คลังเก็บรายเดือน: มกราคม 2021

191 รวบพ่อค้ายา ซุกยาบ้า 8 แสนเม็ด อายุ 26 ปี ติดคุกมาแล้ว 3 รอบ

191 รวบพ่อค้ายา ซุกยาบ้า 8 แสนเม็ด อายุ 26 ปี ติดคุกมาแล้ว 3 รอบ

ตำรวจ 191 จับกุมพ่อค้ายานรก รายใหญ่ย่านลำลูกกา พบของกลางยาบ้า-ไอซ์ มูลค่ากว่า 8 ล้านบาท พบอายุเพียง 26 ปี แต่เคยติดคุกคดียา-พยายามฆ่า มาแล้ว 3 ครั้ง

เมื่อวันที่ 26 ม.ค. 2564 ที่บก.สปพ. พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน รองผบช.น. พร้อมด้วยพล.ต.ต.สำราญ นวลมา รองผบช.น. พ.ต.อ.ประสงค์ อานมณี รองผบก.สปพ. พ.ต.อ.ศุภวัช ปานแดง ผกก.สายตรวจ บก.สปพ. ร่วมแถลงการจับกุมนายภาณุวัฒน์ อินตา หรือบอส อายุ 29 ปี และนายพงษ์สิริ วุธศรี หรืออาร์ม อายุ 26 ปี

ในข้อหาร่วมกันมียาเสพติดประเภท 1 (ไอซ์และยาบ้า) ไว้ครอบครองเพื่อขายโดยผิดกฎหมาย” พร้อมของกลางยาบ้า 819,000 เม็ด ไอซ์ 14.86 กรัม และรถกระบะ ฟอร์ด เรนเจอร์ สีขาว ทะเบียน 1ฒฬ4094 กรุงเทพฯ

พล.ต.ต.พีระพงศ์ กล่าวว่า ตำรวจ 191 สืบทราบว่ามีผู้ลอบนำยาเสพติดมาจากพื้นที่ ซุกซ่อนใน กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ต.คลอง 5 อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยใช้รถกระบะ ฟอร์ด โดยจอดซ่อนอยู่ในบ้านเลขที่ 498/180 ต.คูคต อ.ลำลูกกา เพื่อรอส่งให้ลูกค้าในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล

ชุดจับกุมจึงสะกดรอยตามแล้วพบคนร้ายทั้งสองขนกระสอบลงจากรถเข้าไปเก็บในบ้านดังกล่าว ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบพบยาบ้า 400 มัด ประมาณ 8 แสนเม็ด ค่ากว่า 8 ล้านบาท ก่อนเข้าค้นในบ้าน พบไอซ์อีกจึงจับกุมตัวทั้งคู่ส่งพนักงานสอบสวน บช.ปส.ดำเนินคดี

พล.ต.ต.พีระพงศ์ กล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบประวัติอาชญากรรมพบว่านายพงษ์ศิริ เคยก่อคดีครอบครองยาเสพติด พื้นที่สน.สายไหม เมื่อปี 2556 คดีครอบครองยาเสพติดไว้ขาย พื้นที่สภ.คูคต ปี2558 คดีครอบครองปืนและพยายามฆ่าผู้อื่น ปี 2559 ก่อนพ้นโทษออกมาชวนนายภาณุวัฒน์ ร่วมขนยาเสพติดแล้วถูกจับกุมครั้งนี้

ปลิดชีพคาเก๋ง พ่อค้าน้ำเต้าหู้ดับ ฝีมือเพื่อน เมียเล่านาทีชีวิต กระสุนเฉียดไปนิดเดียว

ปลิดชีพคาเก๋ง พ่อค้าน้ำเต้าหู้ดับ ฝีมือเพื่อน เมียเล่านาทีชีวิต กระสุนเฉียดไปนิดเดียว

เหตุสลดเมืองเพชร พ่อค้าน้ำเต้าหู้ถูกพ่อค้าน้ำส้มยิงดับคารถเก๋ง เมียเล่านาทีระทึก ขับรถตามมาปาดหน้า ก่อนเดินลงมายิง เฉี่ยวตัวเองไปนิดเดียว เพิ่งรู้ถูกสามี

วันที่ 20 ม.ค.64 พ.ต.ท.มณฑล สุขศุภชัย รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิง บริเวณใกล้เคียงเซเว่น-อีเลฟเว่น ย่านโรงงานผลิต ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก สาขาแม่ประจันต์ อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนนำกำลังชุดสืบสวนรุดไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดเพชรบุรี แพทย์เวร ร.พ.ท่ายาง และเจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างสรรเพชญ

ที่เกิดเหตุพบ นายจันรธีร์ สุวรรณพันธ์ อายุ 50 ปี พ่อค้าขายน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ตลาดนัดแม่ประจันต์ นอนเสียชีวิตอยู่บนนั่งข้างคนขับ ในรถเก๋งโตโยต้าอัลติส สีดำ หมายเลขทะเบียน กท 2569 กาญจนบุรี มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่ร่างกาย 2 นัด นอกจากนี้ยังพบปลอกกระสุนจำนวน 2 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนทราบว่า ผู้ก่อเหตุคือ นายประเสริฐ รอดดารา อายุ 50 ปี ค้าขายน้ำส้มในตลาดนัด ซึ่งเป็นเพื่อนผู้ตาย ก่อนเกิดเหตุ นายประเสริฐ ได้ขับรถเก๋งสีชมพู-ส้ม สภาพเก่า ทะเบียน 318 ไม่ทราบหมวดจังหวัด มาบริเวณดังกล่าว ก่อนใช้อาวุธปืนยิงผู้เสียชีวิต แล้วขับรถหลบหนีไปไปทางเส้นท่ายาง ออกเส้นคันคลองชลประทานราษฎษ์-วังบ้ว

ด้าน นางณัฎฐนิต เพชรน้อย อายุ 50 ปี ภรรยาของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ระหว่างที่ออกมาจากบ้านก่อนถึงสามแยกเซเว่นแม่ประจันต์ ได้สวนกับรถของ นายประเสริฐ จากนั้นคาดว่า นายประเสริฐ ไปกลับรถแล้วขับตามมา ก่อนจะขับออกซ้ายเบียดไปอยู่ด้านหน้าของรถ

จากนั้น นายประเสริฐ ได้เดินลงมาจากรถ พอตนเห็นจึงลดกระจกลง แต่จู่ๆ นายประเสริฐ ก็ชักปืนออกมาแล้วยิงทันที ทำให้กระสุนเฉี่ยวตนไป ขณะนั้นยังไม่รู้ว่าสามีถูกยิง จึงรีบขับรถหนีไปจอดหน้าร้านขายปุ๋ย กระทั่งพบว่าสามีถูกยิงเสียชีวิตดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะได้สอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริง ก่อนเร่งรัดจับกุมตัว นายประเสริฐ ผู้ที่ถูกกล่าวหามาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

กองปราบ ตามจับ แก๊งตร.เก๊ ตระเวนขายบัตรคอนเสิร์ต ใครไม่ซื้อขู่จับดำเนินคดี

กองปราบ ตามจับ แก๊งตร.เก๊ ตระเวนขายบัตรคอนเสิร์ต ใครไม่ซื้อขู่จับดำเนินคดี

กองปราบ ตามจับ แก๊งตร.เก๊ ตระเวน ขายบัตรคอนเสิร์ต ใครไม่ซื้อขู่จับดำเนินคดี พบหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีผู้เสียหายร้องเรียนเป็นจำนวนมาก

วันที่ 18 ม.ค.2564 พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. สั่งการให้ พ.ต.อ.พงศ์ปณต ชูแก้ว ผกก.6 บก.ป.พ.ต.ท.สมบัติ มีมงคล รองผกก.พ.ต.ท.วริศร มัจฉา สว.กก.6 บก.ป. นำกำลังร่วมกันจับกุมนายบุญช่วย บุญเรือง อายุ 58 ปี นายสุริยา สุคนธเขตร์ อายุ 46 ปี และนายสวัสดิ์ ไชยวงศ์ อายุ 60 ปี ข้อหา ร่วมกันกับพวกที่หลบหนีแสดงตนเป็นเจ้าพนักงาน และกระทำการเป็นเจ้าพนักงาน โดยตนเองมิได้เป็นเจ้าพนักงานที่มีอำนาจกระทำการนั้น, กรรโชกทรัพย์ผู้อื่น และขู่เข็ญให้ผู้อื่นเกิดความกลัว

จากการจับกุมดังกล่าวสื่อเนื่องจาก เมื่อหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา มีประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากกลุ่มบุคคลที่มาบังคับให้ซื้อบัตรชมกิจกรรมคอนเสิร์ต จำนวนมาก จนต้องเข้าร้องทุกข์กับตำรวจในพื้นที่ต่างๆว่า มีกลุ่มบุคคลแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตระเวนมาบังคับ ขู่เข็ญให้ช่วยซื้อบัตรคอนเสิร์ต เพื่อแลกกับการไม่ถูกจับกุมดำเนินคดี ซึ่งก็ถือเป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในช่วงสถานการณ์โควิด-19 และน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ต่อมาเจ้าหน้าชุดจับกุมได้ลงพื้นที่ เพื่อติดตามหาตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุ จนได้เบาะแสมาว่า กลุ่มผู้ต้องหาแต่งกายคล้ายตำรวจ มาแสดงตัวเป็นระดับนายตำรวจระดับสารวัตร ทำการตรวจค้นตัวผู้เสียหายรายหนึ่งที่ภายในโรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป แห่งหนึ่งบนถ.สุขยางค์ ต.สะเตง อ.เมืองยะลา โดยกลุ่มผู้ต้องหายังข่มขู่ผู้เสียหายด้วยว่า ทำผิดกฎหมายมีโทษทางอาญา ถ้าไม่อยากถูกจับ ก็ต้องนำเงินสดจำนวน 2 หมื่นบาทมามอบให้ และยังอ้างว่า สนิทสนมกับนายตำรวจระดับสูงหลายนาย ผู้เสียหายรายนี้ก็เลยหลงชื่อว่าเป็นตำรวจจริงๆ จึงเสนอที่จะมอบเงินสดให้แค่ 3,000 บาท ทางกลุ่มผู้ต้องหาไม่พอใจ จึงข่มขู่ผู้เสียหายอีก สุดท้ายก็ได้เงินไปรวมทั้งสิ้น 6,000 บาท

ต่อจากนั้น กองปราบจึงร่วมกับตำรวจพื้นที่ ออกติดตามหาตัวผู้ต้องหากลุ่ม โดยทำทีติดต่อขอนัดเจอกับกลุ่มผู้ต้องหาที่ปั๊มน้ำมันเดียวกัน ก่อนจะแสดงตัวเข้าจับกุม หลังจากนั้นก็นำตัวไปค้นห้องพัก พบของกลางอีกหลายรายการ อาทิ เสื้อกั๊ก เสื้อโปโลที่มีตราสัญลักษณ์ของเจ้าหน้าที่รัฐ บัตรขององค์กรต่างๆ ที่ทำเลียนแบบขึ้นมา

จากการสอบสวนเบื้องต้น กลุ่มผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ ว่า บัตรกิจกรรมที่พวกตนนำมาขายนั้นมีอยู่จริง โดยจะได้รับส่วนแบ่งจากการขายบัตรเข้าชมกิจกรรมดังกล่าว จำนวน 20% จากยอดขาย ที่ผ่านมาเคยตระเวนไปขายมาแล้วหลายจังหวัด ก็ไม่เห็นมีปัญหาอะไรและขอยืนยันด้วยว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับองค์กรตำรวจแต่อย่างใด ภายหลังการสอบสวน จึงส่งตัวให้สภ.เมืองยะลา ดำเนินคดีต่อไป

ไฟฉายส่องดูผงะ! เจออาถรรพ์ป่าลึก สับไกปืนส่องเก้งกลายเป็นศพเพื่อน

ไฟฉายส่องดูผงะ! เจออาถรรพ์ป่าลึก สับไกปืนส่องเก้งกลายเป็นศพเพื่อน

อาถรรพ์ป่าลึก! 2 พรานชวนกันเข้าป่าล่าสัตว์ กลางดึกได้ยินเสียงเก้งร้อง แยกกันตีโอบเข้าหา สับไกโป้ง เอาไฟฉายส่องดูผงะ ลูกปืนเจาะร่างเพื่อนสิ้นใจไปแล้ววันที่ 14 ม.ค.2564 ร.ต.อ.ศรวิศภูมิ ประมูล รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.สะเอียบ จ.แพร่ รับแจ้งจากนายอนันต์ ป๊อกแก้ว ผู้ใหญ่บ้านท่าวะ หมู่ 8 ว่ามีเหตุยิงกันเสียชีวิตในพื้นที่ป่าแม่สอง หรือห้วยสองเตา พื้นที่ ต.สะเอียบ อ.สอง จ.แพร่ จึงประสานแพทย์รพ.สอง แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.ถนอม นาธิเลศ สวญ.สภ.สะเอียบ ตำรวจฝ่ายสืบสวน และหน่วยกู้ภัยที่เกิดเหตุ ต้องเดินทางด้วยรถยนต์จากบ้านท่าวะ หน้าร้านจำหน่าย ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ จนถึงไร่ข้าวโพดห้วยแม่ทาน สุดเขตป่า ประมาณ 10 กิโลเมตร จากนั้นต้องเดินเท้าเข้าไปอีก 4 กิโลเมตร พบศพนายยงยุทธ อายุ 34 ปีเป็นชาวบ้านในพื้นที่ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซองกระสุนเจาะเข้าลำคอ ลำตัว และแขน ส่วนมือยิงคือ นายเกษม อายุ 43 ปี ที่เข้าป่ามาด้วยกัน จากนั้นเจ้าหน้าที่นำศพออกจากป่า ซึ่งต้องทำแคร่ไม้ใช้คนหาม 4 คน ผลัดเปลี่ยนกันหามออกมาอย่างทุลักทุเล

สอบสวนนายเกษม ให้การว่า ช่วงเย็นวันที่ 13 ม.ค.ที่ผ่านมาชักชวนกันไปล่าสัตว์ในป่าลึกที่ป่าแม่สอง โดยแยกทางกันล่าสัตว์แล้วนัดหมายให้ออกมาเจอกันที่ไร่ข้าวโพด ช่วงเวลาก่อนเที่ยงคืนได้ยินเสียงเก้งร้องจึงช่วยกันตีโอบเข้าหา ระหว่างนั้นตนได้ยินเสียงเหมือนสัตว์ใหญ่วิ่งลงมาตามลำห้วยจึงสับไกยิงทันที เมื่อเอาไฟฉายไปส่องดูปรากฎว่า เป็นนายยงยุทธถูกยิงเสียชีวิตคาที่ จึงเดินออกจากป่ามาแจ้งผู้ใหญ่บ้าน

เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่ครอบครัวผู้ตายเมื่อเห็นศพต่างพากันเสียใจร้องไห้ระงม

หนี 15 ปี! คดีลวงแฟนวัย 14 ร่วมงานวันเกิด ก่อนตกเป็นเหยื่อ 4 เดน

หนี 15 ปี! คดีลวงแฟนวัย 14 ร่วมงานวันเกิด ก่อนตกเป็นเหยื่อ 4 เดน

ตำรวจกองปราบปราม ตามรวบตัวผู้ต้องหาคนสุดท้าย เป็นตัวการชักชวนแฟนสาววัย 14 ปี มางานวันเกิด หลังเมาได้ที่จึงลงมือรุมขืนใจ อ้างเมาหลับไม่รู้เรื่อง

เมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2564 พล.ต.ต.สุวัฒน์ แสงนุ่ม ผบก.ป. สั่งการให้พ.ต.อ.วิระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.5 บก.ป. พ.ต.ต.สุขสิทธิ์ ประเสริฐ สว.กก.5 บก.ป. นำกำลังเข้าจับกุมนายสุพจน์ ตรีวงษ์ อายุ 37 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ จ. 119/ 2549 ลงวันที่ 10 ก.พ. 49

ข้อหา “ร่วมกันกระทำชำเราเด็กหญิงอายุยังไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภรรยาของตน โดยร่วมกันกระทำความผิดด้วยกันอันมีลักษณะเป็นการโทรมเด็กหญิงและเด็กหญิงนั้นไม่ยินยอม” จับกุมได้ที่เพิงพักไม่มีเลขที่ ม.3 ต.หนองไทร อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี ย่านโรงงานผลิต ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์

สืบเนื่องจากเมื่อช่วงต้นปี 2548 นายสุพจน์ ผู้ต้องหารายนี้ได้ร่วมกับพวกอีก 3 คน คือนายพีท นายโด้ และนายเติ้ล ได้ออกอุบายชักชวนด.ญ. อายุ 14 ปี มาร่วมงานวันเกิดของเพื่อน ที่จัดขึ้นภายในเพิงพัก ต.โพธิ์ใหญ่ อ.พนมไพร จ.ร้อยเอ็ด

จากนั้นก็มีการดื่มกินกันจนถึงกลางดึก หลังจากเมาจนได้ที่แล้ว กลุ่มผู้ต้องหาก็ร่วมกันก่อเหตุรุมโทรมด.ญ. จนสำเร็จความใคร่ครบทุกคนแล้วก็พาตัวไปส่งที่บ้านพัก โดยมีการข่มขู่กำชับว่าไม่ให้นำเรื่องไปบอกใคร

ต่อมาหลังเกิดเหตุด.ญ. ก็มีอาการเซื่องซึมผิดปกติ จนผู้ปกครองเห็นว่าบุตรสาวนั้นเก็บตัวเงียบไม่ร่าเริงเหมือนก่อน จึงสอบถามจนทราบความจริงจึงรีบพาเข้าแจ้งความที่สภ.พนมไพร จากนั้นก็มีการจับกุมผู้ร่วมก่อเหตุได้ทั้งหมด เหลือเพียงนายสุพจน์ เพียงคนเดียวที่ยังหลบหนีมาได้เกือบ 15 ปี

จากการสอบสวนนายพจน์ ให้การปฎิเสธอ้างว่าไม่ได้ร่วมข่มขืนด้วยแต่อย่างใด แต่ก็ยอมรับว่าในวันที่เกิดเหตุตนเป็นคนที่ไปชักชวนด.ญ. ให้มาร่วมงานวันเกิดของเพื่อนจริง เนื่องจากคบหากันเป็นแฟนอยู่

หลังจากนั้นตนเองก็เมาจนหลับไป จนมาทราบภายหลังว่า แฟนสาวของตนนั้นถูกเพื่อนรุมโทรม ทำให้ต้องหลบหนีออกจากพื้นที่ ภายหลังการสอบสวนจึงนำตัวผู้ต้องหาส่งสภ.พนมไพร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ฤกษ์โจรดับแสง! ดวงกุดย่องเข้าโรงงานขนทรัพย์หนีออกมาได้แล้ว มือปืนโผล่ยิงกลางหลังเป็นศพหมกป่า

ฤกษ์โจรดับแสง! ดวงกุดย่องเข้าโรงงานขนทรัพย์หนีออกมาได้แล้ว มือปืนโผล่ยิงกลางหลังเป็นศพหมกป่า

โจรดวงกุด เจอเป็นศพกลางป่าหญ้าข้างโรงงาน ผลิต ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก หลังตัดรั้วเข้าไปฉกทรัพย์หนีออกมาได้ แต่ไปได้ไม่ไกล ตำรวจเร่งล่าตัวมือปืนปริศนาวันที่ 1 ม.ค.2564 ร.ต.อ.หญิงปริชญา เอียดแก้ว รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองระยอง รับแจ้งพบศพชายถูกยิงเสียชีวิตอยู่ในป่าหญ้า ข้างโรงงาน ริมถนนสาย36 ต.ทับมา อ.เมือง จ.ระยอง จึงประสานแพทย์รพ.ระยอง แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อมฝ่ายสืบสวน และหน่วยกู้ภัยสว่างพรกุศลที่เกิดเหตุเป็นป่าหญ้ารกชัฏ ห่างจากริมถนน 50 เมตร พบศพชายนอนคว่ำหน้าสวมเสื้อแขนยาว กางเกงยีนส์ขายาว รองเท้าผ้าใบ มีผ้าโพกหัวมิดชิด กลางแผ่นหลังมีบาดแผลถูกกระสุนปืนยิงเป็นรูโหว่ เลือดไหลแห้งเกรอะกรังเต็มเสื้อ คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง นอกจากนั้นยังมีสายไฟฟ้า 1 ม้วน ทีวี 1 เครื่อง และรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีแดง-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน

สอบสวนทราบว่า เมื่อเวลา 03.30 น.วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจประจำตู้ยามทับมา รับแจ้งเกิดเหตุคนร้ายใช้ครีมตัดรั้วเหล็กเข้าไปขโมยทรัพย์สินภายในโรงงานแล้วหลบหนีไป คาดว่าผู้เสียชีวิตรายนี้น่าจะเป็นคนร้ายที่เข้าไปก่อเหตุแล้วมาถูกยิงเสียชีวิต โดยพนักงานโรงงานยืนยันทรัพย์สินที่พบเป็นของโรงงานที่ถูกขโมยมา แต่ปฏิเสธไม่รู้ไม่เห็นว่าใครเป็นคนยิง

จากนั้นเจ้าหน้าที่นำศพส่งชันสูตรที่รพ.ระยอง พร้อมสอบสวนหามือปืนมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป