คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวสารประจำวัน

หนุ่มซิ่งเก๋ง จะไปรับแฟนสาว รถเหินข้ามรั้วกั้นตกทางด่วน พังยับล้อชี้ฟ้า ดับสลดคาที่

หนุ่มซิ่งเก๋ง จะไปรับแฟนสาว รถเหินข้ามรั้วกั้นตกทางด่วน พังยับล้อชี้ฟ้า ดับสลดคาที่

หนุ่มซิ่งเก๋ง จะไปรับแฟนสาว รถเหินข้าม รั้วกั้นตกทางด่วนบูรพาวิถี ช่วงหลักกม.ที่ 25 ขาออกมุ่งหน้าจังหวัดชลบุรี รถพังยับ ล้อชี้ฟ้า คนขับดับสลด

เมื่อเวลา 00.05 น.วันที่ 9 ธ.ค. ตำรวจสภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ พร้อม มูลนิธิร่วมกตัญญู เข้าตรวจสอบ รถยนต์ตกลงมาจากทางด่วนบูรพาวิถี ช่วงหลักกม.ที่ 25 ขาออกมุ่งหน้าจังหวัดชลบุรี ก่อนถึงด่านเก็บเงินทางลงบางเสาธง – บางบ่อ จ.สมุทรปราการที่เกิดเหตุบนถนนบางนา – ตราด ที่ช่องทางด่วนขาออกมุ่งหน้าจังหวัดชลบุรี ย่านโรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป พบรถยนต์เก๋ง นิสสัน อาเมร่า สีขาว ทะเบียน ฆฎ 4588 กทม. สภาพหงายท้องล้อชี้ฟ้า ตกลงมาจากความสูงมากกว่า 20 เมตร พังยับเยิน ภายในรถพบร่างผู้เสียชีวิต ทราบชื่อคือ นายพศวัต อายุ 30 ปี กู้ภัยใช้เครื่องตัดถ่าง นำร่างของผู้เสียชีวิตออกมาเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายขับรถมาจากย่านทองหล่อ เพื่อจะมาหาแฟนที่อยู่ซอยมหาวิทยาลัยใกล้ที่เกิดเหตุ และต้องใช้ทางลงตรงทางด่วน คาดว่าน่าจะขับรถมาด้วยความเร็วสูง ก่อนจะหักเลี้ยวเข้าช่องทางออกอย่างกะทันหัน รถเกิดเสียหลักพุ่งชนเสาป้ายไฟร่วม ก่อนปีนขึ้นไปรั้วปูนกั้นขอบทางด่วนและตกลงมาด้านล่าง

รอยสักแขนขวา! เหยื่อจำได้พาร่างสะบักสะบอม แจ้งตร.แกะรอยล่าจับหนุ่มหื่นเสื้อคลุมหน้า

รอยสักแขนขวา! เหยื่อจำได้พาร่างสะบักสะบอม แจ้งตร.แกะรอยล่าจับหนุ่มหื่นเสื้อคลุมหน้า

รอยสักแขนขวา! เหยื่อจำได้พาร่างสะบักสะบอม แจ้งตร.แกะรอยล่าจับหนุ่มหื่นเสื้อคลุมหน้า

วันที่ 30 พ.ย.2563 เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สภ.วิชิต จ.ภูเก็ต ร่วมกับ ตำรวจชุดสืบสวน กก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต เข้าจับกุมนายอมร อายุ 34 ปี พนักงาน รปภ. โรงงานผลิต ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดภูเก็ต ที่327/2563 ลงวันที่ 30 พ.ย.2563 หลังก่อเหตุทำร้ายร่างกายแล้วลากตัวหญิงไปขืนใจในป่าหญ้าแล้วหลบหนีมาทำงานรับจ้างตัดหญ้าในพื้นที่ ต.ฉลองสำหรับคดีนี้ เกิดขึ้นวันที่ 11 พ.ย.ที่ผ่านมา เมื่อผู้เสียหายเป็นหญิง อายุ 41 ปี พาร่างสะบักสะบอมเข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.สุรชาติ ทองใย รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.วิชิต ว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.00 น.ขณะกำลังดูแลสวนผักในพื้นที่ ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต มีชายอายุประมาณ 30-35 ปีใช้เสื้อสีขาวปิดคลุมหัวและสวมหมวกสีน้ำตาล แขนขวามีรอยสัก เข้ามาประชิดตัวและใช้อาวุธคล้ายปืนข่มขู่ขอเงิน 200 บาทเมื่อบอกว่าไม่มีให้ จึงถูกกระชากลากเข้าไปในป่าชกท้องขืนใจ

จากนั้นตำรวจชุดสืบสวนเร่งหาเบาะแสติดตามจับกุมตัว พร้อมตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุจนได้เบาะแส ประกอบกับได้พยานแวดล้อมระบุตัวตนว่า คนร้ายคือนายอมร ซึ่งมักขับขี่รถจักรยานยนต์มาที่เกิดเหตุบ่อยครั้ง พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานขอศาลออกหมายจับ จากนั้นชุดสืบสวนติดตามจับกุมตัวได้ในที่สุด

สอบสวนเบื้องต้น นายอมร ยอมรับสารภาพว่าใช้ปืนปลอมข่มขู่ผู้เสียหายลากเข้าป่าขืนใจจริง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหานำตัวส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป ซึ่งพบว่านายอมร เคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้ว

แม่หยิบส่งให้! แบงก์ร้อยสุดท้ายในกระเป๋า ลูกโมโหขอ300 คว้าไม้ไล่ตีทรุดนั่งเจ็บน้ำตาตกใน

แม่หยิบส่งให้! แบงก์ร้อยสุดท้ายในกระเป๋า ลูกโมโหขอ300 คว้าไม้ไล่ตีทรุดนั่งเจ็บน้ำตาตกใน

แม่หยิบส่งให้! แบงก์ร้อยสุดท้ายในกระเป๋า ลูกโมโหขอ300 คว้าไม้ไล่ตีทรุดนั่งเจ็บน้ำตาตกใน

วันที่ 25 พ.ย.2563 พ.ต.ท.ชาญวุติ เทียมมงคล สวป.สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี รับแจ้งจากชาวบ้านมีเหตุลูกชายทำร้ายแม่แท้ๆได้รับบาดเจ็บ ภายในห้องเช่าไม่มีเลขที่ ข้างโรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พบหญิง อายุ 60 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกของแข็งตีเข้าบริเวณหัวเข่านั่งทรุดอยู่หน้าห้องเช่าสอบสวนระบุว่า ถูกลูกชายคนโต อายุ 35 ปี มีนิสัยเกเร ไม่มีงานทำ มาขอเงิน 300 บาทจะไปซื้อเหล้า แต่ตนไม่มีเงินให้ เหลืออยู่เพียง 100 บาทก็ให้เขาไป ทำให้ลูกชายไม่พอใจเพราะเงินไม่พอซื้อเหล้าวิ่งไปหยิบท่อนไม้มาไล่ตีจนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยถูกลูกชายเอามีดข่มขู่เอาเงินไปซื้อเหล้ามาแล้ว พ.ต.ท.ชาญวุติ จึงประสานหน่วยกู้ภัยมารับตัวส่งรพ.ชลประทานจากนั้นเจ้าหน้าที่ ออกติดตามจับกุมลูกชายได้ สภาพมึนเมาสุราอย่างหนัก พูดจาวกไปวนมาไม่รู้เรื่อง ก่อนให้พาไปเอาท่อนไม้ของกลางที่ใช้ทุบตีแม่หลังเอาไปโยนทิ้งในป่าข้างทาง ก่อนควบคุมตัวไปสอบสวนแจ้งข้อหาส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผัวยิงเมียท้อง 3 เดือน ก่อนจ่อขมับตัวเองสาหัส โมโหถูกเมียบังคับให้ขอเงินแม่

ผัวยิงเมียท้อง 3 เดือน ก่อนจ่อขมับตัวเองสาหัส โมโหถูกเมียบังคับให้ขอเงินแม่

ผัวโมโหเมียบังคับให้ขอเงินแม่ ชักปืนยิงเมียที่กำลังท้อง 3 เดือน ก่อนยิงขมับตัวเองสาหัส

(23 พ.ย.63) เมื่อเวลา 14.00 น.  ร.ต.อ.คำรณค์ จันทร์ทิตย์ ร้อยเวร ชุมแสง อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันที่บริเวณด้านหลังโรงงานผลิต ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย จึงรีบรายงานให้ พ.ต.อ.นิวัติ พิพัฒนสิริ ผกก.สภ.ชุมแสง ทราบก่อนจะเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกับ พ.ต.ท.อภิเชษฐ์ ภู่ทอง รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.สมนึก เดชรัตน์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.นิพัฒน์ แท่งทอง สว.สส. และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนในสังกัด รวมถึงเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพสว่างชุมแสง  

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบร่างของ นายดีเด่น อายุ 45 ปี นอนหายใจรวยรินอยู่บนกองเลือด ในสภาพมีมีรอยถูกยิงด้วยอาวุธเข้าที่ขมับขวา แต่ไม่ทะลุ โดยที่มือข้างขวาของเจ้าตัวกำอาวุธปืนสั้นแบบออโตเมติก ยี่ห้อโนริงโก้ ซึ่งยังมีกระสุนปืนขนาด 7.65 คาอยู่ในแมกกาซีน จำนวน 3 นัด ส่วนในที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนขนาดเดียวกันตกอยู่ อีก 2 ปลอก จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐานก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพกู้ภัยจะนำร่างนายดีเด่นส่งไปรักษายังโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน เนื่องจากอาการสาหัส และในขณะเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ยังทราบด้วยว่า เหตุการณ์นี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกราย คือ นางภาดา อายุ 45 ปี ถูกนายดีเด่น ผู้เป็นสามีใช้อาวุธปืนยิงเข้าที่ราวนมข้างซ้ายจนได้รับบาดเจ็บ และถูกเจ้าหน้าที่นำตัวส่งไปรักษายังโรงพยาบาลก่อนหน้านี้แล้ว 

จากการสอบถาม น.ส.จินดานุช อายุ 16 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ให้การว่า นายดีเด่นผู้บาดเจ็บมีบ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามกับด้านหลังศูนย์ท่ารถ โดยพักอาศัยอยู่กับนางภาดา ผู้เป็นภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ได้ 3 เดือน ซึ่งก่อนเกิดเหตุ พบว่า ตั้งแต่ช่วงเช้านายดีเด่นและนางภาดาเกิดมีปากเสียงและออกมาทะเลาะกันที่หน้าบ้านมาแล้วครั้งหนึ่งก่อนที่ช่วงบ่ายทั้งคู่จะออกมาทะเลาะกันอีกครั้ง แต่คราวนี้ นายดีเด่นเกิดบันดาลโทสะ เดินถือปืนออกมายิงใส่นางภาดาที่ริมถนนหน้าบ้าน จนนางภาดาร่วงล้มลงไปกับพื้น

จากนั้น นายดีเด่นจึงใช้อาวุธปืนกระบอกเดิมจ่อยิงที่ขมับของตนเองจนล้มจมกองเลือดไปอีกราย โดยมีชนวนสาเหตุมาจากนางภาดาบังคับให้นายดีเด่นไปขอเงินจากแม่ผัว จำนวน 5,000 บาท เพื่อให้พานางภาดาไปบำบัดยาเสพติด และเก็บเอาไว้บำรุงครรภ์ แต่นายดีเด่นไม่ทำตาม เพราะกลัวถูกแม่ว่า จึงทำให้ทั้งคู่เกิดทะเลาะกันจนนายดีเด่นต้องใช้อาวุธปืนยิงตัดสินปัญหาดังกล่าว 

อย่างไรก็ตาม มีรายงานด้วยว่า นายดีเด่นและนางภาดา มีพฤติกรรมติดยาเสพติดทั้งคู่ และเคยตกเป็นผู้ต้องหาเกี่ยวพันกับยาเสพติดมาแล้วหลายครั้ง แต่นายดีเด่นได้กลับตัวกลับใจเลิกยาได้ก่อนแล้ว ซึ่งสวนทางกับนางภาดาที่ยังเลิกยาไม่ได้ ทั้งที่ตัวเองกำลังตั้งครรภ์ได้ 3 เดือน โดยจากการสอบถามเพื่อนบ้านหลายราย ต่างระบุว่า นางภาดามีอาชีพขายไก่ทอด นายดีเด่นไม่มีอาชีพ และทั้งคู่ก็มักจะมีปากเสียงทะเลาะกันในเรื่องเงินทองให้เพื่อนบ้านเห็นทุกวันจนชินตา แต่ก็ไม่คาดคิดว่า คราวนี้นายดีเด่นจะตัดสินใจใช้ปืนยิงภรรยาและตนเองเพื่อหวังจบปัญหา โดยล่าสุดมีรายงานว่า ขณะนี้ นางภาดาอยู่ในอาการปลอดภัยแล้ว ส่วนนายดีเด่นอาการค่อนข้างสาหัส และถูกนำตัวย้ายส่งไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ อ.เมืองนครสวรรค์ แล้ว

คุณยายรู้ตัวป่วยมะเร็ง สะสมของชำร่วย-เงินสดไว้แจกงานศพตัวเอง ผ่านไป 20 ปีได้ใช้

คุณยายรู้ตัวป่วยมะเร็ง สะสมของชำร่วย-เงินสดไว้แจกงานศพตัวเอง ผ่านไป 20 ปีได้ใช้

งานศพยายวัย 63 แจกของชำร่วยนับพันชิ้นที่ผู้ตายสะสมมาตั้งแต่ยังสาว 20 ปีก่อน หลังรู้ตัวว่าป่วยมะเร็ง 

(16 พ.ย.63) เวลา 21.30 น. ผู้สื่อข่าวเดินางไปงานศพของ คุณยายบุญยืน แช่มอุษา อายุ 63 ปี ภายในชุมชนบ้านเกาะลอย หมู่ที่ 6 ตำบลในคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ย่านโรงงานผลิต ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว ที่คุณยายเพิ่งเสียชีวิตลงในช่วงเที่ยง ส่วนสาเหตุที่ผู้สื่อข่าวต้องเดินทางไปงานศพของคุณยาย เพราะคุณยายบุญยืนป่วยเป็นโรคมะเร็ง เมื่อ 20 กว่าปีก่อน นับตั้งแต่นั้นมา คุณยายบุญยืน ก็เริ่มสะสมข้าวของเครื่องใช้ อย่างเช่น พัดลม ตารีด กาต้มน้ำร้อนไฟฟ้า หม้อหุงข้าว กระเช้าเครื่องใช้ กระเช้าเครื่องครัว ดอกไม้จัน ผ้าเช็ดหน้า ผ้าขนหนู ช้อนส้อม โดยเฉพาะพัดลมไฟฟ้าที่มีทุกขนาดตั้งแต่ 12, 14, 16, และ 18 นิ้ว รวมแล้วเกือบ 1,000 ชิ้น เพื่อจะเอาไว้แจกเป็นของชำร่วยให้กับผู้ที่มางานศพของคุณยาย

และนอกจากจะมีข้าวของเครื่องใช้แล้ว ทุกชิ้น คุณยายบุญยืน ยังติดเงินสดไว้ที่ของชำร่วยด้วย มีตั้งแต่ธนบัตรใบละ 20 บาท ไปจนถึงใบละ 1,000 บาท และยังไม่ได้ติดไว้แค่ชิ้นละใบด้วย โดยเริ่มตั้งแต่ชิ้นละ 3 ใบไปจนถึงชิ้นละเกือบ 10 ใบ มูลค่าเงินสดไม่น่าจะน้อยกว่า 20,000 บาท 

นางสาวอรัญญา แช่มอุษา อายุ 54 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ตำบลในคลองบางปลากด เล่าว่า คุณยายบุญยืน มีศักดิ์เป็นพี่สะใภ้ของตน และ คุณยายบุญยืน มีสามีเป็นสัปเหร่อของวัดใหญ่ในคลองบางปลากด เมื่อปี 2543 คุณยายบุญยืน ทราบว่าตนป่วยเป็นมะเร็งลำใส้ และต้องรักษาตัวอยู่ที่บ้านมาโดยตลอด จนปลงตกกับชีวิต จึงได้เริ่มซื้อของใช้สะสมทีละชิ้นมาโดยตลอดถึง 20 ปี เพื่อจะเอาไว้แจกจ่ายให้แขกที่มร่วมงานศพ เพราะของที่ผู้ตายซื้อมาล้วนแต่เป็นของใช้ที่เป็นประโยชน์กับผู้รับทุกชิ้น ถึงแม้ญาติพี่น้อง และลูกหลาน ห้ามปรามแล้ว แต่ผู้ตายก็ไม่เลิกล้มความตั้งใจ กระทั่งเมื่อประมาณช่วงเที่ยงของวันนี้ คุณยายบุญยืน ก็จากไปอย่างสงบ โดยก่อนสิ้นใจได้กำชับลูกหลานครั้งสุดท้ายว่า ให้นำของที่สะสมมาทั้งหมดไปใช้ในงานศพของคุณยาย และมื่อเสร็จงานแล้วให้นำไปบริจาคทั้งหมด 

โดยตนได้ปรึกษากับครอบครัวของผู้ตายเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า จะทำตามคำสั่งเสียของคุณยาย โดยจะนำของที่คุณยายสะสมมาทั้งหมดไปมอบให้กับวัด โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และผู้ยากไร้ทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ เพื่อเป็นบุญกุศลตามคำสั้งเสียของคุณยาย โดยศพของคุณยาย ทางญาติได้นำไปบะเพ็ญกุศลที่วัดใหญ่บางปลากด เป็นเวลา 7 คืน และจะมีพิธีฌาปนกิจศพในวันอาทิตย์ 22 พฤศจิกายน และหลังจากงานศพ ทางลูกหลานก็จะเริ่มนำของทั้งหมดออกออกไปมอบให้ผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้ต่อไป

ระแวงชายทุกคนที่คุยกับเมีย ผัวคว้าท่อนเหล็กกระหน่ำตีเมียวัย 52 ดับคาวงข้าว

ระแวงชายทุกคนที่คุยกับเมีย ผัวคว้าท่อนเหล็กกระหน่ำตีเมียวัย 52 ดับคาวงข้าว
หนุ่มใหญ่หึงโหด คว้าท่อนเหล็กกระหน่ำตีกกหูเมียดับคาที่ขณะนั่งกินข้าว ญาติเผยผู้ก่อเหตุระแวงชายทุกคนที่คุยกับเมีย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (13 พ.ย.) เมื่อเวลา 08.00 น. สภ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งมีเหตุฆ่ากันตายภายในบ้านหลังหนึ่ง ในหมู่บ้านตลาดแย้ ต.หนองบัว อ.ปะคำ ใกล้กับร้านจำหน่ายที่ตัดเทป ตัวตัดเทปที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว บริเวณครัวหลังบ้านพบศพ นางแตงกวา อายุ 52 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณพื้น ในสภาพมีรอยถูกของแข็งตีที่บริเวณกกหูซ้ายเป็นแผลฉกรรจ์ เลือดไหลนองเต็มพื้น
สอบถามญาติผู้ตายทราบว่าผู้ก่อเหตุ คือ นายบัญญัติ หรือ เอียง อายุ 60 ปี ซึ่งเป็นสามีของผู้ตาย และหลังก่อเหตุได้หลบหนีพร้อมท่อนเหล็กที่ใช้ก่อเหตุ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และขอความร่วมมือผู้นำหมู่บ้านช่วยติดตามตัว โดยทราบว่าผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในป่ามันสำปะหลัง ใกล้กับวัดดอนนางงาม
ด้าน นางสาวเข็มทราย อายุ 47 ปี น้องสาวคนตาย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นผู้ตายกลับจากส่งลูกชายอายุ 12 ปี ที่โรงเรียน และกำลังเตรียมสำรับข้าวนั่งกินข้าวในครัว จากนั้นก็เห็นนายบัญญัติ สามีผู้ตาย เดินถือท่อนเหล็กขนาดใหญ่เดินตรงไปที่ครัว แล้วไปกระหน่ำตีที่บริเวณเมียตัวเอง ขณะที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่
ตนตกใจมากพยายามตะโกนห้ามและเรียกให้คนมาช่วย แต่ขณะที่วิ่งออกไปเรียกคนมาช่วย พบว่าผู้ก่อเหตุได้เดินหลบหนีออกไปแล้ว พอวิ่งมาดูพบว่าพี่สาวนอนเสียชีวิตแล้ว
ที่ผ่านมาทั้งคู่มีปากเสียงทะเลาะและตีกันประจำ เพราะสามีเป็นคนขี้หึงแบบไม่มีสาเหตุเห็นพี่สาวคุยกับผู้ชายคนไหนก็จะระแวงไปหมด จึงมีปากเสียงกันบ่อยเวลาตีกันก็จะมาช่วยห้ามปรามหลายครั้ง บางครั้งถึงขั้นก็ขู่ฆ่าเมียต่อหน้าลูกชายคนเล็ก แต่ครั้งนี้ไม่คิดว่าพี่เขยทำจะทำรุนแรงถึงขั้นฆ่าพี่สาวเสียชีวิต ก็เสียใจมากที่ไม่คิดว่าพี่เขยจะทำรุนแรงแบบนี้
ขณะที่ นายสงบ อายุ 63 ปี พี่เขยผู้ตาย เล่าให้ฟังว่า ตนกำลังกลับมาจากนาเห็นผู้ก่อเหตุถือเหล็กขนาดใหญ่เดินออกมาจากบ้านตน จึงถามว่าจะไปไล่ตีใคร โดยผู้ก่อเหตุไม่พูดไม่จาและรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นตนเดินเข้าไปถึงตัวบ้านก็ได้ยินพี่น้องสาวผู้ตายตะโกน บอกว่า แตงกวาตายแล้วๆ ตนก็ตกใจแต่ช่วยไม่ทันแล้ว

ที่ผ่านมาก็พบว่าผู้ก่อเหตุมักจะมีเรื่องหึงหวงและตบตีผู้ตายเป็นประจำ แต่ก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเพราะถือว่าเป็นเรื่องครอบครัว 
นายบัญญัติ ผู้ก่อเหตุ ขณะเข้ามอบตัว
นายบัญญัติ ผู้ก่อเหตุ ขณะเข้ามอบตัว
ล่าสุด นายบัญญัติ ผู้ก่อเหตุ ได้ติดต่อให้นายปิยพงษ์ จูกุล ผู้ใหญ่บ้านพาเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปะคำ พร้อมท่อนเหล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 เซนติเมตร ยาวประมาณ 1 เมตร ซึ่งเป็นหลักฐานที่ใช้ก่อเหตุ มามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย พร้อมยอมรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุทำร้ายภรรยาจริง แต่ไม่ยอมเปิดปากถึงสาเหตุ
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้แจ้ง 2 ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย และกระทำความรุนแรงในครอบครัว   

หนุ่มแท็กซี่ กินทั้งไวอากร้า ทั้งเหล้า ก่อนควงสาวขึ้นสวรรค์ สุดท้ายหัวใจวายดับคาโรงแรม

หนุ่มแท็กซี่ กินทั้งไวอากร้า ทั้งเหล้า ก่อนควงสาวขึ้นสวรรค์ สุดท้ายหัวใจวายดับคาโรงแรม

เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 ร.ต.อ.คเณศ งามประเสริฐ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมือง สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีชายเสียชีวิตภายในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านถนนศรีนครินทร์ ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ย่านโรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการเดินทางเข้าตรวจสอบ

ภายในห้องดังกล่าวได้พบเป็นห้องพิเศษซึ่งภายในห้องดังกล่าวแบ่งออกเป็นห้องนอนจำนวน 3 ห้อง และตรงกลางเป็นห้องสำหรับสังสรรค์ บนโต๊ะกลางห้องสังสรรค์ได้พบว่ามีการตั้งวงกินเหล้ากันอยู่ มีทั้งขวดน้ำ เหล้าและอาหารว่างอยู่เต็มโต๊ะ ที่โซฟายาวที่ใช้สำหรับนั่งได้พบร่างของนายเทพ (นามสมมุติ) อายุ 44 ปี อาชีพขับแท็กซี่และเป็นอาสากู้ภัยมูลนิธิแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร นอนหงายเปลือยกายท่อนล่างเสียชีวิตอยู่บนโซฟาตัวดังกล่าวในสภาพสวมเสื้อแขนยาวลายตัดดำเทาเพียงตัวเดียวน้ำลายฟูมปาก ตามร่างกายไม่พบร่องรอยหรือบาดแผลการถูกทำร้ายแต่อย่างใด จึงได้มอบศพให้มูลนิธินำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช

ตรวจสอบภายในห้องดังกล่าว พบยาไม่ทราบชนิดสีเหลือง วางอยู่ที่ชั้นหน้าทีวีจำนวน 2 เม็ด และยาชนิดน้ำขวดขนาดเล็กวางอยู่ และจากการตรวจค้นในรถแท็กซี่ของผู้ตายที่จอดอยู่ข้างห้องได้พบยาไวอาก้าอยู่ในซองสีฟ้าจำนวน 1 แผงและยาน้ำใช้สำหรับทาอีก 1 ขวดเล็ก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยพนักงานโรงแรมได้ให้ข้อมูลว่าผู้ตายและพวกหลายคน ซึ่งมีทั้งชายและหญิงได้เข้ามาเปิดห้องแบบเดียวกันจำนวน 2 ห้อง ซึ่งแต่ละห้องจะมีห้องนอนแยกอยู่ภายในอีก 3 ห้องโดยมีเปิดตั้งแต่ช่วงบ่าย หลังจากนั้นก็เห็นพรรคพวกที่มากับผู้ตายได้ออกไปซื้ออาหารและเหล้ามานั่งดื่มกันในห้อง จนกระทั้งกลางดึกได้มีรถของโรงพยาบาลและรถมูลนิธิวิ่งเข้ามาจึงทราบว่ามีผู้เสียชีวิต

จากการสอบถามเพื่อนของผู้ตายที่มานั่งดื่มกันในห้อง ได้เล่าว่า ปกติแล้วพวกตนและผู้ตายก็จะมาเปิดห้องของโรงแรมดังกล่าวเพื่อสังสรรค์และหาความสุขกันอยู่เป็นประจำทุกเดือนอยู่แล้ว และเมื่อช่วงหัวค่ำก่อนที่ผู้ตายจะเข้าไปหาความสุขกับหญิงสาว ก็ได้หยิบเอายาไวอาก้า ออกมากิน ก่อนที่จะเข้าไปหาความสุขกับหญิงสาว เวลาผ่านไปประมาณเกือบชั่วโมงผู้ตายได้ออกมาจากห้อง ก่อนที่จะมาล้มตัวนอนอยู่บนโซฟาในสภาพท่อนล่างเปลือยเปล่า ไม่นุ่งกางเกง ใส่เพียงเสื้อแขนยาวเพียงตัวเดียวเท่านั้น พร้อมทั้งบอกว่าเพลียมากขอนอนพัก ตนและเพื่อนๆ ก็ยังนั่งดื่มกันอยู่ เพราะคิดว่าผู้ตายคงจะเพลีย และนอนหลับจึงไม่มีใครสนใจ จนกระทั่งมาสังเกตเห็นว่ามีน้ำลายไหลออกมาฟูมปากของผู้ตาย จึงได้มาเขย่าตัวเรียกแต่ผู้ตายไม่สนองตอบ ด้วยความตกใจจึงได้โทรศัพท์แจ้งข้อความช่วยเหลือจากสายด่วน 1669 พักใหญ่รถและทีมพยาบาลของโรงพยาบาลก็มาถึงและจากการตรวจเช็คพบว่าผู้ตายเสียชีวิตก่อนแล้ว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า ที่ผู้ตายเสียชีวิตน่าจะจากอาการหัวใจวายเฉียบพลัน เนื่องจากผู้ตายดื่มทั้งเหล้าและกินยาไวอาก้าเข้าไปและร่วมหลับนอนกับหญิงสาวจนร่างกายเกิดการอ่อนเพลียและหัวใจวายดังกล่าว อย่างไรก็ตามจะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

พ่อหัวร้อนลูกฟ้องโดนเพื่อนแกล้ง บุกตบเด็ก ป.3 เลือดออกหูกลางสนามเด็กเล่น (คลิป)

พ่อหัวร้อนลูกฟ้องโดนเพื่อนแกล้ง บุกตบเด็ก ป.3 เลือดออกหูกลางสนามเด็กเล่น (คลิป)

(4 พ.ย.63) เมื่อเวลา 19.00 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณสนามเด็กเล่น ภายหมู่บ้านเอื้ออาทรบางบัวทอง 2 ถ.บางกรวย-ไทรน้อย ย่านโรงงานผลิต ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ หมู่ที่ 4 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์คลิปข้อความว่า “แชร์ให้หน่อยครับหลานผมโดนตบแค่เด็กมันเล่นกัน ผู้ใหญ่ทำงี้ถูกต้องป่าว #เอื้ออาทรบางบัวทอง2”  จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก เหตุเกิดวันที่ 1 พ.ย. 63 เวลาประมาณ 16.00 น.

จากการสอบถาม ด.ช.ลีโอ นักเรียนชั้น ป.3 ที่ปรากฎอยู่ในคลิป เล่าว่า มีผู้ชายคนหนึ่งเดินลงมาจากรถแล้วมาตบเพื่อนของตน 1 ครั้งและมีการพูดต่อว่าเพื่อน หลังจากนั้นเดินเข้ามาหาตนแล้วตบเข้าที่ศีรษะตน 1 ครั้ง แล้วเดินออกไป จากนั้นจึงเดินย้อนกลับมาตบตนอีก 1 ครั้ง แล้วด่าว่าตนว่าแกล้งลูกเขาทำไม แล้วเดินขึ้นรถก่อนขับออกไป

ทางด้านนายจินตา อายุ 49 ปี ประธานหมู่บ้านเอื้ออาทรบางบัวทอง 2 ซึ่งเป็นลุงของน้องลีโอ กล่าวว่า ตนได้รับแจ้งว่ามีการทำร้ายเด็กที่สนามเด็กเล่น ใกล้ตึก 29 จึงได้มาตรวจสอบพบว่าเป็นหลานของตัวเอง ตนจึงได้เข้ามาสอบถามและนำตัวหลานส่งโรงพยาบาล ส่วนสาเหตุมาจาก เด็ก 2 คน เล่นอยู่ด้วยกันเกิดทะเลาะกันแล้วไปฟ้องพ่อแม่ ฟ้องยาย ต่อมาทางพ่อกับแม่เด็กก็เลยมาที่สนามเด็กเล่น ทางพ่อของเด็กที่เล่นกับน้องลีโอได้เดินเข้ามาตบเพื่อนของน้องลีโอ และตบน้องลีโอด้วย ตอนอยากจะฝากสื่อให้ช่วยสอบถามว่าทำไมถึงได้ทำกับเด็กได้ขนาดนี้ ทางตนได้เข้าแจ้งความที่ สภ.บางบัวทองเรียบร้อยแล้ว ส่วนอาการของน้องลีโอตอนนี้มีอาการหวาดผวา ตกใจ นอนสะดุ้ง

จากการสอบถามนางส้ม อายุ 34 ปี แม่ค้าขายลูกชิ้นที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ตนเห็นเด็กเล่นกันตามปกติ มีตบหัวเล่นกันเป็นเรื่องธรรมดา แต่ทางเด็กอีกคนที่ชื่อปริ๊นท์ที่เล่นกับน้องลีโอไปฟ้องพ่อกับแม่ว่าถูกแกล้ง ทางพ่อของน้องปริ๊นท์ได้ขับรถเก๋งสีดำมาจอดแล้วตะโกนเสียงดังว่า “ไอ้เด็กคนไหนตบลูกกู” แล้วเขาบอกให้ลูกเขาชี้ จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปตบเด็กชายนนท์ 1 ครั้ง ที่ศีรษะ ซึ่งน้องนนท์ไม่ได้เล่นกับลูกเขา สักพักนึงจึงหันมาตบน้องลีโอ 1 ครั้ง ที่ศีรษะ หลังจากนั้นตบซ้ำอีก 1 ครั้ง จนเลือดออกที่หูของน้องลีโอ ทางตนนั่งเช็ดเลือดให้แล้วบอกกับทางตาของน้องลีโอให้พาน้องลีโอไปแจ้งความ ผ่านไปสักพักทางยายกับป้าของเด็กได้เข้ามาที่สนามเด็กเล่นแล้วมาตะโกนต่อว่า โวยวายเสียงดังใครตบหลานเขา ตนจึงอธิบายให้ยายของเด็กฟังว่าเด็กเล่นกันตนอยู่ในเหตุการณ์มีแกล้งกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา

ต่อมาเวลา 20.00 น. นายณัฐพงศ์ อายุ 42 ปี มือตบเด็กที่ปรากฏอยู่ในคลิปได้เดินทางไปพบ พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางบัวทอง โดยทางนายณัฐพงศ์เล่าว่า ขณะที่ตนขับรถอยู่ลูกได้โทรเข้ามาหา บอกว่า “มารับหนูหน่อย หนูไม่กล้าปั่นจักรยานกลับบ้าน” เนื่องจากถูกเพื่อนตบและแกล้ง ตนจึงได้ขับรถวนเข้ามารับลูกและสอบถามเด็กที่อยู่แถวนั้น บอกว่าคนที่ทำร้ายอยู่ในกลุ่มเด็กที่กำลังเล่นกันอยู่ ตนจึงบันดาลโทสะว่าทำไมมาแกล้งลูกชายของตน ตนจึงตบศีรษะไปคนละครั้ง มีเด็กที่อยู่ในเหตุการณ์บอกว่าน้องลีโอเป็นคนสั่งให้แกล้งน้องปริ๊นท์ลูกชายของตน ตนจึงตบซ้ำไปที่น้องลีโออีก 1 ครั้ง ลูกของตนมาฟ้องว่าถูกเด็กกลุ่มนี้ทำร้ายบ่อยครั้ง ตนอยากฝากขอโทษกลุ่มคนที่อยู่ในโลกโซเชียลว่าตนไม่ได้ตั้งใจเป็นการบันดาลโทสะ ตนอยากจะขอโทษพ่อแม่เด็กว่าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ

ด้าน พ.ต.อ.สิรภพ กล่าวว่า ทางผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ลูกชายตอนถูกรังแกด้วยความโมโห จึงได้ใช้กำลังทำร้าย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาทำร้ายผู้อื่นไม่ถึงกับเกิดอันตรายแก่กายและจิตใจ อยากฝากถึงผู้ปกครองว่าให้ใจเย็นๆ มีสติ เด็กเล่นกันตามประสาของเด็ก ถ้ารุนแรงเกินไปก็ให้พูดเตือนอย่าใช้กำลังทำร้าย

แค้นธนาคารไม่อนุมัติให้กู้เงิน หนุ่มเมายาควงปืนยาวยิงตู้เอทีเอ็มพังยับเยิน

หนุ่มไม่พอใจที่กู้เงินธนาคารไม่ได้ จึงเอาปืนไปยิงตู้เอทีเอ็มของธนาคารเพื่อระบายความแค้น

(5 ต.ค.63) เมื่อเวลา 14.10 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด.ต.สุริยา ริปันโน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สภ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานีขับรถยนต์จะเดินทางไปทำธุระที่ อ.เดชอุดมโดยขณะที่กำลังขับรถผ่านตลาดนัดบ้านโนนแดง หมู่ที่ 8 ต.บ้านตูมต.นาจะหลวย อ.นาจะหลวย จ.อุบลราชธานี พบคนร้ายได้ใช้อาวุธปืนยาวไทยประดิษฐ์ ยิงใส่ตู้เอทีเอ็มซึ่งอยู่ตรงร้านค้าตรงร้านจำหน่าย ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก หลังก่อเหตุได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีมุ่งหน้าไปทางอำเภอเดชอุดม และได้ขับรถยนต์ติดตามไปห่างๆ พร้อมได้โทรศัพท์แจ้งประสานชุดสืบสวน สภ.นาจะหลวย ทราบเพื่อขอกำลังมาสมทบ

โดยคนร้ายได้ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดที่บริเวณบ้านหลังหนึ่งภายในหมู่บ้านโนนเกษมหมู่ที่ 9 ต.โนนสมบูรณ์ อ.นาจะหลวย จึงได้จอดรถดักซุ่มอยู่หลังจากที่ชุดสืบสวนนำโดย พ.ต.ท.ธราเชษฐ์ อบเหลือง รอง ผกก.สืบสวนสภ.นาจะหลวย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจถูธรจังหวัดอุบลราชธานีนำโดย พ.ต.ท.บิลศักดิ์  ชัยผา สว.สส.ภ.จ.อุบลราชธานี นำเจ้าหน้าที่ตำรวจ เดินทางมาสมทบจึงวางกำลังเข้าปิดล้อมพร้อมจับกุม นายวสันต์ หรือ ไก่  อายุ 29 ปี พร้อมอาวุธปืนแก๊ปที่ใช้ก่อเหตุ

จากการสอบสวนเบื้องต้นนายวสันต์ ให้การรับสารภาพว่า ไม่พอใจที่กู้เงินธนาคารไม่ได้ หลังจากที่เสพยาบ้าเข้าไปแล้ว จึงได้ขี่รถจักรยายนต์นำปืนไปยิงตู้เอทีเอ็มของธนาคารเพื่อระบายความแค้น

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.นาจะหลวย เพื่อดำเนินคดีในข้อหามีปืนแก๊ปยาว (ไทยประดิษฐ์) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต,พาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันสมควรยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุในเมือง หมู่บ้าน หรือที่ชุมชนและเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 โดยผิดกฎหมายดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

หนีตายวุ่น! ร้านของเก่าทำสารเคมีรั่ว ดมแล้วแน่นหน้าอก-หายใจไม่ออก หามส่ง รพ.นับสิบ

ชาวบ้านหนีตายอลหม่าน หลังร้านของเก่าเจาะถังเคมีในป่าหญ้าใกล้หมู่บ้านจนกลิ่นฟุ้งกระจาย ต้องหามชาวบ้านที่สูดดมนำส่งโรงพยาบาลกว่า 10 ราย

วันนี้ (28 ก.ย.) เมื่อเวลา 14.30 น. ร.ต.อ.กิตติภณ พลเดช รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางแก้ว จ.สมุทรปราการ ได้รับแจ้งเหตุมีสารเคมีรั่วไหลที่บริเวณกลางหมู่บ้านบางพลีนิเวศน์ หลังโรงงานผลิต ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ มีชาวบ้านสูดดมสารเคมีดังกล่าวเข้าไปจนได้รับบาดเจ็บหลายราย หลังรับแจ้งจึงพร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณสุข อบต.บางแก้ว พร้อมแพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลบางพลี เดินทางเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ 

ในที่เกิดเหตุบริเวณกลางหมู่บ้านพบกลิ่นสารเคมีฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ภายในป่าข้างหมู่บ้านดังกล่าวพบถังแคปซูลความยาวประมาณ 1 เมตร ถูกทิ้งอยู่ในพงหญ้า ทำให้ต้นไม้ใบหญ้าต่างๆ ในรัศมีเกือบ 100 เมตร มีลักษณะแห้งเหี่ยวยืนต้นตาย

ขณะเดียวกันพบว่ามีชาวบ้านที่สูดดมสารเคมีเข้าไปกว่า 10 ราย มีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ถูกนำส่งโรงพยาบาลใกล้เคียงไปก่อนแล้ว เจ้าหน้าที่จึงทำการปิดล้อมพื้นที่ในรัศมีโดยรอบ พร้อมฉีดพ่นละอองน้ำขึ้นฟ้าและบริเวณถังแคปซูล ขณะเดียวกันเจ้าหน้าที่สาธารณสุข พร้อมแพทย์และพยาบาลโรงพยาบาลบางพลี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้การช่วยเหลือชาวบ้านที่อยู่บริเวณรอบๆ  

ทั้งนี้ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ละแวกที่เกิดเหตุเปิดเผยว่า เมื่อกลางดึกคืนก่อนมีคนงานร้านรับซื้อของเก่าซึ่งตั้งอยู่ในหมู่บ้านได้นำเอาถังเหล็กแคปซูลใบดังกล่าว ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับถังแก๊ส มาทำการเจาะตัดเพื่อนำเหล็กไปขายต่อ แต่เมื่อคนงานใช้แก๊สตัดถังทำให้สารเคมีไม่ทราบชนิดรั่วไหลออกมาอย่างรุนแรง ทำให้คนงาน 2 คนหมดสติจนต้องหามส่งโรงพยาบาล และยังมีประชาชนที่พักอาศัยในละแวกใกล้เคียงสูดดมสารเคมีเข้าไปจนมีอาการแน่นหน้าอกและหายใจไม่ออกต้องรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลไปอีกหลายราย ซึ่งมีเด็กรวมอยู่ด้วย รวมทั้งยังมีอาการคันตามผิวหนัง

ขณะที่ต้นไม้โดยรอบรัศมีเกือบ 100 เมตร ต่างพากันยืนต้นตาย ใบไม้ถึงกับแห้งเหี่ยว ซึ่งคาดว่าน่าจะเกี่ยวกับสารเคมีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องฉีดน้ำคุมพื้นที่โดยรอบและจัดชุดผจญสารเคมีเข้าควบคุมสถานการณ์พร้อมทั้งปิดกั้นพื้นที่ในรัศมีโดยรอบระยะไม่ต่ำกว่า 500 เมตร พร้อมทั้งฉีดพ่นละอองน้ำในชั้นบรรยากาศเพื่อเจือจางสารเคมี

ทางด้าน พ.ต.อ.ประสารทพร ศรีสุขโข ผกก.สภ.บางพลี ลงพื้นที่พร้อมประสานผู้เชี่ยวชาญด้านสารเคมีเพื่อให้ตรวจสอบหาข้อเท็จจริงว่า เกิดจากสารเคมีชนิดใดพร้อมทั้งเตรียมสอบสวนหาที่มาของถังชนิดนี้ว่าซื้อมาจากที่ใด ภายในบรรจุสารเคมีอะไร เพื่อเอาผิดผู้ประกอบการดังกล่าว

นอกจากนี้ นายธวัชชัย นามสมุทร นายอำเภอบางพลี สั่งระดมทีมสาธารณสุขบางพลีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่ตรวจสอบและให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบแล้ว โดยขณะนี้ยังคงต้องรอหน่วยงานที่เชี่ยวชาญด้านสารเคมีเข้ามาตรวจสอบและประเมินผลกระทบอย่างละเอียด เพื่อหาข้อเท็จจริงเรื่องสารเคมีและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเยี่ยวยาผู้ป่วยต่อไป