คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวสารประจำวัน

ตำรวจเตรียมเอาผิด 5 ข้อหา ผู้ชุมนุมแห่เทียนขับไล่นายกฯ

ตำรวจเตรียมเอาผิด 5 ข้อหา ผู้ชุมนุมแห่เทียนขับไล่นายกฯ

พลตำรวจตรีปิยะ ต๊ะวิชัย ในฐานะโฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผยถึงกรณีที่มวลชนกลุ่มทะลุฟ้าและกลุ่มฮาเลย์ฯ รวมตัวกันทำกิจกรรมแห่เทียนพรรษา ขับไล่นายกรัฐมนตรี ที่เริ่มเคลื่อนขบวนจากใต้สถานีรถไฟฟ้า BTS อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เข้าถนนพิษณุโลก และไปหยุดทำกิจกรรมที่บริเวณแยกพาณิชยการ จนถึงเวลาประมาณ 17.40 น. ก่อนที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะยุติและแยกย้ายเดินทางกลับ เมื่อวันที่ 25 กรกฎาคมที่ผ่านมา

โดยระบุว่า แม้การชุมนุมดังกล่าวจะไม่มีเหตุความรุนแรงเกิดขึ้น แต่จากพฤติการณ์ที่มีการปราศรัยโดยใช้เครื่องขยายเสียงบนรถบรรทุก, เดินขบวนกีดขวางการจราจร, ไม่มีการรักษาระยะห่าง, พ่นสีสเปรย์และจุดไฟเผาถุงห่อ มะม่วง ถุงห่อผลไม้ สิ่งของบนถนนสาธารณะ พิจารณาแล้วเป็นความผิดรวมหลายข้อหา เช่น ฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน, พ.ร.บ.ควบคุมโรคติดต่อ, พ.ร.บ.รักษาความสะอาดฯ, พ.ร.บ.จราจรทางบกฯ, พ.ร.บ.ควบคุมการใช้เครื่องขยายเสียงฯ และยังมีความผิดอื่นๆ อีก ที่พนักงานสอบสวน สน.พญาไท และ สน.นางเลิ้ง กำลังรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ยืนยันตัวผู้กระทำผิด เพื่อเตรียมพิจารณาดำเนินคดีตามกฎหมาย

นอกจากนี้จะมีการพิจารณาด้วยว่า พฤติการณ์ของผู้ที่ได้รับการประกันตัวที่ทำกิจกรรมดังกล่าว เข้าข่ายเป็นการผิดเงื่อนไขการได้รับประกันตัวหรือไม่ หากพบว่าเข้าข่ายผิดเงื่อนไข ก็จะรวบรวมพยานหลักฐานไปเสนอศาลพิจารณาเพิกถอนการประกันตัวต่อไป

สมุทรสาคร ปลดล็อก ใช้ผลตรวจที่อย.รับรอง ยื่นเข้าระบบกักตัว จัดส่งยาให้

สมุทรสาคร ปลดล็อก ใช้ผลตรวจที่อย.รับรอง ยื่นเข้าระบบกักตัว จัดส่งยาให้

คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร ได้ข้อสรุป ให้ประชาชนทั่วไปที่ใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kits (ATK) ที่มี อย.รับรอง ยืนยันเข้าระบบกักตัว ได้รับการดูแล

คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีนายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ประธานการประชุม เห็นชอบให้ ประชาชนทั่วไปที่ใช้ชุดตรวจ Antigen Test Kits (ATK) ที่มี อย.รับรองสามารถนำผลตรวจนี้ยืนยันต่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุข กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น รวมถึงโรงงานถุงแถบกาว ถุงแพ็คเสื้อ ในพื้นที่เพื่อเข้ารับการกักตัวศูนย์ CI – Community Isolation ที่พื้นที่ๆ ตนพักอาศัยอยู่ได้ทันที ส่วนผู้ที่ทำงานในสถานประกอบการนั้น ต้องเข้ารับการกักตัวในสถานประกอบการ หรือ FAI ตามคำสั่งของจังหวัดสมุทรสาคร

นายวีระศักดิ์ วิจิตร์แสงศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ได้ชี้แจงเกี่ยวกับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ด้วยตนเอง จากชุดตรวจ Antigen Test Kits (ATK) ว่า ขณะนี้ คณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดสมุทรสาคร ได้มีการสั่งให้ปรับระบบให้ง่ายขึ้นโดยไม่ต้องไปตรวจซ้ำที่โรงพยาบาลเพื่อยืนยันผล ส่วนขั้นตอนนั้นลำดับแรกจะต้องตรวจด้วยชุดที่ได้รับการรับรองจาก อย.แล้วเท่านั้น

หลังจากนั้นเมื่อขึ้นผลเป็น 2 ขีด ซึ่งมีความน่าจะเป็นไปได้ว่า มีผลบวกพบเชื้อโควิด-19 ก็สามารถนำผลตรวจนั้นมายืนยันกับ ผู้นำท้องถิ่น รพ.สต. อสม.ได้ทันที เพราะตอนนี้ได้สั่งการไว้แล้ว ให้รองรับผู้ติดเชื้อกลุ่มนี้ด้วย ไม่จำเป็นต้องไปตรวจยืนยันผลที่โรงพยาบาลอีก เพื่อลดความแออัด อีกทั้งยังเพื่อให้เกิดความรวดเร็วในผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียวอ่อนอีกด้วย

ศูนย์กักตัว สมุทรสาคร

แต่ทั้งนี้ผู้ที่พบเชื้อจะต้องประเมินอาการตัวเองด้วย หากเป็นผู้ป่วยที่ไม่มีอาการ อาจใช้การรักษาตัวที่บ้าน (HI) และจะมียา เครื่องใช้ที่จำเป็นส่งไปให้ แต่หากมีอาการมาก ก็จะถูกส่งตัวไปตามระบบ ส่วนในกลุ่มพนักงานโรงงานให้ติดต่อกับทางสถานประกอบการได้ทันที เพราะตอนนี้สั่งการให้ทุกสถานประกอบการ ที่มีกำลังคน 50 คน หรือ 50 แรงม้าจัดสถานที่กักตัว (FAI) ของพนักงานตนเองไว้แล้ว

สำหรับสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อโควิด 19 ในจังหวัดสมุทรสาคร จากการรายงานข้อมูลล่าสุดของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร เมื่อเวลา 24.00 น. ของวันที่ 26 กรกฎาคม 2564 พบผู้ติดเชื้อรายใหม่เพิ่มสูงขึ้นถึง 1,094 ราย จำแนกเป็นพบผู้ติดเชื้อจากค้นหาเชิงรุก 326 ราย และพบผู้ติดเชื้อที่มาจากการเข้ารับการตรวจในโรงพยาบาลอีก 766 ราย ในจำนวนนี้เป็นคนที่อยู่ในจังหวัดสมุทรสาคร 530 ราย และที่เหลือเป็นคนนอกจังหวัดอีก 236 ราย ส่วนผู้ติดเชื้อในกลุ่ม Bubble & Sealed พบในเรือนจำจังหวัดสมุทรสาคร 2 ราย ด้านผู้ติดเชื้อสะสมทั้งหมดรวม 43,703 ราย รักษาหายกลับบ้านแล้ว 29,240 ราย อยู่ระหว่างการรักษา 14,361 ราย และ ผู้เสียชีวิตสะสมอยู่ที่ 102 ราย

ขณะที่ปัญหาด้านระบบการรับผู้ติดเชื้อกลุ่มสีเขียวอ่อนในชุมชนเข้าสู่ศูนย์พักคอยคนสาคร หรือโรงพยาบาลสนามในชุมชน CI – Community Isolation ของจังหวัดสมุทรสาคร ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ทั้งหมด 35 แห่ง รวมจำนวนเตียงทั้งสิ้น 4,206 เตียง

ชายคลั่ง ใช้มีดพร้าไล่ทำร้ายพี่สาว ก่อนจุดไฟเผาตัวเอง

ชายคลั่ง ใช้มีดพร้าไล่ทำร้ายพี่สาว ก่อนจุดไฟเผาตัวเอง

ชายคนหนึ่งในจังหวัดกระบี่ เกิดอาการประสาทหลอน ซึ่งเป็นผลพวงจากในอดีตเคยเสพยาเสพติดเกินขนาด ใช้มีดพร้าวิ่งไล่ทำร้ายพี่สาวจนได้รับบาดเจ็บ ก่อนจะคลุ้มคลั่งนำน้ำมันเบนซินราดตัวเอง ก่อนจะจุดไฟเผาทั้งเป็น เคราะห์ดีที่พลเมืองดีช่วยกันดับเพลิงไว้ได้ทัน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณริมถนนตลาดอ่าวลึกเหนือใกล้ร้านจำหน่าย ถุงฝาเกลียว ซองฝาเกลียว อำเภออ่าวลึก จังหวัดกระบี่ ตำรวจ สภ.อ่าวลึก พร้อมเจ้าหน้าที่กู้ภัย กำลังพยายามเกลี้ยกล่อม ชายอายุ 47 ปี หลังก่อเหตุใช้น้ำมันเบนซินราดไปตามเนื้อตัว ก่อนจุดไฟเผาตัวเองจนได้รับบาดเจ็บสาหัส (เนื้อหนังหลุดออกมาก ตามศีรษะและเส้นผมถูกเพลิงไหม้เกือบหมด) เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เวลานานกว่า 20 นาที จึงสามารถนำตัวชายคนดังกล่าวขึ้นรถไปโรงพยาบาลได้

ด้าน หญิงอายุ 63 ปี พี่สาวของผู้ก่อเหตุ เปิดเผยว่า น้องชายมักจะมีอาการประสาทหลอน คิดว่าจะมีคนเข้ามาทำร้ายอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากในอดีตเคยเสพยาเสพติดเกินขนาด (วันเกิดเหตุไม่ได้เสพยาเสพติด) โดยก่อนเกิดเหตุ ตนเองกำลังอาบน้ำอยู่ในห้องน้ำ จู่ ๆ ได้ยินเสียงชาวบ้านตะโกนว่า “มีคนคลุ้มคลั่ง ถือมีดวิ่งไล่ทำร้ายคน” วินาทีนั้นเธอมั่นใจได้ทันทีว่าต้องเป็นน้องชายแน่นอน จึงรีบออกจากห้องน้ำ ก่อนจะใส่เสื้อผ้า แล้ววิ่งออกไปดู พบว่าน้องชายกำลังยืนถือมีดพร้าอยู่ จึงวิ่งเข้าไปเพื่อที่จะแย่งมีดดังกล่าว แต่กลับถูกฟันเข้าที่ศีรษะจนเลือดไหลอาบหน้า จากนั้นน้องชายก็หยิบขวดน้ำมันเบนซินเทราดทั่วตัวเอง ก่อนจะหยิบไฟแช็กขึ้นมาจุดไฟเผาตัวเอง จนล้มลงไปนอนดิ้นทุรนทุราย แม้ว่าชาวบ้านที่เห็นเหตุการณ์จะเข้ามาช่วยกันดับเพลิงได้ทันท่วงที แต่ผู้ก่อเหตุกลับลุกขึ้นมาเสมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น (ทั้ง ๆ ที่ตามเนื้อตัวถูกเพลิงไหม้ จนเนื้อหนังพุพอง) ก่อนจะวิ่งไปยืนอยู่กลางถนน จากนั้นก็กระโดดโลดเต้น สร้างความตื่นตกใจกับชาวบ้านที่สัญจรผ่านไปมา ตนเองเห็นท่าไม่ดีจึงรีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจให้เข้ามาระงับเหตุ

เบื้องต้น ด้านพี่สาวของผู้ก่อเหตุไม่มีความประสงค์ที่จะดำเนินคดีกับน้องชาย ในกรณีที่ถูกทำร้ายร่างกาย เพราะเห็นว่าเป็นคนในครอบครัว อีกทั้งไม่อยากให้เป็นเรื่องราวใหญ่โต ด้าน ตำรวจจึงฝากกำชับให้ดูแลผู้ก่อเหตุอย่างใกล้ชิด เพราะไม่เช่นนั้นอาจจะกลับมาก่อเหตุทำร้ายร่างกายคนในครอบครัวได้อีก

คนงานก่อสร้างเมาสุรา พูดจาไม่เข้าหูกัน คว้ามีดแทงเสียชีวิต

คนงานก่อสร้างเมาสุรา พูดจาไม่เข้าหูกัน คว้ามีดแทงเสียชีวิต

คนงานก่อสร้างตั้งวงดื่มสุราหลังเลิกงาน พอเริ่มมึนเมาพูดจาไม่เข้าหูกัน อีกฝ่ายหยิบมีดแทงเสียชีวิต ตำรวจตามรวบตัวได้ทันควัน

ตำรวจ สภ.พนัสนิคม เข้าตรวจสอบบริเวณไซต์งานก่อสร้าง ที่อาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ริมถนนสายพนัสนิคม-เกาะโพธิ์ ตำบลนาเริก อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรีใกล้ร้านจำหน่าย ถุงฝาเกลียว ซองฝาเกลียว พบชายอายุ 30 ปี ชาวกัมพูชา ถูกอาวุธมีดแทง 1 แผล ที่ราวนมซ้ายตัดขั้วหัวใจ นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณไซต์งาน โดยมีเหล็กท่อนอีก 1 ท่อน ตกอยู่ใกล้ ๆ

สอบถามคนงานก่อสร้าง ทราบว่าผู้ก่อเหตุชื่อ นายเลื่อม (เป็นคนไทย ไม่ทราบชื่อ-นามสกุลจริง) ซึ่งเป็นคนงานก่อสร้างเหมือนกัน และยังเป็นเพื่อนกับผู้เสียชีวิตด้วย ช่วงเย็นหลังเลิกงาน ทั้งคู่จะชักชวนกันตั้งวงดื่มสุราเป็นประจำ กระทั่งวันเกิดเหตุได้ยินเสียงทั้งคู่ทะเลาะกัน จากนั้นก็ชกต่อยกัน ผู้เสียชีวิตได้หยิบท่อนเหล็กตี นายเลื่อม จนล้มลง พอ นายเลื่อม ตั้งสติลุกขึ้นมาได้ก็เดินไปที่พักคนงาน หยิบมีดออกมา แล้วปรี่เข้าไปแทงคู่กรณีเสียชีวิต หลังจากนั้นได้ขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป

ตำรวจชุดสืบสวนออกติดตามตัวทันที จนทราบว่า นายเลื่อม หลบหนีไปอยู่กับภรรยาที่หลังวัดเกาะ ห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 1 กิโลเมตร จึงนำกำลังไปจับกุม ผู้ก่อเหตุยังมีอาการมึนเมา พูดจาวกวน ตำรวจจึงควบคุมตัวไปโรงพัก รอให้สร่างเมาจึงจะสอบสวนอีกครั้ง

โรงพยาบาลร้อยเอ็ด ทำคลอดหญิงติดเชื้อโควิด19ปลอดภัยทั้งแม่และลูก

โรงพยาบาลร้อยเอ็ด ทำคลอดหญิงติดเชื้อโควิด19ปลอดภัยทั้งแม่และลูก

ผอ.โรงพยาบาลร้อยเอ็ด เผย ทีมบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขโรงพยาบาลร้อยเอ็ด ทำคลอดหญิงติดเชื้อโควิด19ปลอดภัยทั้งแม่และลูก

วันที่ 19 ก.ค.2564 นพ.ชาญชัย จันทร์วรชัยกุล ผอ.โรงพยาบาลร้อยเอ็ด กล่าวว่า ทีมบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข โรงพยาบาลร้อยเอ็ด ได้ผ่าตัดทำคลอดให้กับหญิงตั้งครรภ์แรก ซึ่งเป็นผู้ติดเชื้อโควิด-19 และเป็นแม่ค้าขายถุงซิปล็อค ถุงซิป อายุ 31 ปี เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2564 เป็นเด็กเพศชาย น้ำหนักแรกเกิด 3,330 กรัม ซึ่งผลการผ่าตัดปลอดภัยทั้งแม่และลูก

โดยทีมแพทย์ผู้ทำคลอดมีทั้งหมด 7 ท่าน ประกอบด้วย นพ.ไพฑูรย์ วงษาไฮ สูตินรีแพทย์ชำนาญการพิเศษ นพ.สรายุทธ ไขยสิทธิ์ สูตินรีแพทย์ พญ.นันทกา มหันต์สุคนธ์ วิสัญญีแพทย์ พญ.รจนา ปัตลา กุมารแพทย์ชำนาญการพิเศษ พญ.สุภารัตน์ ทิพย์ประเสริฐ กุมารแพทย์ชำนาญการพิเศษ นายดำรงค์ศักดิ์ จันทะไพร พยาบาลวิชาชีพ และนางสาวเพ็ญสุภางค์ หงส์ศร พยาบาลวิชาชีพ

ในการทำคลอดผ่าตัดครั้งนี้ ได้นำชุดอุปกรณ์ปกป้องทางเดินหายใจแบบจ่ายอากาศบริสุทธิ์ (PAPR) ซึ่งได้รับพระราชทานจากสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปี ซึ่งเป็นเครื่องช่วยหายใจแบบมีพัดลมช่วยดูดและส่งอากาศ ใน 1 ชุด ประกอบด้วย ตัวพัดลมส่งอากาศ ท่อส่งอากาศ ฮูดคลุมศีรษะ และไส้กรอง

โดยพัดลมจะดูดอากาศจากภายนอกผ่านตัวกรองอากาศ เพื่อเปลี่ยนให้เป็นอากาศที่สะอาด แล้วจ่ายลมให้กับหน้ากากป้องกันเชื้อโรคความดันบวก สำหรับบุคลากรทางการแพทย์ต้องสัมผัสใกล้ชิดกับผู้ป่วยโรคติดเชื้อโควิด-19 บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข โรงพยาบาลร้อยเอ็ด รู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

คุณแม่อายุครรภ์ 38 สัปดาห์ ตรวจพบเชื้อตั้งแต่วันที่ 14 ก.ค. 2564 เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลร้อยเอ็ด เมื่อวันที่ 16 ก.ค. 2564 และผ่าตัดคลอด เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2564 เวลา 09.30 น. นับว่าการผ่าตัดทำคลอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ประสบความสำเร็จมีความปลอดภัยทั้งผู้ให้บริการและผู้รับบริการรายที่ 2 ของโรงพยาบาลร้อยเอ็ด

รวบนักพนันใน จ.นครศรีธรรมราช ตั้งวงเล่นไพ่ไม่สนโรคโควิด-19

รวบนักพนันใน จ.นครศรีธรรมราช ตั้งวงเล่นไพ่ไม่สนโรคโควิด-19

ฝ่ายปกครองจังหวัดนครศรีธรรมราช บุกไปจับกุม นักพนันในบ้านพักหลังหนึ่ง ที่ตำบลปากแพรก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช หลังได้รับแจ้งจากพลเมืองดี ว่าบ้านแห่งหนึ่ง ใกล้ ร้านจำหน่าย เทปใส เทปกาว เป็นแหล่งลักลอบเล่นการพนันของกลุ่มแม่บ้านในหมู่บ้าน และเกรงว่าการรวมกลุ่มดังกล่าวจะเป็นแหล่งแพร่เชื้อ โควิด-19 ในชุมนุม เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังไปตรวจสอบตามที่ได้รับแจ้ง โดยจังหวะที่เจ้าหน้าที่ไปถึง เห็นนักพนันนั่งเล่นไพ่กันอย่างสนุกสนาม แถมไม่สวมแมสป้องกันเชื้อโรค แต่พอเห็นเจ้าหน้าที่เท่านั้น นักพนันต่างพากันวิ่งหนีกันจ้าละหวั่น สามารถจับกุมตัวได้ 4 คน บางส่วนหลบหนีไปได้

นอกจากนี้ ตำรวจได้ยึดของกลางเป็นไพ่ 1 สำรับ และเงินสดอีกจำนวนหนึ่ง ก่อนคุมตัวทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากพนัง ดำเนินคดี ร่วมกันลักลอบเล่นการพนัน (ไพ่) โดยพนันเอาทรัพย์สินกันโดยผิดกฎหมาย และทำกิจกรรมหรือมั่วสุมกันในลักษณะที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อโรค

นาทีระทึก ไล่ล่าขบวนการค้ายาเสพติดที่ จ.พระนครศรีอยุธยา

นาทีระทึก ไล่ล่าขบวนการค้ายาเสพติดที่ จ.พระนครศรีอยุธยา

ตำรวจปราบปรามยาเสพติดยังไปจับกุมผู้ต้องหา 3 คน ที่เป็นขบวนการลำเลียงยาเสพติด ได้ที่ลานจอดรถตลาดกลางกุ้ง ถนนสายเอเชีย ตำบลหันตรา อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ใกล้ร้านจำหน่ายย เทปใส เทปกาว พร้อมของกลางยาบ้า 3,100 มัด หรือประมาณ 6.2 ล้านเม็ด ที่ซุกซ่อนอยู่ในกระบะและภายในรถ, รถยนต์, โทรศัพท์มือถือ, เงินสด, บัตร ATM และสมุดบัญชีเงินฝาก หลังสืบทราบว่าผู้ต้องหาลำเลียงยาเสพติดจากทางภาคเหนือ ไปจำหน่ายให้กับลูกค้าในพื้นที่ภาคกลางและปริมณฑล เบื้องต้นจากการสอบสวนผู้ต้องหาก็ให้การรับสารภาพว่า ได้นัดหมายจะนำของกลางไปส่งที่ลานจอดรถดังกล่าว โดยจะมีเครือข่ายมารับช่วงนำยาเสพติดไปเก็บเพื่อรอการส่งต่อ

เบื้องต้น ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาและของกลาง ไปขยายผลสืบสวนจับกุมผู้ที่เกี่ยวข้องที่เหลือต่อไป

ชาวบ้านผวา ซุ้มประตูหมู่บ้าน เข้า-ออก อย่างหวาดระแวง หวั่นถล่ม รอแก้ไขมานานเกือบปี

ชาวบ้านผวา ซุ้มประตูหมู่บ้าน เข้า-ออก อย่างหวาดระแวง หวั่นถล่ม รอแก้ไขมานานเกือบปี

ชาวบ้านผวา ซุ้มประตูหมู่บ้าน เข้า-ออก อย่างหวาดระแวง หวั่นถล่ม รอแก้ไขมานานเกือบปี เผย เวลาฝนตกหนัก ลมพัดแรง ต้องคอยมานั่งเฝ้าถุงแถบกาว ถุงแพ็คเสื้อ

วันที่ 16 ก.ค.2564 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านคุ้ม”ชมทุ่งแพรวพราว”หมู่ 1 บ้านโคกวัด ต.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ว่าใช้ชีวิตอยู่ด้วยความลำบาก เข้าออกหมู่บ้านด้วยความหวาดระแวง มาตั้งแต่เดือน ตุลาคม 2563 หรือเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา

เนื่องจากซุ้มประตูป้ายชื่อของหมู่บ้านจัดสรร”แพรวพราวแลนด์ 4”ตั้งอยู่ภายในคุ้มชมทุ่งแพรวพราว ชำรุดเสียหาย จากการที่มีรถผู้รับเหมาทำไฟฟ้า มาเฉี่ยวชน ทำให้คานคอนกรีตที่รองรับหลังคาซุ้มหักยุบเข้าไป ปล่อยให้ปูนและหลังคาด้านหนึ่ง ลอยอยู่กลางอากาศ และรอวันที่จะร่วงลงมา

ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณนั้น พยายามติดต่อเจ้าของหมู่บ้านจัดสรร เพื่อให้มาแก้ไขซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพปกติ มาเป็นระยะ แต่ไม่ได้รับความสนใจ จนเวลาล่วงเลยมาถึงตอนนี้ เป็นเวลา 9 เดือน เคยร้องไปที่เทศบาลตำบลอิสาณ ก็ไม่ได้รับคำตอบ บอกว่าเป็นหน้าที่ของเจ้าของโครงการ

ชาวบ้านรายหนึ่งที่มีบ้านติดกับซุ้มบอกว่า ที่ผ่านมาเมื่อเกิดฝนตกมีลมพัดมา จะต้องคอยนั่งเฝ้า และค่อยๆเอาไม้ไผ่ เขี่ยเอาฝ่าเพดานของซุ้มที่หักห้อยโตงเตง ลงมาทีละชิ้นเพื่อไม่ให้หล่นใส่รถที่วิ่งเข้าออก โดยเฉพาะภายในหมู่บ้านจะมีร้านอาหารชื่อดัง”อ๊อดปลาเผา”จะมีรถวิ่งเข้าออกเป็นประจำ

นางฉวีวรรณ คติรัมย์ อายุ 42 ปี บอกว่า ตนเป็น อสม.ในพื้นที่ เห็นความชำรุดของซุ้มนี้มานานแล้ว ทุกครั้งที่ขี่รถมอเตอร์ไซค์ผ่านซุ้มประตู จะต้องลุ้นว่า จะมีปูนร่วงใส่หัวตอนไหน เป็นห่วงแต่เด็กเล็กที่มักจะขี่จักรยานเล่นผ่านบริเวณนั้น ทางแก้คือจะต้องทำการรื้อออกอย่างเดียว หากปล่อยไว้อาจเป็นอันตรายแบบไม่มีใครคาดคิดได้

ตร.ไซเบอร์ จับหนุ่มมือบอน แก้ข้อมูลวิกิพีเดีย กล่าวหา “หมอยง”

 ตร.ไซเบอร์ จับหนุ่มมือบอน แก้ข้อมูลวิกิพีเดีย กล่าวหา "หมอยง"

ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) บุกจับหนุ่มวัย 24 มือบอนแก้ไขข้อมูลในวิกีพีเดียกล่าวหา”หมอยง” เป็นเซลล์ขายยา Sinovac ให้รัฐบาล” ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสีย
13 ก.ค. 2564 ตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (สอท.) จับกุม ชายวัย 24 ปี จากบ้านพักย่านท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กทม. ถุงตาข่ายห่อผลไม้ ถุงพลาสติกห่อผลไม้

หลังสืบทราบว่าเป็นผู้ก่อเหตุ เข้าไปแก้ไขข้อมูลของ ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ โดยกล่าวหาว่าเป็น “เซลล์ขายยา Sinovac ให้กับรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” ทำให้เกิดความเสื่อมเสีย

โดย ศ.นพ.ยง ได้มอบอำนาจให้ตัวแทนเดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สน.ปทุมวัน เมื่อวันที่ 10 ก.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากพบว่ามีบุคคลที่ไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด ทำการ แก้ไข เพิ่มเติมข้อมูล ของ ศ.นพ. ยง บนเว็บไซต์วิกิพีเดีย โดยมีการระบุว่า “เป็นเซลล์ขาย Sinovac ให้กับรัฐบาล พล.อ. ประยุทธ จันทร์โอชา” นอกจากนี้ยังมีการนำข้อมูลดังกล่าว ไปเผยแพร่ในสื่อสังคมออนไลน์ ทำให้มีผู้เข้าแสดงความเห็นทำให้เกิดความเสื่อมเสียต่อ ศ.นพ.ยง

กองบังคับการสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี 1 ติดตาม สืบสวนจนทราบว่า ผู้ที่ก่อเหตุ พักอาศัยอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง ย่านท่าข้าม เขตบางขุนเทียน กรุงเทพฯ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติหมายค้น โดยวันนี้ ตำรวจนำหมาย เข้าค้นบ้านหลังดังกล่าว พบ โทรศัพท์มือถือที่ใช้ในการก่อเหตุและผู้ที่ก่อเหตุ เป็นชาย อายุ 24 ปี จำนวน 1 คน

ทั้งนี้ จากการกระทำดังกล่าวของผู้ก่อเหตุเข้าไปแก้ไขข้อมูล เป็นการใส่ความผู้อื่นต่อบุคคลที่สาม โดยประการที่น่าจะทำให้ผู้อื่นเสียชื่อเสียง ถูกดูหมิ่น หรือถูกเกลียดชัง และยังเป็นการได้กระทำการโดยโฆษณา เข้าข่ายความผิดฐาน “หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา” ตาม ป.อาญา ม.328 ส่วนที่จะเข้าข่าย ความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ หรือไม่นั้น จะต้องมีการรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆที่เกี่ยวข้องต่อไป

ผบ.ตร.ลุยตรวจด่าน กทม. เข้มห้ามออกบ้านหลังเคอร์ฟิว เน้นตักเตือน ทำซ้ำเจอดำเนินคดี

ผบ.ตร.ลุยตรวจด่าน กทม. เข้มห้ามออกบ้านหลังเคอร์ฟิว เน้นตักเตือน ทำซ้ำเจอดำเนินคดี

ผบ.ตร.ลุยตรวจด่าน กทม. เข้มห้ามออกบ้านหลังเคอร์ฟิว เน้นตักเตือน ทำซ้ำเจอดำเนินคดี ข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และพ.ร.บ.ควบคุมโรค

เมื่อเวลา 21.40 น. วันที่ 12 ก.ค.64 พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ออกตรวจการปฏิบัติงานการตั้งด่านตรวจสอบการห้ามบุคคลเดินทางออกจากเคหะสถานตั้งแต่ 21.00-04.00 น. ที่บริเวณถนนรัชดาภิเษก ฝั่งขาออก ข้างโรงงานกล่องเบเกอร์รี่ กล่องเค้ก ซึ่งเป็นการทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน ทั้งตำรวจ สน.พหลโยธิน ทหาร สำนักงานเขตจตุจักร และสาธารณสุข

พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวว่า ได้เดินทางมาตรวจดูว่ามีอะไรที่จะต้องปรับปรุงหรือไม่ คาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลา 2-3วัน ในการเก็บข้อมูลจากระบบที่วางไว้ วันนี้พบว่ายังมีประชาชนจำนวนหนึ่งที่ยังปรับตัวอยู่ ในการออกจากบ้านเกินเวลา ซึ่งในช่วงนี้ไม่เกิน 22.00 น. จะเน้นการตักเตือนก่อน แต่เจ้าหน้าที่จะเก็บประวัติข้อมูลไว้ หากมีการทำผิดซ้ำๆ ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวต่อว่า ฝากแจ้งประชาชนว่าจะต้องทำความเข้าใจกับประกาศเรื่องการกำหนดเวลาห้ามออกจากบ้าน และให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตามที่รัฐบาลประกาศคือห้ามออกจากบ้าน 21.00-04.00 น.ส่วนประชาชนที่มีภารกิจความจำเป็นที่จะต้องออกจากบ้าน ก็จะมีเอกสารติดตัวมาแสดงกับเจ้าหน้าที่

พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวอีกว่า ส่วนกรณีจะดำเนินคดีกับประชาชนที่มีพฤติกรรมลักษณะใดนั้น ก็จะต้องดูการออกจากบ้าน ถ้าออกจากบ้านต้องมีเหตุจำเป็นจริงๆ ซึ่งข้อกำหนดมีกรณีให้ผ่อนผันอยู่แล้ว แต่หากออกมาจากบ้านโดยไม่มีเหตุจำเป็นและไม่สมควร หรือมีพฤติกรรมที่น่าสงสัย จำเป็นจะต้องดำเนินคดี หากพบประชาชนที่ฝ่าฝืน จะต้องถูกดำเนินคดีในข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และ พ.ร.บ.ควบคุมโรค

พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าวต่อว่า สำหรับการตั้งด่านครั้งนี้ จะแบ่งกำลังเจ้าหน้าที่เป็นชุด ซึ่งจะมีชุดโบกรถ จากนั้นจะเข้าสู่ช่องจอดรถ และประชาชนทุกคนจะต้องลงจากรถ ให้เจ้าหน้าที่ตรวจค้นรถ และมายื่นบัตรประชาชนให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ประวัติอาชญากรรม และรับการซักถามเพื่อบันทึกข้อมูลว่ามาจากที่ใดและมีภารกิจจะไปที่ใด โดยทุกคนจะต้องผ่านการตรวจคัดกรองโรคในการวัดอุณหภูมิไข้ด้วย

“จากวันแรกนั้นยังพบว่ามีประชาชนที่เพิ่งเลิกงาน ทำงานเกี่ยวกับการขนส่ง ทำงานเป็นกะ ก็จะแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นกลุ่มที่ได้รับการยกเว้น และพบว่ามีประชาชนบางส่วนที่อยู่ระหว่างเลิกงานแล้วเดินทางกลับบ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ลงบันทึกเป็นข้อมูลไว้ตามขั้นตอน” พล.ต.อ.สุวัฒน์ กล่าว