คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวสารประจำวัน

สามเณรโดนขังคากุฏิ 5 วัน อยู่เป็นทาสเซ็กส์-ปรนนิบัติกามให้เจ้าอาวาส

พ่อเดือดจัด! บุกเข้าช่วยสามเณรลูกชายวัย 13 ปี ถูกจับขังเอาไว้ในกุฏิของเจ้าอาวาสนานถึง 5 วัน ไม่สามารถออกไปไหนได้ พร้อมบังคับให้อมอวัยวะเพศ-บำเรอกาม

(15 ต.ค.) นายจอม (นามสมมติ) อายุ 33 ปี ได้นำตัว สามเณรนนท์ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี เข้าแจ้งความที่ สภ.หนองขาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี หลังจากที่สามเณรลูกชายถูกเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง ข้างโรงงานผลิตที่ตัดเทป ตัวตัดเทป กักขังตัวเอาไว้ภายในกุฏิวัดนานถึง 5 วันเต็ม โดยไม่อนุญาตให้ออกไปไหน

กระทั่งในเวลาต่อมา สามเณรนนท์ ทนไม่ไหว จึงได้โทรศัพท์เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้พ่อฟัง ก่อนที่จะญาติๆ จะพยายามหาทางช่วยเหลือออกมา แล้วพาย้ายไปจำวัดที่อื่นแทน หลังจากนั้นจึงได้พบข้อความสนทนาผ่านแชทที่สามเณรเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยพบว่าหลวงพ่อได้สั่งให้ส่งตัวสามเณรเข้าไปปรนิบัติในกุฏิ

ล่าสุดได้นำหลักฐานข้อความดังกล่าวมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้น สามเณรนนท์ เปิดเผยว่า หลวงพ่อมักจะเรียกให้เข้าไปหาในกุฏิ ก่อนจะสั่งให้บีบนวดให้ จากนั้นจึงบังคับให้ทำออรัลเซ็กส์อยู่บ่อยครั้ง โดยบางครั้งจะถูกขังไม่ให้ออกไปนอกกุฏิ ไม่เช่นนั้นจะถูกทำร้าย ทำให้ไม่กล้าขัดขืดและต้องยอมทำตาม และเมื่อโอกาสจึงได้ติดต่อหาพ่อและเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟัง พร้อมขอความช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมนำตัวสามเณรผู้เสียหายไปสอบสวนหาข้อมูลร่วมกับเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพที่สำนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี หากพบว่ามีมูลเตรียมออกหมายเรียกเจ้าอาวาส เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

ผัวแค้นเมียปันใจ ดักฆ่าโหดหนุ่ม! ใช้ขวดตีหัวก่อนปาดคอ แต่กรดฆ่ายางโดนลูกตัวเองสาหัส

ที่ สภ.บางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช ช่วงเช้าที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.บางขัน ได้คุมตัวนายอภิชาต อายุ 32 ปี และเก็บหลักฐานอาวุธมีดของกลางที่ใช้ก่อเหตุ ไปฝากขังยังศาลจังหวัดทุ่งสง หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมาตกเป็นผู้ต้องหาใน 2 ข้อหาคือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และทำร้ายร่างกายผู้อื่น โดยนายอภิชาต ผู้ต้องหารายนี้เป็นผู้ที่ขับรถจักรยานยนต์มาแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าได้ฆ่าคนและขอมอบตัวด้วยตัวเอง ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบว่ามีการฆาตกรรมเกิดขึ้นจริงตามที่นายอภิชาตแจ้ง

ทั้งนี้ เมื่อคืนที่ผ่านมา (26 ก.ย.) เจ้าหน้าที่พบว่าจุดเกิดเหตุอยู่ที่บริเวณสามแยกสวนยางพารา หมู่ที่ 16 ต.บ้านลำนาว อ.บางขัน พบศพนายสุกรียา อายุ 36 ปี เสียชีวิตในสภาพใบหน้าและร่างกายมีแผลพุพองที่เกิดจากน้ำกรดฆ่ายาง นอกจากนั้นบริเวณลำคอและลำตัวพบบาดแผลฉกรรจ์หลายแผล ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบขวดแก้วบรรจุน้ำกรดฆ่ายางแตกกระจาย และพบรถจักรยานยนต์ล้มอยู่ที่เกิดเหตุ 1 คัน

ขณะเดียวกันพบว่ามีผู้บาดเจ็บในกรณีเดียวกัน 1 รายคือ ลูกชายวัย 10 ขวบของผู้ก่อเหตุ ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกกรดฆ่ายางกระเซ็นเข้าราดบริเวณลำตัว ซึ่งถูกนำตัวส่ง รพ.บางขัน หลังจากแพทย์ได้ช่วยเหลือในเบื้องต้วแล้วจึงนำตัวส่ง รพ.มหาราช นครศรีธรรมราช เพื่อให้แพทย์เฉพาะทางเร่งให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

อย่างไรก็ตาม นางกัลยา อายุ 30 ปี ภรรยาของผู้ตายยืนยันว่าผู้ก่อเหตุคือนายอภิชาติ ซึ่งเป็นอดีตสามีที่เลิกรากันไปราว 1 ปีแล้ว หลังจากนั้นได้มาอยู่กินกับสามีใหม่คือนายสุกรียา ก่อนเกิดเหตุนายสุกรียาขับรถจักรยานยนต์พาบุตรชายที่เกิดกับนายอภิชาตซ้อนท้ายไปซื้อเทปใส เทปกาวที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นขณะที่กำลังขับรถกลับบ้าน ปรากฏว่านายอภิชาตขับรถจักรยานยนต์ตามไปแล้วบังคับให้นายสุกรียาจอดรถ ก่อนที่จะใช้ขวดน้ำกรดฆ่ายางที่มีน้ำกรดอยู่เต็มตีศีรษะแล้วปาดคอแทงซ้ำหลายครั้ง แล้วน้ำกรดฆ่ายางกระเซ็นไปโดนลูกชายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่นายอภิชาตขับรถหายไปมารู้ภายหลังว่าได้ไปแจ้งความด้วยตัวเองและเข้ามอบตัวกับตำรวจ

ขณะที่ นายอภิชาต ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาหลังจากที่เข้าแจ้งเหตุฆาตกรรมกับเจ้าหน้าที่ด้วยตนเอง ยอมเปิดเผยสาเหตุในการก่อเหตุว่าสาเหตุที่ตัดสินใจก่อเหตุ เนื่องจากประมาณ 2-3 เดือนที่ผ่านมาถูกนายสุกรียาข่มขู่ฆ่า ทำให้ตนไม่กล้าออกไปกรีดยางพาราและต้องหวาดระแวงตลอดเวลา

ประกอบกับเชื่อว่าโดนทำคุณไสยใส่ภรรยาเป็นเหตุให้ภรรยาเลิกราไปอยู่กินกับผู้ตาย รวมทั้งทำคุณไสยใส่ตนเองจนทำให้มีอาการแปลกประหลาดเช่นปัสสาวะเป็นเลือด ทำให้มีความแค้นบวกกับความหึงหวง เมื่อมาเจอนายสุกรียาที่ร้านค้าจึงเกิดความโกรธแค้นขึ้นมา ตัดสินใจขับรถจักรยานยนต์ตามไปที่เกิดเหตุและใช้ขวดน้ำกรดฆ่ายางซึ่งตั้งใจจะซื้อไปผสมยางตามปกติแต่เอามาใช้ในการก่อเหตุ หลังจากนั้นจึงไปแจ้งเจ้าหน้าที่ด้วยตัวเองเพื่อขอยอมรับผิดทั้งหมด

พ่อเลี้ยงฝรั่งลักพาตัวเด็กหญิง 9 ขวบ แม่แทบพลิกขอนแก่นหา ร่ำไห้ขอลูกสาวคืน

(24 ก.ย. 62) จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “คนกระนวน” ได้โพสต์ข้อความระบุว่า เด็กหญิง 9 ขวบ ถูกพ่อเลี้ยงลักพาตัวไปจากโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ตอนนี้แม่เป็นห่วงมาก จึงขอความร่วมมือทุกท่านที่พบเห็นช่วยแจ้งเบาะแส

ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อผู้เสียหาย ทราบชื่อต่อมาคือ นางสาวบุญไท มีอาการกระวนกระวายเป็นห่วงลูกสาวเป็นอย่างมาก พร้อมกับพูดผ่านสื่อ ยกมือไหว้ทั้งน้ำตา และพูดภาษาฟินแลนด์เพื่อสื่อสารให้สามีคือ MR.KOSKINEN JARKKO TUOMAS ที่กำลังดูข่าวขอให้นำลูกสาวกลับคืนมา เพราะคิดถึงลูกสาวมาก ไม่รู้ว่าลูกจะเป็นอย่างไรบ้าง กลัวลูกสาวจะถูกทำร้าย

นางสาวบุญไท กล่าวว่า ก่อนที่ลูกและสามีใหม่จะหายไปแกเป็นคนขี้น้อยใจ หึงหวง เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาแกแอบเอาพาสปอร์ตของลูกทั้ง 2 คนคือที่เป็นผู้หญิงซึ่งเป็นลูกติดจากสามีเก่า และของลูกผู้ชายที่เกิดด้วยกันพร้อมด้วยกระเป๋าไปซ่อนไว้ในดงกล้วยข้างบ้าน ตนเองพยายามถามหาแกบอกว่ากระเป๋าหายไปจึงช่วยกันหา แต่แกก็เดินไปหยิบออกมาจากที่ซ่อน โดยในวันนี้ตนเองไม่อยู่บ้านไปทำธุระ สามีจึงได้โอกาสไปหาลูกสาวที่โรงเรียนตอนเที่ยง และก่อนหน้านั้นพยายามจะมารับลูกชายที่อยู่ในบ้านแต่ญาติไม่ยอมให้ จึงพาลูกสาวของตนเองหายไป ตนเองพยายามโทรหาก็ไม่รับสาย ไลน์ไปก็อ่านแต่ไม่ตอบกลับ ตนเป็นห่วงลูกมากกลัวจะทำมิดีมิร้ายกับลูกสาวตน จึงได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.กระนวนไว้ ส่วนสาเหตุที่ถูกลักพาลูกสาวหลบหนีไปยังไม่ทราบแน่ชัด ต้องรอเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนต่อไป

สำหรับสามีเก่าเป็นชาวฟินแลนด์ อาชีพวิศวะกรภายในโรงงานผลิตฟิล์มพันพาเลท ฟิล์มพันสินค้า อยู่กินกันมา 9 ปี มีบุตรด้วยกัน ชื่อ ด.ญ.โอลิเวีย อายุ 9 ปี เรียนชั้น ป.3 สาเหตุที่เลิกกับสามีเก่าเพราะถูกทำร้ายร่างกายอยู่เป็นประจำ จึงได้หย่ากัน โดยได้สามีใหม่เป็นชาวฟินแลนด์ด้วยกัน อาศัยคนละเมืองกันห่างกันเพียง 12 กิโลเมตรเท่านั้น โดยสามีใหม่ชื่อ MR.KOSKINEN JARKKO TUOMAS อาชีพเป็นช่างคอมพิวเตอร์และพนักงานรักษาความปลอดภัย โดยได้อยู่กินด้วยกัน 3 ปี มีบุตรด้วยกัน เพศชาย อายุ 3 ขวบ

ล่าสุดได้เดินทางกลับไทยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยได้ปลูกบ้านอยู่ด้วยกันแต่ยังไม่เสร็จในพื้นที่บ้านของพ่อแม่ฝ่ายหญิง ส่วนหลักฐานที่สามีใหม่เอาไปด้วย มีพาสปอร์ตลูกสาว ถือสัญชาติฟินแลนต์และไทย ทั้งนี้นางสาวบุญไท เกรงว่าสามีจะพาลูกสาวกลับไปยังประเทศฟินแลนด์

คุณป้าเดินข้ามถนน เก๋งชนโครมดับคาถุุงกับข้าว เพื่อนนั่งสะอื้นภาพสลดยังติดตา

(21 ก.ย.62) เมื่อเวลา 21.00 น. 2562 พ.ต.ท.สพัศ ปราการพิทักษ์ สว.สอบสวน สภ.คูคต ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถชนคนเดินเท้ามีผู้เสียชีวิต ที่เกิดเหตุใกล้เคียงจุดกลับรถถนนลำลูกกา-พหลโยธินขาเข้า หน้าโรงงานผลิตกระดาษลูกฟูก ลูกฟูกม้วน ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยแพทย์เวรจาก รพ. ภูมิพลอดุลยเดช และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุกลางถนนพบรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีเทา สภาพด้านหน้าพังยับกระจกบานหน้ามีรอยยุบจอดอยู่ ใกล้กัน พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 รายทราบชื่อต่อมา นางปราณี อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นคนเดินข้ามถนนข้างตัวยังพบเครื่องปรุงแต่งรสชาติอาหารตกอยู่

นางสมศรี อายุ 50 ปี เพื่อนผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตนเองและผู้เสียชีวิต ได้กลับจากการซื้อกับข้าวมาทำกินที่หอพัก ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามที่เกิดเหตุ  เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุตนและผู้ตายลงจากแท็กซี่จากนั้นตนเองก็ข้ามถนนโดยบอกให้ผู้ตายข้ามมาเพราะมองแล้วว่าปลอดภัยแต่ผู้ตายไม่ข้าม กระทั่งตนเองข้ามไปถึงกลางถนนแล้วผู้ตายกลับเดินข้ามมาตนเองบอกว่าอย่าข้าม เพราะรถมาใกล้แล้วแต่ผู้ตายไม่ฟังเสียง จึงถูกรถชนจนเสียชีวิต

พ.ต.ท.สพัศ  ปราการพิทักษ์ สว.สอบสวน สภ.คูคต เปิดเผยว่า พร้อมด้วยแพทย์เวร จากโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ทำการสถานที่เกิดเหตุบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน  พร้อมกับให้ทางมูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งชันสูตรอีกครั้งที่รพ. ภูมิพลอดุลยเดช และเชิญตัวผู้ขับขี่ไปสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป

ไม่เอาใจไม่อ่อนโยน สาวฉกรรจ์เมืองพัทยาไล่ชกฝรั่ง ฉุนไม่เลี้ยงข้าว

สาวประเภทสองเมืองพัทยาสร้างวีรกรรม อ้อนฝรั่งเมืองน้ำหอม หวังเลี้ยงข้าวก่อนรุ่งเช้า แต่อีกฝ่ายไม่ยอมเล่นด้วย เดือดจัดไล่ชกจ้าละหวั่น ทำเผ่นหนีมาแจ้งตำรวจ

(16 ก.ย.) เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา พ.ต.ท.ธัชญ์ศักดิ์ จีรัฐติกุลชัย สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจาก นายล็อตฟี อายุ 43 ปี สัญชาติฝรั่งเศส ระบุว่า ถูกสาวประเภทสองทำร้ายร่างกายหน้าร้านจำหน่าย กระดาษห่อพัสดุ กระดาษน้ำตาล บริเวณอล์คกิ้ง สตรีท พัทยาใต้ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืยสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ

โดยผู้เสียหายได้นั่งวินจัรยายนมาที่ สภ.เมืองพัทยา ด้วยอาการตื่นตระหนกตกใจ พร้อมเล่าว่าได้ถูกสาวประเภทสองทำร้ายร่างกาย เพราะสาวประเภทสองเข้ามารบเร้า แม้ว่าตนจะพยายามปฏิเสธแล้วก็ตาม แต่สาวประเภทสองก็ยังไม่ลดละความพยายาม อ้างว่าหิว อ้อนให้ซื้ออาหารให้กิน

แต่ตนได้บอกกลับไปว่าไม่มีเงินสด แต่ฝ่ายสาวประเภทสองก็ยังไม่ยอมฟัง และอยู่ๆ ก็โมโหขึ้นมา จึงได้ทำร้ายร่างกาย ตนพยายามวิ่งหนีไปขึ้นรถจักรยานยนต์รับจ้าง เพราะไม่น่าจะสู้แรงไหว แต่สาวประเภทสองก็ยังวิ่งตามมาไล่ชกเข้าที่คอ ก่อนที่วินจะขี่พาหนีมาแจ้งความที่สถานีตำรวจดังกล่าว

ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ประสานงานกับ ร.ต.อ.ณธกร จันทร์ลอด รอง สว.สส.ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ จนสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาได้คือ นายนรินทร์ อายุ อายุ 34 ปี ก่อนควบคตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนิคดีตามกฎหมายต่อไป

อดีตผู้จัดการโรงแรมบุกห้องข่มขืนลูกค้าสาว หนีคดี 3 ปี ตำรวจจับคาผ้าเหลือง

ตำรวจบุกจับคาผ้าเหลือง อดีตผู้จัดการโรงแรมบุกห้องข่มขืนลูกค้าสาว บวชเป็นพระ หนีคดี 3 ปี

(11 ก.ค.62) เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม พร้อมด้วยตำรวจ สภ.อ่าวลึก จ.กระบี่ เข้าควบคุมตัว นายทะนงศักดิ์ อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ที่ 21/2559 ลงวันที่ 22 มกราคม 2559 ซานความผิด ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้นั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารุขัดขืนได้  และบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน ซึ่งเบื้องต้นพระรูปนี้ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาในชั้นจับกุม

สำหรับคดีนี้ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 20 ม.ค.59 ได้มีหญิงสาวรายหนึ่งอายุประมาณ 20 ปี เข้าแจ้งความต่อตำรวจ สภ.ขนอม จ.นครศรีธรรมราช ว่า ได้ถูกผู้จัดการโรงแรม ซึ่งทราบชื่อคือ นายทะนงศักดิ์ ได้เข้ามาที่ห้องพักของนางสาวเอ (นามสมมุติ) ซึ่งได้เข้ามาพักที่ห้องเช่าของโรงแรมในคืนดังกล่าว จากนั้นผู้ต้องหาได้บุกเข้ามาในห้อง ใช้ลิ้นเลียและสอดนิ้วใส่ถึง 30 นาที โดยที่ไม่สามารถต่อสู้ขัดขืนได้ หลังจากนั้นผู้ต้องหาได้หลบหนีไป จึงได้แจ้งทางโรงแรม ให้ทราบและแจ้งความไว้ จนนำมาสู่การจับกุมดังกล่าว

เบื้องต้นนายทะนงศักดิ์ ให้การว่า หลังหลบหนีได้มาที่ จ.กระบี่ และบวชเป็นพระแห่งหนึ่งในวัดที่ อ.อ่าวลึก ใกล้โรงงานผลิต แอร์บับเบิ้ล กันกระแทกราคาถูก  วันนี้ได้มาเยี่ยมญาติที่ป่วยที่ รพ.อ่าวลึก ก่อนถูกจับกุมดังกล่าว ตำรวจเตรียมนำตัวส่งพนักงานสอบสวนสภ.ขนอม ดำเนินคดีต่อไป

จวกยับ! เตรียมจัดงานปล่อยโคมลอยทุบสถิติโลก หวั่นบิดเบือนประเพณีขายท่องเที่ยว

จวกยับห้วยตึงเฒ่า! จับมือเอกชนเตรียมจัดงานลอยกระทงปล่อยโคมลอยทำสถิติโลก ชี้ชัดไม่ใช่วัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิม อย่าหิวเงินจนเอาไปขายอย่างบิดเบือน แถมก่อปัญหาซากตกมาเป็นขยะและเสี่ยงไฟไหม้ ทำชาวบ้านหวาดผวา เตรียมล่ารายชื่อจี้ทบทวน

ตามที่สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับสำนักงานโครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวอ่างเก็บน้ำห้วยตึงเฒ่า อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และบริษัทเที่ยวเที่ยว มีเดียกรุ๊ป จำกัด ที่อยู่ตรงข้ามกับโรงงานผลิตกระดาษห่อสินค้า กระดาษน้ำตาล แถลงข่าวเตรียมจัดงานเตรียมจัดงานเทศกาลลอยกระทงนานาชาติแห่งประเทศไทย ปี 2562 ระหว่างวันที่ 11-12 พ.ย. 62 ที่ห้วยตึงเฒ่า อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ทั้งนี้มีการระบุวัตถุประสงค์การจัดงานว่าเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและสืบสานอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีล้านนา โดยจะมีนักท่องเที่ยวเข้าร่วมจำนวนมาก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีนกว่า 20,000 คน ที่จะร่วมปล่อยโคมลอยพร้อมกันเพื่อทำสถิติการปล่อยโคมลอยมากที่สุดในโลกบันทึกในกินเนสส์บุ๊ก พร้อมอ้างว่าได้มีการขออนุญาตฝ่ายที่เกี่ยวข้องหมดแล้ว

รายงานจากจังหวัดเชียงใหม่แจ้งว่า หลังจากที่มีการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับการจัดงานดังกล่าวได้ก่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ความเหมาะสมอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะตำหนิที่จะมีการจัดกิจกรรมดังกล่าวในพื้นที่ความรับผิดชอบของทหาร ทั้งที่ควรจะเป็นแบบอย่างที่ดี เนื่องจากตลอดหลายปีที่ผ่านมามีการรณรงค์อย่างต่อเนื่องจากภาคประชาชนที่ทำงานด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีที่ชี้ชัดว่าการปล่อยโคมลอยที่ระยะหลังนิยมปล่อยกันในช่วงงานยี่เป็งหรือลอยกระทงนั้น ไม่ใช่วัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมของล้านนา แต่เป็นเรื่องที่ประดิษฐ์ขึ้นมาในภายหลังเพื่อหวังกระตุ้นการท่องเที่ยว อีกทั้งการปล่อยโคมลอยก่อให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดไฟไหม้สร้างความเสียหายให้กับบ้านเรือนและทรัพย์สินของประชาชน รวมทั้งส่งผลกระทบต่อการขึ้นลงของเครื่องบิน จึงมีการรณรงค์ให้งดปล่อย จนกระทั่งจังหวัดเชียงใหม่มีการออกประกาศควบคุม

นางเสาวคนธ์ ศรีบุญเรือง ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางเครือข่ายภาคประชาชนกำลังรวบรวมรายชื่อประชาชนเพื่อเตรียมจะนำไปยื่นให้กับทางจังหวัดเชียงใหม่และเจ้าของพื้นที่จัดงานดังกล่าว เพื่อสอบถามเกี่ยวกับแนวคิดและการบริหารจัดการงานดังกล่าวว่าเป็นอย่างไร โดยเห็นว่าการจัดงานดังกล่าวที่จะมีการจัดปล่อยโคมลอยทำสถิติโลกนั้น เป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง ซึ่งตลอดเวลานับสิบปีที่ผ่านมาหลายภาคส่วนของจังหวัดเชียงใหม่ได้ร่วมกันรณรงค์มาอย่างต่อเนื่องว่าการปล่อยโคมลอยนั้น ไม่ใช่วัฒนธรรมประเพณีล้านนาและยังก่อให้เกิดอันตรายจากการที่โคมลอยตกลงมาทำให้เกิดไฟไหม้บ้านเรือนหรือทรัพย์สินของประชาชนได้รับความเสียหาย

ทั้งนี้ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า การจัดงานในครั้งนี้เป็นกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาใช้พื้นที่จัดงานเพื่อขายแพ็กเกจท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วยกันเองหรือไม่ และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจตกอยู่กับคนเชียงใหม่จริงหรือไม่ ขณะที่ผลกระทบจากการจัดงาน เช่น ขยะจากซากโคมลอยที่ตกลงมา ใครเป็นผู้รับผิดชอบดูแล เช่นเดียวกับความเสี่ยงหรืออันตรายและความเสียหายจากการที่โคมลอยตกลงมาทำให้เกิดไฟไหม้ ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะคนที่ปล่อยโคมลอยหรือคนจัดงานอาจจะสนุกสนาน แต่ชาวบ้านต้องอยู่กันอย่างหวาดผวา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดงานครั้งนี้ที่บันทึกสถิติโลก ซึ่งอยากเรียกร้องให้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาทบทวนอย่างละเอียดรอบคอบ

ผู้ประสานงานเครือข่ายชุมชนเมืองรักษ์เชียงใหม่ ย้ำด้วยว่า ประเด็นสำคัญที่สุดก็คือ การปล่อยโคมลอยนั้น ไม่ใช่วัฒนธรรมประเพณีดั้งเดิมของล้านนา จึงไม่อยากให้มีการบิดเบือนวัฒนธรรมประเพณีแล้วนำไปขายเพื่อหวังผลประโยชน์ที่ตกอยู่กับคนเพียงบางกลุ่ม แต่ทำให้เกิดความเข้าใจที่ผิดๆ และคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับวัฒนธรรมประเพณี ขณะที่ในส่วนของข้ออ้างว่ากระตุ้นเศรษฐกิจนั้น ตั้งข้อสังเกตว่าที่จริงแล้วรายได้เข้ากระเป๋าใครแน่ เพราะแม้แต่โคมลอยที่มีการปล่อยกันในช่วงหลายปีที่ผ่านมายังพบว่าผลิตในต่างประเทศ ซึ่งหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะเจ้าของพื้นที่ยังปล่อยให้มีการจัดปล่อยโคมลอยแล้ว ก็เป็นที่น่าเสียใจและเหมือนทำให้การรณรงค์ตลอดหลายปีที่ผ่านมาสูญเปล่าไปทันที

ผัวเมียละเหี่ยใจ หนุ่มประชดนั่งกลางถนนใหญ่ โดนรถชนกระเด็นตาย

โศกนาฏกรรมความรักแต่คนอื่นเดือดร้อนแทน หนุ่มทะเลาะเมียคุยไม่เข้าใจกัน ประชดเดินออกไปนั่งกลางถนนใหญ่ รถยนต์วิ่งมามองไม่ทันเห็น พุ่งชนร่างกระเด็นดับสยอง

เมื่อคืนวานนี้ (4 ส.ค.) พ.ต.ท.ศิวกร จันทะเมนชัย สารวัตรสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองชลบุรี ได้รับแจ้งมีเหตุตนถูกรถชนได้รับบาดเจ็บบนถนนบายพาสเลี่ยงเมืองชลบุรี บริเวณหน้าธนาคารกสิกรไทย ที่อยู่ตรงข้ามกับร้านขาย โฟมกันรอย อีพีอีโฟม ฝั่งขาเข้าเมืองพัทยา จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกู้ภัยไตรคุณธรรม

ในที่เกิดเหตุ พบร่าง นายธัญวิทย์ อายุ 26 ปี นอนอยู่กลางถนน สภาพศีรษะมีแผลกรรจ์ แขนหักผิดรูป เจ้าหน้าที่กู้ภัยฯ พยายามช่วยกันปั้มหัวใจยื้อชีวิต และให้เจ้าหน้าที่พยาบาลกู้ชีพโรงพยาบาลชลบุรี รับตัวส่งโรงพยาบาลชลบุรี แต่ นายธัญวิทย์ ทนพิษบาดแผลไม่ไหว ก่อนจะเสียชีวิตในเวลาต่อมา

โดยขณะที่เจ้าหน้าที่ช่วยปั๊มหัวใจอยู่นั้น ก็มีภรรยาของผู้เสียชีวิตร่ำไห้ปานใจจะขาด โดยเพื่อนๆ กอดปลอบประโลมเอาไว้ ห่างไปเล็กน้อยพบรถยนต์ฟอร์ด สีขาว จอดเอาไว้อยู่ ที่ด้านหน้าซ้ายมีรอยเฉี่ยวชน ใกล้กันพบรถยนต์โตโยต้า วีออส สีขาว สภาพด้านหน้ามีรอยยุบ ป้ายทะเบียนหลุด และด้านข้างขวามีรอยชน

จากการสอบถามคนขับรถยนต์ฟอร์ด เปิดเผยว่า ตนขับรถมาตามทาง และพบเห็นผู้ชายนั่งอยู่กลางถนน และถอดเสื้อด้วย ตนจึงเบรกและเปิดไฟขอทางไว้ ยังบอกเลยว่า ทำแบบนี้เดี๋ยวใครมาชน เขาจะเดือดร้อน แต่สักครู่ได้ยินเสียงรถพ่วงบีบแตรเสียงดัง ตนจึงหักหลบและคิดว่าเดี๋ยวเขาก็ลุกเข้าข้างทาง แต่จังหวะนั้นมีรถยนต์โตโยต้าได้พุ่งชนร่างชายคนดังกล่าวกระเด็น

จากการสอบถามคนขับรถยนต์โตโยต้า ให้การว่า ขณะเกิดเหตุก็ขับมาทางตรงตามปกติ เห็นเพียงแว่บเดียวว่ามีอะไรบางอย่างอยู่กลางถนน แต่ก็พิจารณาไม่ทันเห็นแล้ว จะเบรกก็ไม่ทันเช่นกัน ขณะที่เบื้องต้นมีการให้การอ้างว่า ผู้เสียชีวิตได้ทะเลาะกับภรรยา และออกมานั่งอยู่กลางถนนเพื่อประชด แต่ปรากฏว่าถูกรถชนเสียชีวิตในที่สุด

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้สอบถามภรรยาของผู้เสียชีวิตตายและคนขับรถทั้ง 2 คันอีกครั้งว่าผู้เสียชีวิตได้มานั่งประชดภรรยาตามที่พยานเห็นเหตุการณ์หรือไม่ เพื่อจะได้ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

รถบัสชนหกล้อพังยับ คนขับเชื่อบารมี “สมิง-ครุฑ” ช่วยชีวิต รอดตายครั้งนี้ต้องซื้อหวย!

เมื่อเวลา 14.00 น. (31 ก.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ห้วยโป่ง จ.ระยอง ได้สอบสวน นายเม็ด อายุ 55 ปี ชาวจังหวัดสุรินทร์ คนขับรถบัสรับส่งพนักงานในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง ยี่ห้อฮีโน่ สีขาว-ฟ้า ทะเบียนระยอง ที่ขับรถพุ่งเข้าใส่รถบรรทุก 6 ล้อตู้ทึบ ยี่ห้ออีซูซุ สีขาว ทะเบียนนครปฐม ที่บริเวณ โรงงานผลิตกล่อง กล่องพัสดุไปรษณีย์ สามแยกอิตาเลี่ยน ถนนยู2 ตัดถนนปกรณ์สงเคราะห์ราษฎร์ เขตเทศบาลเมืองมาบตาพุด จ.ระยอง เมื่อเวลา 16.00 น. วันที่ 30 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

โดยนายเม็ด ได้ให้การว่าขณะขับมาจากถนนสาย ยู 2 นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด เพื่อจะมุ่งหน้าไปรอรับพนักงานที่บริษัทแห่งหนึ่ง เมื่อถึง3 แยกอิตาเลี่ยน ก็ได้หยุดดูรถเพื่อจะเลี้ยวขวามุ่งสู่ถนนปกรณ์สงเคราะห์ราษฎร์ ขณะนั้นก็เห็นเพียงรถเก๋งคันหนึ่งวิ่งผ่านไป จึงขับรถออกมาและเพียงแค่เสี้ยววินาทีก็เห็นภาพสีขาวๆ มาบังตา ก่อนรถบัสที่ขับอยู่จะพุ่งชนเข้ากลางลำตัวของรถบรรทุก 6 ล้อ ที่วิ่งมาจากถนนปกรณ์สงเคราะห์ราษฎร์ ในฝั่งเลนถนน มุ่งหน้าถนนสุขุมวิท จนรถ 6 ล้อ เสียหลักพลิกตะแคงข้างไปเกยอยู่กับเสาไฟฟ้าที่กลางสามแยกดังกล่าว ก่อนรถบัสที่ตนขับมาจะไถลไปชนซ้ำเข้ากับแท่งแบริเออร์ริมถนน จนรถพังยับ

นายเม็ด ยังเล่าอีกว่าอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องราวสุดปาฏิหาริย์เหลือเชื่อรอดตายจากยมบาล ไร้ซึ่งบาดแผลฉกรรจ์มีเพียงรอยข่วนที่แขนซ้าย และรอยข่วนที่หัวเข่าขาซ้าย ซึ่งไม่มีอาการเจ็บปวดใดๆ พร้อมกับยืนยันว่าปาฏิหาริย์ครั้งนี้เป็นเพราะตะกรุดหนังหน้าผากเสือสมิง และ พญาครุฑ วัดบางนาใน กทม. และความดีที่ตนพกติดตัวอยู่เสมอ จึงรอดชีวิตมาได้ในอุบัติเหตุที่เกิดขึ้น ส่วนตัวก็ถือว่าเป็นทุกขลาภ และจะนำเลขทะเบียนรถที่ประสบเหตุไปเสี่ยงโชคเสียหน่อย

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้แจ้งข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้เฉี่ยวชนทรัพย์สินผู้อื่นเสียหาย สั่งปรับเป็นเงิน 400 บาท ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สุดสะพรึง เนื้อไก่ดิบกระดึ๊บออกจากโต๊ะอาหาร ทำลูกค้าร้องเสียงหลง

สื่อเดอะซันได้แพร่ภาพที่น่าแปลกใจและขยะแขยง เมื่อชิ้นเนื้อไก่ดิบค่อยๆ กระดึ๊บออกจากจานบนโต๊ะของร้านอาหารแห่งหนึ่ง ทำให้ลูกค้าจีนคนหนึ่งกรีดร้องเสียงหลง ขณะที่ชาวเน็ตตั้งฉายาให้มันว่า “เนื้อไก่ซอมบี้”

ภาพในวิดีโอจะเห็นจานเนื้อไก่สดวางอยู่บนโต๊ะเคียงข้างอาหารอื่นๆ ภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งอยู่ไกล้ๆร้าน จำหน่าย กระดาษลูกฟูก กระดาษลูกฟูก 2ชั้น แต่ระหว่างนั้นชิ้นเนื้อไก่ดิบก็เริ่มกระดุกกระดิกไปมา จากนั้นมันก็ค่อยๆ กระดึ๊บปีนออกจากจาน ท่ามกลางเสียงกรีดร้องของลูกค้าหญิงคนหนึ่ง ก่อนที่มันจะร่วงตกโต๊ะไป

วิดีโอดังกล่าวถูกโพสต์ลงบนเฟซบุ๊กของ Rie Phillip และนับตั้งแต่นั้นมีผู้เข้าชมแล้วมากกว่า 4.6 ล้านครั้ง

ไม่เป็นที่ชัดเจนว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ใด แต่จากที่มีตะเกียบวางอยู่บนจาน บ่งชี้ว่ามีความเป็นไปได้ที่มันอาจเป็นร้านอาหารญี่ปุ่น, จีนหรือไม่ก็เกาหลี

ผู้คนที่โพสต์แสดงความคิดเห็นพากันสันนิษฐานว่าการเคลื่อนไหวของเนื้อไก่ดิบน่าจะมีต้นตอจากปลายประสาทของไก่ยังไม่ตายดี โดยหนึ่งในนั้นบอกว่า “เป็นเรื่องปกติ เพราะเนื้อที่สดมากๆ กล้ามเนื้อยังอาจเคลื่อนไหวอยู่”

เป็นที่ทราบกันดีว่าไก่เป็นสัตว์ที่สามารถอยู่รอดและเคลื่อนไหวได้แม้หัวของมันจะขาดก็ตาม โดยในประเทศก็เคยมีข่าวว่าไก่ตัวหนึ่งอยู่รอดนานหลายสัปดาห์ ทั้งที่มันอยู่ในสภาพหัวขาดเหลือแต่คอที่เปรอะไปด้วยเลือด

ส่วนไก่ไร้หัวที่มีอายุยืนที่สุดในโลกได้แก่เจ้าไมค์ ไก่ในฟาร์มแห่งหนึ่งในเมืองฟรูอิทา รัฐโคโลราโด สหรัฐฯ โดยมันมีชีวิตอยู่รอดนานถึง 18 เดือน ระหว่างปลายปี 1945 ถึงปี 1947