คลังเก็บหมวดหมู่: ข่าวสารประจำวัน

เผยนาที หนุ่มบุกจี้ชิงทรัพย์-ทำร้าย แอร์สาว คาลานจอดรถตลาดนัดดัง

เผยนาที หนุ่มบุกจี้ชิงทรัพย์-ทำร้าย แอร์สาว คาลานจอดรถตลาดนัดดัง

ตำรวจ โคกคราม รวบหนุ่มคาห้องพัก หลังก่อเหตุ จี้ชิงทรัพย์ แอร์สาว คาลานจอดรถตลาดนัดเลียบด่วน ในพื้นที่กรุงเทพฯ เจ้าตัวรับสารภาพ

วันที่ 17 มี.ค.2564 พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ศรีสันต์ เฟื่องสังข์ ผกก.สน.โคกคราม พร้อมด้วย พ.ต.ท.สยมภู กุลจิตติสิโรดม รอง ผกก.สส.สน.โคกคราม ร่วมกันนำกำลังตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.โคกคราม จับกุมตัว นายเมีย มน อายุ 23 ปี สัญชาติกัมพูชา ผู้ต้องหาก่อเหตุพยายามชิงทรัพย์แอร์โฮสเตสสาว พร้อมเสื้อผ้าสวมใส่ในวันก่อเหตุ และกระเป๋าสะพายข้างสีน้ำตาล โดยสามารถจับกุมได้บริเวณซอยร่วมมิตรพัฒนา แยก 2 ถนนร่วมมิตรพัฒนา ย่านโรงงานผลิต ซองใส่ขนม ซองใส่คุกกี้ กรุงเทพฯ เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา

จากกรณีสาวผู้เสียหายเป็น แอร์โฮสเตส โพสต์ถูกคนร้ายเป็นชายบุกเข้ามาในรถยนต์ส่วนตัว แล้วใช้มือบีบคอ ข่มขู่บังคับให้ส่งทรัพย์สินมาให้ ก่อนที่หญิงสาวจะขัดขืนและเปิดประตูรถลงมาร้องขอความช่วยเหลือ จนคนร้ายวิ่งหนีไป เหตุเกิดในลานจอดรถ ใกล้ตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทรา เมื่อวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 00.35 น.

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.โคกคราม ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทางและบริเวณใกล้เคียงมาอย่างต่อเนื่อง พบว่าที่ซอยร่วมมิตรพัฒนา แยก 2 ถนนร่วมมิตรพัฒนา ย่านวัชรพล พบชายวัยรุ่นซึ่งมีตำหนิรูปพรรณและลักษณะเหมือนกับคนร้ายที่ก่อเหตุที่ภาพจากกล้องวงจรปิด จึงได้ไปทำการตรวจสอบ

กระทั่ง พบชายวัยรุ่นรายนี้เดินภายในซอยร่วมมิตรพัฒนา แยก 2 มีลักษณะเหมือนคนร้ายที่ก่อเหตุ จึงแสดงตัวเมื่อทำการสอบถามพบว่าเป็นชาวกัมพูชาสามารถถามตอบภาษาไทยได้ จึงขอตรวจสอบเอกสารการเดินทางซึ่งไม่มีมาแสดงกับเจ้าหน้าที่ ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สน.โคกคราม

พ.ต.อ.ศรีสันต์ กล่าวว่า เบื้องต้นผู้ต้องหาได้รับสารภาพว่า หลบหนีเข้ามาพักอาศัยอยู่ในประเทศไทยเป็นเวลานานแล้ว โดยเดินทางเข้ามาทางด้าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ และรับสารภาพว่าเป็นคนร้ายที่ก่อเหตุพยายามชิงทรัพย์ผู้หญิงในรถยนต์ที่จอดอยู่ในลานจอดรถของตลาดนัดเลียบด่วนรามอินทราจริง

จึงได้แจ้งข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้ามาพักอาศัยอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ส่วนในคดีที่ก่อเหตุชิงทรัพย์ ต้องรอสอบปากคำผู้เสียหายและชี้ตัวยืนยันอีกครั้ง จึงจะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่ม พร้อมดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด่วน! จับแล้ว 2 คนร้าย ปล้นทอง 251 บาท กลางห้างดัง คุมตัวสอบเครียด

ด่วน! จับแล้ว 2 คนร้าย ปล้นทอง 251 บาท กลางห้างดัง คุมตัวสอบเครียด

ด่วน ตำรวจเมืองนนท์ บุกรวบ 2 คนร้ายบุก ปล้นทอง 251 บาท กลางห้างดังแล้ว หลังหนีกบดานแคมป์คนงานย่านพระประแดง คุมตัวสอบเครียด

จากกรณี 2 คนร้ายก่อเหตุใช้อาวุธปืนบุก ปล้นทอง ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ 2 ภายในห้างบิ๊กซี สาขารัตนาธิเบศร์ ถนนรัตนาธิเบศร์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี ย่านโรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป เมื่อวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา โดยคนร้ายได้ทองรูปพรรณไปน้ำหนักรวม 251 บาท พร้อมเงินสดอีก 80,000 บาท ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุดวันที่ 26 ก.พ.2564 รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อช่วงเช้าวันนี้ พล.ต.ต.ไพศาล วงศ์วัชรมงคล ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พร้อมด้วย พ.ต.อ.โชติวัฒน์ เหลืองวิไล รอง ผบก.ภ.จว.นนทบุรี, พ.ต.อ.จิรายุส วานิชกูล ผกก.สส.ภ.จว.นนทบุรี และ พ.ต.อ.เมษนนท์ นาขวัญ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์ ร่วมประชุมชุดสืบสวนเพื่อเร่งติดตามตัว 2 คนร้ายที่ลงมือก่อเหตุอย่างอุกอาจมาดำเนินคดีตามกฎหมาย

ต่อมาเวลา 14.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ร่วมกันควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคน คือ นายทวีวงศ์ หรือ ตูน หอมเนียม และ นายสิทธิศักดิ์ หรือ อาร์ม พึ่งผสมทอง ที่ร่วมกันใช้อาวุธปืนก่อเหตุชิงทรัพย์ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ 2 หลังจากสามารถจับกุมได้ที่แคมป์คนงานก่อสร้างแห่งหนึ่งย่านพระประแดง พร้อมทองรูปพรรณจำนวนหนึ่ง และรถจักรยานยนต์ที่ใช้ก่อเหตุ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหามาสอบสวนที่ ภ.จว.นนทบุรี อย่างเคร่งเครียด

สุมหัวไม่กลัวโควิด ตร.บุกทลาย 2 โต๊ะพนันบอล ในตลาดบางปะกง รวบนักเสี่ยงดวงเพียบ

สุมหัวไม่กลัวโควิด ตร.บุกทลาย 2 โต๊ะพนันบอล ในตลาดบางปะกง รวบนักเสี่ยงดวงเพียบ

สุมหัวไม่กลัวโควิด ตร.บุกทลาย 2 โต๊ะพนันบอล ในตลาดบางปะกง รวบนักเสี่ยงดวงเพียบ เช็กยอดเงินหมุนเวียนพบเดือนละเป็นล้าน ลุยจับเจ้าของบ่อน.

วันที่ 11 ก.พ.64 พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร.ในฐานะ ผอ.ศปอส.ตร.กำชับกวดขันมิให้มีการลักลอบเล่นการพนันอันอาจนำไปสู่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 พล.ต.ท.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. รักษาราชการแทน ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.ไตรรงค์ ผิวพรรณ รอง ผบช.ภ.6/ หน.ชุด ศปอส.ตร.ชุดที่ 4 ร่วมกับ พล.ต.ต.อิทธิพร โพธิ์ทอง ผบก.รรท.ผบก.สส.ภ.2, พ.ต.อ.พัฒนา ปรีชานันท์ รอง ผบก.สส.ภ.2, พ.ต.อ.กิจจา แสงชวลิต ผกก.ปพ.บก.สส.ภ.2 เข้า

โดยตรวจสอบสถานที่ซึ่งลักลอบจัดให้มีการแทงผลพนันฟุตบอล 2 แห่ง พบว่ามีการตั้งจอคอมพิวเตอร์ เปิดเว็บพนันและให้บริการกับลูกค้าในการทายผลพนันฟุตบอล มีพนักงานคอยให้บริการรับจดแต้ม รับโพยทายผลฟุตบอล แล้วรวบรวมข้อมูลและจำนวนเงินทั้งหมดแทงเข้าในเวปไซต์พนันออนไลน์อีกต่อหนึ่ง

จากการตรวจสอบที่จุดที่ 1 เลขที่ 7 หมู่ 2 อาคารตลาดจตุจักรรุ่งเรือง ต.พิมพา อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ย่านโรงงานผลิต ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก พบ น.ส.นัยนา (สงวนนามสกุล) อายุ 43 ปี รับว่าเป็นพนักงานประจำโต๊ะพนันบอลดังกล่าว และยังพบลูกค้าที่เข้ามาทายผลพนันฟุตบอล อีกจำนวน 30 ราย

ส่วนจุดที่ 2 ที่ห้องเช่าไม่มีเลขที่ หมู่ 18 ต.บางปะกง อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา ตรวจสอบพบพนักงานประจำโต๊ะพนันฟุตบอล จำนวน 2 ราย ได้แก่ นายศักดิ์ศิริ (สงวนนามสกุล) อายุ 23 ปี
และ น.ส.เอ (นามสมมติ) อายุ 18 ปี ทั้งยังพบลูกค้าที่เข้ามาเล่นทายผลพนันฟุตบอลอีก 22 ราย

จึงแจ้งข้อกล่าวหาให้ผู้ต้องหาทั้งหมดทราบว่า “เป็นเจ้าสำนักจัดให้มีการเล่นพนัน (ทายผลฟุตบอล) เพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์แห่งตน, เป็นคนเดินโพยฝ่ายเจ้ามือ และเล่นพนัน (ทายผลฟุตบอล) โดยไม่ได้รับอนุญาต”

รวมสามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งสิ้น 54 ราย ตรวจยึดของกลางเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ 4 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง เงินสดของกลางจำนวนหนึ่ง และกระดาษโพยทายผลพนันฟุตบอลจำนวนมาก จากการตรวจสอบพบว่ามีการบันทึกการแทงผลพนันในระบบออนไลน์ ยอดเงินหมุนเวียนแต่ละจุดเดือนละกว่าล้านบาท

ทั้งนี้จะขยายผลไปยังเจ้าของโต๊ะรับแทงพนันฟุตบอลตลอดจนเว็บพนันฟุตบอลเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

บุกจับ! ครูมอส สังหารโหด หนุ่มใหญ่ลายสัก เปิดปมแค้น มีดจี้แม่ป่วย

บุกจับ! ครูมอส สังหารโหด หนุ่มใหญ่ลายสัก เปิดปมแค้น มีดจี้แม่ป่วย

บุกจับคาโรงแรมดัง ขอนแก่น ครูมอส มือฆ่าโหด หนุ่มใหญ่ลายสัก ทิ้งศพหน้าบ้านในพื้นที่ เปิดปากสารภาพเล่าปมแค้น เอามีดจี้คอแม่ป่วย

วันที่ 8 ก.พ.2564 พ.ต.อ.รัตนสุข คำวงศ์ ผกก.สภ.ชุมแพ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 19.30 น.ของวันที่ 7 ก.พ.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ปรัชญามาศ ไชยสุระ รอง ผกก.สส.สภ.ชุมแพ นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเข้าทำการจับกุมตัว นายบุญปลูก (ขอสงวนนามสกุล) หรือ มอส อายุ 27 ปี ครูอัตราจ้างโรงเรียนแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ชุมแพ จ.ขอนแก่น ย่านโรงงานผลิต ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ ผู้ต้องหาก่อเหตุฆ่า นายบุญทัน อายุ 43 ปี หนุ่มใหญ่ลายสัก เสียชีวิตที่กลางถนนหน้าบ้านพัก โดยจับได้ที่ภายในห้องพักของโรงแรมในเขตเทศบาลเมืองชุมแพ

จากการสอบสวน นายบุญปลูก ให้การรับสารภาพว่า คับแค้นใจ ที่ครั้งหนึ่งผู้ตายเคยเอามีดมาจี้คอแม่ของตน ซึ่งขณะนั้นกำลังป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบนอนรักษาตัวอยู่ที่บ้าน และนิสัยชอบอาละวาด หาเรื่องคนบ้านใกล้เรือนเคียง ญาติพี่น้อง จนไม่มีใครอยู่บ้านได้ ถึงขั้นขนาดที่ตนเวลาไม่อยู่บ้านต้องนำแม่ที่ป่วยไปฝากให้อาศัยอยู่กับญาติ ไม่สามารถอยู่บ้านตนเองได้

นายบุญปลูก กล่าวต่อว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 18.30 น.ของวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา ผู้ตายได้เข้ามาหาครั้งหนึ่งแล้วก็กลับบ้านไป แต่ไม่นานผู้ตายก็ย้อนกลับมาใหม่อีกครั้ง พร้อมกับถือไพ่มาด้วย ก่อนที่จะชวนตนนั่งเล่นไพ่ ขณะที่นั่งเล่น นั่งคุยกันอยู่นั้น ตนเผลอ ผู้ตายได้ใช้มือกำปั้นหมัดต่อยเข้าที่ใบหน้าของตนอย่างจัง ก่อนที่จะวิ่งหนี

นายบุญปลูก กล่าวอีกว่า ตนจึงวิ่งไล่ติดตามจนทันที่บริเวณหน้าบ้านพักของผู้ตาย ก่อนเตะเข้าที่ขาของผู้ตายจนล้มลง หลังจากนั้น ด้วยความโมโหจึงต่อยเข้าที่ใบหน้าของผู้ตายหลายครั้ง และมองเห็นท่อนไม้วางอยู่ใกล้ ๆ ก่อนจะคว้าขึ้นมาตีผู้ตายไปหลายครั้งจนนอนแน่นิ่ง แล้วกลับบ้านมาเก็บข้าวของ เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วหลบหนีมาเช่าโรงแรมนอน ก่อนถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวได้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่เชื่อคำให้การมากนัก เนื่องจากร่องรอยบาดแผลขัดเเย้งกับคำให้การ คงต้องรอผลชันสูตรศพจากสถาบันนิติเวชก่อน และเตรียมแจ้งข้อหาทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย ก่อนนำตัวฝากขังที่ศาลจังหวัดชุมแพ

เจ้าหน้าที่สหกรณ์การเกษตรหายตัวปริศนา กลายเป็นศพในรถหน้าที่ว่าการอำเภอ

เจ้าหน้าที่สหกรณ์การเกษตรหายตัวปริศนา กลายเป็นศพในรถหน้าที่ว่าการอำเภอ
พบศพเจ้าหน้าที่สหกรณ์การเกษตรในรถฟอร์จูนเนอร์ หน้าที่ว่าการอำเภอประทาย จ.นครราชสีมา คาดถูกฆ่าชิงทรัพย์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (2 ก.พ.) เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. ตำรวจ สภ.ประทาย จังหวัดนครราชสีมา ได้รับแจ้ง มีบุคคลนอนเสียชีวิตภายในรถโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์สีดำ ที่จอดใกล้กับโรงงานผลิต ถุงเเก้วฝากาว ถุงเเก้วแถบกาว หมายเลขทะเบียน  9284 กรุงเทพฯ บริเวณรั้วหน้าที่ว่าการอำเภอประทาย
ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตเป็นชายวัยกลางคน สวมเสื้อยืดสีเหลือง กางเกงยีนส์ขายาว นอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่ที่เบาะนั่งด้านผู้โดยสารตอนหน้า โดยที่บริเวณลำคอเขียวช้ำคล้ายกับถูกรัดคอ และทรัพย์สินของผู้ตายหายไปหลายรายการ หน่วยกู้ภัยฮุก 31 จุดประทาย จึงนำร่างผู้เสียชีวิตส่ง รพ.ประทาย เพื่อชันสูตรหาสาเหตุของการเสียชีวิต
จากการตรวจสอบเบื้องต้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายณรงค์ อายุ 54 ปี เป็นเจ้าหน้าที่สหกรณ์การเกษตรอำเภอชุมพวง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งได้มีการโพสต์ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ หลังนายณรงค์หายตัวไป ตั้งแต่วันที่ 1 ก.พ.64 ที่ผ่านมา จนมีผู้มาพบเป็นศพอยู่ภายในรถดังกล่าว
เบื้องต้น ตำรวจได้ตั้งประเด็นของการเสียชีวิตสันนิษฐานว่าอาจจะถูกล่อลวงมาฆ่าชิงทรัพย์ เนื่องจากทรัพย์สินของผู้ตายสูญหายไปหลายรายการ และจากการสืบสวนทราบว่าผู้ตายได้ปล่อยเงินกู้นอกระบบด้วย ซึ่งตำรวจจะได้ทำการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงที่เกิดเหตุเพื่อหาสาเหตุของการเสียชีวิต และติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป

191 รวบพ่อค้ายา ซุกยาบ้า 8 แสนเม็ด อายุ 26 ปี ติดคุกมาแล้ว 3 รอบ

191 รวบพ่อค้ายา ซุกยาบ้า 8 แสนเม็ด อายุ 26 ปี ติดคุกมาแล้ว 3 รอบ

ตำรวจ 191 จับกุมพ่อค้ายานรก รายใหญ่ย่านลำลูกกา พบของกลางยาบ้า-ไอซ์ มูลค่ากว่า 8 ล้านบาท พบอายุเพียง 26 ปี แต่เคยติดคุกคดียา-พยายามฆ่า มาแล้ว 3 ครั้ง

เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2564 ที่บก.สปพ. พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน รองผบช.น. พร้อมด้วยพล.ต.ต.สำราญ นวลมา รองผบช.น. พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี รองผบก.สปพ. พ.ต.อ.ศุภวัช ปานแดง ผกก.สายตรวจ บก.สปพ. ร่วมแถลงการจับกุมนายภาณุวัฒน์ อินตา หรือบอส อายุ 29 ปี และนายพงษ์สิริ วุธศรี หรืออาร์ม อายุ 26 ปี

ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 (ไอซ์และยาบ้า) ไว้ครอบครองเพื่อขายโดยผิดกฎหมาย” พร้อมของกลางยาบ้า 819,000 เม็ด ไอซ์ 14.86 กรัม และรถกระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์ สีขาว ทะเบียน 1ฒฬ4094 กรุงเทพฯ

พล.ต.ต.พีระพงศ์ กล่าวว่า ตำรวจ 191 สืบทราบว่ามีผู้ลอบนำยาเสพติดมาจากพื้นที่ ซุกซ่อนใน กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ต.คลอง 5 อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยใช้รถกระบะ ฟอร์ด โดยจอดซ่อนอยู่ในบ้านเลขที่ 498/180 ต.คูคต อ.ลำลูกกา เพื่อรอส่งให้ลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

ชุดจับกุมจึงสะกดรอยตามแล้วพบคนร้ายทั้งสองขนกระสอบลงจากรถเข้าไปเก็บในบ้านดังกล่าว ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบพบยาบ้า 400 มัด ประมาณ 8 แสนเม็ด ค่ากว่า 8 ล้านบาท ก่อนเข้าค้นในบ้าน พบไอซ์อีกจึงจับกุมตัวทั้งคู่ส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดี

พล.ต.ต.พีระพงศ์ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมพบว่านายพงษ์ศิริ เคยก่อคดีครอบครองยาเสพติด พื้นที่สน.สายไหม เมื่อปี 2556 คดีครอบครองยาเสพติดไว้ขาย พื้นที่สภ.คูคต ปี2558 คดีครอบครองปืนและพยายามฆ่าผู้อื่น ปี 2559 ก่อนพ้นโทษออกมาชวนนายภาณุวัฒน์ ร่วมขนยาเสพติดแล้วถูกจับกุมครั้งนี้

ปลิดชีพคาเก๋ง พ่อค้าน้ำเต้าหู้ดับ ฝีมือเพื่อน เมียเล่านาทีชีวิต กระสุนเฉียดไปนิดเดียว

ปลิดชีพคาเก๋ง พ่อค้าน้ำเต้าหู้ดับ ฝีมือเพื่อน เมียเล่านาทีชีวิต กระสุนเฉียดไปนิดเดียว

เหตุสลดเมืองเพชร พ่อค้าน้ำเต้าหู้ถูกพ่อค้าน้ำส้มยิงดับคารถเก๋ง เมียเล่านาทีระทึก ขับรถตามมาปาดหน้า ก่อนเดินลงมายิง เฉี่ยวตัวเองไปนิดเดียว เพิ่งรู้ถูกสามี

วันที่ 20 ม.ค.64 พ.ต.ท.มณฑล สุขศุภชัย รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิง บริเวณใกล้เคียงเซเว่น-อีเลฟเว่น ย่านโรงงานผลิต ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก สาขาแม่ประจันต์ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนนำกำลังชุดสืบสวนรุดไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดเพชรบุรี แพทย์เวร ร.พ.ท่ายาง และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างสรรเพชญ

ที่เกิดเหตุพบ นายจันรธีร์ สุวรรณพันธ์ อายุ 50 ปี พ่อค้าขายน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ตลาดนัดแม่ประจันต์ นอนเสียชีวิตอยู่บนนั่งข้างคนขับ ในรถเก๋งโตโยต้าอัลติส สีดำ หมายเลขทะเบียน กท 2569 กาญจนบุรี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่ร่างกาย 2 นัด นอกจากนี้ยังพบปลอกกระสุนจำนวน 2 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายประเสริฐ รอดดารา อายุ 50 ปี ค้าขายน้ำส้มในตลาดนัด ซึ่งเป็นเพื่อนผู้ตาย ก่อนเกิดเหตุ นายประเสริฐ ได้ขับรถเก๋งสีชมพู-ส้ม สภาพเก่า ทะเบียน 318 ไม่ทราบหมวดจังหวัด มาบริเวณดังกล่าว ก่อนใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียชีวิต แล้วขับรถหลบหนีไปไปทางเส้นท่ายาง ออกเส้นคันคลองชลประทานราษฎษ์-วังบ้ว

ด้าน นางณัฎฐนิต เพชรน้อย อายุ 50 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ระหว่างที่ออกมาจากบ้านก่อนถึงสามแยกเซเว่นแม่ประจันต์ ได้สวนกับรถของ นายประเสริฐ จากนั้นคาดว่า นายประเสริฐ ไปกลับรถแล้วขับตามมา ก่อนจะขับออกซ้ายเบียดไปอยู่ด้านหน้าของรถ

จากนั้น นายประเสริฐ ได้เดินลงมาจากรถ พอตนเห็นจึงลดกระจกลง แต่จู่ๆ นายประเสริฐ ก็ชักปืนออกมาแล้วยิงทันที ทำให้กระสุนเฉี่ยวตนไป ขณะนั้นยังไม่รู้ว่าสามีถูกยิง จึงรีบขับรถหนีไปจอดหน้าร้านขายปุ๋ย กระทั่งพบว่าสามีถูกยิงเสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนเร่งรัดจับกุมตัว นายประเสริฐ ผู้ที่ถูกกล่าวหามาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

กองปราบ ตามจับ แก๊งตร.เก๊ ตระเวนขายบัตรคอนเสิร์ต ใครไม่ซื้อขู่จับดำเนินคดี

กองปราบ ตามจับ แก๊งตร.เก๊ ตระเวนขายบัตรคอนเสิร์ต ใครไม่ซื้อขู่จับดำเนินคดี

กองปราบ ตามจับ แก๊งตร.เก๊ ตระเวน ขายบัตรคอนเสิร์ต ใครไม่ซื้อขู่จับดำเนินคดี พบหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายร้องเรียนเป็นจำนวนมาก

วันที่ 18 ม.ค.2564 พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป.พ.ต.ท.สมบัติ มีมงคล รองผกก.พ.ต.ท.วริศร มัจฉา สว.กก.6 บก.ป. นำกำลังร่วมกันจับกุมนายบุญช่วย บุญเรือง อายุ 58 ปี นายสุริยา สุคนธเขตร์ อายุ 46 ปี และนายสวัสดิ์ ไชยวงศ์ อายุ 60 ปี ข้อหา ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน และกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน โดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น, กรรโชกทรัพย์ผู้อื่น และขู่เข็ญให้ผู้อื่นเกิดความกลัว

จากการจับกุมดังกล่าวสื่อเนื่องจาก เมื่อหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากกลุ่มบุคคลที่มาบังคับให้ซื้อบัตรชมกิจกรรมคอนเสิร์ต จำนวนมาก จนต้องเข้าร้องทุกข์กับตำรวจในพื้นที่ต่างๆว่า มีกลุ่มบุคคลแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตระเวนมาบังคับ ขู่เข็ญให้ช่วยซื้อบัตรคอนเสิร์ต เพื่อแลกกับการไม่ถูกจับกุมดำเนินคดี ซึ่งก็ถือเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในช่วงสถานการณ์โควิด-19 และน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ต่อมาเจ้าหน้าชุดจับกุมได้ลงพื้นที่ เพื่อติดตามหาตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุ จนได้เบาะแสมาว่า กลุ่มผู้ต้องหาแต่งกายคล้ายตำรวจ มาแสดงตัวเป็นระดับนายตำรวจระดับสารวัตร ทำการตรวจค้นตัวผู้เสียหายรายหนึ่งที่ภายในโรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป แห่งหนึ่งบนถ.สุขยางค์ ต.สะเตง อ.เมืองยะลา โดยกลุ่มผู้ต้องหายังข่มขู่ผู้เสียหายด้วยว่า ทำผิดกฎหมายมีโทษทางอาญา ถ้าไม่อยากถูกจับ ก็ต้องนำเงินสดจำนวน 2 หมื่นบาทมามอบให้ และยังอ้างว่า สนิทสนมกับนายตำรวจระดับสูงหลายนาย ผู้เสียหายรายนี้ก็เลยหลงชื่อว่าเป็นตำรวจจริงๆ จึงเสนอที่จะมอบเงินสดให้แค่ 3,000 บาท ทางกลุ่มผู้ต้องหาไม่พอใจ จึงข่มขู่ผู้เสียหายอีก สุดท้ายก็ได้เงินไปรวมทั้งสิ้น 6,000 บาท

ต่อจากนั้น กองปราบจึงร่วมกับตำรวจพื้นที่ ออกติดตามหาตัวผู้ต้องหากลุ่ม โดยทำทีติดต่อขอนัดเจอกับกลุ่มผู้ต้องหาที่ปั๊มน้ำมันเดียวกัน ก่อนจะแสดงตัวเข้าจับกุม หลังจากนั้นก็นำตัวไปค้นห้องพัก พบของกลางอีกหลายรายการ อาทิ เสื้อกั๊ก เสื้อโปโลที่มีตราสัญลักษณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐ บัตรขององค์กรต่างๆ ที่ทำเลียนแบบขึ้นมา

จากการสอบสวนเบื้องต้น กลุ่มผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ว่า บัตรกิจกรรมที่พวกตนนำมาขายนั้นมีอยู่จริง โดยจะได้รับส่วนแบ่งจากการขายบัตรเข้าชมกิจกรรมดังกล่าว จำนวน 20% จากยอดขาย ที่ผ่านมาเคยตระเวนไปขายมาแล้วหลายจังหวัด ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรและขอยืนยันด้วยว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรตำรวจแต่อย่างใด ภายหลังการสอบสวน จึงส่งตัวให้สภ.เมืองยะลา ดำเนินคดีต่อไป

ไฟฉายส่องดูผงะ! เจออาถรรพ์ป่าลึก สับไกปืนส่องเก้งกลายเป็นศพเพื่อน

ไฟฉายส่องดูผงะ! เจออาถรรพ์ป่าลึก สับไกปืนส่องเก้งกลายเป็นศพเพื่อน

อาถรรพ์ป่าลึก! 2 พรานชวนกันเข้าป่าล่าสัตว์ กลางดึกได้ยินเสียงเก้งร้อง แยกกันตีโอบเข้าหา สับไกโป้ง เอาไฟฉายส่องดูผงะ ลูกปืนเจาะร่างเพื่อนสิ้นใจไปแล้ววันที่ 14 ม.ค.2564 ร.ต.อ.ศรวิศภูมิ ประมูล รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.สะเอียบ จ.แพร่ รับแจ้งจากนายอนันต์ ป๊อกแก้ว ผู้ใหญ่บ้านท่าวะ หมู่ 8 ว่ามีเหตุยิงกันเสียชีวิตในพื้นที่ป่าแม่สอง หรือห้วยสองเตา พื้นที่ ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ จึงประสานแพทย์รพ.สอง แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.ถนอม นาธิเลศ สวญ.สภ.สะเอียบ ตำรวจฝ่ายสืบสวน และหน่วยกู้ภัยที่เกิดเหตุ ต้องเดินทางด้วยรถยนต์จากบ้านท่าวะ หน้าร้านจำหน่าย ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ จนถึงไร่ข้าวโพดห้วยแม่ทาน สุดเขตป่า ประมาณ 10 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินเท้าเข้าไปอีก 4 กิโลเมตร พบศพนายยงยุทธ อายุ 34 ปีเป็นชาวบ้านในพื้นที่ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองกระสุนเจาะเข้าลำคอ ลำตัว และแขน ส่วนมือยิงคือ นายเกษม อายุ 43 ปี ที่เข้าป่ามาด้วยกัน จากนั้นเจ้าหน้าที่นำศพออกจากป่า ซึ่งต้องทำแคร่ไม้ใช้คนหาม 4 คน ผลัดเปลี่ยนกันหามออกมาอย่างทุลักทุเล

สอบสวนนายเกษม ให้การว่า ช่วงเย็นวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมาชักชวนกันไปล่าสัตว์ในป่าลึกที่ป่าแม่สอง โดยแยกทางกันล่าสัตว์แล้วนัดหมายให้ออกมาเจอกันที่ไร่ข้าวโพด ช่วงเวลาก่อนเที่ยงคืนได้ยินเสียงเก้งร้องจึงช่วยกันตีโอบเข้าหา ระหว่างนั้นตนได้ยินเสียงเหมือนสัตว์ใหญ่วิ่งลงมาตามลำห้วยจึงสับไกยิงทันที เมื่อเอาไฟฉายไปส่องดูปรากฎว่า เป็นนายยงยุทธถูกยิงเสียชีวิตคาที่ จึงเดินออกจากป่ามาแจ้งผู้ใหญ่บ้าน

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่ครอบครัวผู้ตายเมื่อเห็นศพต่างพากันเสียใจร้องไห้ระงม

หนี 15 ปี! คดีลวงแฟนวัย 14 ร่วมงานวันเกิด ก่อนตกเป็นเหยื่อ 4 เดน

หนี 15 ปี! คดีลวงแฟนวัย 14 ร่วมงานวันเกิด ก่อนตกเป็นเหยื่อ 4 เดน

ตำรวจกองปราบปราม ตามรวบตัวผู้ต้องหาคนสุดท้าย เป็นตัวการชักชวนแฟนสาววัย 14 ปี มางานวันเกิด หลังเมาได้ที่จึงลงมือรุมขืนใจ อ้างเมาหลับไม่รู้เรื่อง

เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2564 พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. สั่งการให้พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ต.สุขสิทธิ์ ประเสริฐ สว.กก.5 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุมนายสุพจน์ ตรีวงษ์ อายุ 37 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ จ. 119/ 2549 ลงวันที่ 10 ก.พ. 49

ข้อหา “ร่วมกันกระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภรรยาของตน โดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมเด็กหญิงและเด็กหญิงนั้นไม่ยินยอม” จับกุมได้ที่เพิงพักไม่มีเลขที่ ม.3 ต.หนองไทร อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ย่านโรงงานผลิต ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงต้นปี 2548 นายสุพจน์ ผู้ต้องหารายนี้ได้ร่วมกับพวกอีก 3 คน คือนายพีท นายโด้ และนายเติ้ล ได้ออกอุบายชักชวนด.ญ. อายุ 14 ปี มาร่วมงานวันเกิดของเพื่อน ที่จัดขึ้นภายในเพิงพัก ต.โพธิ์ใหญ่ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด

จากนั้นก็มีการดื่มกินกันจนถึงกลางดึก หลังจากเมาจนได้ที่แล้ว กลุ่มผู้ต้องหาก็ร่วมกันก่อเหตุรุมโทรมด.ญ. จนสำเร็จความใคร่ครบทุกคนแล้วก็พาตัวไปส่งที่บ้านพัก โดยมีการข่มขู่กำชับว่าไม่ให้นำเรื่องไปบอกใคร

ต่อมาหลังเกิดเหตุด.ญ. ก็มีอาการเซื่องซึมผิดปกติ จนผู้ปกครองเห็นว่าบุตรสาวนั้นเก็บตัวเงียบไม่ร่าเริงเหมือนก่อน จึงสอบถามจนทราบความจริงจึงรีบพาเข้าแจ้งความที่สภ.พนมไพร จากนั้นก็มีการจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุได้ทั้งหมด เหลือเพียงนายสุพจน์ เพียงคนเดียวที่ยังหลบหนีมาได้เกือบ 15 ปี

จากการสอบสวนนายพจน์ ให้การปฎิเสธอ้างว่าไม่ได้ร่วมข่มขืนด้วยแต่อย่างใด แต่ก็ยอมรับว่าในวันที่เกิดเหตุตนเป็นคนที่ไปชักชวนด.ญ. ให้มาร่วมงานวันเกิดของเพื่อนจริง เนื่องจากคบหากันเป็นแฟนอยู่

หลังจากนั้นตนเองก็เมาจนหลับไป จนมาทราบภายหลังว่า แฟนสาวของตนนั้นถูกเพื่อนรุมโทรม ทำให้ต้องหลบหนีออกจากพื้นที่ ภายหลังการสอบสวนจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งสภ.พนมไพร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป