คลังเก็บป้ายกำกับ: ซองเอกสารกันกระแทก

เมียท้าให้ยิง! ผัวเมาโหดคว้าปืนรัวหมดโม่ตายคาที่ ลูกสาวโดนด้วยสาหัส

วันที่ 21 ต.ค. พ.ต.ท.จินดา ตาทองศรี สารวัตร(สอบสวน) สภ.บางเลน จ.นครปฐม ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลบางเลน ว่ามีหญิงถูกอาวุธปืนยิงเสียชีวิต 1 ราย ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 รายถูกส่งตัวมาที่โรงพยาบาลขอให้มาตรวจสอบด้วย ภายหลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมตำรวจฝ่ายสืบสวน

เมื่อไปถึงพบ ผู้เสียชีวิตคือ นางสุนันท์ ใจพันธุ์ อายุ 49 ปี ครูโรงเรียนอนุบาลแสงอรุณ อยู่บ้านเลขที่ 50 หมู่ 5 ต.บางปลา อ.บางเลน จ.นครปฐม มีบาดแผลถูกยิงอาวุธปืนขนาด .38 เข้าหน้าอกซ้าย 1 นัด และท้อง 1 นัด ส่วนผู้บาดเจ็บคือ น.ส.วาราดา คณากรเกื้อพร อายุ 26 ปี ลูกสาวผู้ตาย เป็นพนักงานโรงงานผลิตเเละจำหน่ายซองกันกระแทก ซองเอกสารกันกระแทกในพื้นที่ ถูกยิงเข้าที่สะโพก 2 นัด แพทย์กำลังทำการช่วยเหลือชีวิตอยู่ในห้องฉุกเฉิน

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า มือปืนที่ก่อเหตุไม่ใช่ใครที่ไหน คือ นายไพโรจน์ ใจพันธุ์ อายุ 46 ปี สามีของผู้ตาย อาชีพรับเหมาก่อสร้าง เหตุเกิดภายในบ้านพักเลขที่ 50 หมู่ 5 ต.บางปลา หลังมีปากเสียงกัน เจ้าหน้าที่จึงรียเดินทางไปตรวจสอบพบเป็นบ้านชั้นเดียวมีรั้วรอบขอบชิด ภายในบ้านพบกองเลือดขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บเป็นหลักฐาน ส่วนนายไพโรจน์ หลังก่อเหตุได้ไปมอบตัวที่ สภ.บางเลน ในสภาพเมาสุรา พร้อมอาวุธปืนขนาด.38 มีปลอกกระสุนปืนในรังเพลิง 6 ปลอก

พ.ต.ท.จินดา เปิดเผยว่า สอบสวนนายไพโรจน์ รับสารภาพว่า ได้ซื้อสุราพร้อมกลับแกล้มมานั่งดื่มกินภายในห้องนอนของนางสุนันท์ ซึ่งได้หย่าร้างกันแล้ว แต่ยังอยู่กินกันฉันสามีภรรยาจนมีอาการมึนเมาแล้วเกิดมีปากเสียงกับผู้ตาย เนื่องจากถูกผู้ตายต่อว่าเรื่องให้เลิกดื่มเหล้า ระหว่างนั้นลูกสาวได้ยินก็ออกจากห้องมาต่อว่าซ้ำอีก และผู้ตายยังท้าท้ายให้หยิบปืนมายิง ด้วยความโมโหจึงเดินกลับไปหยิบปืนในรถออกมายิงทั้ง 2 คน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่าผู้อื่น พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยเปิดเผยหรือไม่มีเหตุสมควร และยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมชน กระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวและขับรถในขณะเมาสุรา ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

จับหนุ่มเมาเฮี้ยน! รัวปืนใส่บ้าน 5 นัด ถูกสาวหวิดดับ ทั้งที่รู้จักกันดี ก่อนเปิดปากสารภาพ

วันที่ 17 ก.ย. พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย ได้รับแจ้งมีคนร้ายยิงปืนถล่มบ้านเลขที่ 47/1 หมู่ 4 ชุมชนดอนแดง ต.มีชัย อ.เมือง จ.หนองคาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.สุนันท์ วงษ์สีมี รอง ผกก.สส., พ.ต.ท.ธรณินทร์ ศรีทอง รองผกก.ป., พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ สีเสมอ สว.สส. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว หน้าบ้านใช้สังกะสีปิดเป็นผนังบ้าน จากการตวรจสอบพบรอยรูกระสุนปืน นอกจากนี้ยังพบปลอกกระสุนขนาด 9 มม.ตกอยู่หน้าบ้านและริมถนนรวม 5 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงรวบรรวมไว้เป็นหลักฐาน โดยพบว่ามี น.ส.สุรัตนา นามวาส อายุ 23 ปี เจ้าของบ้าน ถูกยิงบริเวณแขนซ้ายได้รับบาดเจ็บ จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลหนองคาย จากการสอบถามเพื่อนบ้านทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีชายคนหนึ่งขี่รถจยย.แบบออโตเมติก ไม่ทราบยี่ห้อ มาจอดหน้าบ้าน สักพักได้ยินเสียงปืนดังแล้วก็เสียงรถจยย.ขี่ออกไป

หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย สั่งการให้ พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ นำเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามจับกุมคนร้าย กระทั่งเวลาประมาณ 12.00 น. ก็สามารถจับกุมนายอโนชา ศรีสุนาครัว อายุ 30 ปีพนักงานโรงงานผลิตซองกันกระแทกหรือซองเอกสารกันกระแทกรายใหญ่เเห่งหนึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 152 หมู่ 15 ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ผู้ก่อเหตุ ได้ที่หอพักแห่งหนึ่งบริเวณบ้านหนองเดิ่น ต.หนองกอมเกาะ อ.เมือง จ.หนองคาย พร้อมของกลางอาวุธปืนขนาด 9 มม. 1 กระบอก, กระสุนปืน 9 มม. 3 นัด, รถจยย.ฮอนด้า ทะเบียน 1กฉ 1242 หนองคาย

จากการสอบสวน นายอโนชา ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ใช้ปืนยิงเข้าไปในบ้านหลังดังกล่าวจริง โดยตนมีอาชีพค้าขายที่ จ.เพชรบูรณ์ มีแฟนอยู่ที่ จ.หนองคาย ในครั้งนี้ตนมาหาแฟนสาวที่หอพัก โดยคืนวันที่ 16 ก.ย.ได้ไปเที่ยวที่ จ.อุดรธานี ดื่มเหล้าจนเมา แล้วก็ขี่รถจยย.กลับมาหนองคาย ซึ่งตนรู้จักกับ น.ส.สุรัตนา และแฟนของ น.ส.สุรัตนา เคยไปเที่ยวดื่มเหล้าด้วยกันบ่อยครั้ง รวมทั้งเคยไปกินไปนอนที่บ้านหลังดังกล่าว และไม่เคยมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกัน

ขณะจะกลับหอพัก เกิดอยากยิงปืนจึงขี่รถมาเรื่อยๆ จนมาถึงหน้าบ้าน น.ส.สุรัตนา ก็เลยคว้าปืนออกมายิงในลักษณะแนวราบ วิถีกระสุนพุ่งเข้าไปในตัวบ้านของ น.ส.สุรัตนา โดยไม่คิดว่ากระสุนจะถูกใคร จากนั้นก็ขี่รถกลับไปหอพักตามปกติ จนมาถูกตำรวจจับกุมได้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และพยายามฆ่าฯ ซึ่งจะได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป