คลังเก็บป้ายกำกับ: ที่ตัดเทป

สลด! สาวขี่จยย. ชนเสาไฟฟ้าดับ สุดเศร้าพบโน้ตบนกล่องขนม ถึงแฟนเก่าวันวาเลนไทน์

เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 15 ก.พ. ร.ต.อ.แซด สมพวง รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักชนเสาไฟฟ้า มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บนถนนเลียบคลองเปรมประชากร(มุ่งหน้าบางปะอิน)หลักกิโลเมตรที่ 7 หน้าร้านจำหน่าย ที่ตัดเทป,ตัวตัดเทป เลขที่ 26 หมู่ 4 ต.เชียงรากน้อย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี จึงรุดตรวจสอบร่วมกับแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า เอ็ม สแลซ สีเหลือง-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ชนเสาไฟฟ้า บริเวณประตูรั้วหน้าบ้านดังกล่าว ใกล้กันพบหมวกกันน็อก และรองเท้า ตกอยู่ ผู้เสียชีวิตเป็นหญิงผมสั้น อายุประมาณ 22-25 ปี สวมกางเกงยีนส์ขายาว เสื้อยืดสีน้ำเงิน และสวมเสื้อคลุมสีกรมท่าทับ

ตรวจสอบในตัวพบบัตรพนักงานฝ่ายผลิตของบริษัทโซนี่ ในนิคมอุตสาหกรรมบางกะดี อ.เมือง จ.ปทุมธานี ระบุชื่อคือ น.ส.ชฎารัตน์ วงษ์หาจักร นอกจากนี้ยังพบกระดาษแปะอยู่บนกล่องขนมสีแดง โดยมีข้อความเขียนถึงแฟนเก่าในวันวาเลนไทน์ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้บันทึกภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามนายมงคล แสงรัตน์ อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุให้การว่า ตนกำลังจะออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อและกำลังเปิดประตูรั้วบ้าน จากนั้นได้ยินเสียงรถไถลมาที่หน้าประตูบ้าน ด้วยความตกใจและเห็นคนนอนแน่นิ่งอยู่บริเวณเสาไฟฟ้า จึงโทรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยทราบ

ด้าน ร.ต.อ.แซด สมพวง รองสารวัตรสอบสวนฯ ได้ทำการตรวจสอบและร่วมชันสูตรพลิกศพพร้อมกับแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และบันทึกภาพในที่เกิดเหตุเก็บไว้เป็นหลักฐาน พบว่าเสาไฟฟ้ามีรอยรถเฉี่ยวชน เบื้องต้นไม่พบคู่กรณี

เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าผู้เสียชีวิตมาจากที่ใดและสืบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิต ก่อนมอบศพให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำส่งชันสูตรยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้งและจะประสานญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

ผจก.แสบ ล้อเล่นกับความเหงา ปลอมเป็นสาวลวงขรก.หนุ่มเซ็กส์โฟน แบล็กเมล์ยับ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 29 ม.ค. ที่กองกำกับการสืบสวนภูธรจังหวัดอุดรธานี พล.ต.ต.นันทชาติ ศุภมงคล ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พร้อมด้วย พ.ต.อ.ทรงพล บริบาลประสิทธิ์ และ พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธ์ ผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี พร้อมกำลังชุดสืบสวน ร่วมกันแถลงผลจับกุม นายภีมวัจน์ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 39 ปีได้ที่บ้านพักข้างโรงงานผลิต ที่ตัดเทป,ตัวตัดเทป แห่งหนึ่ง ผู้ต้องหาหลอกปลอมแอพพลิเคชั่นไลน์และเฟซบุ๊ก โดยใช้ภาพโปรไฟล์ของหญิงสาวหน้าตาดี หลอกเหยื่อผู้ชายให้มาติดพัน แล้วใช้แชทคุยแบบเซ็กส์โฟน แสดงท่าทางสำเร็จความใคร่ผ่านทางวีดีโอคอล แล้วแอบบันทึกภาพเพื่อใช้ในการแบล็กเมล์เหยื่อที่เป็นข้าราชการหนุ่ม กว่า 50 ราย ได้เงินไปแล้วกว่า 6 ล้านบาท

เบื้องต้นแจ้งข้อหา “รีดเอาทรัพย์, กรรโชกทรัพย์” โดยสามารถตรวจยึดของกลางไว้ได้ ประกอบด้วย  1.อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการบันทึกภาพ การตัดต่อภาพ จำนวน 3 ชุด 2.โทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง 3.สมุดบัญชีธนาคาร 2 เล่ม มียอดเงินหมุนเวียน 6 ล้านบาท และ 4.คลิปวีดีโอเปลือยกายทั้งชายและหญิง แบบวีดีโอคอล ส่วนใหญ่จะเป็นคลิปการสำเร็จความใคร่ ต่อหน้าจอโทรศัพท์มือถือ 75 คลิป

พล.ต.ต.นันทชาติ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมา มีข้าราชการหนุ่มในสังกัดจังหวัดอุดรธานี อายุ 30-40 ปี จำนวน 3-4 คน ได้เดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนว่าถูกหญิงสาวหลอกแชทคุยผ่านไลน์และเฟซบุ๊กจนเกิดความสนิทสนมกัน กระทั่งมีการติดต่อแบบวีดีโอคอล และโชว์ของลับให้กันและกันดู ก่อนจถูกบันทึกภาพไว้และส่งมาเพื่อเรียกเอาเงิน โดยมีการจ่ายเงินไปครั้ง 5,000-10,000 บาท

โดยบางรายจ่ายไป 20,000-50,000 บาท แต่ก็ยังถูกเรียกเอาเงินอยู่เรื่อย ๆ จนทนไม่ไหว เพราะเข้าข่ายหลอกลวง จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.วิธ มุทธสินธ์ ผกก.สส.ภ.จว.อุดรธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งทำการสืบสวนจับกุมแก๊งรีดเอาทรัพย์ เพราะเชื่อว่าเป็นขบวนการใหญ่ เนื่องจากผู้เสียหายส่วนใหญ่เป็นข้าราชการหนุ่มและหญิงสาวหน้าตาดี เบื้องต้นมีผู้เสียหายเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ

ด้าน พ.ต.ต.อรรคพล ยี่เกาะ สว.สส.ภ.จว.อุดรธานี กล่าวว่า จากการตรวจสอบข้อมูลและหลักฐานที่ผู้เสียหายที่เป็นข้าราชการหนุ่มคนหนึ่งได้นำเอาหลักฐานการติดต่อแชทไลน์กับบุคคลที่ใช้โปรไฟล์เป็นภาพหญิงสาวหน้าตาดี แต่ละชื่อจะใช้ภาพหญิงสาวหน้าตาดี จากนั้นจะแชทคุยจนสนิทสนมและเกิดความหลงรักกันเกิดขึ้น โดยฝ่ายหญิงสาวจะแชทแบบคนต้องการทางเพศสูง เพื่อให้เหยื่อหลงเชื่อ สำเร็จความใคร่โชว์หน้าจอโทรศัพท์มือถือแบบวีดีโอคอล

“เมื่อเหยื่อหลงเชื่อทำตาม ก็จะถูกผู้ต้องหาซึ่งวางแผนเอาไว้แล้วบันทึกภาพและคลิป จากนั้นจะแอบอ้างว่าคลิปนี้หลุดออกมา หากไม่ต้องการให้หลุดไปในโลกโซเชียล ก็ต้องจ่ายเงินมา โดยเรียกเอาตั้งแต่หลักพัน ไปจนถึงหลักหมื่น แต่จะเรียกเอาเรื่อย ๆ กับผู้ชาย จะใช้โปรไฟล์หญิงสาวหน้าตาดี หากบางครั้งเหยื่อเป็นหญิงสาว ก็จะใช้โปรไฟล์หนุ่มหล่อโชว์ซิกแพค เพื่อหลอกให้สำเร็จความใคร่โชว์ผ่านมือถือ ซึ่งเหยื่อส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่มีความมุ่งหวังทางเพศ หรือกลุ่มหาคู่ แคมฟรอก โดยจะเรียกเอาเงินครั้งละไม่มาก แต่จะเรียกเอาเรื่อย ๆ รวมเหยื่อกว่า 50 ราย สูญเงินกว่า 6 ล้านบาท อาทิตย์ละครั้ง หลายครั้งเข้าก็หมดเงินไปตั้งแต่ 2-5 หมื่นบาทในแต่ละราย” พ.ต.อ.อรรคพล กล่าว

พ.ต.ต.อรรคพล กล่าวต่อว่า หลังจากสืบค้นข้อมูลจนทราบว่า ผู้ต้องหารายนี้คือ นายภีมวัจน์ จึงขออนุมัติศาลจังหวัดราชบุรี เข้าตรวจค้นจับกุมตัว โดยพบผู้ต้องหาใช้ห้องนอนของตัวเองเป็นที่ทำงาน ในการตัดต่อภาพลามก และใช้เป็นห้องแชทคุยหลอกเหยื่อด้วยโทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 3 ชุด มีคลิปที่พร้อมทำการส่งไปแบล็กเมล์เหยื่อ ทั้งผู้ชายและผู้หญิง รวม 75 คลิป โดยจะเลือกเหยื่อเป็นข้าราชการ และคนมีฐานะการเงินค่อนข้างดี

จากการสอบสวน นายภีมพล ให้การรับสารภาพว่า เป็นอดีตผู้จัดการร้านโทรศัพท์มือถือ มีความชำนาญในการใช้โทรศัพท์ในระบบต่าง ๆ เป็นอย่างดี ระยะหลังติดการพนันและยาเสพติด จึงคิดหาวิธีบันทึกภาพจากมือถือระหว่างการสนทนา เมื่อเหยื่อหลงเชื่อสำเร็จความโคร่โชว์ให้เห็นแบบจะจะ ก็จะบันทึกแล้วแอบส่งไปเรียกเอาเงินจากเหยื่อที่เป็นข้าราชการ ที่กลัวว่าจะอับอาย หากเรื่องถูกเผยแพร่ออกไปและกระทบต่อหน้าที่การงานจึงยอมเสียเงิน

รุมข่มขืนสาว เสร็จกิจฆ่าทิ้งสวนกล้วยนครปฐม ตร.ตามรวบหนุ่มพม่าสอบปากคำ

รุมข่มขืนสาว – เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 23 ม.ค. ร.ต.อ.ธนกร แก้วสุวรรณ รองสารวัตรสอบสวน สภ.โพธิ์แก้ว จ.นครปฐม ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบศพหญิงเปลือย เสียชีวิตภายในร่องสวนกล้วยหลังโรงงานผลิต ที่ตัดเทป,ตัวตัดเทป ซอยไร่ขิง 26 หมู่ 9 ต.ไร่ขิง อ.สามพราน หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน แพทย์เวรโรงพยาบาลสามพราน และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง

ที่เกิดเหตุพบศพหญิง นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่ภายในร่องสวน เจ้าหน้าที่หน่วยประดาน้ำจึงได้ช่วยกันนำร่างขึ้นไว้บนฝั่ง จากการตรวจสอบร่างกาย ลำคอเขียวช้ำคล้ายถูกรัด เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 24 ชั่วโมง อายุราว 25-30 ปี ผิวคล้ำ ตรวจสอบบริเวณโดยรอบไม่พบเสื้อผ้า และเอกสารยืนยันตัวตนว่าเป็นใครมาจากไหน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลจาก นายโจ หลวงอิน อายุ 51 ปี เล่าว่า เมื่อวานเวลาประมาณ 11.30 น. ได้เดินมาที่สวนหลังบ้าน เนื่องจากทำงานแถวนี้ ได้เจอกับชายชาวเมียนมา ยืนอยู่โดยที่สวมกางเกงในตัวเดียวเท่านั้น มีลักษณะตื่นตกใจ ร่างกายเปียกไปทั้งตัว ตอนแรกตนเอะใจคิดว่าหนีเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองมา แต่เมื่อลองถามกลายเป็นว่าไม่สามารถสื่อสารกันได้ เนื่องจากใช้ภาษาเมียนมา จึงได้ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมารับตัว จนกระทั่งมาพบเจอหญิงสาวนอนเป็นศพเปลือยไม่สวมใส่เสื้อผ้าวันนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวชายเมียนมาคนดังกล่าวมาสอบปากคำ โดยมีล่ามแปลภาษาให้ ทราบชื่อคือ นายอองซู อายุ 20 ปี เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีเพื่อนชาวเมียนมาอีก 2 คน นำผู้หญิงคนดังกล่าวมา แต่ไม่บอกว่าเป็นใครมาจากไหน ก่อนร่วมกันรุมข่มขืนผู้หญิง โดยให้ตนดูต้นทาง เมื่อเสร็จกิจทั้ง 2 คน ได้เอาเสื้อผ้า โทรศัพท์ของผู้หญิงไปด้วย แล้วแยกย้ายกันหลบหนี

อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อ โดยจะนำศพส่งชันสูตรต่อที่สถาบันนิติเวช เพื่อผ่าพิสูจน์หาสาเหตุของการเสียชีวิตที่แท้จริง พร้อมเก็บดีเอ็นเอหาร่องรอยของการข่มขืน เบื้องต้น นายอองซู ถูกควบคุมตัวไว้ พร้อมถูกตั้งข้อหาหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนจะคุมตัวไปสอบสวนเพิ่มเติมต่อไป