คลังเก็บป้ายกำกับ: โฟมกันรอย

ร้านปิดตั้งแต่ต้นเดือน! ช็อกเจอศพ ถูกกระหน่ำฟาดหัว ตายกลางร้าน ได้ 2 ต้องสงสัย

วันที่ 22 เม.ย. พ.ต.ท.พงษ์พร เกตุพละ สารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองนครราชสีมา ได้รับแจ้งเหตุคนถูกทำร้ายเสียชีวิต ที่ร้านข้าวต้ม ป.ปลาตากลมข้างร้านจำหน่าย โฟมกันกระแทก,โฟมกันรอย ถนนมุขมนตรี อ.เมือง จ.นครราชสีมา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมฝ่ายสืบสวน อาสาสมัครหน่วยกู้ภัยสว่างเมตตาโคราช และแพทย์นิติเวชโรงพยาบาลมหาราช นครราชสีมา

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณห้าแยกสำนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) จังหวัดนครราชสีมา ภายในอาคารชั้นเดียวตั้งอยู่ในพื้นที่ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) พบศพชายไทย ไม่ทราบชื่อ อายุประมาณ 40 ปี สวมเสื้อยืดแขนยาวสีน้ำเงิน นุ่งกางขาสั้นสีฟ้า นอนหงายเสียชีวิตบนพื้น มีแผลแตกคล้ายถูกตีที่ศีรษะและหน้าผาก คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 8 ชั่วโมง ห่างออกไปมีขวดเหล้า ขวดเบียร์ทั้งวางอยู่และหล่นแตกกระจัดกระจายไปทั่ว รวมทั้งมีคราบเลือดติดไปทั่วร้าน

จากการสอบสวนทราบว่า ร้านอาหารดังกล่าวได้ปิดให้บริการชั่วคราวตามคำสั่งของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดนครราชสีมา เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 2 เม.ย.ที่ผ่านมา คาดว่าอาจจะแอบเข้ามาดื่มเหล้าและทะเลาะกันจนเสียชีวิต

ขณะเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ เพื่อหาพยานหลักฐานพร้อมสอบปากคำพยานแวดล้อม ชุดสายสืบได้พบเห็นชายไทย 2 คน ซึ่งเป็นคนเร่ร่อนอยู่ในละแวกที่เกิดเหตุ เมื่อสอบถามได้กลิ่นสุรา จึงควบคุมตัวในฐานะผู้ต้องสงสัยมาสอบสวน โดยอ้างช่วงเช้าตรู่ที่ผ่านมา พบเห็นร่างของผู้เสียชีวิตแต่ไม่สามารถแจ้งเหตุร้ายได้ เนื่องจากไม่มีโทรศัพท์มือถือ เมื่อสอบถามทำไมไม่เดินไปบอกคนอื่น ชายทั้ง 2 คนไม่สามารถตอบคำถามได้และให้การวกไปวนมา

ขณะที่ชาวบ้านเปิดเผยกับเจ้าหน้าที่ว่า เห็นมีชาย 3 คนมานั่งกินเหล้ากันอยู่บ่อยๆ เคยเห็นว่ามีการนำสุรามาดื่มอยู่บ่อยครั้ง และเมื่อคืนก็มีการมานั่งดื่มสุรากันอีก ซึ่งสันนิษฐานว่า อาจจะดื่มเหล้าจนเมามายแล้วเกิดมีปากเสียงกัน จึงลงมือทำร้ายผู้ตาย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่กำลังประสานขอภาพจากกล้องวงจรปิด เพื่อมาใช้ประกอบเป็นหลักฐานติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

ป้าวัย64 ขับกระบะพุ่งชนแผงผลไม้ 5ขวบหวิดดับ เผยเหยียบเบรกผิดเป็นคันเร่ง

ขับกระบะพุ่งชนแผงผลไม้ / เมื่อวันที่ 13 มี.ค. ร.ต.อ อุดม พลทำ รองสารวัตร(สอบสวน)สภ.สตึก อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ รับแจ้งมีรถกระบะพุ่งชนร้านขายผลไม้และร้านทอง บริเวณหน้าร้านจำหน่าย โฟมกันกระแทก,โฟมกันรอย ภายในตลาด บ.ข.ส.สตึก ถนนสนามม้า ต.นิคม อ.สตึก มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงประสานหน่วยกู้ภัยวังกรูด เข้าร่วมตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบแผงผลไม้ข้างทางได้รับความเสียหายทั้งแผง หน้าแผงพบรถกระบะ 4 ประตู ยี่ห้อโตโยต้า สีบอรนซ์ทอง ทะเบียน กค 3332 บุรีรัมย์ ปีนขึ้นบนฟุตปาธ หน้ารถชนประตูเหล็กร้านทองเยาวราช เลขที่ 344/22 หมู่ที่ 1 ต.นิคม และแผงผลไม้ได้รับความเสียหาย

จากการตรวจสอบ พบมีผู้บาดเจ็บ 2 ราย ทราบชื่อคือนางอภิญญา ไพรวัลย์ อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 149 หมู่ที่ 17 ต.นิคม อ.สตึก และเด็กหญิงน้ำหอม อายุ 5 ขวบ หลานสาว ถูกนำส่ง รพ.สตึก ก่อนหน้านี้

สอบถามนางรัตนาพร ชุมศรี อายุ 64 ปี อยู่บ้านเลขที่ 103 หมู่ที่ 11 ต.นิคม อ.สตึก คนขับรถกระบะ กล่าวว่า สามีตนไปทำงานต่างประเทศ พอได้เงินก็ส่งมาให้ซื้อรถไว้
แต่ตนยังขับรถไม่แข็ง และเพิ่งหัดขับได้ประมาณ 1 เดือน

วันนี้อยากจะขับรถไปในตัวอำเภอ ก็ขับมาอย่างช้าๆ เพราะกลัวจะเป็นอันตราย เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ เห็นรถมอเตอร์ไซค์คันหน้าชะลอความเร็ว ตนก็ชะลอความเร็วตามไปด้วย
พอเข้าใกล้รถมอเตอร์ไซค์กะจะเหยียบเบรก แต่เท้ากลับไปเหยียบคันเร่ง ทำให้รถพุ่งตัวออกไปอย่างรวดเร็ว ด้วยสัญชาตญาณ เมื่อเห็นรถจะชนรถคันหน้า จึงหักหลบก่อนรถจะพุ่งเข้าไปชนแผงผลไม้อย่างจัง

ด้านนางอภิญญา ไพรวัลย์ อายุ 51 ปี เจ้าของแผงผลไม้ที่ถูกชน กล่าวว่าช่วงเกิดเหตุตนก็ขายผลไม้ตามปกติ โดยวันนี้ได้เอาหลานมาเลี้ยงด้วย ขณะนั้นหลานนั่งเล่นใต้รถเข็น
ทันใดนั้นได้มีรถกระบะพุ่งมาด้วยความเร็ว ตนจึงกระโดดหลบโดยไม่ทันดูหลาน จากนั้นรถได้พุ่งชนแผงผลไม้อย่างจัง

พอหันมาดูเห็นกับตาตอนรถกระบะวิ่งคล่อมหลานตัวเองไปโดยได้รับบาดเจ็บเพียงผิวหนังถลอก ถือเป็นปาฎิหาริย์ ที่หลานรอดชีวิตมาได้

หลังสอบสวนตำรวจจะเร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดมาเป็นหลักฐาน เพื่อหาสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนจะดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


เบื่อชีวิต! ผัวเศร้าเมียผูกคอดับ ซดยาฆ่าตัวไม่ตาย จุดไฟเผาร่าง ย่างสดทั้งเป็น

ย่างสดทั้งเป็น / เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 ก.พ. ร.ต.อ.วีระพงศ์ จำปาแดง ร้อยเวร สภ.สำนักทอง ระยอง ได้รับแจ้งเกิดเหตุรถยนต์ถูกไฟเผาไหม้ทั้งคัน มีคนถูกเผาเสียชีวิตอยู่ในกระบะด้านหลัง ซึ่งไฟกำลังลุกโชนอยู่ที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ในต.กระเฉด อ.เมือง จ.ระยอง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานหน่วยดับเพลิง อบต.สำนักทอง แพทย์เวร รพ.ระยอง และหน่วยกู้ภัยสว่างพรจุดสำนักทอง เดินทางไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ภายในสวนยางพารา พบรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุแค็ป สีขาว ไฟกำลังลุกไหม้ท่วมรถ หน่วยดับเพลิงจึงรีบใช้น้ำฉีดสกัดเพลิงจนสามารถดับไฟได้ทั้งหมด ตรวจสอบภายในรถถึงกับผงะ เมื่อพบร่างคนดำเป็นตอตะโก ไส้ทะลักออกมา เป็นที่อนาถใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก ตรงหน้ารถพบขวดสุราที่คาดว่าผู้เสียชีวิตดื่มย้อมใจ ก่อนตัดสินใจเผาตัวเอง ตรวจสอบเบื้องต้นพบเป็นศพผู้ชาย ถูกไฟไหม้ทั้งคนทั้งรถวอดทั้งหมด จึงเก็บหลักฐานเตรียมนำตัวส่ง รพ.ระยอง เพื่อชันสูตรต่อไป

จากการสอบสวน ทราบว่าผู้เสียชีวิตคือ นายธานี สีดี อายุ 47 ปีอาชีพพนักงานร้านจำหน่าย โฟมกันกระแทก,โฟมกันรอย ชาว ต.กระเฉด อ.เมือง จ.ระยอง ซึ่งต่อมาญาติเดินทางมาตรวจสอบ ระบุว่าเป็นคนเดียวกัน

ด้านนายซิ่น กาหยี หัวหน้าหน่วยกู้ภัยสว่างพรกุศลจุดสำนักทอง เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตเพิ่งกินยาฆ่าตัวตาย เมื่อเย็นวันที่ 26 ก.พ. ที่ผ่านมา แต่ช่วยนำตัวส่งรพ.ระยอง ล้างท้องไว้ได้ทันจึงรอดตาย และบอกถึงสาเหตุการฆ่าตัวตายว่า เบื่อชีวิต เศร้ามากกับเหตุการณ์ภรรยาที่ผูกคอตายไปเมื่อไม่นาน จึงรู้สึกผิดและอยากตาย จึงกินยาฆ่าตัวตาย ก่อนที่จะนำกลับมาส่งที่บ้านญาติ จนกระทั่งมาพบว่า เผาตัวเองเสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ คาดว่าเป็นการฆ่าตัวตายเอง สืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่เพิ่งกินยาตาย ซึ่งญาติก็ไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต เตรียมนำศพบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป



ทิศทั่วไทย แตกตื่นทั้งสถานี! ชายชราจู่ๆเดินลงราง บอกจะไปดูล้อรถไฟ ฮีโร่วิ่งช่วยรอดถูกชน

แตกตื่นทั้งสถานี! ชายชราจู่ๆเดินลงราง บอกจะไปดูล้อรถไฟ ฮีโร่วิ่งช่วยรอดถูกชน

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ ฉัตรชัย พูนผล โพสต์คลิปเหตุการณ์จากกล้องวงจรปิดภายในสถานีรถไฟราชบุรี พร้อมระบุว่า “นาทีชีวิต ถ้าพ่อไม่ช่วยไว้ลุงตายแน่” เป็นภาพที่นายสถานีรถไฟ เข้าช่วยชายวัยประมาณ 60 ปี รายหนึ่ง ที่จู่ๆ ก็ลุกเดินจากที่นั่งพักผู้โดยสารและเดินลงไปรางรถไฟราง 1 ขณะที่รถไฟขบวนรถด่วนพิเศษ 37+45 กรุงเทพ – ปาดังเบซาร์ วิ่งมากำลังจะเข้าจอดเทียบท่าเพื่อรับ-ส่งผู้โดยสาร

โดยมีผู้อยู่ในเห็นการณ์เป็นจำนวนมากต่างร้องตะโกนด้วยความตื่นตกใจว่า “ลุงอย่าลงไปจะลงไปทำไม” แต่ชายวัยประมาณ 60 ปี รายนั้นกลับยืนงงหันไปหันมาและหันตะโกนกลับมาบอกว่า “จะลงไปดูล้อรถไฟ” จากนั้นนายสถานี วิ่งไปแบบไม่คิดชีวิตและกระโดดผลักหลังชายสูงวัยรอดพ้นความตาย

ล่าสุดวันที่ 28 พ.ค. นางสุมาลัย ขจรพลอย อายุ 58 ปี อดีตรปภ. ประจำโรงงานผลิต EPE โฟม และโฟมกันรอย ผู้เห็นเหตุการณ์ กล่าวว่า ขณะที่ขบวนรถไฟด่วนพิเศษกำลังจะจอดเทียบท่ามีชายสูงอายุเป็นผู้โดยสารเดินแบบเร่งรีบลงไปในรางรถไฟ ราง 1 เมื่อนายสถานีเห็นก็รีบวิ่งตัดหน้ารถไฟ และไปผลักร่างของชายสูงวัย เพื่อให้พ้นจากการถูกรถไฟขบวนดังกล่าวชน

 ด้านนายสุธรรม สัตย์ซื่อ อายุ 39 ปี พนักงานการเดินรถ3 ประจำสถานีรถไฟราชบุรี ผู้โพสต์คลิป กล่าวว่า เมื่อเวลา 18.00 น. รถขบวน 40 เข้าราง 2 เพื่อหลีกขบวนรถไฟขบวน 37 นายณรงศักดิ์ พูนผล นายสถานีได้ออกไปรับรถตามปกติ และมีผู้ชายซึ่งเป็นผู้โดยสารนั่งอยู่ที่โต๊ะนั่งพักผู้โดยสารหน้าสถานี อยู่ดีๆก็เดินข้ามลงไปในรางรถไฟ ราง 1 เมื่อนายณรงศักดิ์ เห็นเลยรีบวิ่งไปช่วยเหลือและปลอดภัยทั้งคู่

นายสุธรรม กล่าวว่า ตอนแรกนายณรงศักดิ์ ได้สอบถามชายคนดังกล่าว บอกว่ามาส่งญาติ และนั่งคุยกับผู้โดยสารคนอื่นอยู่ก่อนที่จะลุกขึ้นและเดินลงไปในรางรถไฟราง 1 จากนั้นชายคนดังกล่าวก็เดินหายออกไปเลย ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างคิดว่าทั้งนายณรงศักดิ์ และชายคนนั้นคงไม่รอด แต่เมื่อรถขบวนดังกล่าวหยุด ทุกคนต่างก็รีบวิ่งเข้าไปดูด้วยความเป็นห่วง ปรากฏว่าปลอดภัยทั้งคู่

นายสุธรรม กล่าวต่อว่า ตนคิดว่านายณรงศักดิ์ เป็นคนที่มีปฏิภาณไหวพริบดีมาก และเป็นคนที่ตัดสินใจได้เฉียบขาดมาก เมื่อตนได้เห็นแบบนี้แล้วจึงอยากนำความประทับใจกับการกระทำของนายณรงศักดิ์ ที่สร้างไว้และอยากให้ทุกคนรับรู้การกระทำที่ควรยกย่อง จึงตัดสินใจโพสต์คลิปและข้อความเพื่อให้ทุกคนได้รับรู้ถึงความกล้าหาญที่นายณรงศักดิ์ ได้ช่วยชีวิตผู้โดยสารไว้แบบไม่คิดชีวิตและไม่หวาดกลัวต่อความตาย

เพิ่งออกจากบ้านได้ 500เมตร! ปู่นักปั่น ถูกกระบะชนเต็มแรงร่างกระเด็นดับกลางถนน

สลด! ปู่นักปั่น ถูกกระบะชน ร่างกระเด็นเสียชีวิตกลางถนนระยอง เผยเพิ่งปั่นออกจากบ้านมาได้ 500 เมตร ด้าน คนขับกระบะ ระบุจักรยานปั่นขึ้นมาบนถนนทำให้หักรถหลบไม่ทัน

เมื่อเวลา 07.30 น. วันที่ 8 เม.ย. ร.ต.อ.ธวัช หน่อสิงหา ร้อยเวร สภ.เมืองระยอง รับแจ้งเหตุรถกระบะพุ่งชนคนปั่นจักรยานเสียชีวิต บริเวณหลักกม.233 ถ.สุขุมวิท ต.ตะพง อ.เมือง จ.ระยอง ห่างจากโรงงานผลิต EPEโฟม และโฟมกันรอยราคาถูก ไม่ไกล หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมแพทย์เวรโรงพยาบาลระยอง และหน่วยกู้ภัยสว่างพรกุศลระยอง

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุ สีดำ ทะเบียน บร-4997 ระยอง จอดอยู่บนถนน สภาพด้านหน้ามีร่องรอยเฉี่ยวชนจนบริเวณหน้ารถด้านซ้ายไฟหน้าแตกและมีรอยยุบเข้าไป ห่างไป 3 เมตร พบรถจักรยานสภาพพังยับเยินล้มอยู่บนถนน ใกล้กันพบศพ นายมนัส ผาสุข อายุ 71 ปี ชาวจ.จันทบุรี สภาพสวมชุดนักปั่นจักรยาน หมวกกันน็อกยังคาอยู่ที่ศีรษะ มีบาดแผลตามร่างกายหลายแห่ง โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าที่กระแทกกับพื้นถนน นอนคว่ำหน้าจมกองเลือดอยู่กลางถนน

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายมนัส เป็นชาวจ.จันทบุรี แต่ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านฉัน ห่างที่เกิดเหตุเพียง 500 เมตร โดยก่อนเกิดเหตุนายมนัสได้ปั่นจักรยานออกจากหมู่บ้าน ซึ่งปั่นเป็นประจำทุกวัน ส่วนคนขับรถกระบะซึ่งรออยู่ในที่เกิดเหตุด้วยอาการตกใจ หลังตั้งสติได้ก็ให้การว่า ขับรถกระบะมาตามเส้นทาง ถึงจุดเกิดเหตุได้พุ่งชนรถจักรยานที่ปั่นขึ้นมาบนถนน จนไม่สามารถหักหลบได้จึงเกิดเหตุดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวคนขับรถกระบะไปสอบสวนเพิ่มเติม เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมทั้งแจ้งให้ญาติผู้เสียชีวิตทราบ เพื่อติดต่อขอรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

แก๊งยา ซิ่งแหกด่าน กระบะหลุดโค้ง เสยกำแพงวัดจนมุม

แก๊งยา ซิ่งแหกด่าน กระบะหลุดโค้ง เสยกำแพงวัดจนมุม

 ซิ่งแหกด่าน / เมื่อเวลา 22.00 น. วันที่ 14 มี.ค. ร.ต.อ.วีระยุทธ บรุณพันธ์ รอง ส.ว.ป. สภ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ทัพทัน ตั้งด่านจุดตรวจจุดสกัดบริเวณหน้าศูนย์ปฏิบัติการสายตรวจทัพทัน

ในระหว่างที่ตั้งด่านอยู่ พบกระบะยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน 1 ฒ ฬ 7105 กรุงเทพ ขับมาจากตัวจังหวัดอุทัยธานี พอหลุดโค้ง เข้าอำเภอทัพทัน พบด่านตรวจของเจ้าหน้าที่

โดยเจ้าหน้าที่โบกมือให้หยุด แต่รถกระบะคันดังกล่าวกลับเร่งเครื่องหลบหนี โดยเลี้ยวขวาผ่านตลาดสดทัพทันมุ่งหน้าไปยังถนนทัพทัน- เขาขี้ฝอย เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปแบบกระชันชิด

รถกระบะคันดังกล่าวขับหลบหนีตำรวจที่ติดตามมาด้วยความเร็ว แต่ไม่ชำนาญทำให้หลุดโค้งชนกับเหล็กข้างถนนก่อนข้ามคลองไปชนกำแพงวัดทุ่งนาไทย หมู่ 6 ต.ทุ่งนาไทย อ.ทัพทัน จ.อุทัยธานี จนไม่สามารถไปต่อได้

ตำรวจจับกุมนายนิมิต เจิมจันทร์ อายุ 27 ปี ชาว ต.น้ำรอบ อ.ลานสัก จ.อุทัยธานี คนขับ เล่าว่าได้บรรทุก EPEโฟม และโฟมกันรอย เพื่อบังหน้า ก่อนตรวจค้น ภายในรถกระบะ พบยาบ้าอยู่ในถุงดำซุกซ่อนอยู่ในช่องเก็บเครื่องมือด้านหลัง นับได้จำนวน 23 มัด รวม 46,000 เม็ด จึงยึดไว้เป็นของกลาง

สอบสวนนายนิมิต สารภาพว่า รับยาบ้ามาจากรุงเทพ – เพื่อไปส่งลูกค้าที่ อำเภอลาดยาว ทำมาหลายครั้ง โดยตนมีหน้าที่นำยาบ้าไปว่างไว้ตามจุดต่าง พอถึงจุดก็จะโทรบอกผู้จ้างว่าถึงแล้ว โดยคนสั่งการนั้นอยู่กรุงเทพ ตนเองมีหน้าที่รับจ้างเพียงวางยาบ้าเท่านั้น


สยองกลางลาดพร้าว! หนุ่มขับจยย.เสียหลักล้ม สาย 8 ขับมาเหยียบหัวเละ

สาย 8 – สยองกลางถนนลาดพร้าว! หนุ่มวินจักรยานยนต์ ขับรถปกติ เจอรถยนต์ข้างหน้าเบรกกะทันหัน เสียหลักล้มกระเด็นไปอีกเลน รถเมล์สาย 8 ขับมาเหยียบหัวดับ

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่16 ต.ค. ร.ต.ท.ธนภัทร พุ่มนวล รองสว.สอบสวน สน.โชคชัย รับแจ้งเหตุรถประจำทาง ทับรถจักรยานยนต์ที่ปากซอยลาดพร้าว 78 บริเวณหน้าร้านจำหน่าย EPE โฟม โฟมกันรอยเเละพลาสติกกันกระแทกราคาถูก ถนนลาดพร้าว แขวง-เขตลาดพร้าว จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนลาดพร้าว (ขาเข้า) พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีฟ้า ทะเบียน 1 กญ 5099 กรุงเทพมหานคร พลิกคะแคงอยู่กลางถนน ใกล้กันพบศพ นายประพันธ์ พิณสายสอ อายุ 33 ปี สวมเสื้อวินจยย.ซอยลาดพร้าว 12 กางเกงขายาว สวมหมวกนิรภัย สภาพร่างถูกล้อรถประจำทางทับศรีษะจนหมวกกันน็อกแตก

ใกล้กันพบรถประจำทางสาย 8 วิ่งระหว่าง แฮปปี้แลนด์-สะพานพุทธ ทะเบียน 10-8993 กรุงเทพมหานคร หมายเลขข้างรถ 36-105 มีนายเอกชัย อินสา อายุ 30 ปี เป็นคนขับ และ นางจำปี ศรีแก้ว เป็นพนักงานเก็บค่าโดยสาร

นายสิทธิชัย วรรณชาติ ผู้ได้รับบาดเจ็บ เผยว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายขี่จยย.อยู่ด้านหน้า ส่วนตนขี่ตามมา พอมาถึงที่เกิดเหตุ รถยนต์ข้างหน้าได้เบรกกะทันหัน และเป็นถนน 2 เลน จยย.ที่ขี่ขนานกันมากับรถประจำทาง จึงเกิดพลิกคว่ำ ทำให้คนขับจยย.ถูกล้อหลังทับจนเสียชีวิต

ด้าน ร.ต.ท.ธนภัทร เผยว่า คดีอยู่ระหว่างสอบสวน ยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้ ต้องรอสอบปากคำก่อน โดยได้ลงประจำวันไว้แล้ว ก่อนปล่อยตัวคนขับรถเมล์กลับไป

นายแบบระทึก! หนุ่มจีนซิ่งรถคู่ใจพุ่งเสยท้ายเต็มแรง รถไถลขึ้นเกาะกลางพังยับ

ระทึก หนุ่มจีนซิ่งรถคู่ใจ เสยท้ายป้ายแดง นายแบบ รถพุ่งไถลขึ้นเกาะกลางถนนพังยับ เจ้าหน้าที่ตำรวจรุดตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้

เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 6 ต.ค. ร.ต.อ.พิศาล หงษ์ฝาแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางละมุง รับแจ้งเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกัน บนถนนสุขุมวิทฝั่งขาเข้ากรุงเทพมหานคร ปากซอยสุขุมวิทพัทยาเเถวร้านจำหน่ายม้วน EPE โฟมหรือโฟมกันรอยคุณภาพดีราคาถูก 26/1 ม.6 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ ยี่ห้อฟอร์ด เอเวอเรสต์ สีขาว ทะเบียน 6กอ2282 กทม.ได้รับความเสียหายที่ด้านหน้าพังยับเยิน จอดอยู่บริเวณริมฟุตปาธ โดยมี นายชาง อายุ 37 ปี สัญชาติจีน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ห่างกัน 200 เมตร บนเกาะกลางถนน พบรถยนต์ยี่ห้อเอ็มจี สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ย0749 กทม. ได้รับความเสียหายที่ด้านหลังพังยับเยิน

จากการสอบถาม นายโชคชัย ทองมหา อายุ 27 ปี นายแบบฟรีแลนซ์ กล่าวว่า ขณะที่ตนกำลังออกกำลังกายอยู่ภายในฟิตเนสได้ยินเสียงดังสนั่นหวั่นไหว จึงรีบวิ่งออกมาดู ก็ต้องตกใจ เมื่อพบว่ารถยนต์ป้ายแดงที่จอดไว้ด้านหน้าถูกชนจนพุ่งไถลไปอยู่บนเกาะกลางถนนพังยับเยิน หลังเกิดเหตุจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ส่วนสาเหตุนั้นจะต้องตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาสเหตุที่แท้จริงต่อไป

มือปืนไอ้โม่ง! ยิงท้ายทอยฆ่าเสี่ยปั๊มน้ำมัน เมียโดน 4 นัดสาหัส ลูกสาวสุดช็อก

วันที่ 30 ก.ย. ร.ต.อ.เทวิน สุรสูรย์ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว รับแจ้งคนร้ายบุกใช้อาวุธปืนยิงเจ้าของปั๊มน้ำมันเสียชีวิต ส่วนภรรยาได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในปั๊มน้ำมัน ซอยโรงเลื่อย หลังโรงงานผลิตเเละจำหน่าย EPE โฟม โฟมกันรอยและพลาสติกกันกระแทกรายใหญ่ จึงประสานแพทย์ ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.สุรจิต ชิงนวรรณ์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว พ.ต.อ.ภิรมย์ จันทราภิรมย์ ผกก.สภ.เมืองสระแก้ว และตำรวจชุดสืบสวน

ที่เกิดเหตุ พบศพ นายประชา วรทัด อายุ 52 ปี สภาพนอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่ข้างหัวจ่ายน้ำมัน มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืนเข้าท้ายทอยทะลุใบหน้า ส่วนนางปาลิดา วรทัด อายุ 49 ปี ภรรยา ถูกยิงเข้าที่แขนและด้านหลัง รวม 4 นัด ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลไปก่อนแล้ว บนพื้นพบปลอกกระสุนปืนตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

พล.ต.ต.สุรจิตเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่าในปั๊มไม่ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดเอาไว้ แต่ได้ให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ติดตามไล่ดูกล้องวงจรปิดตามเส้นทางใกล้ที่เกิดเหตุทั้งหมด ขณะที่คนร้ายมี 1 คน สวมชุดคลุมหัวและใบหน้าคล้ายชุดแขก โดยตั้งสาเหตุไว้ 2 ประเด็นทั้งเรื่องธุรกิจและการขัดแย้งผลประโยชน์

ด้านลูกสาว อายุ 30 ปี ให้การว่า ขณะเกิดเหตุอยู่ที่กรุงเทพฯ หลังทราบข่าวจากญาติจึงรีบเดินทางกลับมาทันที ครอบครัวเป็นคนต่างถิ่นมาซื้อที่ดินและปั๊มน้ำมันต่อจากเจ้าของเดิมทำมานาน 5 ปีแล้ว ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร และพ่อกับแม่ก็ไม่เคยเล่าให้ฟังว่าเคยมีปัญหากับใคร ซึ่งพ่อกับแม่ก็เป็นที่รักใคร่ของเพื่อนบ้านมาตลอด

เสี่ยอ้วน เปิดปากสารภาพ อ้างไม่รู้ยิงต่อหน้าพระ ผวา ยิงไม่ออกถึงสองนัด!

จากกรณีคดีสะเทือนขวัญยิงหนุ่มสาวดับคาลานจอดรถ บริเวณตรงข้ามวัดเขาชีจรรย์ โดยต่อว่า พบว่าทั้งสองคนคือ นางสาวปวีณา นาเมืองรักษ์ หรือ น้องสปาย อายุ 20 ปี และนายอนันตชัย จริตรัมย์ หรือ น้องฟอส อายุ 21 ปี เป็นคู่รักกัน และผู้ที่ก่อเหตุ คือ เสี่ยอ้วน ที่แค้นว่าทุ่มเทให้ฝ่ายหญิงแต่โดนตีจาก จึงทำให้ลงมือก่อเหตุ และหนีไป แต่ก็ถูกตามจับตัวกลับมาในที่สุดนั้น

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 22 ส.ค. ที่คุมขังสันติบาล สโมสรตำตรวจ พล.ต.ต. นันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ได้คุมตัว นายปัญญา ยิ่งดัง หรือเสี่ยอ้วน อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาฆ่าน้องสปาย และน้องฟอส ที่บริเวณลานจอดรถเขาชีจรรย์ที่อยู่เเถวร้านจำหน่าย EPE โฟมหรือโฟมกันรอยคุณภาพดี ราคาถูก จ.ชลบุรี เมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา ไปแถลงข่าวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

โดยรถยนต์ตู้ยี่ห้อโตโยต้า ทะเบียนตราโล่ 19334 และมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยคุมกันอย่างแน่นหนาระหว่างเดินทาง เวลาต่อมา พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. ได้เดินทาง มาสอบปากคำ นายปัญญา ด้วยตนเอง และมีการชี้หลักฐาน ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำมาไว้ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก่อนจะมีการแถลงข่าว รายละเอียดของคดีอย่างชัดเจนอีกครั้ง

ทั้งนี้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการให้ปากคำ ว่า ตอนนี้ตัวละครในคดีจับได้ทั้งหมดแล้ว ได้สอบถาม เสี่ยอ้วน เรื่องการก่อเหตุด้านหน้าองค์พระ เสี่ยอ้วนระบุว่า เสียใจที่ทำไป เพราะคิดว่าเป็นภาพแกะสลักเฉยๆ เมื่อถามว่าไม่กลัวเหรอ เสี่ยอ้วนก็ตอบว่า มีผวาเหมือนกัน เพราะตอนยิงก็ยิงไม่ออกถึง 2 นัด แต่เขาก็สารภาพว่า เป็นคนลงมือทำ