2 อดีตบุรุษพยาบาล ชวนกันวิ่งราวทรัพย์ อ้างตกงานช่วงโควิด หาเงินใช้หนี้นอกระบบ

2 อดีตบุรุษพยาบาล ชวนกันวิ่งราวทรัพย์ อ้างตกงานช่วงโควิด หาเงินใช้หนี้นอกระบบ

2 อดีตบุรุษพยาบาล ชวนกันวิ่งราวทรัพย์ อ้างเคยทำงานบนรถกู้ชีพแต่ตกงานช่วงโควิด หาเงินใช้หนี้นอกระบบ รู้สึกผิดส่งพัสดุเอกสารคืนผู้เสียหาย

เมื่อเวลา 17.00 น. (14 ธ.ค.64) ที่สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี พ.ต.อ.เมษนนท์ นาขวัญ ผกก.สภ.รัตนาธิเบศร์, พ.ต.ท.ภาสกร ไชยทวีวงศ์ รอง ผกก.สส.สภ.รัตนาธิเบศร์ พ.ต.ต.สมศักเ รักษาชล สว.ป.สภ.รัตนาธิเบศร์ พ.ต.ต.บรรจบ ราชกิจ สว.สส. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ ร่วมกันทำการจับกุมตัว นายอธิวัชร์ อายุ 26 ปี ผู้ขับขี่ ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ที่ 626/2564 ลงวันที่ 11 ธ.ค.64 และนายธนดล อายุ 22 ปี คนซ้อน พร้อมของกลาง เสื้อผ้าชุดก่อเหตุคนละจำนวน 3 ชุด, หมวกกันน็อค สีแดง, รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่น GRAND FILANO สีแดง-ดำ หมายเลขทะเบียน 1 กธ 8716 พระนครศรีอยุธยา และโทรศัพท์มือถือจำนวน 2 เครื่อง โดยกล่าวหาว่า ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป หรือเพื่อให้พ้นการจับกุม

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2564 เวลา 15.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ ได้รับแจ้งจาก นายวฬาดล อายุ 42 ปี ว่าถูกคนร้ายวิ่งราวกระเป๋าเป้ บริเวณฟุตปาธใกล้ปากซอยนนทบุรี 37 ถ.นนทบุรี ต.ท่าทราย อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี โดยผู้เสียหายได้วางกระเป๋าเป้แบบสะพายซึ่งภายในมีทรัพย์สินเป็นเงินสดจำนวน 3,500 บาท และเอกสารต่างๆ วางไว้ที่เกิดเหตุ จากนั้นได้มีคนร้ายเป็นชายรูปร่างสันทัด สูงประมาณ 160 ซม.สวมหมวกนิรภัยแบบครึ่งใบ สีดำ สวมเสื้อกาวน์แขนสั้น สีขาว สวมกางเกงสแล็ค สีดำ ได้มาก่อเหตุฉกฉวยเอากระเป๋าเป้ไปแล้วเปลี่ยนของใส่ ถุงแถบกาว ถุงแพ็คเสื้อ แทนได้วิ่งหลบหนีวิ่งย้อนศรไปขึ้นรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่น GRAND FILANO สีแดง ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ซึ่งมีคนร้ายอีกคนจอดรถ จยย. รออยู่บนฟุตปาธบริเวณป้ายรถโดยสารประจำทาง โดยคนร้ายที่ขับรถ จยย.รูปร่างค่อนข้างอ้วน สวมหมวกนิรภัยแบบครึ่งใบ สีแดง สวมเสื้อแขนยาวมีฮูด สวมกางเกงสแล็ค สีดำ หลังเกิดเกตุนายวฬาดล ได้วิ่งติดตามแต่ไปสะดุดล้ม ทำให้คนร้ายทั้ง 2 คนได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ซ้อนกันหลบหนีไปได้

ภาพจากกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพคนร้ายยืนอยู่บริเวณปากซอยนนทบุรี 37 ใช้เวลายืนอยู่สักพักก่อนจะค่อยๆเดินไปก่อเหตุหยิบกระเป๋าเป้บริเวณใต้ต้นโพธิ์ จากนั้นได้วิ่งย้อนหนีผ่านปากซอยไป โดยมีผู้เสียหายสิ่งตามไป

จากการสอบถาม ผู้ต้องหาทั้งสอง ทราบว่าก่อนหน้านี้ทั้ง 2 ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่พยาบาลประจำรถกู้ชีพ จากนั้นประสบปัญหาสถานการณ์โควิด ตกงานและต้องไปกู้เงินมาใช้ ทำให้เป็นหนี้ สาเหตุที่ตัดสินใจก่อเหตุที่นี้เพราะคุ้นเคยเนื่องจากแม่ขายของอยู่ใกล้ที่เกิดเหตุและเคยมาหาแม่บ่อยจึงคุ้น วันก่อเหตุยืนตัดสินใจอยู่นานว่าจะทำหรือไม่ทำดี แต่ต้องการหาเงินไปใช้หนี้นอกระบบที่กู้มา ได้ทรัพย์สินไป 4,500 บาท แบ่งกันคนละครึ่ง จากนั้นได้ส่งกระเป๋าเป้ผ่านทางพัสดุกลับคืนมาให้เจ้าของพร้อมเอกสารสำคัญต่างๆ ตนอยากขอโทษผู้เสียหายที่ทำลงไปเพราะอารมณ์ชั่ววูบ หลังจากนี้จะไม่ทำแล้ว เบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองคนให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จึงได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *