คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวสารประจำวัน

โซเชียลแห่แชร์ ตามล่ารถซิ่งแข่งกันชนสาวท้องแก่ 8 เดือน แล้วหนี

ชาวเน็ตแห่แชร์โพสต์ตามหารถแข่งซิ่ง ชนหญิงท้องแก่ 8 เดือน แล้วหนี แถมมีรถอีกคันโดนลูกหลงจนยางแตก และเกือบพลิกคว่ำ

(29 พ.ย.) เฟซบุ๊ก กุญญพัสตร์ พูลสวัสดิ์ ได้โพสต์ภาพพร้อมข้อความเหตุการณ์รถซิ่งแข่งกัน แล้วเกิดชนหญิงท้องแก่บาดเจ็บ ก่อนจะขับหลบหนีไป พร้อมตามตัวให้มารับผิดชอบจากเรื่องราวที่เกิดขึ้น

โดยผู้โพสต์ ระบุว่า “น่าสงสารน้องท้อง 8 เดือน โดนรถที่แข่งกันมาชน ไม่ทราบว่ารถไร ทะเบียนไหน เส้นสุขุมวิท ตรงข้ามร้านขาย เทปใส เทปกาว ช่วยแชร์หาคนผิดหน่อย”

เบื้องต้น ทราบว่าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดที่ อ.เมือง จ.ชลบุรี โดยพลเมืองดีส่งตัว หญิงท้องแก่ 8 เดือน ไปเข้ารับการรักษาต่อที่ รพ.ชลบุรี แล้ว อาการของทารกให้ครรภ์ปลอดภัย ส่วนหญิงท้องแก่ยังต้องตรวจเช็กร่างกายอย่างละเอียดต่อไป ซึ่งเหตุการณ์นี้ทราบว่า 

นอกจากนี้ ยังมีรถยนต์อีกหนึ่งคันที่ได้รับลูกหลงจากรถที่ซิ่งแข่งกัน จนยางแยกและเกือบจะพลิกคว่ำ

แม่ปล่อยโฮ กำลังขับเก๋งไปรับศพลูกสาว จู่ๆ ไฟหวิดไหม้รถ

แม่ถึงกับปล่อยโฮ ขับเก๋งเตรียมไปรับศพลูกสาวที่เพิ่งเสียชีวิต จู่ๆ ไฟหวิดลุกห้องเครื่องรถ เคราะห์ดีชาวบ้านช่วยดับทัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (27 ต.ค.) ชาวบ้านและผู้เห็นเข้าช่วยเหลือคนขับขับรถยนต์เก๋ง โตโยต้าคัมรี่ ทะเบียน 8668 กทม. ที่ไฟกำลังเริ่มลุกไหม้บริเวณห้องเครื่อง แต่สามารถดับไว้ได้ก่อนที่จะลุกลามเสียหาย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่บริเวณหน้าร้านจำหน่ายเทปใส เทปกาว หมู่บ้านเมืองทอง ตำบลปากนคร อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช เจ้าของรถคือ นางหทัยกาญจน์ อายุ 64 ปี ชาวตำบลท่าซัก อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช อยู่ในสภาพขวัญเสียและอยู่ในความเครียดอย่างเห็นได้ชัด

เมื่อเข้าไปพูดคุย นางหทัยกาญจน์ ถึงกับร่ำไห้ออกมา และบอกว่ามาเกิดเหตุเหตุการณ์นี้ขึ้นอีกลูกสาวก็ป่วยและเพิ่งเสียชีวิต ศพยังฝากไว้ที่ รพ.มหาราช เพื่อรอรับออกมาบำเพ็ญกุศลในวันนี้

นางหทัยกาญจน์ บอกว่า ขณะเกิดเหตุได้ขับรถมาแวะกดเงินสดจากตู้เอทีเอ็ม เพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายที่จะไปรับศพและจัดงานศพลูกสาวที่วัดบุญนารอบ ในตัวเมืองแต่หลังจากมาจากจอดรถได้เกิดกลุ่มควันออกมาจากห้องเครื่องยนต์ ผู้เห็นเหตุการณ์และเจ้าหน้าที่ได้มาช่วยกันไว้ได้ และแจ้งช่างเข้าตรวจสอบความเสียหาย

ต่อมาช่างแบตเตอรี่ได้เข้าตรวจสอบพบว่าแบตเตอรี่มีความร้อนสูง และขั้วของแบตเตอรี่ร้อนจนละลายเป็นจุดที่เริ่มเกิดเปลวไฟ ส่วนกลุ่มควันเกิดจากความร้อนและจารบีที่เคลือบขั้วแบตเตอรี่

อย่างไรก็ตาม ถือเป็นเคราะห์ดีที่ผู้เห็นเหตุการณ์ช่วยไว้ได้ทัน เนื่องจากรถคันนี้ติดตั้งระบบแก๊ซ LPG เป็นเชื้อเพลิง หากไฟเกิดลุกลามขึ้นอาจเกิดความเสียหายอย่างรุนแรงขึ้นได้

5 เดือนไม่มีอะไรคืบ ญาติบุกทวงคดีป้าเศรษฐินีโดนแทงดับคาบ้าน

ญาติบุกทวงคดีคุณป้าเศรษฐินีวัย 62 ถูกแทงดับคาบ้าน ผ่านมา 5 เดือน คนร้ายยังลอยนวล ทำครอบครัวผวาไม่ปลอดภัย ตำรวจแจงว่าหลักฐานยังไม่ครบ

(22 ต.ค.) นายสุทัศน์ อายุ 50 ปี น้องชายของนางสมบุญ อายุ 62 ปี ที่ถูกคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงจนเสียชีวิต ภายในบ้านพัก ต.หนองตอง อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ข้างโรงงานผลิตแอร์บับเบิ้ล กันกระแทกราคาถูก เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2562 พร้อมกลุ่มญาติกว่า 10 คน สวมเสื้อยืดสีขาวสกรีนภาพของนางสมบุญ พร้อมข้อความ “ไม่ลืมแม่หลวงบาง สมบุญ”

ส่วนด้านหลังสกรีนข้อความ “อย่าให้ฆาตกรลอยนวล” พร้อมกับถือภาพถ่ายนางสมบุญ เข้ายื่นหนังสือถึง พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผู้บัญชากาตำรวจภูธรภาค 5 ขอให้เร่งรัดตามจับกุมฆาตกรที่ก่อเหตุมาลงโทษโดยเร็ว หลังผ่านไปกว่า 5 เดือนแต่ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้

ขณะที่ พ.ต.อ.วิวัฒน์ชัย พงษ์วิวัฒน์ชัย รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 5 เป็นตัวแทนออกมารับหนังสือจากกลุ่มญาติ พร้อมเชิญทั้งหมดเข้ารับฟังการชี้แจงการทำงานของตำรวจและความคืบหน้าทางคดี

นายสุทัศน์ เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุผ่านมานานกว่า 5 เดือน แต่ยังไม่สามารถจับกุมคนร้ายได้ คดีที่เกิดขึ้นกับพี่สาวของตน ถือเป็นคดีสะเทือนขวัญ เพราะคนร้ายลงมืออย่างโหดเหี้ยม บุกเข้าไปแทงพี่สาวถึงในบ้าน โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย ทุกวันนี้คนในครอบครัวยังหวาดกลัว รู้สึกไม่ปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน เพราะหลังคนร้ายยังลอยนวลอยู่

พ.ต.อ.วิวัฒน์ชัย กล่าวว่า ตำรวจยังทำงานต่อเนื่องหลังเกิดเหตุ เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม แต่อาจจะไม่ได้แจ้งให้ทางญาติทราบถึงความคืบหน้า คดีนี้ต้องใช้เวลา เนื่องจากยังมีอุปสรรคบางอย่างและหลักฐานยังไม่ครบ แต่ขอให้ทางญาติมั่นใจว่าตำรวจจะเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้อย่างแน่นอน โดยตำรวจยังไม่ได้ตัดประเด็นอะไรทิ้ง เพราะผู้ตายนั้นเป็นคนมีฐานะ ปล่อยเงินกู้และที่ผ่านมามีคดีฟ้องร้อง 2 คดี

สำหรับคดีนี้ นางสมบูรณ์ อายุ 61 ปี ถูกคนร้ายบุกเข้าไปแทงถึงในบ้านพัก หลังกลับจากงานศพของคนในหมู่บ้าน ขณะเกิดเหตุภายในบ้านมีสามี รวมทั้งลูกสาวและลูกเขยนอนอยู่ หลังก่อเหตุคนร้ายได้วิ่งหลบหนีและปีนรั้วออกไปทางหลังบ้าน หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ได้เรียกสามีผู้เสียชีวิต ลูกสาวและลูกเขยมาสอบปากคำ ในฐานะพยานบุคคลที่อยู่ในเหตุการณ์แล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้า

เจ้าบ่าวหมาดๆ แต่งงานแค่ 2 วัน ชักปืนโชว์ลูกน้อง กระสุนลั่นเจาะหัวตัวเองดับ

(23 ต.ค.62) เมื่อเวลา 01.00 น. ร.ต.อ. วิชิต ลาชัย องสารวัตรสอบสวน สภ น้ำโสม อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี ได้รับแจ้งว่ามีเหตุคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ ภายในบ้าน หมู่ที่ 1 บ้านน้ำโสม ต.น้ำโสม อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี ข้างโรงงานผลิตกระดาษห่อพัสดุ กระดาษน้ำตาล เมื่อรับแจ้งแล้วจึงรายงานไปยัง พ.ต.อ. อาลักษณ์ เจริญธนกุล ผกก.สภ. น้ำโสม และประสานไปยัง กู้ชีพ รพ. น้ำโสม พร้อมชุดกู้ภัยน้ำโสม รุดไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนไม้ 2 ชั้น ภายในบ้านพบ นายอนุชา อายุ 38 ปี  สวมเสื้อยืดสีขาวคลุมด้วยเสื้อแขนยาวลายพรางทหาร นุ่งกางเกงยีนส์ขายาว ถูกยิงที่ศีรษะบริเวณขมับขวา นอนจมกองเลือดอยู่ข้างตู้เก็บของกลางบ้าน อาการสาหัส ทางเจ้าหน้าที่กู้ชีพ รพ.น้ำโสม พร้อมชุดกู้ภัยน้ำโสม ได้นำตัวส่งโรงพยาบาลน้ำโสม แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสอบสวน น.ส. ปุ๋ย (นามสมมุติ) อายุ 25 ปี เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุ ให้การว่า ตนเป็นหลานสาวของนายอนุชา วานนี้ตนกับเพื่อนผู้ชายอีก 3 คน นั่งดื่มกินกันภายในบ้าน จากนั้นนายอนุชา พร้อมนางเต้ย (นามสมมุติ) ภรรยานายอนุชา ได้มาหาพวกตนที่บ้าน จากนั้นก็ได้นั่งดื่มกินกัน จากนั้นนายอนุชาให้ตนโทรศัพท์ไปเรียกนายป๊อบมาหาเพื่อจะทวงเงินที่ค้าง

จากนั้นนายอนุชา ได้นำปืนออกมาโชว์ให้ทุกคนดู พร้อมกับกระชากขึ้นลำปืน จนลูกกระสุนกระเด็นออกมา จากนั้นนายอนุชาได้ดันเซฟปืนแล้วพูดว่าเซฟปืนรุ่นนี้ดี และเมื่อนายป๊อบมานายอนุชาได้ทวงถามเงินจากนายป๊อบ แล้วก็เอาปืนยกขึ้นมาโชว์แล้วก็พูดว่าปืนรุ่นนี้เซฟดี ซึ่งตนก็ได้เดินไปห้องครัวหลังบ้านเพื่อไปทำอาหารมากิน จากนั้นได้ยินเสียงปืนดังขึ้น 1 นัด ตนจึงวิ่งออกมาดู พบนายอนุชา นั่งพิงตู้เก็บของ ที่ศีรษะมีเลือดออก ส่วนปืนตกอยู่ที่ขา เพื่อนชายอีก 3 คน ยืนดูด้วยความตกใจ จากนั้นตนจึงไปบอกหลานสาวให้โทรศัพท์แจ้ง 1669 และกู้ภัย เพื่อนำนายอนุชาไปส่งโรงพยาบาล แล้วไปเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

ต่อมาเวลา 12.00 น. พล ต.ต. นันทชาติ ศุภมงคล ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี เดินทางมาตรวจที่เกิดเหตุด้วยตัวเองอย่างละเอียดจากนั้นเดินทางมาที่ สภ. น้ำโสม เพื่อสอบปากคำผู้อยู่ในเหตุการณ์ด้วยตัวเอง โดยใช้เวลาสอบสวนประมาณ 2 ชั่วโมง จึงเดินทางกลับ

Advertisement

นางเต้ย (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี ภรรยานายอนุชา  ให้การว่าตนกับผู้ตายคบหากันมาได้เพียง 1 เดือน และพึ่งได้แต่งงานกันได้เพียง 3 วัน ซึ่งนายอนุชา บอกตนว่าอยากแต่งงาน มีครอบครัว เพื่อสร้างอนาคต หลังจากนายอนุชาเคยถูกจับดำเนินคดีเรื่องยาเสพติด และพ้นโทษออกมาได้ 5 เดือน  ซึ่งนายอนุชาชอบเล่นปืน และเอาปืนมาโชว์ลูกน้องบ่อยครั้ง ซึ่งตนก็เคยบอกว่าอย่าทำแบบนี้มันอันตราย วานนี้ช่วงเวลา 20.30 น. ผู้ตายได้โทรศัพท์หาลูกน้อง ชื่อนายป๊อบ (นามสมมุติ)  เพื่อทวงถามเงินที่ค้างกัน หลังจากโทรศัพท์เสร็จผู้ตายจึงได้พาตนซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์มาที่บ้านเกิดเหตุช่วงประมาณ 21.00 น. เมื่อมาถึงพบว่ามีชายหญิงรวม 4 คน นั่งดื่มกินกันอยู่ที่เตียงกลางบ้าน ตนจึงนั่งกินกับนายอนุชาและเพื่อนอยู่สักพักผู้ตายจึงบอกให้ตนกลับบ้านไปก่อน อีก 1 ชั่วโมงค่อยมารับ นายอนุชาบอกว่าจะเคลียร์กับลูกน้องก่อนเรื่องเงินที่คงค้างกันในการทำธุรกิจด้วยกัน ตนจึงกลับมาบ้านและไม่นานก็มีญาตินายอนุชา โทรศัพท์ไปบอกว่าสามีตนถูกยิงเสียชีวิตแล้วศพอยู่โรงพยาบาล

พ.ต.อ. อาลักษณ์ เจริญธนกุล ผกก.สภ. น้ำโสม  เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุมีกองเลือดอยู่กลางบ้าน และพบอาวุธปืนซีแซด ขนาด 9 มม. ออโต้เมติก สีดำ 1 กระบอก ปลอกกระสุน 1 ปลอก และลูกกระสุน 1 นัด ตกอยู่ที่พื้นบ้าน และแมกกาซีน 2 อัน กระสุนจำนวน 16 นัด ซึ่งได้ทำการสอบสวนผู้อยู่ในเหตุการณ์ พยาน และ ภรรยา ให้การไปแนวทางเดียวกัน ว่านายอนุชาผู้ตายมีพฤติกรรมชอบเล่นอาวุธปืน ประมาท ควงปืนและชอบขึ้นลำแล้วเซฟปืน ยิงใส่หัวตัวเอง ซึ่งครั้งนี้ปืนได้ลั่นใส่ตัวเองเสียชีวิต

ส่วนประเด็นอื่น ซึ่งจากการสอบสวนพยานก็ให้การตรงกัน จะมีเพียงแค่นายอนุชาผู้ตายมีการทวงถามเงินที่ติดค้างจากลูกน้อง แต่คนที่ถูกทวงถามก็ไม่สามารถที่จะก่อเหตุได้เนื่องจากนายอนุชาผู้ตาย จะพกปืนติดตัวอยู่เป็นประจำ ซึ่งนายอนุชาเคยมีประวัติถูกจับเรื่องยาเสพติดและพ้นโทษออกมาเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา ส่วนอาวุธปืนนายอนุชา ซื้อมาจากคนรู้จัก ซึ่งกำลังตรวจสอบว่าเป็นปืนที่ซื้อมาถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ซึ่งทางภรรยาและญาติไม่ติดใจในการเสียชีวิต

แม่ชี พักผ่อนน้อย ควบเก๋งหลับใน เสียหลัก ชนเสาไฟ รถกระเด็น ล้อชี้ฟ้า

วันที่ 21 ต.ค. สภ.เขาบางแกรก จ.อุทัยธานี รับแจ้งเหตุรถเก๋งเสียหลักพลิกคว่ำอยู่ข้างถนน บริเวณข้างโรงงานผลิตฟิล์มพันพาเลท ฟิล์มพันสินค้า มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส บนถนนสายหนองฉาง-ลานสัก ม.1 ต.เขากวางทอง อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี หลังรับแจ้งจึงประสานไปกู้ภัยอุทัยธานี (จุดหนองฉาง) รุดไปตรวจสอบพร้อมให้การช่วยเหลือ

ที่เกิดเหตุพบ ชีพราหมณ์นุ่งขาวห่มขาว ทราบชื่อ น.ส.พมร สีกากี อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 100 ม.11 ต.ไผ่เขียว อ.สว่างอารมณ์ จ.อุทัยธานี อยู่ในสภาพศีรษะแตก เป็นแผลยาว กู้ภัยปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำตัวส่ง ร.พ.หนองฉาง ข้างทางพบรถเก๋ง เลขทะเบียน กจ 8565 อุทัยธานี สภาพพลิกคว่ำหงายท้องล้อชี้ฟ้า ด้านหน้าฝั่งซ้ายยุบ ได้รับความเสียหาย

น.ส.พมร เปิดเผยว่า ตนมาบวชที่วัดหนองมะกอก ต.หนองนางนวล เมื่อช่วงสายได้ขับรถไปทำธุระที่บ้าน และ วัดลานสัก อ.ลานสัก พอเสร็จธุระ จึงเดินทางกลับวัดหนองมะกอก เพื่อจะบวชต่อ ในระหว่างที่ขับรถกลับมานั้นได้เกิดมีอาการหลับในขึ้น เนื่องจากช่วงกลางคืนนั้นไม่ได้นอนพักผ่อน ขณะนั้นรถเกิดเสียหลักลงข้างทางไปชนเสาหลักลายข้างทาง และเสาไฟฟ้าส่องสว่างจนเสาคดง้อแล้วทำให้รถกระเด็นพลิกตีลังกา หลายตลบตกลงข้างทางทำให้ตนเองได้รับบาดเจ็บดังกล่าว

สามเณรโดนขังคากุฏิ 5 วัน อยู่เป็นทาสเซ็กส์-ปรนนิบัติกามให้เจ้าอาวาส

พ่อเดือดจัด! บุกเข้าช่วยสามเณรลูกชายวัย 13 ปี ถูกจับขังเอาไว้ในกุฏิของเจ้าอาวาสนานถึง 5 วัน ไม่สามารถออกไปไหนได้ พร้อมบังคับให้อมอวัยวะเพศ-บำเรอกาม

(15 ต.ค.) นายจอม (นามสมมติ) อายุ 33 ปี ได้นำตัว สามเณรนนท์ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี เข้าแจ้งความที่ สภ.หนองขาว อ.ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี หลังจากที่สามเณรลูกชายถูกเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่ง ข้างโรงงานผลิตที่ตัดเทป ตัวตัดเทป กักขังตัวเอาไว้ภายในกุฏิวัดนานถึง 5 วันเต็ม โดยไม่อนุญาตให้ออกไปไหน

กระทั่งในเวลาต่อมา สามเณรนนท์ ทนไม่ไหว จึงได้โทรศัพท์เล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้พ่อฟัง ก่อนที่จะญาติๆ จะพยายามหาทางช่วยเหลือออกมา แล้วพาย้ายไปจำวัดที่อื่นแทน หลังจากนั้นจึงได้พบข้อความสนทนาผ่านแชทที่สามเณรเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยพบว่าหลวงพ่อได้สั่งให้ส่งตัวสามเณรเข้าไปปรนิบัติในกุฏิ

ล่าสุดได้นำหลักฐานข้อความดังกล่าวมอบให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้น สามเณรนนท์ เปิดเผยว่า หลวงพ่อมักจะเรียกให้เข้าไปหาในกุฏิ ก่อนจะสั่งให้บีบนวดให้ จากนั้นจึงบังคับให้ทำออรัลเซ็กส์อยู่บ่อยครั้ง โดยบางครั้งจะถูกขังไม่ให้ออกไปนอกกุฏิ ไม่เช่นนั้นจะถูกทำร้าย ทำให้ไม่กล้าขัดขืดและต้องยอมทำตาม และเมื่อโอกาสจึงได้ติดต่อหาพ่อและเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟัง พร้อมขอความช่วยเหลือ

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมนำตัวสามเณรผู้เสียหายไปสอบสวนหาข้อมูลร่วมกับเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพที่สำนักงานอัยการจังหวัดกาญจนบุรี หากพบว่ามีมูลเตรียมออกหมายเรียกเจ้าอาวาส เข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฏหมายต่อไป

ผัวแค้นเมียปันใจ ดักฆ่าโหดหนุ่ม! ใช้ขวดตีหัวก่อนปาดคอ แต่กรดฆ่ายางโดนลูกตัวเองสาหัส

ที่ สภ.บางขัน จังหวัดนครศรีธรรมราช ช่วงเช้าที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน สภ.บางขัน ได้คุมตัวนายอภิชาต อายุ 32 ปี และเก็บหลักฐานอาวุธมีดของกลางที่ใช้ก่อเหตุ ไปฝากขังยังศาลจังหวัดทุ่งสง หลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมาตกเป็นผู้ต้องหาใน 2 ข้อหาคือ ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา และทำร้ายร่างกายผู้อื่น โดยนายอภิชาต ผู้ต้องหารายนี้เป็นผู้ที่ขับรถจักรยานยนต์มาแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าได้ฆ่าคนและขอมอบตัวด้วยตัวเอง ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบพบว่ามีการฆาตกรรมเกิดขึ้นจริงตามที่นายอภิชาตแจ้ง

ทั้งนี้ เมื่อคืนที่ผ่านมา (26 ก.ย.) เจ้าหน้าที่พบว่าจุดเกิดเหตุอยู่ที่บริเวณสามแยกสวนยางพารา หมู่ที่ 16 ต.บ้านลำนาว อ.บางขัน พบศพนายสุกรียา อายุ 36 ปี เสียชีวิตในสภาพใบหน้าและร่างกายมีแผลพุพองที่เกิดจากน้ำกรดฆ่ายาง นอกจากนั้นบริเวณลำคอและลำตัวพบบาดแผลฉกรรจ์หลายแผล ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบขวดแก้วบรรจุน้ำกรดฆ่ายางแตกกระจาย และพบรถจักรยานยนต์ล้มอยู่ที่เกิดเหตุ 1 คัน

ขณะเดียวกันพบว่ามีผู้บาดเจ็บในกรณีเดียวกัน 1 รายคือ ลูกชายวัย 10 ขวบของผู้ก่อเหตุ ได้รับบาดเจ็บสาหัสถูกกรดฆ่ายางกระเซ็นเข้าราดบริเวณลำตัว ซึ่งถูกนำตัวส่ง รพ.บางขัน หลังจากแพทย์ได้ช่วยเหลือในเบื้องต้วแล้วจึงนำตัวส่ง รพ.มหาราช นครศรีธรรมราช เพื่อให้แพทย์เฉพาะทางเร่งให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

อย่างไรก็ตาม นางกัลยา อายุ 30 ปี ภรรยาของผู้ตายยืนยันว่าผู้ก่อเหตุคือนายอภิชาติ ซึ่งเป็นอดีตสามีที่เลิกรากันไปราว 1 ปีแล้ว หลังจากนั้นได้มาอยู่กินกับสามีใหม่คือนายสุกรียา ก่อนเกิดเหตุนายสุกรียาขับรถจักรยานยนต์พาบุตรชายที่เกิดกับนายอภิชาตซ้อนท้ายไปซื้อเทปใส เทปกาวที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง หลังจากนั้นขณะที่กำลังขับรถกลับบ้าน ปรากฏว่านายอภิชาตขับรถจักรยานยนต์ตามไปแล้วบังคับให้นายสุกรียาจอดรถ ก่อนที่จะใช้ขวดน้ำกรดฆ่ายางที่มีน้ำกรดอยู่เต็มตีศีรษะแล้วปาดคอแทงซ้ำหลายครั้ง แล้วน้ำกรดฆ่ายางกระเซ็นไปโดนลูกชายจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่นายอภิชาตขับรถหายไปมารู้ภายหลังว่าได้ไปแจ้งความด้วยตัวเองและเข้ามอบตัวกับตำรวจ

ขณะที่ นายอภิชาต ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาหลังจากที่เข้าแจ้งเหตุฆาตกรรมกับเจ้าหน้าที่ด้วยตนเอง ยอมเปิดเผยสาเหตุในการก่อเหตุว่าสาเหตุที่ตัดสินใจก่อเหตุ เนื่องจากประมาณ 2-3 เดือนที่ผ่านมาถูกนายสุกรียาข่มขู่ฆ่า ทำให้ตนไม่กล้าออกไปกรีดยางพาราและต้องหวาดระแวงตลอดเวลา

ประกอบกับเชื่อว่าโดนทำคุณไสยใส่ภรรยาเป็นเหตุให้ภรรยาเลิกราไปอยู่กินกับผู้ตาย รวมทั้งทำคุณไสยใส่ตนเองจนทำให้มีอาการแปลกประหลาดเช่นปัสสาวะเป็นเลือด ทำให้มีความแค้นบวกกับความหึงหวง เมื่อมาเจอนายสุกรียาที่ร้านค้าจึงเกิดความโกรธแค้นขึ้นมา ตัดสินใจขับรถจักรยานยนต์ตามไปที่เกิดเหตุและใช้ขวดน้ำกรดฆ่ายางซึ่งตั้งใจจะซื้อไปผสมยางตามปกติแต่เอามาใช้ในการก่อเหตุ หลังจากนั้นจึงไปแจ้งเจ้าหน้าที่ด้วยตัวเองเพื่อขอยอมรับผิดทั้งหมด

พ่อเลี้ยงฝรั่งลักพาตัวเด็กหญิง 9 ขวบ แม่แทบพลิกขอนแก่นหา ร่ำไห้ขอลูกสาวคืน

(24 ก.ย. 62) จากกรณีเพจเฟซบุ๊ก “คนกระนวน” ได้โพสต์ข้อความระบุว่า เด็กหญิง 9 ขวบ ถูกพ่อเลี้ยงลักพาตัวไปจากโรงเรียนเอกชนแห่งหนึ่ง ตอนนี้แม่เป็นห่วงมาก จึงขอความร่วมมือทุกท่านที่พบเห็นช่วยแจ้งเบาะแส

ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อผู้เสียหาย ทราบชื่อต่อมาคือ นางสาวบุญไท มีอาการกระวนกระวายเป็นห่วงลูกสาวเป็นอย่างมาก พร้อมกับพูดผ่านสื่อ ยกมือไหว้ทั้งน้ำตา และพูดภาษาฟินแลนด์เพื่อสื่อสารให้สามีคือ MR.KOSKINEN JARKKO TUOMAS ที่กำลังดูข่าวขอให้นำลูกสาวกลับคืนมา เพราะคิดถึงลูกสาวมาก ไม่รู้ว่าลูกจะเป็นอย่างไรบ้าง กลัวลูกสาวจะถูกทำร้าย

นางสาวบุญไท กล่าวว่า ก่อนที่ลูกและสามีใหม่จะหายไปแกเป็นคนขี้น้อยใจ หึงหวง เมื่อ 2-3 วันที่ผ่านมาแกแอบเอาพาสปอร์ตของลูกทั้ง 2 คนคือที่เป็นผู้หญิงซึ่งเป็นลูกติดจากสามีเก่า และของลูกผู้ชายที่เกิดด้วยกันพร้อมด้วยกระเป๋าไปซ่อนไว้ในดงกล้วยข้างบ้าน ตนเองพยายามถามหาแกบอกว่ากระเป๋าหายไปจึงช่วยกันหา แต่แกก็เดินไปหยิบออกมาจากที่ซ่อน โดยในวันนี้ตนเองไม่อยู่บ้านไปทำธุระ สามีจึงได้โอกาสไปหาลูกสาวที่โรงเรียนตอนเที่ยง และก่อนหน้านั้นพยายามจะมารับลูกชายที่อยู่ในบ้านแต่ญาติไม่ยอมให้ จึงพาลูกสาวของตนเองหายไป ตนเองพยายามโทรหาก็ไม่รับสาย ไลน์ไปก็อ่านแต่ไม่ตอบกลับ ตนเป็นห่วงลูกมากกลัวจะทำมิดีมิร้ายกับลูกสาวตน จึงได้ไปแจ้งความไว้ที่ สภ.กระนวนไว้ ส่วนสาเหตุที่ถูกลักพาลูกสาวหลบหนีไปยังไม่ทราบแน่ชัด ต้องรอเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนต่อไป

สำหรับสามีเก่าเป็นชาวฟินแลนด์ อาชีพวิศวะกรภายในโรงงานผลิตฟิล์มพันพาเลท ฟิล์มพันสินค้า อยู่กินกันมา 9 ปี มีบุตรด้วยกัน ชื่อ ด.ญ.โอลิเวีย อายุ 9 ปี เรียนชั้น ป.3 สาเหตุที่เลิกกับสามีเก่าเพราะถูกทำร้ายร่างกายอยู่เป็นประจำ จึงได้หย่ากัน โดยได้สามีใหม่เป็นชาวฟินแลนด์ด้วยกัน อาศัยคนละเมืองกันห่างกันเพียง 12 กิโลเมตรเท่านั้น โดยสามีใหม่ชื่อ MR.KOSKINEN JARKKO TUOMAS อาชีพเป็นช่างคอมพิวเตอร์และพนักงานรักษาความปลอดภัย โดยได้อยู่กินด้วยกัน 3 ปี มีบุตรด้วยกัน เพศชาย อายุ 3 ขวบ

ล่าสุดได้เดินทางกลับไทยเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยได้ปลูกบ้านอยู่ด้วยกันแต่ยังไม่เสร็จในพื้นที่บ้านของพ่อแม่ฝ่ายหญิง ส่วนหลักฐานที่สามีใหม่เอาไปด้วย มีพาสปอร์ตลูกสาว ถือสัญชาติฟินแลนต์และไทย ทั้งนี้นางสาวบุญไท เกรงว่าสามีจะพาลูกสาวกลับไปยังประเทศฟินแลนด์

คุณป้าเดินข้ามถนน เก๋งชนโครมดับคาถุุงกับข้าว เพื่อนนั่งสะอื้นภาพสลดยังติดตา

(21 ก.ย.62) เมื่อเวลา 21.00 น. 2562 พ.ต.ท.สพัศ ปราการพิทักษ์ สว.สอบสวน สภ.คูคต ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถชนคนเดินเท้ามีผู้เสียชีวิต ที่เกิดเหตุใกล้เคียงจุดกลับรถถนนลำลูกกา-พหลโยธินขาเข้า หน้าโรงงานผลิตกระดาษลูกฟูก ลูกฟูกม้วน ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี หลังรับแจ้งจึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยแพทย์เวรจาก รพ. ภูมิพลอดุลยเดช และอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุกลางถนนพบรถเก๋งโตโยต้า วีออส สีเทา สภาพด้านหน้าพังยับกระจกบานหน้ามีรอยยุบจอดอยู่ ใกล้กัน พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นหญิง 1 รายทราบชื่อต่อมา นางปราณี อายุ 50 ปี ซึ่งเป็นคนเดินข้ามถนนข้างตัวยังพบเครื่องปรุงแต่งรสชาติอาหารตกอยู่

นางสมศรี อายุ 50 ปี เพื่อนผู้เสียชีวิต เปิดเผยว่า ตนเองและผู้เสียชีวิต ได้กลับจากการซื้อกับข้าวมาทำกินที่หอพัก ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามที่เกิดเหตุ  เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุตนและผู้ตายลงจากแท็กซี่จากนั้นตนเองก็ข้ามถนนโดยบอกให้ผู้ตายข้ามมาเพราะมองแล้วว่าปลอดภัยแต่ผู้ตายไม่ข้าม กระทั่งตนเองข้ามไปถึงกลางถนนแล้วผู้ตายกลับเดินข้ามมาตนเองบอกว่าอย่าข้าม เพราะรถมาใกล้แล้วแต่ผู้ตายไม่ฟังเสียง จึงถูกรถชนจนเสียชีวิต

พ.ต.ท.สพัศ  ปราการพิทักษ์ สว.สอบสวน สภ.คูคต เปิดเผยว่า พร้อมด้วยแพทย์เวร จากโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช ทำการสถานที่เกิดเหตุบันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน  พร้อมกับให้ทางมูลนิธิร่วมกตัญญูนำส่งชันสูตรอีกครั้งที่รพ. ภูมิพลอดุลยเดช และเชิญตัวผู้ขับขี่ไปสอบปากคำเพิ่มเติมเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาต่อไป

ไม่เอาใจไม่อ่อนโยน สาวฉกรรจ์เมืองพัทยาไล่ชกฝรั่ง ฉุนไม่เลี้ยงข้าว

สาวประเภทสองเมืองพัทยาสร้างวีรกรรม อ้อนฝรั่งเมืองน้ำหอม หวังเลี้ยงข้าวก่อนรุ่งเช้า แต่อีกฝ่ายไม่ยอมเล่นด้วย เดือดจัดไล่ชกจ้าละหวั่น ทำเผ่นหนีมาแจ้งตำรวจ

(16 ก.ย.) เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา พ.ต.ท.ธัชญ์ศักดิ์ จีรัฐติกุลชัย สว.สอบสวน สภ.เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งจาก นายล็อตฟี อายุ 43 ปี สัญชาติฝรั่งเศส ระบุว่า ถูกสาวประเภทสองทำร้ายร่างกายหน้าร้านจำหน่าย กระดาษห่อพัสดุ กระดาษน้ำตาล บริเวณอล์คกิ้ง สตรีท พัทยาใต้ ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืยสวนลงพื้นที่ตรวจสอบ

โดยผู้เสียหายได้นั่งวินจัรยายนมาที่ สภ.เมืองพัทยา ด้วยอาการตื่นตระหนกตกใจ พร้อมเล่าว่าได้ถูกสาวประเภทสองทำร้ายร่างกาย เพราะสาวประเภทสองเข้ามารบเร้า แม้ว่าตนจะพยายามปฏิเสธแล้วก็ตาม แต่สาวประเภทสองก็ยังไม่ลดละความพยายาม อ้างว่าหิว อ้อนให้ซื้ออาหารให้กิน

แต่ตนได้บอกกลับไปว่าไม่มีเงินสด แต่ฝ่ายสาวประเภทสองก็ยังไม่ยอมฟัง และอยู่ๆ ก็โมโหขึ้นมา จึงได้ทำร้ายร่างกาย ตนพยายามวิ่งหนีไปขึ้นรถจักรยานยนต์รับจ้าง เพราะไม่น่าจะสู้แรงไหว แต่สาวประเภทสองก็ยังวิ่งตามมาไล่ชกเข้าที่คอ ก่อนที่วินจะขี่พาหนีมาแจ้งความที่สถานีตำรวจดังกล่าว

ในเวลาต่อมา เจ้าหน้าที่ได้ประสานงานกับ ร.ต.อ.ณธกร จันทร์ลอด รอง สว.สส.ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุ จนสามารถจับกุมตัวผู้ก่อเหตุมาได้คือ นายนรินทร์ อายุ อายุ 34 ปี ก่อนควบคตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนิคดีตามกฎหมายต่อไป