบียนรถเพื่อนำไปเสี่ยงโชค

สอบถาม นายนิรันทร์ดร เต็มใจ อายุ 33 ปี ชาวหมู่ 3 ต.หนองปลาไหล อ.เมือง จ.สระบุรี พนักงาน บริษัทผลิตยางรถยนต์ แห่งหนึ่งในอ.หนองแค ทราบว่า หญิงที่คลอดลูกคนดังกล่าวเป็นภรรยาของตน ชื่อ นางมิน ปันยาลาด อายุ 31 ปี เป็นคนสปป.ลาว แต่งงานอยู่กินกับตนมานานหลายปีแล้ว มีลูกด้วยกัน 1 คนเป็นชายอายุ 4 ขวบ ตั้งครรภ์ลูกคนที่สอง (แท้ง) และครรภ์ที่สามที่เพิ่งคลอด มีอายุครรภ์เพียง 5 เดือนเศษเท่านั้น ก่อนเจ็บท้องกะทันหันในค่ำวันนี้

โดยช่วงสายวันที่ 26 ม.ค. ภรรยาตนมีอาการครรภ์ผิดปกติ เหมือนเด็กในครรภ์จะดิ้นมาอยู่ทางด้านซ้ายของท้อง จึงเดินทางไปพบแพทย์ที่โรงพยาบาลสระบุรี แพทย์ตรวจแล้วแจ้งว่า ไม่มีอะไรผิดปกติ พร้อมให้กลับบ้าน พอตกเย็น ภรรยาเกิดมีอาการเจ็บครรภ์ ตนจึงขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้าน ขับรถนำภรรยาเพื่อไปส่งโรงพยาบาลสระบุรี

แต่ครั้นมาถึงบริเวณดังกล่าว ภรรยาเจ็บท้องอย่างรุนแรง และคลอดลูกออกมาขณะนั่งอยู่บนรถทันที เพื่อนบ้านจึงจอดรถ และร้องขอความช่วยเหลือจากอาสาสมัครมูลนิธิฯ และให้ช่วยประสานงานแจ้งให้แพทย์ พยาบาลนำรถกู้ชีพ มาให้การช่วยเหลือ ภรรยา และลูกชายแรกคลอดของตนส่ง โรงพยาบาลสระบุรี เพื่อดูแลอาการต่อไป เบื้องต้นทารกดังกล่าว ซึ่งคลอดก่อนกำหนด แพทย์จำเป็นต้องนำเข้าตู้อบทันที ส่วนแม่เด็กปลอดภัยดี



รุมข่มขืนสาว เสร็จกิจฆ่าทิ้งสวนกล้วยนครปฐม ตร.ตามรวบหนุ่มพม่าสอบปากคำ

รุมข่มขืนสาว – เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 23 ม.ค. ร.ต.อ.ธนกร แก้วสุวรรณ รองสารวัตรสอบสวน สภ.โพธิ์แก้ว จ.นครปฐม ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบศพหญิงเปลือย เสียชีวิตภายในร่องสวนกล้วยหลังโรงงานผลิต ที่ตัดเทป,ตัวตัดเทป ซอยไร่ขิง 26 หมู่ 9 ต.ไร่ขิง อ.สามพราน หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน แพทย์เวรโรงพยาบาลสามพราน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง

ที่เกิดเหตุพบศพหญิง นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่ภายในร่องสวน เจ้าหน้าที่หน่วยประดาน้ำจึงได้ช่วยกันนำร่างขึ้นไว้บนฝั่ง จากการตรวจสอบร่างกาย ลำคอเขียวช้ำคล้ายถูกรัด เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 24 ชั่วโมง อายุราว 25-30 ปี ผิวคล้ำ ตรวจสอบบริเวณโดยรอบไม่พบเสื้อผ้า และเอกสารยืนยันตัวตนว่าเป็นใครมาจากไหน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลจาก นายโจ หลวงอิน อายุ 51 ปี เล่าว่า เมื่อวานเวลาประมาณ 11.30 น. ได้เดินมาที่สวนหลังบ้าน เนื่องจากทำงานแถวนี้ ได้เจอกับชายชาวเมียนมา ยืนอยู่โดยที่สวมกางเกงในตัวเดียวเท่านั้น มีลักษณะตื่นตกใจ ร่างกายเปียกไปทั้งตัว ตอนแรกตนเอะใจคิดว่าหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมา แต่เมื่อลองถามกลายเป็นว่าไม่สามารถสื่อสารกันได้ เนื่องจากใช้ภาษาเมียนมา จึงได้ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมารับตัว จนกระทั่งมาพบเจอหญิงสาวนอนเป็นศพเปลือยไม่สวมใส่เสื้อผ้าวันนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวชายเมียนมาคนดังกล่าวมาสอบปากคำ โดยมีล่ามแปลภาษาให้ ทราบชื่อคือ นายอองซู อายุ 20 ปี เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีเพื่อนชาวเมียนมาอีก 2 คน นำผู้หญิงคนดังกล่าวมา แต่ไม่บอกว่าเป็นใครมาจากไหน ก่อนร่วมกันรุมข่มขืนผู้หญิง โดยให้ตนดูต้นทาง เมื่อเสร็จกิจทั้ง 2 คน ได้เอาเสื้อผ้า โทรศัพท์ของผู้หญิงไปด้วย แล้วแยกย้ายกันหลบหนี

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ โดยจะนำศพส่งชันสูตรต่อที่สถาบันนิติเวช เพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริง พร้อมเก็บดีเอ็นเอหาร่องรอยของการข่มขืน เบื้องต้น นายอองซู ถูกควบคุมตัวไว้ พร้อมถูกตั้งข้อหาหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนจะคุมตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมต่อไป




สำนึกผิด! ผัวปืนโหด ยิงเมียดับวันครบรอบแต่งงาน รับขาดสติขอชดใช้กรรมที่ก่อ

ผัวปืนโหด / กรณี นายชูเกียรติ อายุ 52 ปี สามี ใช้ปืนยิงนางนฤมล อายุ 51 ปี เจ้าของร้านพลุ ในจ.ชัยภูมิ เสียชีวิต น้องสาว ได้รับบาดเจ็บ เพราะพยายามเข้าไปห้ามนายชูเกียรติ จนถูกลูกหลง เหตุเกิดภายในบ้านหลังหนึ่งใกล้กับโรงงานผลิต กระดาษลูกฟูก,กระดาษลูกฟูกม้วน ในอ.เมือง จ.ชัยภูมิ หลังเกิดเหตุนายชูเกียรตินอนกอดศพอยู่ในสภาพมึนเมาสุราไม่ได้สติ เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวไปสอบสวนที่สภ.เมืองชัยภูมิ โดยสารภาพถึงสาเหตุที่ก่อเหตุยิงภรรยาตัวเอง เพราะมีปัญหาเรื่องส่วนตัวในครอบครัวมานานนับปี ภรรยาขอให้แยกกันอยู่ หลังทะเลาะกันรุนแรงมาตั้งแต่เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ภรรยาไม่ยอมกลับมาง้อที่บ้าน จนเกิดเหตุ ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 21 ม.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองชัยภูมิ จ.ชัยภูมิ สอบปากคำนายชูเกียรติ ระบุว่า เมื่อวันที่ 20 ม.ค.63 ตรงกับวันที่ครบรอบวันแต่งงานกันในรอบ 30 ปี ของนายชูเกียรติและนางนฤมลจึงตัดสินใจไปหาสุรามาดื่มย้อมใจ ก่อนที่จะตามไปของ้อขอคืนดีกับภรรยาที่ไม่ยอมกลับบ้าน

โดยหนีมาอยู่ที่ร้านจำหน่ายพลุดังกล่าว ซึ่งด้วยความเมาขาดสติ หลังพยายามมาบอกง้อ ทั้งกราบทั้งไหว้ ขอคืนดีกับภรรยาก็ไม่ยอมพูดด้วยอีก จึงใช้ปืนที่พกติดตัวมาด้วย เพราะเป็นคนชอบปืน และจะนำปืนไปซ้อมยิงปืนที่สนามยิงปืนของจังหวัดบ่อยครั้ง จึงชักปืนออกมากราดยิงใส่ภรรยาไม่ยั้ง ก่อนที่น้องสาวตัวเองจะพยายามเข้ามาห้าม จึงทุบตีได้รับบาดเจ็บในที่เกิดเหตุอีกคน

ก่อนที่นายชูเกียรติจะนอนกอดศพภรรยาที่เสียชีวิต และจะใช้ปืนยิงตัวตายตาม แต่กระสุนปืนหมดแม็กไม่ลูกเหลือแล้ว ทางญาติหลายคนก็เข้ามาห้ามดึงปืนออกจากมือไป ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่จะมาถึงและควบคุมตัวไปสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย

นายชูเกียรติ กล่าวเปิดใจว่า หลังก่อเหตุแล้วก็รู้สึกเสียใจต่อการกระทำที่ทำลงไปในครั้งนี้ และอยากขอโทษทางญาติๆ ทางภรรยาทุกคนด้วย ครั้งนี้อยากให้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้กับคนที่ใช้ชีวิตในครอบครัวรายอื่นๆ การขาดสติหรือใช้สุราของมึนเมามาช่วยตัดสินใจ จนทำให้ตัวเองขาดสติแล้ว มาพูดคุยกันปัญหาในครอบครัวกันนั้นไม่ควรทำ ถ้าไม่เมามาพูดคุยกันดีๆ ก็คงไม่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น จากนี้ไปก็จะก้มหน้ารับใช้กรรมที่ตนเองก่อไว้



ผงะ! ศพชายนิรนาม ตกตึก6ชั้นดับคาที่ เผยเสียงปริศนาก่อนพบ ไม่ฟันธงฆ่าตัวตาย

วันที่ 18 ม.ค. ร.ต.ท.ขัตติยะ สามทอง รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.สะเดา เปิดเผยว่าเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 17 ม.ค.ที่ผ่านมา ได้รับแจ้งเหตุมีคนพลัดตกจากที่อาคาร 6 ชั้นที่กำลังก่อสร้างภายในซอยเอ็ม 3 บ้านด่านนอก เขตเทศบาลตำบลสำนักขาม ชายแดนไทยมาเลเซีย อ.สะเดา จ.สงขลา หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ที่เกิดเหตุใกล้กับโรงงานผลิต กระดาษลูกฟูก,กระดาษลูกฟูกม้วน บริเวณบันไดพบศพชายไม่ทราบชื่อ อายุ 25-35 ปี สภาพนอนคว่ำหน้าเสียชีวิตร่างกระแทกพื้นอย่างรุนแรง เลือดไหลออกทางปากและจมูก สวมเสื้อยืดสีเทา กางเกงขาสั้นลายดอกไม้สีดำเหลือง ในตัวไม่มีเอกสารหรือหลักฐานว่าเป็นใคร และไม่พบทรัพย์สินติดตัวมีเพียงบุหรี่เท่านั้น

ทั้งนี้ ขณะเกิดเหตุก็ไม่มีใครเห็นเหตุการณ์ว่าชายคนนี้พลัดตกหรือกระโดดลงมาจากชั้นใด เพราะจุดเกิดเหตุมืดมากไม่มีไฟส่องสว่าง เจ้าหน้าที่จึงยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าเป็นการกระโดดตึกฆ่าตัวตาย หรือเป็นอุบัติเหตุหรือมีเงื่อนงำอำพรางหรือไม่

จากการสอบถามเจ้าของร้านนวดแผนโบราณที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียง กล่าวว่า ช่วงเกิดเหตุได้ยินเสียงคนร้องโอดโอยมาจากหน้าตึกและเงียบหายไป กระทั่งมีคนขับรถผ่านมาพบว่ามีชายนอนเสียชีวิตอยู่ตรงบันไดตึก ผู้คนจึงพากันมาดูและแจ้งให้ตำรวจมาตรวจสอบ แต่ไม่มีใครรู้จักว่าผู้ตายเป็นใคร

ตำรวจจึงได้ส่งศพไปตรวจพิสูจน์ที่โรงพยาบาลอีกครั้ง เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตและหาเบาะแสว่าผู้ตายเป็นใครและสอบสวนพยานแวดล้อมในช่วงเกิดเหตุว่าผู้ตายมากับใครอีกหรือไม่


ตร.ไหวพริบดี รวบ 2 หนุ่มขนยาบ้า ตกใจเห็นตำรวจจอดรถข้างๆ ออกอาการพิรุธ!

เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 13 ม.ค. ขณะที่ ตำรวจชุดสายตรวจ 191 ฝ่ายป้องกันปราบปรามสภ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ขี่รถจักรยานยนต์สายตรวจออกตระเวนดูแลความปลอดภัยในพื้นที่ตัวเมืองหาดใหญ่

พบรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีขาว ทะเบียน คพฉ 674 สงขลา มีชาย 2 คนขี่มาบนถนนนิพัทธ์สงเคราะห์ ออกอาการตกใจมีพิรุธไม่กล้ามองตำรวจ ตรงตักคนนั่งซ้อนท้ายมีถุงพลาสติกถืออยู่ ตำรวจจึงเรียกให้หยุดและขอตรวจค้นทราบชื่อ นายอนุสรณ์ วิจิตรอายุ 24 ปี คนขับ และนายภานุ รอดมิ้น อายุ 27 ปี คนซ้อนท้าย

ทั้งสองคนรับสารภาพว่ารับจ้างขนยาบ้า หรือในวงการค้ายาเรียกว่านักบิน โดยเพิ่งไปรับยาบ้า 20,000 เม็ด มาจากข้างโรงงานผลิต กระดาษลูกฟูก,กระดาษลูกฟูกม้วน ย่านถนนราษฎร์อุทิศ ซึ่งมีคนนำมาวางไว้ เพื่อไปส่งให้ลูกค้าตามใบสั่งที่ อ.ระโนด จ.สงขลา โดยได้รับค่าจ้างก้อนละ5,000 บาท แต่พลาดมาพบกับตำรวจสายตรวจพอดีจึงถูกจับกุม

ทั้งนี้ ผู้ต้องหาทั้งสองราย เมื่อเห็นตำรวจแล้วรู้สึกตกใจ เพราะกลัวเครื่องแบบตำรวจ จึงออกอาการมีพิรุธไม่กล้าสบตาตำรวจ ยอมให้จับกุมแต่โดยดี ขณะตำรวจเรียกตรวจไม่กล้าหลบหนี และยังบอกว่ารับจ้างขนยาบ้ามาเป็นครั้งที่3 ในพื้นที่ อ.หาดใหญ่และจ.ตรัง แต่ไม่รู้ว่าใครเป็นเอเยนต์ เพราะติดต่องานผ่านทางไลน์

ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด สภ.หาดใหญ่ ได้ควบคุมตัวไปสอบสวนขยายผลเพื่อสาวถึงตัวเอเยนต์และเครือข่ายค้ายาบ้ากลุ่มนี้ต่อไป