คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวสารประจำวัน

รายงานพิเศษ : เร่งพิสูจน์เด็กหญิงอายุ 1 ขวบ 6 เดือน เสียชีวิตปริศนา จ.กาฬสินธุ์

รายงานพิเศษ : เร่งพิสูจน์เด็กหญิงอายุ 1 ขวบ 6 เดือน เสียชีวิตปริศนา จ.กาฬสินธุ์

ส่วนคดีที่เด็กหญิงอายุ 1 ขวบ 6 เดือน เสียชีวิตปริศนาที่บ้านแห่งหนึ่งหน้าโรงงาน ถุงฝาเกลียว ซองฝาเกลียว เมื่อวานนี้ตำรวจควบคุมตัวพ่อเลี้ยงและแม่เด็ก ส่งฝากขังที่ศาลในคดีเสพยาเสพติด ส่วนประเด็นสงสัยว่าทั้งคู่มีส่วนทำร้ายร่างกายเด็กจนเสียชีวิตหรือไม่ อยู่ระหว่างรอผลตรวจพิสูจน์ศพอย่างละเอียด ลงสนามข่าวนี้กับคุณชนะชัย แก้วผาง

ชายอายุ 26 ปี ปฏิเสธว่าเขาไม่มีส่วนทำให้เด็กหญิงอายุ 1 ขวบ 6 เดือน ซึ่งเป็นลูกเลี้ยงเสียชีวิต แต่สาเหตุน่าจะมาจากอาการป่วยของลูก ก่อนจะอาเจียนติดต่อกันมาตั้งแต่วันที่ 15 สิงหาคม กระทั่งเสียชีวิตระหว่างนำส่งโรงพยาบาล เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา แม้เขาจะยอมรับว่าใช้ไม้เรียวตีลูก แต่ไม่น่าจะเป็นสาเหตุทำให้เด็กเสียชีวิต

ตำรวจ สภ.สมเด็จ ควบคุมเขาและภรรยาอายุ 25 ปี ส่งฝากขังที่ศาล ในข้อหาเสพยาเสพติด และด้วยประเด็นการเสพยาเสพติดนี่เอง ทำให้ตำรวจตั้งข้อสงสัยว่า ทั้งคู่อาจมีส่วนทำให้ลูกเสียชีวิต หลังพบบาดแผลบริเวณช่องท้องและศีรษะ คล้ายถูกทำร้าย นอกจากนี้ยังพบขนอวัยวะเพศติดอยู่ในช่องคลอดของเด็ก คล้ายถูกล่วงละเมิดทางเพศ แต่นั่นเป็นเพียงการตั้งข้อสงสัย เพื่อนำไปสู่การสืบสวนหาข้อเท็จจริง

ตำรวจ สภ.สมเด็จ ได้ควบคุมพ่อเลี้ยง และแม่ของเด็กที่เสียชีวิต ไปชี้จุดที่สงสัยว่าเด็กอาจถูกทำร้ายในบ้านพัก พื้นที่ตำบลหมูม่น อำเภอสมเด็จ จำนวน 3 จุด ไม่ว่าจะเป็นจุดแรกที่แม่อ้างว่าลูกหกล้มหัวฟาดฟื้น จุดที่พ่อเลี้ยงใช้ไม้เรียวตี และจุดที่แม่อ้างว่าโกนขนอวัยวะเพศในห้องน้ำ ทำให้เส้นขนติดไปในช่องคลอดของลูกสาว โดยคดีนี้ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ว่าทั้งคู่มีส่วนทำให้ลูกสาวเสียชีวิตหรือไม่

นอกจากนี้ตำรวจยังได้เรียกญาติของเด็กที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงกันมาสอบปากคำ ส่วนใหญ่ยืนยันว่าเด็กเสียชีวิต เพราะอาเจียนมาเป็นเวลานาน ก่อนหน้านี้เคยพาไปหาหมอที่คลินิก อาการไม่ดีขึ้น กระทั่งอาการหนัก ไม่เชื่อว่าทั้งคู่จะทำร้ายลูกตัวเองจนเสียชีวิต จึงไม่มีใครติดใจสาเหตุการเสียชีวิต และแต่ละคนก็อ้างว่าเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

คดีนี้ตำรวจได้ส่งศพของเด็กหญิงส่งตรวจพิสูจน์เก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และญาติได้นำศพเด็กทำพิธีทางศาสนาเรียบร้อยแล้ว แต่สาเหตุการเสียชีวิตจะเกิดจากการถูกทำร้าย หรืออาการป่วย ต้องรอผลจากการตรวจพิสูจน์ศพอย่างน้อย 1 เดือน โดยตำรวจยังไม่ได้ตั้งข้อกล่าวหาใคร ซึ่งต้องรอผลการรวบรวมหลักฐาน พร้อมให้ความเป็นธรรมในคดีที่เกิดขึ้น

ผู้ค้าแห่สมัครม.40 รับเยียวยา 5 พัน ต่อชีวิต เผยบางคนกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนับเดือน

ผู้ค้าแห่สมัครม.40 รับเยียวยา 5 พัน ต่อชีวิต เผยบางคนกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนับเดือน

พ่อค้าแม่ค้าที่เดือดร้อน แห่สมัครผู้ประกันตนมาตรา 40 หวังเงินเยียวยา 5,000 บาท มาต่อชีวิต เผยบางคนต้องกินบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปใส่ไข่นานนับเดือน

เมื่อวันที่ 18 ส.ค.64 ที่พุทธสมาคมสว่างผลหนองมน (เม่งก้วยเซี่ยงตั๊ว) ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่ประกันสังคมจังหวัดชลบุรี หลังโรงงานผลิตซองใส่ขนม ซองใส่คุกกี้ นำรถโมบายออกบริการประชาชนที่สนใจสมัครประกันตนตามมาตรา 40 เนื่องมาจาก จ.ชลบุรี มีการแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 จำนวนมาก จึงประกาศเป็นพื้นที่สีแดงเข้ม ทำให้ได้รับเงินช่วยเหลือคนละ 5,000 บาทต่อเดือน จำนวน 2 เดือน รวมเป็นเงิน 10,000 บาท สร้างความสนใจให้กับพ่อค้าแม่ค้าตลาดหนองมน ชายหาดบางแสน และประชาชนทั่วไป ที่ยังไม่ได้ทำประกันตน ทยอยมาสมัครกันอย่างมากมาย

โดยมีนายสุรพงศ์ นำชัยรุจิพงศ์ สมาชิกสภาจังหวัดชลบุรี เขต อ.เมืองชลบุรี ว่าที่ ร.ต.สถาพร วงษ์นาคสกุล เลขานุการนายกเทศมนตรีตำบลเหมือง อ.เมืองชลบุรี ตัวแทนของนายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ลงพื้นที่ดูแลความเรียบร้อยของประชาชน พร้อมให้คำแนะนำในการทำประกันตนในครั้งนี้ด้วย

จากการประกาศปิดชายหาดบางแสน ทำให้บรรดาพ่อค้าแม่ค้าขาดรายได้ จากการขายของบริเวณชายหาดมานานนับเดือน ส่งผลให้พ่อค้าแม่ค้าชายหาดบางแสนต่างมาทำประกันตนตามมาตรา 40 กันเป็นจำนวนมาก

น.ส.เพ็ญศรี สุภาวิทย์ อายุ 62 ปี ชาว ต.แสนสุข กล่าวว่า ตนไม่ได้ทำงานมานานนับปีแล้ว เนื่องจากโควิด-19 ระบาด ต้องประทังชีวิตด้วยเงินช่วยเหลือจากภาครัฐ อาทิ เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ เราชนะ เมื่อมีการเปิดโอกาสให้ผู้ทำงานอิสระ สามารถทำประกันตนตามมาตรา 40 ได้ จึงมาสมัครเพราะหวังว่าจะได้รับเงินช่วยเหลือจากภาครัฐ 2 เดือน เดือนละ 5,000 บาท หากได้รับเงินก็นำไปซื้อข้าว บะหมี่สำเร็จรูป ไข่ มาเก็บไว้รับประทาน

“ทุกวันนี้ประทังชีวิตด้วยการรับประทานข้าวกับบะหมี่สำเร็จรูปใส่ไข่ บางวันกินทั้งวัน เพราะไม่มีเงิน ขอบใจรัฐบาลชุดนี้ที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างจริงจัง ทำให้มีชีวิตอยู่ได้มาทุกวันนี้” น.ส.เพ็ญศรี กล่าว

ด้าน นายสุรพงศ์ กล่าวว่า ขณะนี้ทางประกันสังคม จ.ชลบุรี นำรถโมบายออกให้บริการประชาชน ผู้สนใจในการทำประกันตนตามมาตรา 40 ซึ่งมีทั้งหมด 2 คัน คันแรกจะอยู่ที่สำนักงานพรรคพลังประชารัฐ เขต 1 ชลบุรี ถนนพระยาสัจจา ต.เสม็ด อ.เมือง จ.ชลบุรี จะให้บริการจนถึงวันที่ 24 ส.ค.

ส่วนคันที่ 2 จะตระเวนให้บริการประชาชนตามพื้นที่ต่างๆ ประกอบไปด้วย วันที่ 19 ส.ค. อาคารอเนกประสงค์ อบต.หนองข้างคอก อ.เมืองชลบุรี วันที่ 20 ส.ค. วัดอ่างศิลา อ.เมืองชลบุรี วันที่ 21 ส.ค. โรงเรียนวัดใหม่เกตุงาม อ.เมืองชลบุรี วันที่ 23 ส.ค. วัดสำนักบก อ.เมืองชลบุรี วันที่ 24 ส.ค. ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ต.นาป่า อ.เมืองชลบุรี

เปิดวีรกรรมอดีตสามี ฝากผลงานไว้ให้กับครอบครัว

เปิดวีรกรรมอดีตสามี ฝากผลงานไว้ให้กับครอบครัว

เป็นอีกเรื่องราวที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์ในโลกออนไลน์กันอย่างมาก กับคลิปวิดีโอสภาพบ้านหลังนี้ ที่ทรัพย์สินภายในบ้านถูกทำลายพังเสียหาย เศษข้าวของเครื่องใช้กระจัดกระจายไปทั่วบ้าน ตั้งแต่ชั้นล่างจนไปถึงชั้น 2 สาเหตุก็มาจากฝ่ายชายจะพาผู้หญิงอีกคนเข้าบ้าน แต่ภรรยาไม่ยอม พร้อมขอหย่า แต่หลังการหย่า ฝ่ายชายไม่ยอมจบ บุกเข้ามาพังบ้านจนเสียหายไม่เหลืออะไรที่ใช้ได้อีก

เหตุเกิดภายในหมู่บ้าน “เดอะแพลนท์” คลองบางไผ่ ตำบลบางแม่นาง อำเภอบางใหญ่ จังหวัดนนทบุรี ใกล้ร้าน แอร์บับเบิ้ล บับเบิ้ล ฝ่ายหญิง อายุ 38 ปี ซึ่งเป็นอดีตภรรยาหลวง เปิดเผยว่า ได้หย่าขาดจากสามี เมื่อวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเกิดของตัวเองด้วย เหตุผลที่หย่าเพราะรับไม่ได้กับพฤติกรรมของสามี ที่ต้องการเอาผู้หญิงอื่นเข้ามาอยู่ในบ้าน พอไม่ยอม ก็ยังมีการพูดจาเปรียบเทียบ ยกยอว่าผู้หญิงคนใหม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ เข้ามาแล้วจะได้ช่วยกันทำมาหากิน ซึ่งทั้งตัวเองและลูกอีก 2 คน ไม่มีใครรับได้ จึงตัดสินใจยื่นคำขาดขอหย่า และให้สามีไปอยู่กับผู้หญิงคนนั้นได้ทันที

หลังจากที่เกิดเรื่อง อดีตภรรยาขอรับสิทธิ์ดูแลลูกเอง เพียงแต่ขอบ้านหลังนี้ไว้ให้ลูก แต่พอหย่าเสร็จเขาก็ฉีกใบหย่า แล้วก็กลับมาทำลายข้าวของ แม้กระทั่งทรัพย์สินของลูก ก็ทำลายจนเสียหายหมด ตอนนี้ ยอมรับว่า หมดตัวทุกอย่าง แม้แต่เงินในบัญชี เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 และที่ผ่านมา 15 ปี ต้องลาออกจากงานประจำมาเป็นแม่บ้านและเลี้ยงดูลูกอีก 2 คน หลังจากนี้คงต้องยอมให้ธนาคารฯ ยึดบ้าน และให้ไฟแนนซ์ยึดรถ ขอกลับไปตั้งสติอยู่ที่บ้านน้องสาวชั่วคราวก่อน

สำหรับค่าเลี้ยงดูคงต้องไปตกลงคุยกันปีหน้า เพราะต่างฝ่ายก็ต้องกลับไปสร้างเนื้อสร้างตัวกันใหม่ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ แม้จะเข้าไปแจ้งความ แต่ตำรวจมองว่าเป็นเรื่องที่ไกล่เกลี่ยกันได้ อีกทั้งทรัพย์สินต่างๆ ยังเป็นสินสมรส สามารถตกลงเจรจากันได้ จึงขอให้ทั้ง 2 คน กลับไปพูดคุยกันให้เรียบร้อยก่อน

บช.น.แนะเลี่ยง 14 เส้นทาง สนามหลวง-อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย-ทำเนียบรัฐบาล

วันนี้ (7 ส.ค.64) กองบัญชาการตำรวจนครบาล หรือ บช.น. ได้แนะนำให้ประชาชน ผู้ใช้รถใช้ถนน หลีกเลี่ยงการใช้เส้นทาง หลังปรากฏข่าวมีการนัดรวมตัวของกลุ่มผู้ชุมนุม บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และจะเคลื่อนขบวนไปยังสนามหลวง และทำเนียบรัฐบาลติดร้าน ถุงซิปล็อค ถุงซิปล็อคใส่เสื้อผ้า จึงขอให้หลีกเลี่ยงเส้นทางตั้งแต่เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป โดยเส้นทางที่อาจได้รับผลกระทบจากการชุมนุมฯ และควรหลีกเลี่ยง มีดังนี้

ถ.ราชดำเนินใน ถ.ราชดำเนินกลาง ถ.ราชดำเนินนอก ถ.ตะนาว ถ.ดินสอ ถ.ลูกหลวง ถ.หลานหลวง ถ.ประชาธิปไตย ถ.นครราชสีมา ถ.นครสวรรค์ ถ.พิษณุโลก ถ.ศรีอยุธยา ถ.พระราม 5 สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า (แยกหลานหลวง – แยกผ่านฟ้า)

สำหรับเส้นทางที่แนะนำให้ประชาชนไปใช้เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบด้านการจราจร
เส้นทางทิศเหนือ ได้แก่ ถ.สุโขทัย, ถ.นครไชยศรี, ถ.เศรษฐศิริ, ถ.อำนวยสงคราม, สะพานกรุงธน (ชังฮี้), สะพานพระราม 7
เส้นทางทิศตะวันออก ได้แก่ ถ.วิภาวดีรังสิต (ช่องทางหลัก), โทลล์เวย์, ถ.พหลโยธิน, ถ.พระราม6, ทางพิเศษศรีรัช, ถ.สวรรคโลก
เส้นทางทิศใต้ ได้แก่ ถ.วิสุทธิกษัตริย์, ถ.หลานหลวง (แยกยมราช – แยกหลานหลวง), ถ.บำรุงเมือง, ถ.วรจักร, ถ.เจริญกรุง, ถ.เยาวราช, ถ.พระราม1, ถ.พระราม4
เส้นทางทิศตะวันตก ได้แก่ ถ.จรัญสนิทวงศ์, ถ.บรมราชชนนี, ถ.อรุณอัมรินทร์, สะพานพระราม8, สะพานพระพุทธยอดฟ้า, สะพานพระปกเกล้า

รวบลูกจ้างโหด แทงนายจ้างเสียชีวิต จ.นครปฐม

รวบลูกจ้างโหด แทงนายจ้างเสียชีวิต จ.นครปฐม

ตำรวจบางเลน รวบแล้วลูกจ้างโหดใช้มีดแทงนายจ้างเสียชีวิต ส่วนภรรยาผู้ต้องหา บาดเจ็บ เจ้าตัวสารภาพปมเหตุมาจากความหึงหวงภรรยากับคนงานชาติเดียวกัน

ความคืบหน้ากรณี นายมิว แรงงานชาวเมียนมา ก่อเหตุใช้อาวุธมีดแทง นายภูศิษฐ์ ธมนต์ภัทร์โภคิน อายุ 39 ปี นายจ้างเสียชีวิต และใช้มีดเล่มเดียวกันแทงภรรยาได้รับบาดเจ็บ ในบ้านพักชั้นเดียว ซึ่งเปิดเป็นโรงงานหล่อเสาปูน และผลิต แอร์บับเบิ้ล บับเบิ้ล ที่ตำบลบางระกำ อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม เหตุเกิดตอนประมาณ 17.00 น. วันที่ 1 สิงหาคม เวลาผ่านไปประมาณ 8 ชั่วโมง ตำรวจ สภ.บางเลน ก็สามารถแกะรอยจากกล้องวงจรปิด ตามไปจับตัวนายมิว ผู้ต้องหา ได้ที่ศาลาริมถนนแห่งหนึ่ง ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 5 กิโลเมตร โดยผู้ต้องหามีการเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปื้อนเลือดทิ้ง เพื่อหวังตบตาเจ้าหน้าที่ แต่ก็ถูกจับกุมตัวได้ในที่สุด

ตำรวจคุมตัวมาเค้นสอบที่โรงพัก ผ่านล่ามแปลภาษา ซึ่งผู้ต้องหาให้การว่า สาเหตุที่ทำลงไปเนื่องจากเกิดอาการหึงหวงภรรยา กับคนงานด้วยกัน เพราะตัวภรรยาของผู้ต้องหาเป็นหัวหน้าคนงาน ที่จะต้องคอยรับงานจากนายจ้าง แล้วมาสั่งคนงานอีกทอด ด้วยความใกล้ชิดก็เลยทำให้หึงหวงจนมีปากเสียงทะเลาะกับภรรยา จากนั้นจึงไปดื่มสุราย้อมใจ แล้วกลับมามีปากเสียงกันอีกครั้ง ด้วยความโมโหจึงไปหยิบมีดมาก่อเหตุดังกล่าว

จากนั้นตำรวจคุมตัวไปตรวจหาสารเสพติด ก่อนพาขึ้นรถไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ พร้อมแจ้งข้อกล่าวหาฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, พกพาอาวุธไปในที่สาธารณะ คุมตัวส่งศาลจังหวัดนครปฐม ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

มอบตัวแล้ว! “สุรัตน์” พร้อมพวก 8 คน คดีอุ้มฆ่าเสี่ยโกศล ตร.มีหลักฐานเอาผิด แม้ปฏิเสธ

มอบตัวแล้ว! "สุรัตน์" พร้อมพวก 8 คน คดีอุ้มฆ่าเสี่ยโกศล ตร.มีหลักฐานเอาผิด แม้ปฏิเสธ

มอบตัวแล้ว! “สุรัตน์” พร้อมพวก 8 คน คดีอุ้มฆ่าเสี่ยโกศล ตร.มีหลักฐานเอาผิด แม้ปฏิเสธเกาะติดข่าว กดติดตาม ข่าวสด

จากกรณี น.ส.จินดาหรา อายุ 31 ปี ภรรยา นายโกศล หรือตุ้ม เรืองดุก อายุ 43 ปี เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี ว่าสามีได้ถูกคนร้ายทำร้ายร่างกายที่บริเวณศาลาจ้างหน้าร้านค้าขายถุงแถบกาว ถุงแพ็คเสื้อ บ้านเลขที่ 89 หมู่ 5 ต.ตะกรบ อ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี แต่ไม่ทราบว่าร่างของ นายโกศล ถูกคนร้ายนำไปซ่อนไว้ที่ไหน ซึ่งในที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนขนาด.45 มม.จำนวน 1 ปลอก และพบรอยเลือดจากในบ้านไปตามถนนหมู่บ้านจำนวนมาก เหตุเกิดเมื่อเวลา 01.00 น. วันที่ 3 พ.ค.64 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 2 ส.ค.64 ที่ สภ.ไชยา จ.สุราษฎร์ธานี พล.ต.ต.สาธิต พลพินิจ ผกบ.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.วิรุฬห์ สุวรรณวงศ์ รอง ผบก.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พ.ต.อ.ประวิทย์ เอ้งฉ้วน ผกก.สส.ภ.จว.สุราษฎร์ธานี พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน ร่วมสอบปากคำ นายสุรัตน์ เศวตศิลป์ ผู้ต้องหาตามหมายจับ ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นฯ พร้อมพวกรวม 8 ราย หลังประสานกำนันในพื้นที่ติดต่อขอเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานของศาลจังหวัดไชยาออกหมายจับผู้ต้องหา 8 คน และศาลได้ออกหมายจับผู้ต้องหาไว้แล้ว ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค.64 ประกอบด้วย นายสุรัตน์ เศวตศิลป์ อายุ 43 ปี นายคำธร หรือแน็ค เศวตศิลป์ อายุ 32 ปี นายสุรชัย หรือตาชัย คงสุข อายุ 39 ปี นายเกรียงไกร หรือเป็ด หรือเพชร แสงสง่า อายุ 34 ปี นายเจริญ หรือพร คะเชนทอง อายุ 56 ปี นายจิรายุทธ หรือโจ้ เศวตศิลป์ อายุ 24 ปี นายทิวากร หรือบี เลื่องสุนทร อายุ 33 ปี และ 8.นายนพดล หรือเอ็ด เศวตศิลป์ อายุ 33 ปี

ในข้อหาข้อหา “ร่วมกันฆ่าผู้อื่น โดยไตร่ตรองไว้ก่อน ,ร่วมกันมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ,ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยไม่มีเหตุอันควรและจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ,ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ตั้งแต่สองคนขึ้นไป โดยมีหรือใช้อาวุธปืน โดยใช้ยานพาหนะ เพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือการพาทรัพย์นั้นไปหรือเพื่อให้พ้นการจับกุมและร่วมกันลอบฝัง ซ่อนเร้น ย้ายหรือทำลายศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย”

พล.ต.ต.สาธิต กล่าวว่า กลุ่มผู้ต้องหาได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวทั้งหมด โดยมีทนายความและญาติพาเข้ามอบตัวที่ สภ.ไชยา ตั้งแต่ช่วงเช้า ซึ่งตอนนี้เจ้าหน้าที่ต้องปฎิบัติตามขั้นตอนของทางสาธารณสุขอย่างเคร่งครัด เนื่องจากกลุ่มผู้ต้องหาทั้ง 8 รายเดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยง ซึ่งจะได้ประสานทางเจ้าหน้าที่สาธารณสุข เข้าตรวจหาเชื้อโควิด-19 ก่อน กลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมด 8 ราย ที่ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวเนื่องจากหมายจับมีอายุความถึง 20 ปี และส่วนหนึ่งเนื่องจากทนแรงกดดันของทางเจ้าหน้าที่ไม่ไหว จึงได้ติดต่อมอบตัว

ในส่วนของคดีนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้มีความหนักใจแต่อย่างใด ถึงแม้ขณะนี้จะยังค้นหาศพ นายโกศล ไม่เจอก็ตาม เนื่องจากเจ้าหน้าที่เองมีหลักฐานที่จะสามารถเอาผิดกับกลุ่มผู้ต้องหาทั้งหมดได้ ส่วนเรื่องที่จะให้ผู้ต้องหาประกันตัวหรือไม่นั้น ต้องดูว่าผู้ต้องหาให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่หรือไม่ และจะเร่งรีบสอบปากคำกลุ่มผู้ต้องหาให้เสร็จสิ้นก่อนระยะเวลาควบคุมตัว 48 ขั่วโมง ซึ่งขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสอบปากคำอยู่ เบื้องต้นกลุ่มผู้ต้องหายังให้การปฎิเสธ

ตำรวจเตรียมเอาผิด 5 ข้อหา ผู้ชุมนุมแห่เทียนขับไล่นายกฯ

ตำรวจเตรียมเอาผิด 5 ข้อหา ผู้ชุมนุมแห่เทียนขับไล่นายกฯ

พลตำรวจตรีปิยะ ต๊ะวิชัย ในฐานะโฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงกรณีที่มวลชนกลุ่มทะลุฟ้าและกลุ่มฮาเลย์ฯ รวมตัวกันทำกิจกรรมแห่เทียนพรรษา ขับไล่นายกรัฐมนตรี ที่เริ่มเคลื่อนขบวนจากใต้สถานีรถไฟฟ้า BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เข้าถนนพิษณุโลก และไปหยุดทำกิจกรรมที่บริเวณแยกพาณิชยการ จนถึงเวลาประมาณ 17.40 น. ก่อนที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะยุติและแยกย้ายเดินทางกลับ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา

โดยระบุว่า แม้การชุมนุมดังกล่าวจะไม่มีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้น แต่จากพฤติการณ์ที่มีการปราศรัยโดยใช้เครื่องขยายเสียงบนรถบรรทุก, เดินขบวนกีดขวางการจราจร, ไม่มีการรักษาระยะห่าง, พ่นสีสเปรย์และจุดไฟเผาถุงห่อ มะม่วง ถุงห่อผลไม้ สิ่งของบนถนนสาธารณะ พิจารณาแล้วเป็นความผิดรวมหลายข้อหา เช่น ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ, พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ, พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ, พ.ร.บ.ควบคุมการใช้เครื่องขยายเสียงฯ และยังมีความผิดอื่นๆ อีก ที่พนักงานสอบสวน สน.พญาไท และ สน.นางเลิ้ง กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ยืนยันตัวผู้กระทำผิด เพื่อเตรียมพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย

นอกจากนี้จะมีการพิจารณาด้วยว่า พฤติการณ์ของผู้ที่ได้รับการประกันตัวที่ทำกิจกรรมดังกล่าว เข้าข่ายเป็นการผิดเงื่อนไขการได้รับประกันตัวหรือไม่ หากพบว่าเข้าข่ายผิดเงื่อนไข ก็จะรวบรวมพยานหลักฐานไปเสนอศาลพิจารณาเพิกถอนการประกันตัวต่อไป

สมุทรสาคร ปลดล็อก ใช้ผลตรวจที่อย.รับรอง ยื่นเข้าระบบกักตัว จัดส่งยาให้

สมุทรสาคร ปลดล็อก ใช้ผลตรวจที่อย.รับรอง ยื่นเข้าระบบกักตัว จัดส่งยาให้

คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร ได้ข้อสรุป ให้ประชาชนทั่วไปที่ใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kits (ATK) ที่มี อย.รับรอง ยืนยันเข้าระบบกักตัว ได้รับการดูแล

คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ประธานการประชุม เห็นชอบให้ ประชาชนทั่วไปที่ใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kits (ATK) ที่มี อย.รับรองสามารถนำผลตรวจนี้ยืนยันต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุข กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงโรงงานถุงแถบกาว ถุงแพ็คเสื้อ ในพื้นที่เพื่อเข้ารับการกักตัวศูนย์ CI – Community Isolation ที่พื้นที่ๆ ตนพักอาศัยอยู่ได้ทันที ส่วนผู้ที่ทำงานในสถานประกอบการนั้น ต้องเข้ารับการกักตัวในสถานประกอบการ หรือ FAI ตามคำสั่งของจังหวัดสมุทรสาคร

นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้ชี้แจงเกี่ยวกับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยตนเอง จากชุดตรวจ Antigen Test Kits (ATK) ว่า ขณะนี้ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร ได้มีการสั่งให้ปรับระบบให้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องไปตรวจซ้ำที่โรงพยาบาลเพื่อยืนยันผล ส่วนขั้นตอนนั้นลำดับแรกจะต้องตรวจด้วยชุดที่ได้รับการรับรองจาก อย.แล้วเท่านั้น

หลังจากนั้นเมื่อขึ้นผลเป็น 2 ขีด ซึ่งมีความน่าจะเป็นไปได้ว่า มีผลบวกพบเชื้อโควิด-19 ก็สามารถนำผลตรวจนั้นมายืนยันกับ ผู้นำท้องถิ่น รพ.สต. อสม.ได้ทันที เพราะตอนนี้ได้สั่งการไว้แล้ว ให้รองรับผู้ติดเชื้อกลุ่มนี้ด้วย ไม่จำเป็นต้องไปตรวจยืนยันผลที่โรงพยาบาลอีก เพื่อลดความแออัด อีกทั้งยังเพื่อให้เกิดความรวดเร็วในผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียวอ่อนอีกด้วย

ศูนย์กักตัว สมุทรสาคร

แต่ทั้งนี้ผู้ที่พบเชื้อจะต้องประเมินอาการตัวเองด้วย หากเป็นผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ อาจใช้การรักษาตัวที่บ้าน (HI) และจะมียา เครื่องใช้ที่จำเป็นส่งไปให้ แต่หากมีอาการมาก ก็จะถูกส่งตัวไปตามระบบ ส่วนในกลุ่มพนักงานโรงงานให้ติดต่อกับทางสถานประกอบการได้ทันที เพราะตอนนี้สั่งการให้ทุกสถานประกอบการ ที่มีกำลังคน 50 คน หรือ 50 แรงม้าจัดสถานที่กักตัว (FAI) ของพนักงานตนเองไว้แล้ว

สำหรับสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด 19 ในจังหวัดสมุทรสาคร จากการรายงานข้อมูลล่าสุดของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อเวลา 24.00 น. ของวันที่ 26 กรกฎาคม 2564 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มสูงขึ้นถึง 1,094 ราย จำแนกเป็นพบผู้ติดเชื้อจากค้นหาเชิงรุก 326 ราย และพบผู้ติดเชื้อที่มาจากการเข้ารับการตรวจในโรงพยาบาลอีก 766 ราย ในจำนวนนี้เป็นคนที่อยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร 530 ราย และที่เหลือเป็นคนนอกจังหวัดอีก 236 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อในกลุ่ม Bubble & Sealed พบในเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร 2 ราย ด้านผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมดรวม 43,703 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 29,240 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 14,361 ราย และ ผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 102 ราย

ขณะที่ปัญหาด้านระบบการรับผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียวอ่อนในชุมชนเข้าสู่ศูนย์พักคอยคนสาคร หรือโรงพยาบาลสนามในชุมชน CI – Community Isolation ของจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมด 35 แห่ง รวมจำนวนเตียงทั้งสิ้น 4,206 เตียง

ชายคลั่ง ใช้มีดพร้าไล่ทำร้ายพี่สาว ก่อนจุดไฟเผาตัวเอง

ชายคลั่ง ใช้มีดพร้าไล่ทำร้ายพี่สาว ก่อนจุดไฟเผาตัวเอง

ชายคนหนึ่งในจังหวัดกระบี่ เกิดอาการประสาทหลอน ซึ่งเป็นผลพวงจากในอดีตเคยเสพยาเสพติดเกินขนาด ใช้มีดพร้าวิ่งไล่ทำร้ายพี่สาวจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะคลุ้มคลั่งนำน้ำมันเบนซินราดตัวเอง ก่อนจะจุดไฟเผาทั้งเป็น เคราะห์ดีที่พลเมืองดีช่วยกันดับเพลิงไว้ได้ทัน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณริมถนนตลาดอ่าวลึกเหนือใกล้ร้านจำหน่าย ถุงฝาเกลียว ซองฝาเกลียว อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ตำรวจ สภ.อ่าวลึก พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัย กำลังพยายามเกลี้ยกล่อม ชายอายุ 47 ปี หลังก่อเหตุใช้น้ำมันเบนซินราดไปตามเนื้อตัว ก่อนจุดไฟเผาตัวเองจนได้รับบาดเจ็บสาหัส (เนื้อหนังหลุดออกมาก ตามศีรษะและเส้นผมถูกเพลิงไหม้เกือบหมด) เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เวลานานกว่า 20 นาที จึงสามารถนำตัวชายคนดังกล่าวขึ้นรถไปโรงพยาบาลได้

ด้าน หญิงอายุ 63 ปี พี่สาวของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า น้องชายมักจะมีอาการประสาทหลอน คิดว่าจะมีคนเข้ามาทำร้ายอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากในอดีตเคยเสพยาเสพติดเกินขนาด (วันเกิดเหตุไม่ได้เสพยาเสพติด) โดยก่อนเกิดเหตุ ตนเองกำลังอาบน้ำอยู่ในห้องน้ำ จู่ ๆ ได้ยินเสียงชาวบ้านตะโกนว่า “มีคนคลุ้มคลั่ง ถือมีดวิ่งไล่ทำร้ายคน” วินาทีนั้นเธอมั่นใจได้ทันทีว่าต้องเป็นน้องชายแน่นอน จึงรีบออกจากห้องน้ำ ก่อนจะใส่เสื้อผ้า แล้ววิ่งออกไปดู พบว่าน้องชายกำลังยืนถือมีดพร้าอยู่ จึงวิ่งเข้าไปเพื่อที่จะแย่งมีดดังกล่าว แต่กลับถูกฟันเข้าที่ศีรษะจนเลือดไหลอาบหน้า จากนั้นน้องชายก็หยิบขวดน้ำมันเบนซินเทราดทั่วตัวเอง ก่อนจะหยิบไฟแช็กขึ้นมาจุดไฟเผาตัวเอง จนล้มลงไปนอนดิ้นทุรนทุราย แม้ว่าชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์จะเข้ามาช่วยกันดับเพลิงได้ทันท่วงที แต่ผู้ก่อเหตุกลับลุกขึ้นมาเสมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น (ทั้ง ๆ ที่ตามเนื้อตัวถูกเพลิงไหม้ จนเนื้อหนังพุพอง) ก่อนจะวิ่งไปยืนอยู่กลางถนน จากนั้นก็กระโดดโลดเต้น สร้างความตื่นตกใจกับชาวบ้านที่สัญจรผ่านไปมา ตนเองเห็นท่าไม่ดีจึงรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้เข้ามาระงับเหตุ

เบื้องต้น ด้านพี่สาวของผู้ก่อเหตุไม่มีความประสงค์ที่จะดำเนินคดีกับน้องชาย ในกรณีที่ถูกทำร้ายร่างกาย เพราะเห็นว่าเป็นคนในครอบครัว อีกทั้งไม่อยากให้เป็นเรื่องราวใหญ่โต ด้าน ตำรวจจึงฝากกำชับให้ดูแลผู้ก่อเหตุอย่างใกล้ชิด เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะกลับมาก่อเหตุทำร้ายร่างกายคนในครอบครัวได้อีก

คนงานก่อสร้างเมาสุรา พูดจาไม่เข้าหูกัน คว้ามีดแทงเสียชีวิต

คนงานก่อสร้างเมาสุรา พูดจาไม่เข้าหูกัน คว้ามีดแทงเสียชีวิต

คนงานก่อสร้างตั้งวงดื่มสุราหลังเลิกงาน พอเริ่มมึนเมาพูดจาไม่เข้าหูกัน อีกฝ่ายหยิบมีดแทงเสียชีวิต ตำรวจตามรวบตัวได้ทันควัน

ตำรวจ สภ.พนัสนิคม เข้าตรวจสอบบริเวณไซต์งานก่อสร้าง ที่อาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ริมถนนสายพนัสนิคม-เกาะโพธิ์ ตำบลนาเริก อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรีใกล้ร้านจำหน่าย ถุงฝาเกลียว ซองฝาเกลียว พบชายอายุ 30 ปี ชาวกัมพูชา ถูกอาวุธมีดแทง 1 แผล ที่ราวนมซ้ายตัดขั้วหัวใจ นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณไซต์งาน โดยมีเหล็กท่อนอีก 1 ท่อน ตกอยู่ใกล้ ๆ

สอบถามคนงานก่อสร้าง ทราบว่าผู้ก่อเหตุชื่อ นายเลื่อม (เป็นคนไทย ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง) ซึ่งเป็นคนงานก่อสร้างเหมือนกัน และยังเป็นเพื่อนกับผู้เสียชีวิตด้วย ช่วงเย็นหลังเลิกงาน ทั้งคู่จะชักชวนกันตั้งวงดื่มสุราเป็นประจำ กระทั่งวันเกิดเหตุได้ยินเสียงทั้งคู่ทะเลาะกัน จากนั้นก็ชกต่อยกัน ผู้เสียชีวิตได้หยิบท่อนเหล็กตี นายเลื่อม จนล้มลง พอ นายเลื่อม ตั้งสติลุกขึ้นมาได้ก็เดินไปที่พักคนงาน หยิบมีดออกมา แล้วปรี่เข้าไปแทงคู่กรณีเสียชีวิต หลังจากนั้นได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

ตำรวจชุดสืบสวนออกติดตามตัวทันที จนทราบว่า นายเลื่อม หลบหนีไปอยู่กับภรรยาที่หลังวัดเกาะ ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร จึงนำกำลังไปจับกุม ผู้ก่อเหตุยังมีอาการมึนเมา พูดจาวกวน ตำรวจจึงควบคุมตัวไปโรงพัก รอให้สร่างเมาจึงจะสอบสวนอีกครั้ง