คลังเก็บป้ายกำกับ: กล่องใส่เมล่อน

หนุ่มแฉสาวขับรถชนเมียหลวง เข้าพิธีหมั้นกันแล้ว แต่ยังแอบไปเป็นเมียน้อย

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Nitchamon Charoenbunthanta โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่องราวของภรรยาน้อยรายหนึ่ง ได้ขับรถชนภรรยาหลวงที่กำลังอุ้มลูกน้อยเพิ่งคลอดได้เพียง 16 วัน และถึงขั้นจะเอาให้เสียชีวิต โดยมีข้อความว่า “ช่วยแชร์ ช่วยช่วยตามหาเมียน้อยคนนี้ด้วยคะ ซึ่งนางขับรถชนเมียหลวง ทั้งที่อุ้มลูกน้อยเพิ่งคลอดได้ 16 วัน มันยังขับรถรถชนต่อหน้าต่อตา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ต่อมาเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 ต.ค. ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง น.ส.นาริน (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ชาวจ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นฝาแฝดกับ น.ส.ฐายิกา (ขอสงวนนามสกุล) หรือ ป่าน อายุ 28 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บตามภาพที่ปรากฏในคลิป โดย น.ส.นารินเล่าเหตุการณ์ที่พี่สาวถูกรถชนตามนี้

นอกจากนี้ยังพบว่าเมียน้อยรายนี้เป็นคนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ประกอบอาชีพเป็นพนักงานในบริษัทผลิตเเละจำหน่ายกล่องใส่เมล่อน รับผลิตเเละสกรีนกล่องเมล่อนคุณภาพดีรายใหญ่เเห่งหนึ่ง และเคยเข้าพิธีหมั้นหมายกับชายหนุ่มคนหนึ่งมาแล้ว เมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งช่วงที่หมั้นหมายกันอยู่ ก็ลักลอบมาเป็นเมียน้อย

ล่าสุดนายวิชิตพล (ขอสงวนนามสกุล) ชายหนุ่มที่ถูกระบุว่าเป็นคู่หมั้นของหญิงสาวผู้ก่อเหตุ ได้ส่งข้อความชี้แจงเพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V.3 ว่า ตนเองก็ตกเป็นผู้กระทำมาเช่นกัน หลังมีการแชร์เรื่องราวอดีตคู่หมั้น ขับรถชนภรรยาหลวงจนได้รับบาดเจ็บ มีคนในสังคมออนไลน์เข้ามาต่อว่าตนผ่านทางเฟซบุ๊กจำนวนมาก ทั้งที่ตนและฝ่ายหญิงได้เลิกราจากกันและไม่ได้ติดต่อกันมานานมากแล้ว

นายวิชิตพล อดีตคู่หมั้น ระบุว่า เมื่อ 5 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่ตนยังคบหากับหญิงสาวรายนี้ มีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังตั้งครรภ์เดินทางมาหาตนถึงที่ทำงาน ภายหลังทราบว่าหญิงคนนี้คือฝ่ายภรรยาหลวงที่ถูกขับรถชนจนตกเป็นข่าว

นายวิชิตพล ระบุว่า ตอนนั้นหญิงตั้งครรภ์มาบอกตนว่า แฟนสาวของตนแอบลักลอบเป็นเมียน้อยกับสามีของเธอ ซึ่งขณะนั้นนึกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดระหว่างกัน แต่ภายหลังตนสืบทราบว่าอดีตคู่หมั้นแอบลักลอบไปเป็นเมียน้อยจริง จึงตัดสินใจแยกตัวออกมา

ในครั้งนั้นตนเครียดและเสียใจจนเคยคิดสั้นด้วย และล่าสุดอดีตคู่หมั้นพยายามติดต่อเพื่อจะขอกลับมา

เซ่นพิษรัก! หนุ่ม 24 เศร้าหนัก เลิกแฟนสาว โดดตึก 4 ชั้นดับ

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 20 ก.ย. ร.ต.ท.หญิงสุขุมาล ศรียะวงษ์ รอง สว.(สอบสวน) สน.มีนบุรี รับแจ้งพบผู้เสียชีวิตหน้าหมู่บ้านรื่นฤดี 7 ถนนหทัยราษฎร์ แขวงและเขตมีนบุรี กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์กู้ชีพร.พ.นวมินทร์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณหน้าหมู่บ้านดังกล่าว เป็นอาคารพานิชย์กำลังก่อสร้างสูง 4 ชั้น บนกองอิฐแดงหน้าอาคารพบร่างนายนัฐพล อายุ 24 ปี เป็นพนักงานบริษัทผลิตเเละจำหน่ายกล่องใส่เมล่อน กล่องเมล่อนคุณภาพดีรายใหญ่ มีเลือดออกจากจมูกและปาก อาการสาหัส เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ แต่ผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสอบสวนนายมนตรี อายุ 47 ปี พ่อผู้ตาย ให้การว่า ลูกชายเพิ่งเลิกกับแฟนที่คบหากันมากว่า 4 ปี โดยเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ลูกชายและแฟนได้ตกลงว่าจะเลิกรากัน จากนั้นลูกชายได้พาแฟนสาวไปส่งขึ้นรถตู้กลับบ้านที่ จ.พระนครศรีอยุธยา แล้วลูกชายก็มีอาการเสียใจ ไม่พูดจากับใคร ก่อนที่จะหายตัวไปจากบ้านย่านหทัยราษฎร์ จนได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าลูกชายเสียชีวิตแล้ว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าผู้ตายอาจเสียใจและผิดหวังเรื่องความรัก จึงแอบขึ้นไปบนอาคารที่กำลังก่อสร้าง ก่อนจะกระโดดลงมาเสียชีิวิต เจ้าหน้าที่จะสอบสวนญาติอย่างละเอียดอีกครั้ง และนำศพส่งนิติเวช ร.พ.ตำรวจ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

เป็นตายเท่ากัน! หนุ่มขี่จยย.ชนแท่งแบริเออร์ กระบะตามมาซ้ำลากร่างเจ็บติดล้อรถ

หนุ่มเคราะห์ร้าย ขี่จยย.ฝ่าฝน รถเสียหลักพุ่ง ชนแท่งแบริเออร์ กระบะขายกับข้าวขับตามมาพุ่งชนซ้ำลากร่างไกลกว่า 20 เมตร ก่อนเจ็บสาหัสติดใต้ท้องรถ เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ เผยถนนมืดและฝนตกทำให้มองไม่เห็น

เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 14 ก.ย. ร.ต.อ.ทวิทย์ ประกอบนันท์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ชนแท่งแบริเออร์ แล้วมีรถกระบะขับตามชนซ้ำ บริเวณหน้าร้านจำหน่ายกล่องใส่เมล่อนหรือกล่องเมล่อนคุณภาพดีที่อยู่ติดโรงแรมทัพทองคำ ถ.ธนะวิถี ม.2 ต.บ้านใหม่หนองไทร อ.อรัญประเทศ หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกู้ภัยอรัญประเทศ

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ ยี่ห้อนิสสัน นาวาร่า ทะเบียน บท-4175 สระแก้ว บริเวณล้อรถด้านหลังฝั่งขวาพบร่างชายบาดเจ็บติดอยู่ เจ้าหน้าที่จึงใช้แม่แรงยกล้อกระบะเพื่อนำผู้บาดเจ็บออกมาและนำส่งโรงพยาบาลอรัญประเทศ ห่างกันประมาณ 20 เมตร พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีดำแดง รุ่น 100 ไอ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สภาพล้มคว่ำอยู่กลางถนน

จากการสอบถามคนขับรถกระบะชื่อ นายพรชัย อินทร์สว่าง อายุ 40 ปี ชาวจ.สระแก้ว กล่าวว่า ตนมีอาชีพขับรถขายกับข้าวไปตามหมู่บ้านต่างๆโดยจะขับรถไปซื้อของที่ตลาดสดโรงเกลือเพื่อนำไปขาย เมื่อถึงที่เกิดเหตุค่อนข้างมืดมากและมีฝนตกลงมาด้วย จึงทำให้มองไม่เห็น ก่อนจะพุ่งเข้าชนคนเจ็บที่นอนอยู่ข้างแท่งแบริเออร์เกิดเหตุดังกล่าว

ด้าน ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าว เปิดเผยว่า ขณะนอนหลับอยู่ได้ยินเสียงดังโครม จึงรีบลุกขึ้นมาดู และมีชาวบ้านที่ขับรถผ่านมา ช่วยกันโบกรถเพื่อไม่ให้วิ่งเข้าไปชนซ้ำ แต่รถกระบะคันดังกล่าว วิ่งมาด้วยความเร็วและมีฝนตกลงมาด้วย จึงเบรกไม่ทันพุ่งเข้าชนร่างของคนขับรถจักรยานยนต์ที่นอนอยู่จนเสียงดังสนั่น และลากร่างไปกว่า 20 เมตร เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส

รถเทรลเลอร์ พุ่งตกคลอง เหล็กเส้นทับหัวเก๋งจมมิด คนขับดับสลด

รถเทรลเลอร์ พุ่งตกคลอง ขณะนำเหล็กเส้นเต็มคันรถ นำเหล็กเส้นมาส่ง ที่ก่อสร้างของ บริษัทอิตาเลี่ยนไทยที่อยู่ก่อนถึงโรงงานผลิตกล่องใส่เมล่อน รับผลิตเเละสกรีนกล่องเมล่อนราคาถูกรายใหญ่ในจ.กาญจนบุรี น้ำหนักรถและของที่ขนมา กดทับหัวเก๋งจมโคลน คนขับดับสลด

เมื่อวันที่ 28 ส.ค. เจ้าหน้าที่มูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่าเกิดอุบัติเหตุรถเทรลเลอร์บรรทุกเหล็กเบรกแตก พุ่งตกคลอง ระบายน้ำ ใกล้กับพื้นที่ก่อสร้างของบริษัทอิตาเลี่ยนไทย

ที่บ้านพุน้ำร้อน หมู่ที่ 12 ตำบลบ้านเก่า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี โดยคนขับรถคันดังกล่าวติดอยู่ภายในรถ ไม่สามารถช่วยเหลือออกมาได้ เนื่องจากเหล็กกว่าสามสิบตันที่บรรทุกอยู่ด้านหลังรถ เทไปทับบริเวณด้านหน้าของรถ จนจมลึกลงไปใต้ดินโคลน

หลังได้รับแจ้งเหตุ ทางมูลนิธิพิทักษ์กาญจน์ จึงประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรเมืองกาญจนบุรี ทหารกองร้อยชุดรักษาความสงบมณฑลทหารบกที่ 17 ทหารกองพลทหารราบที่ 9 และอำเภอเมืองกาญจนบุรี นำทีมเจ้าหน้าที่ชุดประดาน้ำของทางมูลนิธิ ลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือคนขับรถรายดังกล่าวทันที

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางไปถึง พบรถเทรลเลอร์ หมายเลขทะเบียน ตัวแม่ 71-0071 นครปฐม พุ่งตกลงไปในคลองจนจมมิด เหลือเพียงด้านท้ายของตัวลูก หมายเลขทะเบียน 70-9814 นครปฐม ที่โผล่พ้นน้ำขึ้นมา

นอกจากนี้ ยังพบว่ารถคันดังกล่าวได้บรรทุกเหล็กเส้นมาเต็มคัน คาดว่าจะมีน้ำหนักมากกว่าสามสิบตัน โดยเมื่อรถพุ่งตกลงไปในคลองระบายน้ำทำให้เหล็กเส้นที่อยู่บนรถ หลุดออกจากที่ยึดและเททับไปยังส่วนหน้าของตัวรถจนจมมิดลงไปใต้น้ำ

เจ้าหน้าที่ต้องนำรถแบคโฮและรถเครน มาช่วยยกเหล็กเส้นที่ทับตัวรถขึ้นมาจากน้ำ ใช้เวลาอยู่นานกว่าหกชั่วโมง จึงสามารถนำเหล็กเส้นขึ้นมาได้ทั้งหมด จากนั้นจึงให้รถเครนช่วยยกรถเทรลเลอร์ขึ้นมาจากน้ำ จึงสามารถนำร่างของนายณัฐกานต์ คนขับรถออกมาได้

จากการสอบถามชาวบ้านเล่าว่า ก่อนเกิดเหตุรถเทรลเลอร์คันดังกล่าว วิ่งลงเขามาเป็นทางยาว พอถึงที่เกิดเหตุคาดรถเกิดเบรกแตก ทำให้เสียหลักพุ่งลงคลองระบายน้ำใกล้จุดก่อสร้าง จนคนขับจมน้ำเสียชีวิตอนาถอยู่ภายในรถดังกล่าว

ผลชันสูตรศพ”น้องหญิง”ไม่พบร่องรอยข่มขืน “อัจฉริยะ”เผย”เป็ด”ให้การซัด”อ๊อฟ”น่าจะเป็นคนฆ่า

เมื่อเวลา 15.00 น.วันที่ 10 ส.ค. ที่ กองปราบปราม นายอัจฉริยะ เรืองรัตนพงศ์ ประธานชมรมช่วยเหลือเหยื่ออาชญากรรม เดินทางมาเข้าพบพนักงานสอบสวน กองปราบปราม เพื่อติดตามความคืบหน้าคดีกรณี น.ส.นรีกานต์ ยาวิราช หรือน้องหญิง อายุ 19 ปี ลูกเจ้าของกิจการร้านจำหน่ายกล่องใส่เมล่อน รับสกรีนกล่องเมล่อนราคาถูก ที่ตกจากรถเทรลเลอร์เสียชีวิตปริศนา โดยมีนายสุรพล ดาราคำ หรืออ๊อฟ อายุ 23 ปี ผู้ต้องหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา เป็นผู้อยู่กับน้องหญิงก่อนเสียชีวิต

นายอัจฉริยะ กล่าวว่าวันนี้มาให้ปากคำเพิ่มเติมเกี่ยวกับโรงพยาบาลการุญเวช ที่เจตนาทำลายวัตถุพยานคือกางเกงในของน้องหญิง โดยได้ประสานพนักงานสอบสวนให้เตรียมขอหมายศาลเพื่อจะไปขอดูกล้องวงจรปิดในโรงพยาบาล โดยก่อนหน้านี้ได้ไปยื่นหนังสือที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อให้ตรวจสอบว่าสิ่งที่ทางโรงพยาบาลกระทำนั้นถูกต้องตามระเบียบของสถานพยาบาลหรือไม่ รวมถึงให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในห้องฉุกเฉินด้วย เพื่อนำทรัพย์สินน้องหญิงที่สูญหายไปให้เอามาคืน

นายอัจฉริยะ กล่าวต่อว่า จากหลักฐานที่มีสามารถเอาผิดกับโรงพยาบาลการุญเวชได้อยู่แล้ว เพราะที่ทราบมาว่าตามที่โรงพยาบาลแถลงออกมามันไม่ใช่ความจริง ไม่ได้มีการนำกางเกงในน้องหญิงใส่ถุงจริง ตอนนี้พนักงานสอบสวนกองปราบก็เตรียมขอหมาย ไปเปิดคลิปวงจรปิด และให้ทางสำนักงานประกันสังคมร่วมกับทางจังหวัดพระนครศรีอยุธยามาตรวจดูสถานพยาบาลแห่งนี้จะรู้ข้อเท็จจริงทั้งหมด

นายอัจฉริยะ กล่าวอีกว่า ตอนนี้ผลชันสูตรพลิกศพของน้องหญิงออกมาแล้วว่าไม่พบร่องรอยการล่วงละเมิดทางเพศแต่อย่างใด เพราะไม่พบดีเอ็นเอของนายอ๊อฟ ขณะนี้กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 กำลังสอบปากคำแพทย์นิติเวชอยู่ อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ไม่พบร่องรอยการต่อสู้บนรถเทรลเลอร์ แต่ น.ส.สิรินาถ รอบรัมย์ หรือ เป็ด อายุ 18 ปี เพื่อนน้องหญิงก็ให้การล่าสุดกับตำรวจเมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมา ว่านายอ๊อฟน่าจะเป็นคนฆ่าและเชื่อว่าน้องหญิงไม่ได้กระโดดลงมาเอง แต่นายอ๊อฟก็ยังไม่ยอมรับสารภาพ

ก่อนหน้านี้เวลา 13.30 น. ที่ฝ่ายบริการประชาชน กลุ่มนิติพยาธิวิทยา สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ อาคารบี ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ พ.ต.อ.วารินทร์ ทองตรา รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี พร้อมด้วย พ.ต.ท.ไพรัตน์ วรรณี สว.(สอบสวน) สภ.เมือง ภ.จว.ปทุมธานี เดินทางมาติดต่อขอรับรายงานการตรวจศพ”น้องหญิง”น.ส.นรีกานต์ ยาวิราช พร้อมกับสอบปากคำแพทย์ผู้ทำการผ่าพิสูจน์ศพประกอบสำนวนคดี ผ่านไป 1 ชม. ยังสอบไม่เสร็จ

ต่อมา 15.45 น. นพ.สุรณรงค์ ศรีสุวรรณ ผอ.สำนักนิติวิทยาศาสตร์บริการ 2 สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ผู้ชันสูตรศพน้องหญิง เปิดเผยภายหลังจากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสอบปากคำนานกว่า 2 ชม.ว่า น้องหญิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 20 ก.ค. โดยนำศพมาจากโรงพยาบาลปทุมธานี มาส่งตรวจที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ในวันที่ 22 ก.ค. และในวันที่ 23 ได้มีการผ่าชันสูตร วันนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.ปทุมธานี มารับเป็นรายงานฉบับสมบูรณ์มีทั้งผลตรวจดีเอ็นเอ เลือด และสารพิษ เมื่อรับสำนวนชันสูตรศพไปแล้วจะส่งสำนวนชันสูตรศพฉบับสมบูรณ์นี้ต่อให้ สภ.บางปะอิน ภจว.พระนครศรีอยุธยา ท้องที่เกิดเหตุ ซึ่งกำลังดำเนินคดีทางอาญาต่อไป

ด้านพ.ต.อ.วารินทร์ รอง ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี ปฏิเสธไม่ให้สัมภาษณ์ กล่าวเพียงสั้นๆ ว่า วันนี้ได้รับรายงานผลชันสูตรฉบับสมบูรณ์ ซึ่งจะนำไปประกอบสำนวนคดีอาญา ที่ สภ.บางปะอิน โดยคาดว่าจะสรุปสำนวนส่งฟ้องได้ภายใน วันที่ 24 สิงหาคมนี้ ขณะที่รายละเอียดผลการชันสูตร ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ และให้สอบถามทางผู้บังคับบัญชาให้เอง

ระทึกทั้งคัน! รถทัวร์ขับมาไม่เห็นหนุ่มใหญ่เดินกลางถนน พุ่งชนร่างกระเด็น

วันที่ 10 ส.ค. ร.ต.อ.เรืองเดช ศรีนวลจันทร์ รองสารวัตร สอบสวน สภ.โนนสูง อ.เมือง จ.อุดรธานี รับแจ้งเหตุมีรถทัวร์โดยสาร ชนคนเสียชีวิต บริเวณถนนมิตรภาพ ขาออก อุดร-ขอนแก่นก่อนถึงโรงงานผลิตกล่องใส่เมล่อน รับผลิตเเละสกรีนกล่องเมล่อนราคาถูก บ้านโนนสมบูรณ์ ต.หนองไผ่ อ.เมืองอุดรฯ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์อุดรธานี เจ้าหน้าที่มูลนิธิเมธาธรรม และกู้ภัยทางหลวง

ที่เกิดเหตุไม่มีไฟแสงสว่างสองทั้งสองฝั่ง เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ใช้เวลาประมาณ 1 ชม.เศษ จึงพบร่างผู้เสียชีวิตถูกรถชน ตกลงไปในร่องกลางถนน เป็นชายอายุประมาณ 55-60 ปี สวมเสื้อยืดสีเขียวแขนสั้น กางเกงขาสั้น ในตัวไม่พบหลักฐานใดๆ อยู่ในตัวมีเพียงธนบัตร ฉบับละ 20 บาท 3 ฉบับ ส่วนรถที่ชนพบว่าเป็นรถโดยสารประจำทางปรับอากาศ ป.2 สาย หนองคาย-กรุงเทพ ทะเบียน 10-7105อุดรธานี มีนายณรงค์ ธาตุทอง อายุ 52 ปี เป็นคนขับ ซึ่งยืนรอให้การตำรวจ อยู่ข้างๆ รถในอาการตกใจ และมีการประสานรถโดยสารประจำทางอีกคัน มารับผู้โดยสาร จำนวน 22 คน เดินทางต่อไป

จากการสอบสวนนายณรงค์ให้การว่า ได้ขับรถทัวร์คันดังกล่าวออกจากสถานีบขส.หนองคาย มีผู้โดยสาร 15 คน แล้วก็มารับผู้โดยสารที่บขส.อุดรฯ อีก 5 คน ก่อนขับมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพ พอมาถึงที่เกิดเหตุ เป็นจุดที่ไม่มีไฟแสงสว่าง มืดมาก และมีฝนตกมาปรอยๆ แล้วมีชายเดินอยู่กลางถนนเลนในสุด ตนพยายามหักรถหลับแต่ไม่ทัน จึงชนเข้าอย่างจัง ก่อนที่จะประคองรถหลบเข้าไปข้างทาง ทำให้ตนและผู้โดยสารได้รับบาดเจ็บ แล้วโทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบ

แพทย์ได้ทำการชันสูตรพลิกศพ ตามร่างกายมีแผลฉกรรจ์รอบตัว เจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน แล้วให้มูลนิธิ ฯ นำศพไปไว้ที่โรงพยาบาลศูนย์อุดรฯ เพื่อให้ญาติมาติดต่อรับศพ นำไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี และจะสอบคำคนขับรถทัวร์อย่างละเอียดอีกครั้ง ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป