คลังเก็บรายเดือน: กันยายน 2021

ชื่นชม 2หนุ่มพลเมืองดี ผ่านมาเห็นลคนจมน้ำ ย้อนกลับมาช่วย จนรอดชีวิต

ชื่นชม 2หนุ่มพลเมืองดี ผ่านมาเห็นลคนจมน้ำ ย้อนกลับมาช่วย จนรอดชีวิต

เมื่อวันที่ 24 ก.ย. อาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิร่วมกตัญญู รับแจ้งมีผู้พบเห็นคนจมน้ำอยู่บริเวณใต้ด่วนจอมทอง-บูรณะ หน้าบ้านเติมบุญ ข้างโรงงานถุงแถบกาว ถุงแพ็คเสื้อ ศาลพระพิฆเนศ จึงรีบจัดอุปกรณ์เร่งไปให้การช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่ามีพลเมืองดีช่วยนำผู้ที่จมน้ำขึ้นมาแล้วและกำลังช่วยปั๊มหัวใจอยู่ จึงนำอุปกรณ์ถังอ๊อกซิเจนเข้าให้การช่วยเหลือฟื้นคืนสติ สอบถามทราบชื่อต่อมา ชื่ิอนาย สมเกียรติ อายุ 56 ปี

สอบถามจากนายปฏิภาณ บุญล้อม อายุ 23 ปี นายณัชพล ปฏิโย อายุ 24 ปี 2หนุ่มพลเมืองดี เล่าว่า ตนกับเพื่ิอนขี่รถผ่านมา แล้วมองไปเห็นเหมือนคนนอนคว่ำหน้าจมน้ำอยู่กลางคูน้ำ จึงบอกเพื่ิอนให้ย้อนกลับมาดู พอกลับมาดูเห็นเป็นคน จึงรีบลงไปลากจับขึ้นมาจากน้ำ

ตอนขึ้นมาหน้าตาเต็มไปด้วยโคลน หมดสติ ตัวเหลืองซีด ตนและเพื่อนจึงช่วยกัน CPR ปั๊มหัวใจอย่างเร่งด่วน จนลุงมีสติฟื้นขึ้นมา ช่วงตอนที่ตนผ่านมา ไม่มีใครเดินบริเวณนั้นเลย มีแต่รถขี่ผ่านไปมา แต่เค้าคงไม่ได้มองลงไปหรือไม่ได้สังเกตุ

พอพี่ไลน์แมนเห็นตนและเพื่อนกำลังช่วยลากขึ้นอยู่ จึงลงมาช่วยเหลือกัน โทรแจ้งเจ้าหน้าที่และอาสา หลังจากนั้นก็ช่วยกันพาส่งโรงพยาบาล แต่ลุงก็รู้สึกตัวแล้ว

ด้านคนพื้นที่เล่าว่า ลุงแกอยู่ที่ร้านขายหมู ในซอยสุขสวัสดิ์ 26 แกเป็นโรคลมชัก แกชอบเดินออกกำลังกาย คาดว่า แกคงเดินออกกำลังกาย แล้วอาการของโรคประจำตัวกำเริบขึ้น แล้วคงพลัดตกลงไปในน้ำ แต่ยังโชคดีที่มีน้องพลเมืองดี เห็นแล้วลงไปช่วยเหลือขึ้นมา

เบื้องต้นอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูได้นำส่งโรงพยาบาลเจริญกรุง และ คนที่ผ่านไปมารู้จักกับลุง จึงไปแจ้งบอกกับทางบ้าน ให้ญาติรีบมาที่เกิดเหตุทันที และพาไปโรงพยาบาลด้วยกัน จากเหตุการณ์นี้ต้องขอบคุณ 2 หนุ่มพลเมืองดี ที่ผ่านมาเห็นแล้วไม่ผ่านเลยไป จึงช่วยเหลือคุณลุงไว้ได้รอดอย่างหวุดหวิด

สำนักพุทธ เข้าตรวจสอบวัด จ่อปิดศูนย์บำบัดผู้ติดยา หลังหมอปลา-ทนายดังบุก

สำนักพุทธ เข้าตรวจสอบวัด จ่อปิดศูนย์บำบัดผู้ติดยา หลังหมอปลา-ทนายดังบุก

สำนักพุทธ เมืองกาญจน์ เข้าตรวจสอบวัด จ่อปิดศูนย์บำบัดผู้ติดยา หลังหมอปลา-ทนายดังบุก ขณะที่ชาวบ้านหวั่นปัญหาโควิด เล็งทำประชาคมหมู่บ้านหนุนปิดศูนย์บำบัด

จากกรณี นายไพศาล เรืองฤทธิ์ ทนายความ และ นายจีรพันธ์ แสงขาว หรือ หมอปลา ร้องเรียนให้ตรวจสอบศูนย์สงเคราะห์บำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติด ที่วัดท่าพุราษฎร์บำรุง หน้าโรงงานซองใส่ขนม ซองใส่คุกกี้ หมู่ 10 ต.ด่านมะขามเตี้ย อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี หลังได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครองของชายรายหนึ่งที่เข้ารับการบำบัดว่า มีการถูกซ้อมทรมาน ให้ทำสัญญาและเรียกเก็บเงิน หากจะออกมาก็ต้องจ่ายเงิน โดยมีผู้บำบัดอยู่กันอย่างแออัดประมาณ 300 คน แต่มีห้องน้ำเพียง 2 ห้อง

โดยมีข้อสงสัยว่า ศูนย์ที่ตั้งขึ้นมาเป็นไปตามหลักเกณฑ์มาตรฐานที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนดหรือไม่ ขณะที่ ผู้อำนวยการศูนย์บำบัด เผยว่า พระครูปลัดประสิทธิ์ รตินฺธโร เจ้าอาวาสวัดท่าพุราษฎร์บำรุง ได้มรณภาพลงก่อนที่ทางทีมงานของทนายไพศาล จะเดินทางมาถึงที่วัดเพียง 15 นาที โดยเจ้าอาวาสสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว ประกอบกับเครียดต่อเรื่องราวดังกล่าว จนอาการทรุดลง จนทางลูกศิษย์นำตัวส่งโรงพยาบาล ก่อนจะมรณภาพลงวานนี้

จากนั้น นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้ประสานเจ้าหน้าที่ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 17 นำรถทหาร มารับกลุ่มผู้บำบัด ที่อยู่ในเรือนนอนกว่า 200 คน รวมถึงกลุ่มผู้บำบัดที่บวชเป็นพระสงฆ์อยู่ภายในกุฏิอีกหลายสิบคน ไปอยู่ที่ค่ายทหารเป็นการชั่วคราว

ล่าสุดวันที่ 21 ก.ย.2564 นายรณภพ เวียงสิมมา ปลัดจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย นางสาว เพ็ญศรี กลั่นบุศย์ นายอำเภอด่านมะขามเตี้ย เจ้าหน้าที่สาธารณสุข และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งผู้นำท้องถิ่น ได้ลงพื้นที่ไปติดตามการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เบื้องต้นพบว่า กลุ่มผู้เข้ารับการบำบัดที่อยู่ในเรือนนอน และกลุ่มผู้บำบัดที่บวชเป็นพระสงฆ์ รวม 254 คน ในจำนวนนั้นเป็นพระสงฆ์ 33 รูป

ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการขนย้ายทั้งหมด ไปพักรอที่ศูนย์ฝึกนักศึกษาวิชาทหารเขาชนไก่ ต.ลาดหญ้า อ.เมืองกาญจนบุรี เป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่เมื่อคืนที่ผ่านมา โดยในวันนี้มีประเด็นสำคัญที่ทางคณะเจ้าหน้าที่จะต้องร่วมกันพิจารณาในเรื่องของการดำเนินการปิดศูนย์สงเคราะห์บำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดแห่งนี้

ตร.ทางหลวงแจ้งเตือน 8 เส้นทาง เจอน้ำท่วม ดินสไลด์ ต้องขับอย่างระวัง

ตร.ทางหลวงแจ้งเตือน 8 เส้นทาง เจอน้ำท่วม ดินสไลด์ ต้องขับอย่างระวัง

ตร.ทางหลวงแจ้งเตือน 8 เส้นทางจาก 6 จังหวัดมีน้ำท่วม ดินสไลด์ ชี้ต้องขับอย่างระมัดระวัง ส่งจนท.อำนวยความสะดวก เตือนขอให้เฝ้าจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

วันที่ 17 ก.ย.2564 กองบังคับการตำรวจทางหลวงสรุปสถานการณ์เหตุอุทกภัยบนทางหลวงพบว่ามี 6 จังหวัด 8 เส้นทาง เฝ้าระวังเขตโรงงานถุงแถบกาว ถุงแพ็คเสื้อ แต่ยังสามารถผ่านได้แม้จะมีน้ำท่วมและดินสไลด์ก็ตาม ประกอบด้วย 1.เส้นทางหลวง 1332 นาไผ่ล้อม-ถ้ำแม่ย่า อ.เมือง จ.สุโขทัย โดยช่วงกม.ที่ 14+770 ถึง 14+875 ด้านขวาพบระดับน้ำสูง 5 ซม.

2.เส้นทาง 1056 ศรีสำโรง – ดอนโก อ.ศรีสำโรง จ.สุโขทัย ช่วงกม.ที่ 13+875 ถึง 13+925 ด้านซ้ายทางและขวาทาง ระดับน้ำสูง 5 ซม. 3.เส้นทางหลวง 1048 หอรบ – สวรรคโลก อ.ทุ่งเสลี่ยม จ.สุโขทัย ช่วง กม.ที่ 56+950 ถึง 57+200 ระดับน้ำสูง 5 ซม.

4.เส้นทางหลวง 1303 ปลายนา – หนองตูม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก ช่วงกม.ที่ 17+060 , 17+447 , 17+628 ด้านซ้ายทาง ท่อระบายน้ำและคันทางชำรุด รถเล็กผ่านได้ ห้ามรถบรรทุกขนาดใหญ่ผ่าน คาดว่าแล้วเสร็จ ภายในวันที่ 19 ก.ย.นี้ การจราจรผ่านได้ แต่ไม่สะดวก ให้ใช้เส้นทางเลี่ยงเข้า ทางหลวงเส้น 1303 กม.12+100 ออก ทล.1293 กม.27+300

5.เส้นทางหลวง 1339 น้ำปาด – ปากนาย อ.น้ำปาด จ.อุตรดิตถ์ ช่วงกม.ที่ 54+600 ด้านซ้ายทาง คันทางเกิดการทรุดตัว การจราจรผ่านได้แต่ไม่สะดวก ผ่านได้ 1 ช่องจราจร 6.เส้นทางหลวง 12 หนองเสือ – วังวน อ.บ้านด่านลานหอย จ.ตาก ช่วงกม.ที่ 145+600 ถึง 147+200 ระดับน้ำสูง 5 ซม.

7.เส้นทางหลวง 3077 ศาลนเรศวร – เขาใหญ่ จ.ปราจีนบุรี ช่วงกม.ที่ 4+080 เป็นแห่ง ๆ ระดับน้ำสูง 5-10 ซม.และ 8.เส้นทางหลวง 201 ด่านขุนทด – หนองบัวโคก อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ช่วงกม.ที่ 57+600 ถึง 57+800 ด้านขวาทาง ระดับน้ำสูง 10 ซม.

ทั้งนี้เส้นทางดังกล่าวทางเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงจะคอยอำนวยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้ทาง พร้อมเฝ้าระวังสถานการณ์จนกว่าจะคลี่คลาย โดยขอให้ประชาชนผู้ใช้ทางโปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทาง ปฏิบัติตามป้ายเตือน ป้ายแนะนำโดยเคร่งครัด หากประชาชนต้องการสอบถามสภาพเส้นทาง สภาพการจราจร หรือต้องการของความช่วยเหลือสามารถติดต่อได้ที่ ตำรวจทางหลวง สายด่วน 1193

ศึกรถสองแถวปะทะแท็กซี่ กลางเมืองนนทบุรี

ศึกรถสองแถวปะทะแท็กซี่ กลางเมืองนนทบุรี

Play Video
คนขับรถสองแถวหัวร้อน เปิดศึกปะทะคารมกับคนขับแท็กซี่ หลังขับรถเบียดไป-มา ตะโกนด่าทอกันกลางถนน ตำรวจเรียกทั้งสองฝ่ายมาไกล่เกลี่ย สุดท้ายจบศึกหัวร้อนจ่ายค่าปรับ 100 บาท

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่หน้าโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า อำเภอเมือง จังหวัดนนทบุรี เป็นการปะทะคารมกันระหว่างการคนขับรถแท็กซี กับคนขับรถสองแถว โดยในคลิปวิดีโอรถแท็กซี่พยายามขับแซงรถสองแถว แต่อีกฝ่ายไม่ให้แซง คนขับรถแท็กซี่จึงเปิดกระจกตะโกนด่า ส่วนคนขับรถสองแถวก็ไม่พอใจ ตะโกนด่ากลับด้วยถ้อยคำหยาบคาย

จากนั้นทั้งคู่ก็ขับรถเบียดกันไป-มาบนถนน ระหว่างที่รถสองแถวจอดส่งผู้โดยสาร คนขับเปิดประตูลงมา แล้วเดินเข้าไปทางคนขับรถแท็กซี่ พยายามจะทำร้ายร่างกายคนขับแท็กซี่ แต่อีกฝ่ายรีบเร่งเครื่องยนต์หนี พร้อมตะโกนท้าทายให้ขับตามมา โดยคลิปนี้ถูกนำมาเผยแพร่ในโลกออนไลน์ จนเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก

ผู้สื่อข่าวสนามข่าว 7 สี ได้ลงพื้นที่ไปที่อู่รถสองแถวคันสีฟ้า เพื่อพบกับชายอายุ 39 ปี คนขับรถสองแถว เล่าเหตุการณ์ว่า เมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา เขาได้ขับรถรับ-ส่งผู้โดยสารตามปกติ เมื่อมาถึงบริเวณหน้าโรงพยาบาลพระนั่งเกล้าใกล้กับร้านจำหน่าย ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ มีรถพยาบาลฉุกเฉินขับมาพอดี ด้วยความหวังดีเขาจึงบีบแตร เพื่อให้รถคันอื่นชิดข้างทางเปิดทางให้รถพยาบาล จากนั้นเขาได้เปิดไฟเลี้ยว เพื่อจะขับออกเลนขวา แต่รถแท็กซี่ขับเบียดมาพอดี จึงตะโกนด่ากลับไป แต่ยอมรับว่าขณะนั้นอารมณ์ร้อน จึงมีปากเสียงตามคลิป

ส่วนคนขับแท็กซี่ อายุ 50 ปี เล่าว่า วันเกิดเหตุเจอรถสองแถวเปิดไฟเลี้ยวขอเข้าเลนขวา ตนเองจึงชะลอให้เข้า จากนั้นก็ขับรถตามหลังไปปกติ จังหวะหนึ่งตนเองพยายามจะขับแซง แต่รถสองแถวกลับไม่ยอมให้แซง จึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปวิดีโอ หลังจากนั้นตนเองคิดว่าจะจบ แต่พอขับขึ้นสะพานเจษฎาบดินทร์ ปรากฏว่ารถสองแถวขับตามขึ้นสะพานมาแล้วปาดหน้า ทำให้ต้องเบรกกะทันหัน เพื่อไม่ให้ชนท้าย ซึ่งตนไม่อยากมีเรื่อง จึงชะลอรถให้สองแถวขับไปก่อน

ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ เรียกคนขับรถทั้ง 2 ฝ่าย มาสอบปากคำ โดยชายอายุ 39 ปี ผู้ขับขี่รถสองแถว ยอมรับว่ามีอารมณ์ร้อน เพราะถูกคนขับแท็กซี่ท้าทายให้ขับรถตามมา ตำรวจจึงไกล่เกลี่ยทั้ง 2 ฝ่าย ให้ปรับความเข้าใจกัน และขอโทษจับมือกัน ก่อนเปรียบเทียบปรับชายอายุ 39 ปี ผู้ขับรถสองแถวในข้อหาดูหมิ่นซึ่งหน้า ซึ่งเป็นความผิดลหุโทษ ปรับเป็นเงิน 100 บาท พร้อมให้ทั้งสองฝ่ายลงบันทึกข้อตกลงไม่ติดใจเอาความซึ่งกันและกัน จากนั้นแยกย้ายกันกลับ

ฮือฮาเห็นเลขชัด! อ่างน้ำมนต์ไอ้ไข่ วัดโบสถ์ อ่างทอง ชาวบ้านแห่ส่องลุ้นรวย

ฮือฮาเห็นเลขชัด! อ่างน้ำมนต์ไอ้ไข่ วัดโบสถ์ อ่างทอง ชาวบ้านแห่ส่องลุ้นรวย

ฮือฮาเห็นเลขชัด! อ่างน้ำมนต์ไอ้ไข่ วัดโบสถ์ราษฎรศรัทธา อ่างทอง ชาวบ้านแห่ส่องลุ้นรวย

วันที่ 10 ก.ย.64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีชาวบ้านเดินทางมากราบไหว้ขอโชคลาภกับไอ้ไข่ วัดโบสถ์ราษฎรศรัทธา ตั้งอยู่บริเวณหน้าโรงงานผลิตซองใส่ขนม ซองใส่คุกกี้ ต.บางระกำ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง พร้อมกับส่องเลขในอ่างน้ำมนต์ พบเห็นเลขชัดเจน รวมทั้งยังมีเลขธูปอีกด้วย โดยเลขน้ำตาเทียนในอ่างน้ำมนต์ไอ้ไข่วัดโบสถ์ ให้โชคลาภนักเสี่ยงดวงถูกติดต่อกันมาหลายงวด

ซึ่งรูปปั้นไอ้ไข่ ที่วัดโบสถ์ราษฎรศรัทธา ได้อัญเชิญมาจากวัดเจดีย์ จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ให้โชคลาภชาวบ้านอย่างต่อเนื่อง หลังสมใจปรารถนา ได้นำ ขนมเปี๊ยะ รูปปั้นไก่ชน ชุดทหาร หนังสติ๊ก ของเล่นต่างๆ และมาจุดประทัดแก้บน กันเป็นประจำ

สลด! พ่อค้าหมึกบด นอนดับปริศนาบนพื้นในห้องพัก จนท.เร่งนำร่างส่งตรวจโควิด

สลด! พ่อค้าหมึกบด นอนดับปริศนาบนพื้นในห้องพัก จนท.เร่งนำร่างส่งตรวจโควิด

สลด พ่อค้าหมึกบด วัย 53 ปี นอนดับปริศนาบนพื้นในห้องพัก คาดเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 24 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่เร่งนำร่างส่งตรวจโควิด

เมื่อวันที่ 7 ก.ย. 2564 ร.ต.อ.หญิง สุนันทา รอดเพชร พนักงานสอบสวน สภ.กุยุรี รับแจ้งว่ามีเหตุคนเสียชีวิตในห้องพัก บ้านหนองหมู หลังโรงงานผลิตถุงแถบกาว ถุงแพ็คเสื้อ ม.7 ต.กุยบุรี อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยกู้ภัยมูลนิธิหลวงพ่อในกุฏิ วัดกุยบุรี

ที่เกิดเหตุเป็นห้องพักปูนชั้นเดียว อยู่ใกล้กับที่ว่าการอำเภอกุยบุรี พบประตูล็อกกลอนจากด้านใน เจ้าหน้าที่ต้องปีนเข้าจากทางหน้าต่าง ซึ่งไม่ได้ลงกลอนไว้ เพื่อไปเปิดประตู ที่พื้นห้องพบร่างชายคนหนึ่ง นอนเสียชีวิตอยู่กับพื้น สวมเสื้อยืดสีม่วง ท่อนล่างนุ่งเพียงผ้าเช็ดตัวผืนเดียว ใบหน้ามีสีคล้ำมีเลือดไหลออกมาทางปาก คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 24 ชั่วโมง ทราบชื่อคือนายวีระ เบญจวรรณ หรืออ้วน อายุ 53 ปี พ่อค้าขายหมึกบด ใน อ.กุยบุรี

จากการสอบถามเจ้าของห้องพักที่เกิดเหตุ กล่าวว่า ตนให้นายอ้วนมาพักอาศัยอยู่ที่ห้องพักด้านหลังมานานหลายเดือนแล้ว เนื่องจากนายอ้วนไม่มีญาติพี่น้อง นายอ้วนมีอาชีพขับรถสามล้อวิ่งเร่ขายหมึกบดหาเลี้ยงชีพไปวันๆ ที่ผ่านมานายอ้วนมีโรคประจำตัวประเภทเบาหวานและความดัน โดยพบเห็นนายอ้วนได้กลับมาห้องพักเมื่อประมาณ 20.30 น. ของวันก่อน จากนั้นก็ไม่เห็นออกมาอีกเลย

เจ้าของห้องพัก กล่าวต่อว่า กระทั่งใกล้ค่ำของวันนี้ ได้ชวนเพื่อนไปดูที่ห้อง พบว่าประตูปิดจากด้านใน เรียกแล้วไม่มีเสียงตอบรับ จึงเดินมาดูที่หน้าต่างพบว่าไม่ลงกลอนจึงเปิดแง้มออกมาก็พบนายอ้วนนอนอยู่กับพื้น คิดว่าเป็นลมหมดสติ ด้วยความตกใจ แต่ไม่กล้าเข้าไปดู จึงโทรแจ้งกู้ภัยให้มาตรวจสอบ เมื่อกู้ภัยมาถึงก็พบว่านายอ้วนเสียชีวิตไปนานแล้ว

ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงให้กู้ภัยสวมชุด PPE ป้องกันการติดเชื้อ จากนั้นนำร่างนายวีระส่งโรงพยาบาลกุยบุรี เพื่อให้แพทย์ทำการตรวจอย่างละเอียด และตรวจหาเชื้อโควิด หากพบเชื้อจะทำตามมาตรการป้องกันโรคต่อไป ซึ่งในระหว่างรอฟังผลตรวจจากโรงพยาบาลกุยบุรี ได้นำร่างของนายอ้วนมาฝากเก็บรักษาไว้ที่วัดกุยบุรี พร้อมทั้งทำพิธีสวดพระอภิธรรมด้วย

แก๊งโจรกรรม จยย.อาละวาดหนัก คืนเดียวขโมย 6 คันรวด จ.ชลบุรี

แก๊งโจรกรรม จยย.อาละวาดหนัก คืนเดียวขโมย 6 คันรวด จ.ชลบุรี

แก๊งขโมยรถจักรยานยนต์ออกอาละวาดฝ่าฝืนเคอร์ฟิว เพียงคืนเดียวตระเวนขโมยรถในซอยเขาตาโล อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ทั้งหมด 6 คัน แต่ละคันใช้เวลาไม่ถึง 1 นาที

โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นที่หน้าอะพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่ง ในซอยเขาตาโล ตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ซึ่งกล้องวงจรปิดบันทึกเหตุการณ์ช่วง 02.44 น. วันที่ 1 กันยายนที่ผ่านมา มีผู้ชาย 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยกัน จากนั้นคนซ้อนท้ายสวมเสื้อยืดแขนยาวสีน้ำเงิน กางเกงขาสั้น แมสก์สีดำ และใส่หมวกแก๊ป ลงจากรถ เดินเข้าไปจุดจอดรถจักรยานยนต์หน้าอะพาร์ตเมนต์ใกล้กับร้าน กล่องเบเกอร์รี่ กล่องเค้ก ดังกล่าว ก่อนเดินไปดูรถจักรยานยนต์เป้าหมาย ยี่ห้อยามาฮ่า รุ่น MT หมายเลขทะเบียน 2 กฬ 8897 ชลบุรี แล้วใช้ไขควงแทงที่เบ้ากุญแจปลดล็อก จากนั้นก็เข็นออกไปริมถนน แล้วสตาร์ตขี่หลบหนีไปทันที ซึ่งชายคนนี้ใช้เวลาก่อเหตุเพียงแค่ 1 นาที เท่านั้น

หลังเกิดเหตุ นายพีระศักดิ์ ป้องกัน ผู้เสียหาย เข้าแจ้งความที่ สภ.บางละมุง ซึ่งพนักงานสอบสวนเดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมเก็บหลักฐานภาพจากกล้องวงจรปิด และสอบปากคำผู้เสียหายอย่างละเอียด ซึ่ง นายพีระศักดิ์ บอกว่า ตนมีอาชีพเป็นพนักงานโรงแรมแห่งหนึ่ง หลังเลิกงานก็ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดไว้หน้าห้องพัก และช่วงเกิดเหตุฝนตกหนัก แต่ก็ได้ยินเสียงคนคุยกันใกล้ห้องพักของตน จึงคิดว่ามีคนมาหลบฝน กระทั่งตอนเช้าจะไปทำงาน ออกจากห้องมาก็ไม่พบรถจักรยานยนต์แล้ว

นอกจากนี้ พบว่าในคืนดังกล่าวยังมีเจ้าของรถจักรยานยนต์อีก 5 คัน เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.บางละมุง และ สภ.หนองปรือ พื้นที่คาบเกี่ยวของซอยเขาตาโล อำเภอบางละมุง ว่ารถจักรยานยนต์ที่จอดไว้หายไปจากจุดจอดรถในห้องพัก หอพัก อะพาร์ตเมนต์ ช่วงกลางดึกวันดังกล่าว และเมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดพบพฤติกรรมคนร้ายเป็นกลุ่มเดียวกับที่ขโมยรถของ นายพีระศักดิ์ ใช้เวลาก่อเหตุไม่ถึง 1 นาที ทำให้คืนวันดังกล่าวมีรถจักรยานยนต์ของผู้เสียหายที่จอดไว้ถูกขโมยไปทั้งหมด 6 คัน

ทำให้ขณะนี้ ตำรวจหาพยานหลักฐานติดตามตัวคนร้ายแก๊งนี้ ซึ่งเชื่อว่าเป็นแก๊งเดียวกัน ทำเป็นขบวนการ เพราะพฤติการณ์ก่อเหตุเหมือนกัน ใช้เวลาก่อเหตุไม่เกิน 1 นาที ลงมือช่วง 01.00 น. เป็นต้นไป ซึ่งอยู่ในเวลาประกาศเคอร์ฟิว และเป็นการซ้ำเติมผู้คนที่กำลังทำมาหากินลำบากหลังจากโควิด-19 ระบาด

ผบก.ตม.4 สั่งสอบปม ตม.สุรินทร์ อมเบี้ยเลี้ยง 1.2 แสน ลั่นถ้าผิดจริงฟันทั้งวินัย-อาญา

ผบก.ตม.4 สั่งสอบปม ตม.สุรินทร์ อมเบี้ยเลี้ยง 1.2 แสน ลั่นถ้าผิดจริงฟันทั้งวินัย-อาญา

ผบก.ตม.4 สั่งเร่งสอบปม ตม.สุรินทร์ อมเบี้ยเลี้ยง 1.2 แสนบาท แจงทุกนายได้รับเงินเข้าบัญชีโดยตรง ลั่นถ้าผิดจริงฟันทั้งวินัย-อาญา ย้ำต้องเสร็จภายใน 7 วัน

เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 2 ก.ย. 2564 พล.ต.ต.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผบก.ตม.4 เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องของการเบิกจ่ายเบี้ยเลี้ยงที่ปรากฏในแชตการสนทนาตามข่าวนั้น เป็นภาพตารางการโอนเงินเข้าบัญชีของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตม.สุรินทร์ จริง แต่เป็นการเบิกจ่ายเงินสำหรับการเดินทางไปราชการสืบสวนปราบปรามในพื้นที่รับผิดชอบ โดยเป็นงบค่าธรรมเนียมเสริมงบประมาณ พ.ศ.2563 ซึ่งมีการเบิกจ่ายในช่วงเดือน ก.ย.2563 ไม่ใช่งบประมาณค่าตอบแทนผู้ปฏิบัติงานเบี้ยเลี้ยงโควิด-19 ตามที่เป็นข่าวแต่เป็นงบช่วยเหลือพนักงานโรงงานผลิตถุงแถบกาว ถุงแพ็คเสื้อ

“การเบิกจ่ายเงินงบประมาณสำหรับการเดินทางไปราชการเพื่อการสืบสวนปราบปรามของ ตม.สุรินท์ ของทั้ง 2 ชุดปฏิบัติการ มีกำลังพลชุดละ 14 นาย รวม 28 นาย ซึ่งทุกนายได้รับเงินเข้าบัญชีโดยตรง ตามระเบียบของทางราชการครบถ้วนตามที่มีการขอเบิกจ่ายจริงเรียบร้อยแล้ว”

ผบก.ตม.4 กล่าวต่ออีกว่า ขณะนี้ บก.ตม.4 ซึ่งรับผิดชอบพื้นที่ 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงและสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้อง รวม 30 ราย เพื่อให้ทราบข้อเท็จจริง และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย หากพบว่ามีมูลกระทำความผิดจริงจะดำเนินการทางอาญาและทางวินัยกับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกนายอย่างเด็ดขาด โดยผลการสอบสวนนั้นจะต้องให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน