คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวสารประจำวัน

ย้อนอดีตนักข่าวจอมฟลุก! ถูกไล่ออกเพราะตีพิมพ์เรื่องภูเขาไฟระเบิดในฝัน แต่บังเอิญเกิดจริง

วันที่ 27 ส.ค. 2426 (ตรงกับรัชสมัยพระปิยมหาราช รัชกาลที่ 5) เป็นวันที่ภูเขาไฟบนเกาะกรากะตัวซึ่งเป็นเกาะเล็กๆ ระหว่างเกาะสุมาตราและเกาะชวาระเบิดอย่างรุนแรงต่อเนื่องรวมทั้งสิ้น 4 ครั้ง ทำให้พื้นที่กว่าครึ่งหนึ่งของเกาะและโรงงานผลิต ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว ใกล้เคียง กลายเป็นเถ้าธุลีลอยสูงขึ้นไปถึง 80 กิโลเมตร

รัศมี 240 กิโลเมตรจากเกาะ ถูกเถ้าธุลีเหล่านั้นบดบังแสงอาทิตย์จนมืดมิดคล้ายตอนกลางคืน เสียงระเบิดดังกัมปนาทดังไปถึงนครเพิร์ท เมืองหลวงของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย ซึ่งอยู่ห่างจากเกาะกรากะตัวถึง 3,070 กิโลเมตรอย่างชัดเจน และการระเบิดของภูเขาไฟวันนั้นคร่าชีวิตมนุษย์ไปประมาณ 120,000 คน

แรงระเบิดจากภูเขาไฟบนเกาะกรากะตัวประมาณว่าเทียบเท่ากับดินระเบิดทีเอ็นที 200 ล้านตัน ซึ่งมีอำนาจการทำลายมากกว่าระเบิดปรมาณูที่สหรัฐทิ้งที่เมืองฮิโรชิมา ประเทศญี่ปุ่นถึง 13,000 เท่า และมีอำนาจการทำลายมากกว่าระเบิดไฮโดรเจนซาร์ของรัสเซีย ซึ่งมีอำนาจการทำลายที่ใหญ่หลวงที่สุดที่มนุษย์ได้เคยสร้าง ขึ้นซึ่งมีอำนาจการทำลายเท่ากับดินระเบิดทีเอ็นที 50 ล้านตัน ถึง 4 เท่า

ฝัน 4 แบบตามคัมภีร์พุทธ

แต่เรื่องหลักจริงๆ ของบทความนี้เป็นเรื่องความฝันครับซึ่งตามคัมภีร์สารัตถสังคหะ ซึ่งเป็นคัมภีร์สำคัญคัมภีร์หนึ่งในพระพุทธศาสนา จำแนกประเภทของความฝันและสาเหตุของความฝันออกเป็น 4 ประเภท คือ

  1. กรรมนิมิต หมายถึง ผลกรรมที่ทำไว้แต่ปางก่อนส่งผลกล่าวคือกรรมที่เราทำมาทุกอย่าง ไม่ว่าดีหรือชั่ว ย่อมรวมอยู่ที่จิตใจของคนเรา ดังนั้นจิตใจของเราย่อมรับรู้รับทราบในสิ่งที่ตนกระทำมา ฉะนั้นเมื่อกรรมจะให้ผล ก็ต้องออกมาจากดวงจิตของผู้นั้น บางขณะ ผลกรรมที่ทำนั้นก็แสดงให้เห็นทางความฝัน เป็นการเตือนนั่นเอง
  2. จิตนิวรณ์ หมายถึง จิตของเราพะวงหรือคำนึงถึงสิ่งใดมาก ๆ หรือฝังจิตฝังใจกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งมากเกินไป จิตนิวรณ์นี้เป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นเองมีความโลภ โกรธ หลง เป็นมูลเหตุ ยกตัวอย่าง บางคนถึงกับฝันเห็นเลขท้าย 2 ตัว 3 ตัว หรือผลของการออกหวยอยู่เสมอ
  3. เทพสังหรณ์ หมายถึงเทวดาทั้งที่เป็นมิตรและเป็นศัตรูกับเรา มาดลจิตดลใจให้เราเกิดความฝัน อาจจะเป็นความหวังดีของเทวดาที่มีต่อเราก็ได้ ที่แจ้งเหตุให้เราทราบล่วงหน้าก่อนที่จะมีอะไรเกิดขึ้นกับชีวิตของเรา บางครั้งอาจตรงกับความฝัน แต่บางครั้งก็อาจเป็นตรงกันข้ามไปเลยก็มีในกรณีที่เทวดาต้องการแกล้งเราก็ได้
  4. ธาตุกำเริบ หมายถึงความฝันที่เกิดจากการกินอาหารมากไปหรือกินอาหารแสลง ผิดสำแดง ผิดกาลผิดเวลา กินอาหารรสจัดหรืออาจกินน้อยเกินไป ในที่สุดจึงทำให้กระเพาะอาหารและลำไส้ผิดปกติ ความฝันในลักษณะนี้เป็นกันมาก เข้าทำนองนอนมาก ฝันมากนั่นเอง

ฝันที่ไม่กล้าฝัน แต่ก็เกิดขึ้นจริง

ครับ! เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ 137 ปีที่แล้วโดยมีหลักฐานอ้างอิงแข็งขันว่านายเอ็ดเวิร์ด แซมสัน ผู้สื่อข่าวกะกลางคืนของหนังสือพิมพ์บอสตัน โกลบ (ฺBoston Globe) นอนหลับบนโซฟาในสำนักงานหนังสือพิมพ์ขณะที่รอรวบรวมข่าวที่จะเกิดขึ้นในยามค่ำคืน

บอสตัน โกลบ เป็นหนังสือพิมพ์รายวันของอเมริกาที่ก่อตั้งและตั้งอยู่ในเมืองบอสตัน มลรัฐแมสซาชูเซตส์ เป็นหนังสือพิมพ์ได้รับรางวัลพูลิตเซอร์ทั้งหมด 26 รางวัลแล้ว ปัจจุบันก็ยังคงดำเนินกิจการออกหนังสือพิมพ์รายวันทุกวัน

นายเอ็ดเวิร์ดฝันว่าเขาไปที่เกาะหนึ่งในหมู่เกาะอินเดียตะวันออก (ประเทศอินโดนีเซียปัจจุบันตอนนั้นยังคงเป็นอาณานิคมของประเทศเนเธอร์แลนด์) โดยอยู่ที่หมู่บ้านชื่อ “ปาราปี” และได้เห็นภูเขาไฟระเบิดอย่างรุนแรงอย่างใกล้ชิด

ในฝันของเขาที่เห็นหินหลอมละลายและกลุ่มเถ้าธุลีที่พ่นออกมาจากปล่องภูเขาไฟ เกิดแผ่นดินไหว ตัวเกาะถล่มลงไปใต้มหาสมุทร เกิดคลื่นมหายักษ์และเห็นสัตว์และผู้คนล้มตายอย่างกะทันหัน ทุกอย่างเหมือนจริงมากเมื่อเขาตื่นขึ้นด้วยเหงื่อที่แตกจนชุ่มไปทั้งตัว

ความฝันที่เหมือนจริงมากทำให้นายเอ็ดเวิร์ดพิมพ์รายงานข่าวจากความฝันของเขาจนเสร็จแล้ววางไว้บนโต๊ะทำงานแล้วจึงกลับบ้าน

ครั้นบรรณาธิการมาทำงานต้องออกหนังสือพิมพ์ได้อ่านรายงานข่าวของนายเอ็ดเวิร์ดก็ตัดสินตีพิมพ์เป็นข่าวใหญ่หน้า 1 โดยไม่ทราบว่าเป็นความฝัน ทำให้หนังสือพิมพ์บอสตัน โกลบ ขายดิบขายดีเนื่องจากหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นไม่มีใครได้ข่าวเลย เนื่องจากสมัยนั้นการสื่อสารที่สำคัญที่สุดคือ “โทรเลข” และยังไม่มีข่าวจากโทรเลขเลย

ทางหนังสือพิมพ์บอสตันโกลบจึงต้องตอบคำถามว่าไปเอาข่าวมาจากไหน ทำไมหนังสือพิมพ์ทุกฉบับตกข่าวกันหมด

เมื่อตามตัวนายเอ็ดเวิร์ดได้ ก็ทราบว่าเป็นความฝัน ทางหนังสือพิมพ์บอสตันโกลบก็เลยไล่นายเอ็ดเวิร์ดออกทันทีและเตรียมการออกหนังสือพิมพ์ขอโทษต่อประชาชน

แต่ยังไม่ทันดำเนินการก็เริ่มมีข่าวส่งมาทางโทรเลขเรื่องภูเขาไฟระเบิดครั้งมโหฬารที่เกาะกรากะตัวจริงๆ และเกาะกรากะตัวเป็นชื่อที่ทางเนเธอร์แลนด์เรียกชื่อเกาะ เหมือนฝรั่งเศสเรียกเวียงจันทน์ว่าเวียนเทียนนั่นแหละ ความจริงชื่อเดิมของเกาะกรากะตัว คือเกาะ “ปาราปี”

สรุปหนังสือพิมพ์บอสตันโกลบ ก็ยกเลิกการไล่นายเอ็ดเวิร์ดออก แต่เขาก็ไม่เคยฝันเรื่องข่าวแปลกๆ อีกเลย

ท่านผู้อ่านว่านายเอ็ดเวิร์ดฝันแบบไหนตามคัมภีร์สารัตถสังคหะล่ะครับ

เผยเหตุกันสาดคอนโด 9 ชั้น พังถล่ม เหตุรับน้ำหนักคอมแอร์ฯ และเก่า

โยธาฯตรวจเหตุกันสาดอาคารชุดพังถล่ม ไม่กระทบโครงสร้างอาคาร ชี้สาเหตุรับน้ำหนักคอมแอร์ฯ และมีสภาพเก่า

นายนพดล ฉายปัญญา ผู้อำนวยการกอง ควบคุมอาคาร สำนักการโยธา กทม. ลงพื้นที่ตรวจสอบ แผ่นปูนกันสาด อาคารชุดนิรันดร์ เรสดิเด้นส์ 5 ซ.สุภาพงษ์ 1 ถนนศรีนครินทร์ บริเวณข้างโรงงานผลิต ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป พังถล่ม เปิดเผยขณะเข้าตรวจสอบโครงสร้างอาคารว่า จากการตรวจสอบพบความมีความเสียหายเฉพาะส่วนบริเวณกันสาดที่พับลงมาเท่านั้น อาจจะเกิดจากรอยต่อของตัวกันสาดกับตัวอาคารที่ใช้งานเป็นเวลานานและมีการรับน้ำหนักจากสิ่งของที่นำมาวางเพิ่มเติม เช่น คอมเพรสเซอร์แอร์ ที่อาจไม่ได้ออกแบบมาไว้เพื่อรองรับน้ำหนัก พร้อมเตรียมกำชับให้ตรวจสอบอาคารที่มีกันสาดอย่านำสิ่งของที่มีน้ำหนักมากไปวางไว้เพราะอาจเกิดเหตุลักษณะนี้ขึ้นมาได้อีก

สำหรับการก่อสร้างอาคารชุดนี้มีการขออนุญาตอย่างถูกต้อง และมีการออกแบบโครงสร้างความแข็งแรงของอาคาร ส่วนรอยร้าวก่อนหน้านี้ ที่มีผู้พักอาศัยพบเห็นและเคยแจ้งนิติบุคลของอาคาร แต่ยังไม่มีการแก้ไขนั้น นายนพดล กล่าวว่า อาคารดังกล่าวอยู่ในความรับผิดชอบของนิติบุคคลฯ แต่หากมีรอยแตกร้าว ก็สามารถประสานกับ สำนักงานเขตฯ ให้นำเครื่องมือมาตรวจสอบความแข็งแรงได้ ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่ามีการแจ้งเรื่องมาหรือไม่ ทั้งนี้ ตามปกติแล้วหากอาคารที่มีอายุมาก ทางสำนักงานเขต จะมีวงรอบเข้ามาตรวจสอบความมั่นคงแข็งแรงอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม จะต้องให้ทาง วิศวะกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ วสท. มานำเครื่องมือเข้ามาตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง

ด้าน นายกรวิวัฒน์ เมธาธีรโรจน์กุล ผู้ช่วยผู้จัดการนิติบุคคลคอนโด กล่าวว่า เพิ่งได้รับเรื่องร้องเรียนจากผู้พักอาศัยไม่นานและอยู่ระหว่างตรวจสอบความเสียหาย โดยทางนิติบุคคลฯจะทำการรื้อถอนและซ่อมแซมส่วนที่เสียหายทั้งหมดและตรวจสอบแนวอาคารที่เหลือทั้ง 12 อาคาร ส่วนผู้พักอาศัยบริเวณชั้น 1 รวม 6 ห้อง ได้เช่าโรงแรมที่อยู่ใกล้เคียงให้อาศัยชั่วคราวก่อนและยังตอบไม่ได้ว่าจะใช้เวลารื้อถอนกี่วัน

ผัวแทงเมียทะลุหัวใจ คว้าเข็มขัดนิรภัยผูกคอตายตาม ดับสยองคารถกระบะ 2 ศพ

ผงะพบศพชายหญิงดับคารถกระบะ 2 ศพ ตำรวจเผยเกิดจากความหึงหวงของฝ่ายชายจนเกิดโศกนาฏกรรม

เมื่อเวลา 18.30 น. (9 ก.ย.63) เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า พบศพชาย-หญิง เสียชีวิตปริศนาอยู่ภายในรถกระบะยี่ห้อฟอร์ด ทะเบียน 2ฒภ 5233 กรุงเทพมหานคร ซึ่งจอดติดเครื่องอยู่บริเวณหน้าร้านจำหน่าย ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว ต.นาทัน อ.คำม่วง จ.กาฬสินธุ์ ติดกับเทือกเขาภูพาน ซึ่งหลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.อลงกรณ์ เสนีย์รณฤทธิ์ พร้อมชุดสืบสวนได้ลงพื้นที่ตรวจที่เกิดเหตุพร้อมกับประสานไปยังนายดัสกร ยันสีหาญ หัวหน้าหน่วยกู้ภัยอโสกจุดอำเภอคำม่วง และหน่วยกู้ภัยอโสกอำเภอคำม่วงเข้าตรวจสอบ และรายงานเหตุการณ์ไปยัง พล.ต.ต.สมนึก มิควาฬ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์

โดยเบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิงมีร่องรอยบาดแผลถูกแทงตามร่างกายอยู่ภายในรถกระบะบริเวณเบาะข้างคนขับ ส่วนฝ่ายชายพบเป็นศพมีสายเข็มขัดนิรภัยแขวนคออยู่กับที่จับตรงประตูด้านคนขับ โดยรถยังสตาร์ทเครื่องติดอยู่ เบื้องต้นยังไม่ทราบว่าเป็นใคร แต่คาดว่าน่าจะเป็นสามีภรรยากัน 

ล่าสุด พล.ต.ต.สมนึก มิควาฬ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ เปิดเผยว่า ศพผู้หญิงทราบชื่อคือ นางสาวเมธาวี อายุ 20 ปี ตรวจสอบตามร่างกายพบบาดแผลถูกของมีคมแทงที่บริเวณหน้าอกข้างซ้าย 3 แผล ทะลุถูกหัวใจ ส่วนบริเวณประตูคนขับพบศพนายธัญญรัตน์ อายุ 21 ปี ใช้สายรัดเข็มขัดนิรภัยผูกกับที่จับเสียชีวิตอยู่ข้างรถ จากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบพบมีดปลายแหลมตกอยู่ในรถซึ่งเป็นมีดซื้อมาใหม่คาดว่าจะมีการเตรียมการมาก่อนเกิดเหตุ

พล.ต.ต.สมนึก มิควาฬ ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการสอบสวนทราบว่า ทั้งสองคนเป็นสามีภรรยากัน แต่ยังไม่ได้จดทะเบียน ส่วนสาเหตุนั้นเบื้องต้นคาดว่าเกิดจากการหึงหวง เนื่องจากฝ่ายชายระแวงว่าภรรยาจะไปมีแฟนใหม่ และมีปากเสียงกันอย่างรุนแรงตอนอยู่กรุงเทพมหานครและได้กลับมาง้อขอคืนดีกันแต่ก็ได้มีปากเสียงกันอีก ฝ่ายชายจึงมาดักรอใช้มีดแทงภรรยาจนเสียชีวิต ก่อนจะใช้สายรัดเข็มขัดนิรภัยผูกคอตายตาม จนมีผู้มาพบเป็นศพ อย่างไรก็ตามได้กำชับให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตทั้งสองคนอย่างละเอียดอีกครั้ง

ผอ.รพ.นครพนม แจงดราม่า คลิปแม่บ้านกวาดหยากไย่ใส่คนป่วย-ขอโทษก่อนทำแล้ว

ผอ.รพ.แจง คลิปแม่บ้านกวาดหยากไย่ใส่คนป่วยในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ใกล้ ร้านจำหน่าย ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ มีการขอโทษก่อนแล้ว เผยเป็นพนักงานติตอาสาทำเองช่วงพัก

จากกรณีมีญาติผู้ป่วยโพสต์คลิปวิดีโอการทำงานของแม่บ้านทำความสะอาดของโรงพยาบาลนครพนม มีการใช้ไม้กวาดหยากไย่ มาทำความสะอาดในห้องพักผู้ป่วยห้องหนึ่ง ทั้งที่มีผู้ป่วยนอนพักรักษาในเตียงของโรงพยาบาล ทำให้หยากไย่และฝุ่นตกลงมาใส่ผู้ป่วยและพื้นในห้อง ซึ่งถือว่าขาดมาตรฐานในการทำงานดูแลรักษาความสะอาดของโรงพยาบาล

ล่าสุด (1 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบทางผู้บริหารโรงพยาบาลนครพนม ยืนยันว่า เป็นคลิปที่เกิดขึ้นภายในโรงพยาบาลนครพนมจริง และมีการตรวจสอบและเรียกผู้ดูแลรับผิดชอบ มาพูดคุยแก้ไข ทราบชื่อแม่บ้านในคลิปดังกล่าวคือ นางทองทิพย์ อายุ 55 ปี ตำแหน่งพนักงานทั่วไป รับผิดชอบดูแลตึกอายุรกรรมหญิง ชั้น 2 ทำงานมากว่า 10 ปี

โดยทางโรงพยาบาลนครพนม รวมถึงแม่บ้านในคลิป ได้ออกมายืนยันว่า ในช่วงวันเกิดเหตุไม่ได้เข้าเวรทำงาน แต่เพียงทำงานจิตอาสา เห็นว่ามีหยากไย่บริเวณหลอดไฟ จึงนำไม้กวาดไปทำความสะอาด และขอโทษผู้ป่วยแล้ว ซึ่งทางโรงพยาบาลนครพนมมีมาตรฐานในการดูแลทำความสะอาด ขอให้ผู้ใช้บริการมั่นใจว่าจะไม่เกิดขึ้นซ้ำอีก

ด้าน นายแพทย์ยุทธชัย ตริสกุล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนครพนม เปิดเผยว่า หลังทราบข่าวทางสื่อโซเชียล ได้เรียกหัวหน้าฝ่ายที่ดูแลรับผิดชอบ มาสอบถาม ทราบว่า บุคคลในคลิปเป็นพนักงานทั่วไปของโรงพยาบาล

แต่วันเกิดเหตุคือ วันที่ 30 ส.ค.ที่ผ่านมา เจ้าตัวไม่ได้เข้าเวร เป็นช่วงพัก แต่จิตอาสามาช่วยทำความสะอาด และเห็นว่าจุดที่ติดตั้งหลอดไฟมีหยากไย่ จึงนำไม้กวาดมาทำความสะอาดแค่บางจุด และได้ขอโทษผู้ป่วยก่อนที่จะทำความสะอาดมาก่อนแล้ว แต่อาจมีบางคนไม่เข้าใจพบเห็นจึงถ่ายคลิปไปเผยแพร่

อย่างไรก็ตาม ทางโรงพยาบาลนครพนมพร้อมปรับปรุงแก้ไข และยืนยันมีมาตรฐานในการทำความสะอาด ขอให้ประชาชนมั่นใจว่าจะไม่มีเกิดขึ้นซ้ำอีก โดยได้เรียกพนักงานคนดังกล่าวมาทำความเข้าใจ และขอให้ใช้ความระมัดระวังในการทำงาน และให้ทำตามมาตรฐานของโรงพยาบาล รวมถึงแจ้งทุกฝ่ายดูแลเรื่องการบริการที่ดีแก่ประชาชนทุกด้าน

เปิดจีพีเอสนำทาง รถบรรทุก 6 ล้อ ข้ามสะพานไม้หักรถจมน้ำ คนขับรอดหวุดหวิด

GPS นำทางรถ 6 ล้อข้ามสะพานไม้หักรถจมน้ำ บริเวณข้างโรงงานผลิต ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป คลองบางโพ ปทุมธานี คนขับรอดหวุดหวิด

นายนพพร ขาวขำ นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลคูขวาง และ กำนันธีรชัย ศิลาขาว กำนันตำบลคูขวาง ได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีรถบรรทุก 6 ล้อเล็ก บรรทุกทรายข้ามสะพานไม้ และสะพานหักทำให้รถ ตกลงไปในคลองบางโพ หมู่ 5 ต.คูขวาง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย ประสานรถยก

ที่เกิดเหตุเป็นสะพานไม้ข้ามคลองพังเสียหาย กลางลำคลองพบรถ 6 ล้อเล็กบรรทุกทราย ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน 90-1429 นครปฐม สภาพพลิกตะแคงอยู่กลางสะพานในลำคลอง ทราบชื่อคนขับ นายวิทวัส อายุ 23 ปี สภาพหัวเข่าด้านขวาแตกบาดเจ็บเล็กน้อยตามลำตัว ชาวบ้านอยู่ริมคลองช่วยกันเปิดประตูและนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลกรุงสยามเซนต์คาร์ลอส

จากการสอบถามนายวิทวัส คนขับรถ 6 ล้อเล็กกล่าวว่าตนนำทรายมาจากร้านที่ย่านบางบัวทอง จะมาส่งแถว ต.บ่อเงิน อ.ลาดหลุมแก้ว และได้เปิด GPS นำทางมาเลียบคลอง ขณะที่ GPS บอกให้ตนเองเลี้ยวตนเองจึงเลี้ยวซึ่งสะพานเป็นไม้ จากนั้นสะพานก็หักลง รถจึงตกลงไปในคลองด้วย จนมีประชาชนใกล้เคียงเข้าช่วยเหลือ

ด้านนายนพพร ขาวขำ นายกเทศมนตรีตำบลคูขวางกล่าวว่า สะพานนี้สร้างมากว่า 30 ปี และทางเทศบาลได้มาดูแลซ่อมแซม อยู่ตลอดเวลา ส่วนใหญ่ชาวบ้านจ้ะใช้กันขนอุปกรณ์ทางการเกษตร ที่มีน้ำหนักไม่นักมาก และเป็นที่ข้ามของรถจักรยานยนต์ของชาวบ้าน และใช้กันอยู่ตลอด แต่ส่วนเหตุการณ์นี้คนขับรถ 6 ล้อเล็กบอกว่า ได้เปิด GPS และให้ตนเลี้ยว ซึ่งผู้ขับไม่ชำนาญทาง ทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว และได้ประสานรถยกเพื่อนำรถขึ้นจากคลอง ส่วนสะพานจะได้ทำการซ่อมแซมเพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้ต่อไป

เมียเผยนาทีสุดเจ็บปวด “ฮอคกี้” แร็ปเปอร์เพลงประเทศกูมี ถูกจับต่อหน้าลูก

เผยนาทีตำรวจบุกรวบ “ฮอคกี้ เดชาธร” แร็ปเปอร์ประเทศกูมี เข้าร่วมม็อบปลดแอก ถูกจับหน้าหมู่บ้านต่อหน้าลูก

จากกรณี นายเดชาธร บำรุงเมือง หรือ ฮอคกี้ กลุ่มแร็ปเปอร์ เจ้าของเพลงประเทศกูมี ถูกตำรวจ สภ.สมุทรปราการ คุมตัวมายัง สน.สำราญราษฎร์ หลังถูกดำเนินคดีจากกรณีขึ้นเวทีร้องเพลงในงานชุมนุมกลุ่มเยาวชนปลดแอกเมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมาล่าสุด (20 ส.ค.) ภรรยาของ ฮอคกี้ เดชาธร บำรุงเมือง ได้ไลฟ์สดนาทีขณะที่ฮอคกี้ถูกจับกุมตัวต่อหน้าภรรยาและลูกที่หน้าบ้าน ตรงข้ามร้านจำหน่าย ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก โดยระบุข้อความว่า “มาดักหน้าหมู่บ้านตอนฮอคกี้ออกไปส่งเราไปทำงาน โดยที่มีลูกด้วย และเค้ารู้ชื่อเล่นเรา รู้กิจวัตรประจำวันเรา ที่ต้องมีลูกไปด้วยทุกเช้า แต่ไม่เคยสนใจอะไรเลย”และเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. รถตู้นิสสันของตำรวจที่คุมตัวฮอคกี้มาถึงโรงพัก สน.สำราญราษฎร์ แล้ว ขณะที่ฮอคกี้ไม่ได้พูดอะไรกับสื่อมวลชน เพียงแต่ชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว แล้วยกมือไหว้ทักทายก่อนเดินขึ้นโรงพักทันที

หนุ่มแทบช็อก ปลดทุกข์อยู่ดีๆ มีอะไรมาสัมผัส กดน้ำก็ไม่ลง สุดท้ายงูเห่าโผล่

เมื่อเวลา 10.00น  วันที่ 14 สิงหาคม 2563 ศูนย์วิทยุเหยี่ยวเวหาปทุมธานี รับแจ้งจากประชาชนขอความช่วยเหลือ มีงูเห่าอยู่ภายในชักโครกห้องน้ำ ที่เกิดเหตุบ้านเลขที่ 2/59 บงกช 27 ซอยเคหะฟื้นนคร ใกล้ร้านจำหน่าย ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ คลองสองคลองหลวง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานีหลังรับแจ้งได้ประสานเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร ที่มีความชำนาญในการจับงูไปยังที่เกิดเหตุ หลังรับแจ้งจึงประสานงานสมาชิกพร้อมอุปกรณ์รุดไปที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น พบนายพยัพ อายุ 51 ปี อาชีพเชฟของสายการบินแห่งหนึ่ง ได้ยืนรอและชี้จุดเกิดเหตุภายในห้องน้ำชั้นล่างของตัวบ้าน ที่ภายในชักโครกมีงูเห่าโผล่ออมาจากชักโครกสีตัวดำน่ากลัว  เจ้าหน้าที่จึงใช้บ่วงเชือกทำการจับงูโดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที จึงสามารถจับเอาไว้ได้ เพราะตัวงูบางส่วนเข้าไปอยู่ในรูของชักโครก พบเป็นงูเห่าลำตัวยาวประมาณ 1 เมตร 50 เซนติเมตร จึงนำใส่กระสอบไปปล่อยในที่ห่างไกลบ้านเรือนประชาชน

นายพยัพ เจ้าของบ้านเปิดเผยว่า ตนเองเข้ามาปลดทุกข์ในห้องน้ำชั้นล่าง ซึ่งปกติแล้วไม่ค่อยได้ใช้งาน จู่ๆ เหมือนมีอะไรมาสัมผัส จึงรีบลุกขึ้นและกดน้ำทันที แต่กดอย่างไรก็กดไม่ลง คล้ายมีอะไรอุดตันอยู่ ตนเองจึงปิดฝาชักโครกไว้ ก่อนที่แฟนจะมาเข้าห้องน้ำอีกครั้ง เมื่อเปิดฝาชักโครกขึ้นกับพบงูตัวใหญ่ อยู่ในรูชักโครกโดยหัวโผล่ออกมา จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย  

ฮือฮา ดินยุบเกิด 3 หลุมยักษ์ เชื่อพญานาคย้ายที่หลังน้ำท่วมเลย

แห่ดูหลุมยักษ์ 3 หลุ่ม เกิดกลางสวนยางพารา ชาวบ้านเชื่อพญานาคย้ายที่ อาจจะมาให้โชคหลังน้ำท่วม จ.เลย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (8 ส.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. ได้รับแจ้งจากนายประมวล ลาภจิต หัวหน้า ปภ.เลย ว่า ที่สวนยางพาราของนายสิงห์ เจ้าของร้านจำหน่าย ซองไปรษณีย์พาสเทล และ ซองไปรษณีย์สีพาสเทล อายุ 50 ปี ชาวบ้านหนองดอกบัว หมู่ 5  ต.น้ำสวย อ.เมืองเลย ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลท่วมหมู่บ้าน ต.น้ำสวย อ.เมืองเลย จู่ๆ พื้นดินในสวนยางพาราเกิดดินยุบ 3 หลุม

โดยหลุมแรก กว้าง 2 เมตรลึก 19 เมตร หลุมที่สอง กว้างยาว 5×6 เมตร ลึก 19 เมตร หลุมที่ 3 กว้าง 5×5 ลึก 8 เมตร กว้าง 9 เมตร ลึก 17 เมตร มีน้ำสีเขียวเต็มก้นหลุม กลัวว่าจะเกิดพังทลายจนได้รับอันตราย จึงรีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มาสำรวจดู

ส่วนสาเหตุคาดว่า หลังเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน 7 หมู่บ้าน ต.น้ำสวย อ.เมืองเลย ในรอบ 80 ปี เมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา อาจเป็นสาเหตุทำให้น้ำใต้ดินเปลี่ยนทางเดินจนเกิดดินอ่อนตัวยุบลงเป็นหลุมขนาดใหญ่

นายประมวล ลาภจิต หัวหน้า ปภ.เลย กล่าวว่า หลังได้รับแจ้ง ได้เดินทางมาสำรวจและประสานไปยังสำนักงานธรณีวิทยา และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ส่งเจ้าหน้าที่ออกมาตรวจสอบเป็นการด่วน และใช้เชือกกั้นบริเวณดังกล่าว ไม่ให้ชาวบ้านเข้าไปเกรงว่าจะเกิดการยุบตัวของดินหรือพังทลายจนเกิดอันตราย

ขณะที่ ชาวบ้านในพื้นที่ ก็เชื่อว่าเป็นความโชคดีของหมู่บ้านที่คาดว่าจะมีสิ่งดีๆ เข้ามาสู่หมู่บ้านหลังโดนน้ำป่าเข้าพัดทำลายหมู่บ้านไป ซึ่งคาดว่าตรงหลุมนี้จะเป็นหลุมน้ำพญานาคที่ย้ายจุดจากในหมู่บ้านออกมาอยู่ในสวนยาง และเป็นหลุมใหญ่

ซึ่งก่อนนี้บ่อน้ำในหมู่บ้านไม่เคยแห้ง แต่ะจุดนั้นกลับแห้งลงและมาเกิดหลุมยักษ์ใหม่ในสวนยางพารา ก็คาดว่าเป็นรูพญานาคที่จะย้ายที่ จึงแวะกันมาดูและมาขอดูเลขเผื่อมีการให้โชคซื้อหวยดูสักใบ

สองพ่อลูกเซ็ง พายุพัดต้นไม้หักทับบ้านที่กำลังสร้าง เจ้าของต้นไม้บอกเป็นภัยธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 5 ส.ค.63 นายนุกูล เมืองคลี่ อายุ 60 พร้อมด้วยนางสาวนันทนิตย์ เมืองคลี่ อายุ 31 ปี สองพ่อลูก พนังานจำหน่าย ถุงฟอยด์ และ ถุงเมทัลไลท์ พาผู้สื่อข่าวสำรวจความเสียหายของบ้านที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง มุงหลังคาเสร็จแล้ว โดยมีก้อนอิฐกองเรียงรายไว้แต่ยังไม่ได้กั้นตัวบ้าน หลังจากที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับ พังเสียหายมีเศษกระเบื้องหลังคา ตกเกลื่อนกระจัดกระจาย พร้อมเรียกร้องความเป็นธรรมจากเจ้าของสวนฝั่งตรงข้าม และเป็นเจ้าของต้นไม้ วอนช่วยจ่ายค่าเสียหายแต่กลับถูกปฏิเสธอ้างว่าเป็นภัยธรรมชาติให้ไปเรียกร้องเอาผิดกับหน่วยงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อบต.เอาเอง

ทั้งนี้สองพ่อลูก กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น.วันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดพายุซินลากู มีลมกระโชกรุนแรง ทำให้ต้นไม้สะเดาเทียมขนาดใหญ่ 3 ต้นที่อยู่คนละฝั่งถนน หักโค่นลงมาทับบ้าน 2 ต้น ที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างพังเสียหายและสายไฟฟ้าขาด หลังจากนั้นได้แจ้งให้องค์การบริหารส่วนตำบลรับทราบ เพื่อยื่นเรื่องขอเงินชดเชยแต่กลับถูกปฏิเสธ เนื่องจากบ้านหลังดังกล่าวไม่อยู่ในหลักเกณฑ์เงื่อนไขในการขอเงินชดเชยอุกทภัย วาตภัย เพราะยังไม่มีเลขที่บ้าน และพื้นที่ดังกล่าวไม่มีเอกสารสิทธิ์ในการถือครองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ต่อมาด้าน อบต.ครน ได้แนะนำให้ไปเรียกร้องความเสียหายกับเจ้าของต้นไม้ แต่ก็ถูกปฏิเสธเหมือนกัน โดยชายเจ้าของต้นไม้สวนฝั่งตรงข้ามบอกว่าไม่จ่าย อ้างว่าเป็นภัยจากธรรมชาติให้เอาผิดกับ อบต. ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าของสวนมีการโค่นต้นยางพาราและปรับหน้าดินเพื่อปลูกปาล์มน้ำมัน แต่ไม่ตัดต้นไม้สะเดาเทียม 3 ต้นที่ยืนตระหง่านสูงลิบใกล้กับบ้าน ทำให้ทางครอบครัวตนได้ทักท้วงว่า ขอให้ตัดต้นไม้ใหญ่ออกได้ไหม เพราะอาจจะโค่นล้มได้ง่าย ทางเจ้าของสวนหรือเจ้าของต้นไม้ใหญ่บอกว่าไม่ตัด จะยกไว้ทำบ้าน จนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นมาจริงๆ

ตนเห็นว่าทางครอบครัวไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่ สภ.สวี แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นคดีแพ่ง ให้ไปเรียกร้องค่าเสียหายกับเจ้าของต้นไม้หรือให้ไปฟ้องศาล

ครอบครัวผู้เสียหาย กล่าวอีกว่า กว่าจะเก็บหอบรอมริบเงินทองมาสร้างบ้านหลังนี้ได้ใช้เวลาถึง 8 ปี แต่ก็ยังไม่เสร็จ หมดเงินไปกว่า 200,000 บาท ตนยอมรับว่าไม่ได้เงินชดเชยจาก อบต.นั้น เข้าใจดีว่าพื้นที่พ่อแม่ครอบครองผืนดิน บนเนื้อที่ประมาณ 17 ไร่ ไม่มีเอกสารสิทธิ์ แต่อยู่อาศัยในที่ดินผืนนี้มานานหลายสิบปี และไม่ติดใจ อบต.แต่อย่างใด เพียงวอนขอความเห็นใจจากเจ้าของต้นไม้ ให้ออกมารับผิดชอบ ยอมจ่ายค่าเสียหายกันบางส่วน จำนวนเงินเท่าไหร่นั้น ก็แล้วแต่จะตกลงกัน

ชาวบ้านโวย ทางหลวงซ่อมถนน ทำรถติดยาว

ชาวปทุมธานีโวย ทางหลวงเปิดผิวถนนซ่อมทำรถติดยาวหลายกิโลเมตร

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่หลังได้รับการร้องเรียน จากประชาชนว่าเกิดการจราจรติดขัดในช่วงเวลาเร่งด่วน เนื่องจากโครงการซ่อมแซมผิวถนนเส้นทางปทุมธานี-รังสิต ตรงข้ามโรงงานผลิต ถุงแก้วฝากาว และ ถุงแก้วแถบกาว ซึ่งพบว่าสภาพถนนเป็นเส้นทางหลักที่ประชาชนใช้สัญจร ซึ่งในเวลาเร่งด่วนจะมีรถใช้เส้นทางจำนวนมากทำให้รถติดเป็นระยะทางยาวหลายกิโลเมตร ตรวจสอบมีป้ายประกาศของแขวงทางหลวงปทุมธานี สำนักงานทางหลวงที่ 13 กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ระบุโครงการดังกล่าว เป็นการจ้างเหมาทำงานบูรณะทางผิวคอนกรีต ทางหลวงหมายเลข 346 ตอนสะพานคลองเปรม สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาปทุมธานี ระหว่าง กม.7+500-กม.10+200 ด้านทางขวา (เป็นช่องๆ) ปริมาณงาน 12,900 SQM. เลขที่สัญญาเลขที่ ปท.19/2563 เริ่มสัญญาวันที่ 13 พฤษภาคม 2563 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 9 กันยายน 2563 ระยะเวลา 120 วัน วงเงินค่าก่อสร้าง 18,744,000 บาท

เบื้องต้นหลังจากที่ผู้รับเหมาได้เปิดผิวถนน และได้มีเครื่องจักรลงพื้นที่เริ่มดำเนินงานต่อ มีการติดตั้งป้ายเส้นทางเบี่ยง เพื่อให้รถยนต์สามารถใช้เส้นทางวัดสำแลเป็นทางทางลัดไปยังเส้นทางปทุมธานี-รังสิต หลีกเลี่ยงรถติดในเส้นทางที่กำลังบูรณะซ่อมแซม คาดว่าจะใช้เวลาพอสมควรเนื่องจากสภาพผิวเส้นทางจราจรในช่วงนี้ชำรุดขลุกขลักเป็นเวลานานแล้ว เมื่อเปิดผิวถนนด้านขวา ทำให้รถใช้สัญจรได้เพียงช่องทางซ้าย และแซงกันบนขอบทางเลนซ้ายทำให้เส้นทางชำรุดเพิ่มขึ้นอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ นอกจากนี้เส้นทางถนนหมายเลข 347 เส้นทางสายเทคโนปทุมธานี–บางปะอิน ขาเข้าปทุมธานี จากเส้นทาง 5เลน จะไปรวมเพียง 2 เลน ทำให้ช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ต่างคนต่างกลับบ้าน ทำให้รถติดเป็นระยะเวลานาน หากเปิดช่องจราจรอีก 1 ช่องทาง เป็น 3 ช่องทาง คาดว่าจะทำให้ประชาชนใช้เส้นทางได้สะดวกยิ่งขึ้น