คลังเก็บป้ายกำกับ: ฟิล์มพันพาเลท

ผัวหึงโหด ยิงเมียสาหัส โพสต์ภาพลงเฟซหลังก่อเหตุ ก่อนยิงตัวเองตายคาบ้าน

ผัวหึงโหด ยิงเมียสาหัส โพสต์ภาพลงเฟซหลังก่อเหตุ ก่อนยิงตัวเองตายคาบ้าน

เมื่อเวลา 8.00 น. วันที่ 2 มิ.ย. ร.ต.อ.นิธินันท์ ศรีรุต ร้อยเวร สภ.มาบตาพุด จ.ระยอง รับแจ้งว่าเกิดเหตุยิงกันมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ ที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ ต.มาบตาพุด อ.เมือง จึงประสาน แพทย์เวร รพ.เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนสุดาฯ และตำรวจวิทยาการ จ.ระยอง หน่วยกู้ภัยหลวงปู่ทิม อิสริโก รุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสายสืบ สภ.มาบตาพุด

ที่เกิดเหตุพบศพผู้ชายใส่เสื้อยืดสีชมพู สวมกางเกงขาสั้นสีน้ำเงินนอนเสียชีวิต ตรวจสอบพบรอยกระสุนถูกยิงเข้าตรงหน้าอกด้านซ้าย ตรงกับหัวใจ โดยพบอาวุธปืนขนาด.38 อยู่ข้างตัว จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน ใกล้กันพบร่างของผู้หญิงนอนหายใจรวยระรินมีเลือดไหลออกที่ปาก ตรวจสอบพบบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน 1 นัด จึงรีบนำตัวส่ง รพ.กรุงเทพระยองทันที

นายกิตติศักดิ์ ทำนา อายุ 20 ปี พักอาศัยอยู่ด้วยกันในบ้านเกิดเหตุ กล่าวว่า ผู้ตายชื่อนายสุริยา ทิมพรมราช อายุ 40 ปี บ้านเดิมอยู่ต่งหวัดสระแก้ว ทำงานเป็นช่างเครื่องจักรอยู่ในโรงงานผลิตฟิล์มยืด และฟิล์มพันพาเลท แห่งหนึ่ง ส่วนผู้หญิง ชื่อน.ส.คนึง มากเกย อายุ 34 ปี ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรม ทั้งสองคนเป็นสามีภรรยากัน ก่อนเกิดเหตุทั้งสองคนกลับจากรับประทานอาหารที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในช่วงดึก

 นายกิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า กระทั่งตนกลับมาที่บ้านในช่วงเช้าได้เคาะประตูเรียกผู้ตายให้เลื่อนรถที่จอดขวางทางเข้าออก แต่ไม่มีเสียงตอบรับ จึงงัดประตูบ้านเข้าไปเพราะเกรงว่าจะเกิดเหตุร้ายขึ้น จนพบผู้ชายตายแล้วส่วนผู้หญิงยังมีลมหายใจอยู่ จึงรีบโทรแจ้งตำรวจและประสาน รถรพ.กรุงเทพรยองให้มารับตัวผู้บาดเจ็บ

สำหรับทั้งสองมีปากเสียงกันบ่อยครั้ง เพราะฝ่ายชายมักจะหึงหวงภรรยา คิดว่าภรรยามีชายอื่น และยังพบว่า ในโทรศัพท์มือถือของ นายสุริยา ผู้เสียชีวิต มีการโพสต์ข้อความว่า “ผลของคนเจ้าชู้หน้ามันเป็นอย่างนี้” และมีภาพใบหน้าของ น.ส.คนึง ที่มีคราบเลือดออกจากปาก คาดว่าพิมพ์และโพสต์หลังจากลงมือยิง น.ส.คนึง ก่อนจะยิงตัวดับ

เบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ที่อาศัยอยู่ด้วยกัน และหลักฐานภายในที่เกิดเหตุ คาดเกิดจากความหึงหวงฝ่ายหญิง จะเห็นได้จากข้อความในโทรศัพท์ แต่ถึงอย่างไรก็ต้องรอผลตรวจสอบลายนิ้วมือ เขม่าดินปืน จึงจะสรุปสาเหตุที่แท้จริงต่อไปสำหรับอาการของ น.ส.คนึง ขณะนี้ยังคงรับการรักษาจากแพทย์ ซึ่งอาการยังไม่พ้นขีดอันตราย เพราะเสียเลือดมาก ยังคงรักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู

2พี่น้อง ถูกคนร้ายบุกบ้าน รุมตีดับสลด 2 ศพ พ่อได้ยินเสียงลูกร้องโอดโอย ลงมาดูสุดช็อก

2พี่น้อง ถูกคนร้ายบุกบ้าน รุมตีดับสลด 2 ศพ พ่อได้ยินเสียงลูกร้องโอดโอย ลงมาดูสุดช็อก

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 26 มี.ค. ร.ต.อ.ภวดล กุลตังวัฒนา รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.โพนพิสัย จ.หนองคาย รับแจ้งมีคนถูกทำร้ายเสียชีวิต ที่บ้านในพื้นที่ ต.วัดหลวง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ แล้วไปตรวจสอบ พร้อม พ.ต.อ.ภูวิศ ศิริพานิช ผกก.สภ.โพนพิสัย พ.ต.ท.อดุลย์ ศรีทอง รองผกก.(สส) พ.ต.ท.เจริญศักดิ์ อุบลพิทักษ์ รองผกก.(สอบสวน) พ.ต.ท.ญ.ปิยะพร จึงสถิตย์กุล นักวิทยาศาสตร์ (สบ.3) พิสูจน์หลักฐานจังหวัดหนองคาย แพทย์เวรโรงพยาบาลโพนพิสัย และหน่วยกู้ภัยทางหลวงโพนพิสัย

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้สองชั้น แถวโกดังเก็บ ฟิล์มยืดและฟิล์มพันพาเลท ต.วัดหลวง อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย บริเวณห้องนอนชั้นล่างด้านหลังบ้าน พบศพ 2 ศพ เป็นพี่น้องกัน คนแรกคือ นายองอาจ ศิลาคม อายุ 43 ปี สวมกางเกงขาสั้นสีดำตัวเดียว นอนหงายเสียชีวิตอยู่หน้าประตู ถูกของแข็งตีที่ศีรษะ ถัดไปประมาณ 2 เมตร พบศพนายอำนาจ ศิลาคม อายุ 42 ปี สภาพเปลือยกาย ถูกตีที่หน้าผาก ภายในห้องมีข้าวของกระจัดกระจาย และยังพบตุ๊กตาหินทรายเครื่องตกแต่งบ้านแตกกระจายอยู่ภายในห้องมีคราบเลือดติดและตกอยู่หน้าประตูด้านนอก บริเวณข้างบ้านพบกระถางต้นไม้แตกกระจัดกระจาย

นายจรูญศักดิ์ ศิลาคม อายุ 73 ปี พ่อผู้ตาย กล่าวว่า ตนมีอาชีพขายต้นไม้และอุปกรณ์ปลูกต้นไม้ ผู้ตายทั้งสองคนเป็นลูกชายของตน จะคอยช่วยงานยกต้นไม้ขึ้นรถให้ลูกค้า และยังไม่มีครอบครัว อาศัยอยู่กับตนเอง ก่อนเกิดเหตุช่วงบ่าย มีชายคนหนึ่งมาต่อว่าลูกชายหาว่าขโมยโทรศัพท์มือถือไป ลูกชายก็บอกว่าไม่ได้เอาไป

นายจรูญศักดิ์ กล่าวต่อว่า แล้วก็มีการโต้เถียงกันแล้วชายคนดังกล่าวก็ออกไป ต่อมาเวลาประมาณ 20.00 น. ตนนั่งดูโทรทัศน์อยู่บ้านชั้นสองของบ้าน ไม่นานก็ได้ยินเสียงกระถางต้นไม้ที่วางขายอยู่ข้างบ้านแตก แล้วก็ได้ยินเสียงลูกชายทั้งสองคนร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด และได้ยินเสียงเหมือนลูกชายถูกทำร้าย แต่ด้วยความกลัวและตกใจตนช็อกทำอะไรไม่ถูก ไม่สามารถลงมาดูลูกได้ รอจนถึงเช้าจึงมาดูก็เห็นลูกชายทั้งสองคนถูกตี เสียชีวิตแล้ว จึงได้รีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจมาตรวจสอบ

พ.ต.อ.ภูวิศ ศิริพานิช ผกก.สภ.โพนพิสัย กล่าวว่า จากการตรวจสอบประวัติพบว่าผู้ตายทั้งสองคน สภาพจิตไม่ปกติ เสพยาเสพติดตั้งแต่เด็ก และเป็นที่รู้จักกันดีของคนในละแวกหมู่บ้าน คาดว่าสาเหตุหลักจะมาจากการทะเลาะเรื่องโทรศัพท์มือถือ ผู้ก่อเหตุน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 5 คน เมื่อเข้าใจว่าพี่น้องคู่นี้ขโมยโทรศัพท์ จึงพากันมาทวงถามและอาจจะโมโหจนได้รุมทำร้ายร่างกายโดยใช้ของแข็งตีเข้าตามร่างกายเป็นเหตุให้เสียชีวิต ขณะนี้ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.อดุลย์ ศรีทอง และชุดสืบสวนออกตรวจสอบ และนำผู้ต้องสงสัยมาสอบปากคำ คาดว่าจะสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ในเร็วๆ นี้

สาวทะเลาะแฟนหนุ่ม ไม่ยอมถอดปลั๊กไฟ ตามมาเคลียร์ถึงขอนแก่น ใช้มีดจี้คอ-ขังตัวเอง

วันที่ 1 มี.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองขอนแก่น ได้รับแจ้งว่ามีหญิงใช้อาวุธมีดปลายแหลมจี้คอตัวเอง ภายในบ้านเช่าหลังหนึ่ง ซอยอนามัย 4 เขตเทศบาลนครขอนแก่น จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.จำลอง สุวลักษณ์ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่น เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพกู้ภัย และเจ้าหน้าทื่นักจิตวิทยา ร.พ.จิตรเวชราชนครินทร์ขอนแก่น

ที่เกิดเหตุพบ น.ส.แป้ง (นามสมมติ) อายุ 26 ปี ใช้มีดปลายแหลมยาวประมาณ 1 ฟุต จี้คอตัวเองภายในห้องเช่า พร้อมกับตะโกนออกมาว่า ต้องการพูดคุยกับ นายอาร์ต ซึ่งเป็นช่างซ่อมบำรุง ที่โรงงานผลิตและจำหน่ายฟิล์มยืด และฟิล์มพันพาเลท จากนั้นทางญาติได้นำตัว นายอาร์ต มาคุยด้วยโดยใช้เวลานานกว่า 1 ชั่วโมง น.ส.แป้ง จึงยอมวางมีดลง

จากการสอบสวนทราบว่า นายอาร์ตและ น.ส.แป้ง เป็นแฟนกัน โดยอาศัยอยู่ที่ จ.ตาก ก่อนหน้านี้ได้มีการทะเลาะกัน สาเหตุเนื่องจากไม่ยอมถอดปลั๊กไฟออกจากห้องพัก จึงได้มีปากเสียงอย่างรุนแรง ทำให้นายอาร์ต กลับมาบ้านเกิดที่ จ.ขอนแก่น

จนกระทั่งช่วงเช้าวันนี้ น.ส.แป้ง ได้เดินทางมาที่ จ.ขอนแก่น เพื่อต้องการเคลียร์ปัญหากับนายอาร์ต แต่มาแล้วไม่พบและรอนานจึงเกิดอาการเครียด จากนั้นได้ไปที่ครัวพร้อมกับนำมีดออกมา แล้วเดินไปห้องเช่าที่อยู่หลังบ้าน ก่อนจะขังตัวเองพร้อมกับเอามีดมาจี้คอ จนกระทั่งมีคนมาพบจึงได้แจ้งตำรวจและหน่วยกู้ชีพเพื่อเข้ามาเกลี่ยกล่อมจนกระทั่งช่วยเหลือได้ในที่สุด

หนุ่มแค้นง้อเมีย! บุกยิงแม่ยาย เผาแท็กซี่ หนีไปฆ่าตัวตาย แฉปมเพื่อนรักหักหลัง

หนุ่มแค้นง้อเมีย! บุกยิงแม่ยาย เผาแท็กซี่ ก่อนหนีไปฆ่าตัวตาย แฉปมเพื่อนรักหักหลัง เพิ่งเลิกกับเมีย แต่เพื่อนกลับแอบไปติดพัน ยิงแม่ยายเสร็จเผารถเพื่อนที่จอดหน้าบ้าน 

บุกยิงแม่ยาย วันที่ 20 ก.พ. พ.ต.ท.วันชัย ไชยรักษ์ สารวัตร (สอบสวน) สภ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บและคนร้ายได้วางเพลิงเผารถแท็กซี่ที่จอดอยู่หน้าบ้านของผู้ได้รับบาดเจ็บในหมู่บ้านรวมพลัง ต.ธาตุ อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยวชั้นเดียวปลูกติดกัน 2 หลัง ติดกับร้านจำหน่ายฟิล์มยืด และฟิล์มพันพาเลทราคาถูก ซึ่งบริเวณหน้าบ้านพบรอยเลือด รถแท็กซี่และรถจยย.ถูกไฟไหม้รถเสียหายเป็นบางส่วน ส่วนผู้บาดเจ็บทราบชื่อคือ นางสายหยุด ดาวชัย อายุ 59 ปี ถูกปืนลูกซองสั้นยิงเข้าที่หน้าท้อง และ นายศราวุฒิ นิลมาล้น น้องชายนางสายหยุด ถูกยิงเข้าที่บริเวณแขน อาการไม่สาหัส

ส่วนผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือ นายสมเดช สุวรรณทวี อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นลูกเขยของนางสายหยุด และเป็นสามีของ น.ส.หน่อย (นามสมมติ) สำหรับสาเหตุที่ นายสมเดช ก่อเหตุเนื่องจากตามหา น.ส.หน่อย แต่ไม่พบตัว พบเพียงแม่ยายและน้าชาย จึงใช้อาวุธปืนยิงใส่ทั้ง 2 คน ก่อนจุดไฟเผารถแท็กซี่ที่จอดอยู่หน้าบ้าน แล้วขี่รถจยย.หลบหนีไป

ต่อมาได้รับแจ้งจาก ร.ต.อ.กฤตภาส นิพขันธุ์ รอง สว.สส.สภ.วารินชำราบ ซึ่งนำชุดสืบสวนออกติดตามตัว นายสมเดช พบว่าขณะไล่ตามจับตัว นายสมเดช มาถึงบริเวณหน้าบ้านของผู้ก่อเหตุ ที่ตั้งอยู่ห่างจากบ้าน นางสายหยุด ไปประมาณ 1 กิโลเมตร ระหว่างที่เจ้าหน้าที่แจ้งให้ นายสมเดช มอบตัว ปรากฏ นายสมเดช ได้ใช้อาวุธจ่อยิงศรีษะตัวเองจนเสียชีวิตอยู่บริเวณประตูทางเข้าบ้าน

จากการสอบถาม น.ส.กาญจนา แซ่อึ้ง อายุ 42 ปี เพื่อนนายสมเดช ที่พักอาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกันเล่าว่า นายสมเดช และ น.ส.หน่อย ซึ่งเป็นคนในหมู่บ้านได้แต่งงานอยู่กินกันมาได้กว่า 10 ปี มีลูกด้วยกัน 2 คน โดย นายสมเดช มีอาชีพเป็นพนักงานขับรถส่งปูนซีเมนต์บริษัทรับเหมาชื่อดังของจังหวัด

“เมื่อประมาณ 3 เดือนที่ผ่านมา นายสมเดช มีปากเสียงกับ น.ส.หน่อย เนื่องจากเป็นคนอารมณ์ร้อนชอบทำลายข้าวของ ทำให้ทั้งคู่แยกทางกันอยู่ โดย น.ส.หน่อย กลับมาอยู่กับแม่ ระหว่างนั้นก็มีเพื่อน นายสมเดช ซึ่งเคยทำงานขับรถส่งปูนซีเมนต์อยู่บริษัทเดียวกัน แต่ช่วงหลังหันมาขับรถแท็กซี่ กลับมาติดพัน น.ส.หน่อย ทำให้ นายสมเดช หึงหวงและพยายามจะมาขอคืนดี แต่ น.ส.หน่อย ไม่ยอม เพราะต้องการให้ นายสมเดช ปรับปรุงตัวใหม่ และให้เกียรติแม่ยายด้วย” น.ส.กาญจนา กล่าว

น.ส.กาญจนา กล่าวต่อว่า ก่อนเกิดเหตุเพียง 1 วัน นายสมเดช ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “สงสัยเมียตนเองมีอะไรกับเพื่อน” ตกกลางคืน นายสมเดช ได้แวะมาขอนั่งดื่มเหล้าที่หน้าบ้านของตน กระทั่งดึกก็ได้ออกไป จนรุ่งเช้าจึงทราบว่าไปก่อเหตุยิงนางสายหยุด และจุดไฟเผารถแท็กซี่ของอดีตเพื่อน ก่อนใช้ปืนยิงตัวเองตาย

ด้านนายสุฤทธิ์ พึ่งสุข อายุ 38 ปี เพื่อนบ้านนายสมเดช เล่าในทำนองเดียวกันว่า นายสมเดช เป็นคนอารมณ์ร้อน รถจยย.ที่ใช้ก็จะมีมีดมัดติดไว้บริเวณบังโซ่ของรถ 1 เล่ม หลังเกิดเหตุ นายสมเดช ได้กลับมานั่งหน้าบ้าน ตนยังถามว่าทำไมถึงไปยิงเค้า แต่ก็ไม่กล้าถามอะไรมาก เพราะกลัวโดนยิง สุดท้ายตนก็ออกไปขายของจนมาทราบข่าวอีกครั้งว่า นายสมเดช ยิงตัวตายอยู่หน้าบ้าน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุและนำตัว น.ส.หน่อย พร้อมเพื่อนบ้านมาให้ปากคำ ก่อนที่จะสรุปสาเหตุอีกครั้งต่อไป

หนุ่มวัย 18 ฝน ร.ร.เอกชนดัง ยิงตัวตาย ทิ้งจม.ลา”อ่านหนังสือไม่ทัน ยอมแพ้แล้ว”

วันที่ 11 ธ.ค. ร.ต.ท.อภิชัย ไชยสุภาพ รอง สว.สอบสวน สภ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุชายใช้อาวุธปืนยิงตัวเองเสียชีวิต เหตุเกิดที่บ้านพัก 1 ต.พิมลราช อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.ท.วรพัฒน์ วัฒนชัยนันท์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.ณัฐยุทธ์ แก้วปาน สว.สส. แพทย์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ภายในห้องน้ำชั้น 2 พบศพนายพันปี (สงวนนามสกุล) หรือน้องภู อายุ 18 ปี ลูกชายเจ้าของกิจการร้านจำหน่ายฟิล์มยืด ฟิล์มพันพาเลทคุณภาพดีราคาถูกเเห่งหนึ่ง นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนชื่อดังย่านปากเกร็ด สภาพศพสวมเสื้อยืดเเขนยาวสีเทา กางเกงยีนส์ขาสั้นสีดำ นอนหงาย ศีรษะพิงกำแพง มีรอยกระสุนเข้าที่ขมับขวาทะลุออกซ้าย 1 นัด ที่มือข้างขวา พบอาวุธปืนขนาด 9 ม.ม. กระสุนในแม็กกาซีน 4 นัด และปลอกกระสุปีน ขนาด 9 ม.ม.จำนวน 1 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ขอเเค่งานศพเล็กๆ ไม่เอาญาติเยอะจนเกินไป ไม่อยากให้เสียเงินกับ “ภู” เยอะ เก็บเงินไว้ให้หนูพุด แทนนะครับ บางทีการที่เก็บทุกอย่างไว้เพียงคนเดียวมันก็ไม่ได้ดีเสมอไปหรอก แต่จะให้ทำยังไงอ่ะ ปัญหาชีวิตเยอะ พูดกับใครก็ไม่ได้ อ่านหนังสือก็ไม่ทัน ยอมแพ้แล้ว ทำแทบตายยังไงก็ตามไม่ทัน อยากเก่งเหมือนคนอื่นบ้าง 10.12.18 นอกจากนี้ผู้เสียชีวิตยังพิมพ์ลายนิ้วมือของตนเองไว้ที่ท้ายจดหมายอีกด้วย

นายสี ใจสว่าง รปภ.ของหมู่บ้าน กล่าวว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาพ่อของผู้เสียชีวิตได้โทรศัพท์มาบอกให้ตนเข้าไปดูลูกชายในบ้าน เนื่องจากพ่อและแม่เดินทางไปหาลูกสาวที่จังหวัดเชียงราย ตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค. 2561 และติดต่อนายพันปี ไม่ได้ ตนจึงมากดกริ่งหน้าบ้านหลายครั้ง แต่ไม่มีเสียงตอบรับ ตนจึงโทร.ไปบอกพ่อของผู้เสียชีวิต ได้รับอนุญาตให้ตนปีนเข้าไปในบ้านเพื่อไปดูลูกชาย

ก่อนจะพบนายพันปี นอนเสียชีวิตอยู่ในห้องน้ำ บริเวณชั้น 2 ของบ้าน จึงได้แจ้งประธานหมู่บ้าน และแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้ทราบ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงบันทึกภาพและเก็บหลักฐานในที่เกิดเหตุ พร้อมจดหมายลาตัดพ้อเรื่องเรียน ไว้ ไปตรวจสอบ อีกครั้ง และมอบศพผู้เสียชีวิตให้กับเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อชันสูตร ต่อไป

จับแล้ว แก๊งโจ๋เถื่อน รุมตื้บหนุ่มปางตาย หลังเขม่นในผับ ตร.ขยายผลแจ้งข้อหาเพิ่ม

แก๊งโจ๋เถื่อน / จับแล้ว 12 โจ๋ รุมตื้บหนุ่มช่างไฟฟ้าปางตาย อ้างเหตุทะเลาะวิวาทในผับดัง หลังแยกย้ายจึงตามกระทืบซ้ำ พร้อมกราบขอโทษพ่อแม่เหยื่อ ตร.แจ้งข้อหาร่วมกันทำร้าย ผู้อื่นจนสาหัส รอสืบสวนอาจจะแจ้งร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น ส่วนญาติยันเอาผิดถึงที่สุด

กรณีอาจารย์วิทยาลัยเทคนิคกาฬสินธุ์ นำภาพจากกล้องวงจรปิดของเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ โพสต์ในเฟซบุ๊กเป็นภาพของกลุ่มวัยรุ่นในกาฬสินธุ์ ไล่ทำร้าย นายจักรพงษ์ สมวิลัย หรือแจ๊ก ชาวจ.กาฬสินธุ์ ช่างไฟฟ้าโรงงานไฟฟ้าในเขตอำเภอกมลาไสยแถวโรงงานผลิตเเละจำหน่ายฟิล์มยืดหรือฟิล์มพันพาเลทรายใหญ่เเห่งหนึ่ง หลังนายจักรพงษ์ ไปเที่ยวภายในผับ 99 คืนวันที่ 17 พ.ย. กับเพื่อน ก่อนถูกเจ้าถิ่นเกือบ 20 คน รุมทำร้ายปางตาย

ความคืบหน้า เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 18 พ.ย. ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พล.ต.จุมพล จุมพลภักดี ผู้บัญชาการกองพลทหารม้าที่ 3 ในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ นายสนั่น พงษ์อักษร รอง ผวจ.กาฬสินธุ์ พ.ต.อ.รัชพล เสริมศรัณย์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ พ.ต.อ.ธีรพัฒน์ ธารีไทย ผกก.สืบสวน ภ.จว.กาฬสินธุ์

พ.ต.ท.ชูศักดิ์ ปิ่นรัตน์ รอง ผกก.(สอบสวน) ศรก.กก.สืบสวน ภ.จว.กาฬสินธุ์ พ.ต.ท.ปิติทัติ กงทอง สว.สืบสวนฯ ร.ต.อ.คำแผง เพ็ญประชุม รอง สว.สืบสวนฯ ร.ต.อ.ณัฐพงษ์ บึงบัว รอง สว.สืบสวนฯ ร.ต.อ.ประวัติ สุดชะเน รอง สว.สืบสวนฯ ร.ต.อ.บุญเพ็ง ญาณผาด รอง สว.สืบสวนฯ

ร.ต.อ.โยธิน กิติศรีวรพันธุ์ รอง สว.สืบสวน กก.สืบสวน ภ.จว.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย จ.กาฬสินธุ์ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ร่วมกันแถลงผลการจับกุมผู้ต้องหาประกอบด้วย

1.นายปราโมทย์ หรือฟอร์ด ถาวรพร้อม อายุ 21 ปี 2.นายธราเทพ หรือปกป้อง บุตรโคตร อายุ 21 ปี และ 3.นายธีรพล อุ่นทยา อายุ 21 ปี 4.นายนฤเดช บุญชิต อายุ 21 ปี

พร้อมด้วยผู้ต้องหาที่เป็นเยาวชนอายุไม่ถึง 20 ปีประกอบด้วย 5.นายปลาย (นามสมมติ) 6.นายนิล (นามสมมติ) 7.นายภูมิ (นามสมมติ) 8.นายบั๊พ (นามสมมติ) 9.นายเจล (นามสมมติ) 10.นายอ๊อฟ (นามสมมติ) 11.นายกร (นามสมมติ) และ 12.นายเน (นามสมมติ)

ทั้งหมดเป็นชาวกาฬสินธุ์ และเป็นผู้ต้องหาในคดี ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส พร้อมของกลางเศษไม้เก้าอี้ และรถกระบะ ยี่ห้อโตโยต้า สีเทา ทะเบียน บจ8631 กาฬสินธุ์ รถที่ใช้ก่อเหตุของผู้ต้องหาที่ 1

ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ และชุดสืบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ร่วมกันจับกุม นายปราโมทย์ หรือฟอร์ด ถาวรพร้อม ผู้ต้องหาคนที่ 1 ได้ตั้งแต่ในช่วงเช้าวันนี้ และซัดทอดจนมีการมอบตัวสู้คดี โดยทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ร่วมกันทำร้ายร่างกาย นายจักรพงษ์ หรือแจ๊ค สมวิลัย และพวกรวม 4 คนและอีก 1 คนที่ถูกลูกหลงจริง

พล.ต.ต.ทินณะรัตน์กล่าวว่า เหตุทำร้ายร่างกายครั้งนี้กล้องวงจรปิดเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จับภาพขณะที่นายจักรพงษ์กำลังวิ่งหนีตาย จนมาล้มลงที่บริเวณตลาดทุ่งนาทอง เขตเทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ และ ถูกรุมตีอย่างทารุณโหดร้าย ตั้งแต่เวลา 01.25 น. วันที่ 17 พ.ย.

ซึ่งได้สั่งการให้ พ.ต.อ.รัชพล เสริมศรัณย์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ร่วมกับ พ.ต.อ.ธีรพัฒน์ ธารีไทย ผกก.สืบสวน ภ.จว.กาฬสินธุ์ ติดตามจับกุม จนสามารถจับนายปราโมทย์ผู้ต้องหาที่ 1 และให้การซัดทอดถึงผู้ร่วมขบวนการ ซึ่งมีทั้งหมด 12 คน เข้ามามอบตัวทั้งหมดแล้ว

ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ทั้งหมดเป็นบุคคลที่ปรากฏอยู่ในคลิปกล้องวงจรปิด และรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุ แต่อ้างว่าทะเลาะวิวาทกันในผับ 99 กับกลุ่มผู้เสียหายก่อน จนมามีเรื่องต่อกันด้านนอก จนทำให้มีผู้บาดเจ็บรวม 5 รายคือ นายจักรพงษ์ ได้รับบาดเจ็บสาหัส และอีก 3 คน คือ นายณัฐวุฒิ เรืองวิเศษ ถูกตีที่ศีรษะ นายชาตรี โคตะนนท์ ถูกตีที่แขนได้รับบาดเจ็บเย็บ 5 เข็ม และนายอุกฤษ ดอนประจง ไม่ถูกตีเพราะวิ่งหนีทัน และยังมีรายงานคนที่โดยลูกหลงเป็นเพื่อนกับ นายจักรพงษ์ คือนายภูนัย ถิ่นโสภณ ถูกตีที่ใบหน้า เย็บ 6 เข็ม

“คดีนี้จะให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายอย่างเต็มที่ เพราะคลิปที่เห็นมีความโหดร้ายเป็นอย่างมาก ซึ่งหากผลการสืบสวนขยายผลเข้าครบองค์ประกอบข้อหาพยายามฆ่า ก็จะให้พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ ดำเนินการทันที” ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ กล่าว

สำหรับในวันนี้มีรายงานว่า พ.ต.อ.รัชพล เสริมศรัณย์ ผกก.สภ.เมืองกาฬสินธุ์ และ นายสมเจตน์ เต็งมงคล นายอำเภอเมืองกาสินธุ์ เข้าไปเยี่ยม นายจักรพงษ์ที่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ โดยทั่วไปแพทย์ยังคงให้รอดูอาการ ขณะที่ ร.ต.ท.รัชนาท แก้วกาหลง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองกาฬสินธุ์ สอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติม และพยาน เพื่อสืบสวนสอบสวนขยายผล ส่วนใหญ่ญาติผู้เสียหายต้องการให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

นายจักรพงษ์ กล่าวว่า ตนมีอาชีพทำงานที่โรงสี ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้าในเขตอำเภอกมลาไสย และพากันมาเที่ยวตามปกติวัยรุ่นภายในผับ 99 สถานบันเทิงชื่อดังแต่แล้วก็ปรากฏว่า มีกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้ได้เดินเข้ามาชกตนที่หน้าจนเกิดการชกต่อยกัน ซึ่งในระหว่างนั้นคนที่ดูแลก็พยายามห้ามแล้ว

“ผมจึงตัดสินใจที่จะหลีกหนี แต่แล้วเมื่อออกมาประตูด้านนอกก็พบกลุ่มวัยรุ่นกลุ่มนี้ดักรออยู่ด้านหน้า และตรงเข้ามาทำร้าย ระหว่างนั้นแต่ละคนก็จะถูกรุมทำร้าย จึงพากันวิ่งหนี แต่ผมวิ่งหลบข้ามถนนออกมาด้านหน้าตรงตลาดทุ่งนาทอง แต่เคราะห์ร้ายวัยรุ่นกลุ่มนี้ตามทัน จึงเข้ามารุมตีด้วยไม้ เก้าอี้ ตีเข้าที่ศีรษะ เหมือนจะทำให้ตาย จึงใช้มือปิดที่หัวและพยายามทำตัวแน่นิ่ง แต่ก็ยังถูกรุมทำร้ายอยู่นาน จนเมื่อพวกนี้กลับออกไป จึงโทรศัพท์บอกแม่ และมีพลเมืองดีพาตัวนำส่งโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ คิดว่าจะต้องตายแล้ว และไม่รู้ว่าสาเหตุที่มาทำร้าย หรือจะเป็นการเข้าใจผิดว่ากลุ่มของผม ไปมองผู้หญิงที่นั่งอยู่ด้านหน้า แต่เมื่อเกิดแบบนี้ก็คงจะต้องเอาเรื่องให้ถึงที่สุด” นายจักรพงษ์ กล่าว

นางพิศมัย สมวิลัย แม่ของเหยื่อผู้เคราะห์ร้าย กล่าวว่า ตนได้รับข่าวจากลูกชายเมื่อประมาณตีหนึ่ง โดยปลายสายเป็นเสียงลูกชายที่โทรมาบอกว่าถูกทำร้าย จากนั้นก็ได้ยินเสียงเพื่อนๆ ลูกบอกว่าให้รีบพาส่งโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ตนจึงรีบเดินทางมาหาลูกที่โรงพยาบาลก็ทราบว่าแพทย์ พยาบาล นำตัวลูกชายเข้าห้องไอซียูด้วยอาการสาหัส และในขณะนี้ก็ดูอาการอยู่

ทราบว่าเมื่อคืนลูกเข้าไปเที่ยวที่สถานบันเทิงชื่อดัง 99 ผับ และเพื่อนลูกบอกว่า เหมือนกับไปมีเรื่องกับนักเที่ยวเจ้าถิ่น จนถูกทำร้ายร่างกายส่วนเกิดจากอะไรยังไม่รู้สาเหตุ แต่ยืนยันว่าจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด

ด้าน นายภูนัย ถิ่นโสภณ เหยื่อที่ถูกลูกหลง กล่าวว่า ตนถูกตีเข้าที่ใบหน้าเย็บ 6 เข็ม ก็ไม่รู้ว่าถูกตีเรื่องอะไร แต่ตนเป็นเพื่อนกันนายจักรพงษ์ ที่ถูกตีจนอาการสาหัส ยอมรับรู้สึกเสียใจและหวาดกลัวต่อการกระทำโดยเฉพาะจากคลิปที่เห็นเป็นภาพที่มีความรุนแรง เหมือนต้องการจะตีให้ตาย จริงๆหากเป็นลูกผู้ชาย ตีแล้วเค้าไม่สู้ ก็ควรที่จะพอได้แล้ว ไม่น่าจะทำแบบนี้ และยอมรับว่ารู้สึกเจ็บใจ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยเพราะเป็นการรุมทำร้ายร่างกายคนที่ไม่มีทางสู้แล้ว

ขณะที่ นายปราโมทย์ หรือฟอร์ด ถาวรพร้อม ผู้ต้องหาที่ 1 กล่าวว่า สาเหตุที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากในผับ เพราะตั้งแต่ดื่มกันครั้งแรกก็ชนแก้วกันตามปกติไม่มีอะไร และไม่รู้จักกันด้วยซ้ำ แต่จู่ๆก็ทะเลาะชกต่อยกัน ซึ่งฝั่งโน้นเป็นฝ่ายชกต่อยก่อน จนวิ่งไล่ชกต่อยกันออกมาถึงด้านนอก ซึ่งกลุ่มวัยรุ่นเด็กๆ ที่อยู่ด้านนอกก็ไม่รู้เรื่องอะไร เพียงแต่เห็นกลุ่มพี่ๆ มีเรื่องก็วิ่งเข้ามาช่วยเท่านั้น

ในภาพที่ปรากฏว่าตนขับรถกระบะไปเปิดไฟแล้วตีซ้ำนั้น ยอมรับว่าลงมือแต่คิดว่า คนที่นอนลงไปเพิ่งจะล้มลง จึงเข้าไปตีนายจักรพงษ์ต่อ ซึ่งในเหตุการณ์ก็ห้ามปรามกัน ไม่คิดที่จะเอาถึงตาย แต่ภาพปรากฏแบบนี้ก็ยอมรับว่าเสียใจ ก็ต้องกราบขอโทษพ่อแม่และญาติของผู้เสียหายด้วย ส่วนขั้นตอนคดีจะเป็นอย่างไรก็อยู่ที่ตำรวจก็แล้วกัน

สุดสลด! เด็กนักเรียนหญิง ขี่จยย.ซ้อน 3 ประสานงารถตู้ ดับยกคัน

เมื่อวันที่ 9 ก.ย. พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ สายสัมบัติ ร้อยเวร สภ. บ้านฝาง ได้รับแจ้งเหตุมี อุบัติเหตุรถจักยนต์ชนกับรถตู้ บริเวณถนนระหว่างบ้านแดงใหญ่ บึงสว่างเส้นทางไปโรงงานผลิตฟิล์มยืด ฟิล์มพันพาเลทคุณภาพดีรายใหญ่ ต.แดงใหญ่ อ.บ้านฝาง เยื้อง รพ.สต.บ้านแดงใหญ่ มีผู้บาดเจ็บและชีวิต จึงลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพและรถพยาบาล

ที่เกิดเหตุเป็นถนน 2 เลน พบรถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน นข 4691 ขอนแก่น ลักษณะด้านหน้าฝั่งคนขับมีรอยชนเป็นทางยาว ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน ขมท 87 ขอนแก่น สภาพพังเสียหาย และมีเศษกระจกพร้อมชิ้นส่วนของรถจักรยานยนต์กระจายทั่วบริเวณ และพบร่างผู้บาดเจ็บในที่เกิดเหตุ 3 คน นอนนิ่งอยู่บนถนน

เจ้าหน้าที่กู้ชีพพร้อมพยาบาลได้ช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น แต่ผู้บาดเจ็บ 2 ใน 3 คน ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ทราบชื่อคือ ด.ญ.นงนภัส (ไม่ทราบนามสกุล) อายุ 13 ปี และ ด.ญ.วังเงินทอง (ไม่ทราบนามสกุล) อายุ 12 ปี ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัส อีก 1 คน ซึ่งยังไม่ทราบชื่อ-สกุล เจ้าหน้าที่ได้นำส่งโรงพยาบาลขอนแก่น

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า เด็กหญิงทั้ง 3 คน เป็นชาวบ้านโนนบ่อ ต.พระยืน อ.พระยืน จ.ขอนแก่น โดยผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เห็นเด็กทั้ง 3 คน ขับรถจักรยานยนต์ซ้อนมาด้วยกัน เมื่อมา ถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งถนนมีลักษณะเป็นทางโค้ง จึงอาจทำให้มองไม่เห็นรถตู้ที่วิ่งสวนมา จนเกิดชนประสานงาเข้าอย่างจัง เป็นเหตุให้เด็กหญิงทั้ง 3 คนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ

ต่อมาทราบว่า เด็กหญิงที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่เจ้าหน้าที่ได้นำส่งโรงพยาบาลขอนแก่น ได้เสียชีวิต เนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว เป็นเหตุให้อุบัติเหตุครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย

ยึดเกลี้ยง20ล้าน! เบนซ์หรูเปิดประทุน ลุยจับเอเย่นต์ใหญ่ ค้ายาบ้า-ไอซ์จนเป็นเสี่ย

วันที่ 24 ส.ค. ที่กองร้อย ตชด.426 จ.กระบี่ พ.ต.อ.ปิยพันธ์ อนันต์โท ผกก.2 บก.ปส.4 พ.ต.ท.วีระศักดิ์ คงเพชร ผบ.ร้อย ตชด.426 ตำรวจท่องเที่ยว จ.กระบี่ ร่วมกันแถลงจับกุม นายสมชาย เครือหวัง อายุ 34 ปี น.ส.ภาณุมาศ รักษ์เมือง อายุ 30 ปีภรรยา และนายอนันต์ จินดาวงศ์ อายุ 39 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 120,317 เม็ด ยาไอซ์น้ำหนัก 949.3 กรัม รถยนต์เบนซ์ เปิดประทุน สีเทา ทะเบียน 6 กพ 120 กทม. รถเก๋งฮอนด้าซิตี้ สีดำ ทะเบียนป้ายแดง ก-1481 นครศรีธรรมราช และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีดำ ทะเบียนป้ายแดง 3076 ตรัง รวมมูลค่าของกลางทั้งหมดเฉียด 20 ล้านบาท

โดยการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ขยายผลจาก นายอภิชาติ คลองมดคัน และนายจีรวัฒน์ จันทร์ไชยแก้ว หลังถูกจับเมื่อวันที่ 20 ส.ค.ที่ผ่านมาพร้อมยาบ้า 1,016 เม็ด และยาไอซ์ 160.9 กรัม ที่รีสอร์ตเเถวโรงงานผลิตฟิล์มยืด ฟิล์มพันพาเลทคุณภาพดีเเห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.อ่าวนาง อ.เมือง จ.กระบี่ โดยซัดทอดว่ารับยาเสพติดมาจากนายสมชาย ที่จ.นครศรีธรรมราช มาขายในพื้นที่ จ.กระบี่ เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมนายสมชาย และภรรยาที่บ้านเลขที่ 157 หมู่ 6 ต.วังหิน อ.บางขัน จ.นครศรีธรรมราช แล้วเข้าจับกุมนายอนันต์ได้อีกคนที่บ้านพัก หมู่ 8 ต.วังหิน อ.บางขัน

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า นายสมชายเป็นเอเย่นต์ค้ายาเสพติดรายใหญ่ในพื้นที่ 3 จังหวัด คือ ตรัง กระบี่ และนครศรีธรรมราช แต่ละครั้งจะรับยาบ้ามาครั้งละ 1 ล้านเม็ดแล้วแยกเป็นห่อละ 1 หมื่นเม็ด ขายต่อให้นักค้ารายย่อยห่อละ 5-8 หมื่นบาท ส่วนยาไอซ์รับมาก.ก.ละ 4 แสน แล้วขายขีดละ 5-7 หมื่นบาท โดยใช้รถสิบล้อขนยาเสพติดมาจากภาคเหนือ แล้วติดต่อให้ลูกค้ารายย่อยมารับยาเสพติดไปกระจายตามพื้นที่ต่างๆ เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหานำตัวส่งสอบสวนขยายผลต่อไป