คลังเก็บรายเดือน: พฤศจิกายน 2020

แม่หยิบส่งให้! แบงก์ร้อยสุดท้ายในกระเป๋า ลูกโมโหขอ300 คว้าไม้ไล่ตีทรุดนั่งเจ็บน้ำตาตกใน

แม่หยิบส่งให้! แบงก์ร้อยสุดท้ายในกระเป๋า ลูกโมโหขอ300 คว้าไม้ไล่ตีทรุดนั่งเจ็บน้ำตาตกใน

แม่หยิบส่งให้! แบงก์ร้อยสุดท้ายในกระเป๋า ลูกโมโหขอ300 คว้าไม้ไล่ตีทรุดนั่งเจ็บน้ำตาตกใน

วันที่ 25 พ.ย.2563 พ.ต.ท.ชาญวุติ เทียมมงคล สวป.สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี รับแจ้งจากชาวบ้านมีเหตุลูกชายทำร้ายแม่แท้ๆได้รับบาดเจ็บ ภายในห้องเช่าไม่มีเลขที่ ข้างโรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป ต.บางตลาด อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พบหญิง อายุ 60 ปี ได้รับบาดเจ็บถูกของแข็งตีเข้าบริเวณหัวเข่านั่งทรุดอยู่หน้าห้องเช่าสอบสวนระบุว่า ถูกลูกชายคนโต อายุ 35 ปี มีนิสัยเกเร ไม่มีงานทำ มาขอเงิน 300 บาทจะไปซื้อเหล้า แต่ตนไม่มีเงินให้ เหลืออยู่เพียง 100 บาทก็ให้เขาไป ทำให้ลูกชายไม่พอใจเพราะเงินไม่พอซื้อเหล้าวิ่งไปหยิบท่อนไม้มาไล่ตีจนได้รับบาดเจ็บ ซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยถูกลูกชายเอามีดข่มขู่เอาเงินไปซื้อเหล้ามาแล้ว พ.ต.ท.ชาญวุติ จึงประสานหน่วยกู้ภัยมารับตัวส่งรพ.ชลประทานจากนั้นเจ้าหน้าที่ ออกติดตามจับกุมลูกชายได้ สภาพมึนเมาสุราอย่างหนัก พูดจาวกไปวนมาไม่รู้เรื่อง ก่อนให้พาไปเอาท่อนไม้ของกลางที่ใช้ทุบตีแม่หลังเอาไปโยนทิ้งในป่าข้างทาง ก่อนควบคุมตัวไปสอบสวนแจ้งข้อหาส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ผัวยิงเมียท้อง 3 เดือน ก่อนจ่อขมับตัวเองสาหัส โมโหถูกเมียบังคับให้ขอเงินแม่

ผัวยิงเมียท้อง 3 เดือน ก่อนจ่อขมับตัวเองสาหัส โมโหถูกเมียบังคับให้ขอเงินแม่

ผัวโมโหเมียบังคับให้ขอเงินแม่ ชักปืนยิงเมียที่กำลังท้อง 3 เดือน ก่อนยิงขมับตัวเองสาหัส

(23 พ.ย.63) เมื่อเวลา 14.00 น.  ร.ต.อ.คำรณค์ จันทร์ทิตย์ ร้อยเวร ชุมแสง อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ ได้รับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันที่บริเวณด้านหลังโรงงานผลิต ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ และมีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย จึงรีบรายงานให้ พ.ต.อ.นิวัติ พิพัฒนสิริ ผกก.สภ.ชุมแสง ทราบก่อนจะเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกับ พ.ต.ท.อภิเชษฐ์ ภู่ทอง รอง ผกก.สส. พ.ต.ท.สมนึก เดชรัตน์ รอง ผกก.ป. พ.ต.ท.นิพัฒน์ แท่งทอง สว.สส. และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนในสังกัด รวมถึงเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพสว่างชุมแสง  

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบร่างของ นายดีเด่น อายุ 45 ปี นอนหายใจรวยรินอยู่บนกองเลือด ในสภาพมีมีรอยถูกยิงด้วยอาวุธเข้าที่ขมับขวา แต่ไม่ทะลุ โดยที่มือข้างขวาของเจ้าตัวกำอาวุธปืนสั้นแบบออโตเมติก ยี่ห้อโนริงโก้ ซึ่งยังมีกระสุนปืนขนาด 7.65 คาอยู่ในแมกกาซีน จำนวน 3 นัด ส่วนในที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนขนาดเดียวกันตกอยู่ อีก 2 ปลอก จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐานก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพกู้ภัยจะนำร่างนายดีเด่นส่งไปรักษายังโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน เนื่องจากอาการสาหัส และในขณะเดียวกัน ทางเจ้าหน้าที่ยังทราบด้วยว่า เหตุการณ์นี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกราย คือ นางภาดา อายุ 45 ปี ถูกนายดีเด่น ผู้เป็นสามีใช้อาวุธปืนยิงเข้าที่ราวนมข้างซ้ายจนได้รับบาดเจ็บ และถูกเจ้าหน้าที่นำตัวส่งไปรักษายังโรงพยาบาลก่อนหน้านี้แล้ว 

จากการสอบถาม น.ส.จินดานุช อายุ 16 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ให้การว่า นายดีเด่นผู้บาดเจ็บมีบ้านอยู่ฝั่งตรงข้ามกับด้านหลังศูนย์ท่ารถ โดยพักอาศัยอยู่กับนางภาดา ผู้เป็นภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ได้ 3 เดือน ซึ่งก่อนเกิดเหตุ พบว่า ตั้งแต่ช่วงเช้านายดีเด่นและนางภาดาเกิดมีปากเสียงและออกมาทะเลาะกันที่หน้าบ้านมาแล้วครั้งหนึ่งก่อนที่ช่วงบ่ายทั้งคู่จะออกมาทะเลาะกันอีกครั้ง แต่คราวนี้ นายดีเด่นเกิดบันดาลโทสะ เดินถือปืนออกมายิงใส่นางภาดาที่ริมถนนหน้าบ้าน จนนางภาดาร่วงล้มลงไปกับพื้น

จากนั้น นายดีเด่นจึงใช้อาวุธปืนกระบอกเดิมจ่อยิงที่ขมับของตนเองจนล้มจมกองเลือดไปอีกราย โดยมีชนวนสาเหตุมาจากนางภาดาบังคับให้นายดีเด่นไปขอเงินจากแม่ผัว จำนวน 5,000 บาท เพื่อให้พานางภาดาไปบำบัดยาเสพติด และเก็บเอาไว้บำรุงครรภ์ แต่นายดีเด่นไม่ทำตาม เพราะกลัวถูกแม่ว่า จึงทำให้ทั้งคู่เกิดทะเลาะกันจนนายดีเด่นต้องใช้อาวุธปืนยิงตัดสินปัญหาดังกล่าว 

อย่างไรก็ตาม มีรายงานด้วยว่า นายดีเด่นและนางภาดา มีพฤติกรรมติดยาเสพติดทั้งคู่ และเคยตกเป็นผู้ต้องหาเกี่ยวพันกับยาเสพติดมาแล้วหลายครั้ง แต่นายดีเด่นได้กลับตัวกลับใจเลิกยาได้ก่อนแล้ว ซึ่งสวนทางกับนางภาดาที่ยังเลิกยาไม่ได้ ทั้งที่ตัวเองกำลังตั้งครรภ์ได้ 3 เดือน โดยจากการสอบถามเพื่อนบ้านหลายราย ต่างระบุว่า นางภาดามีอาชีพขายไก่ทอด นายดีเด่นไม่มีอาชีพ และทั้งคู่ก็มักจะมีปากเสียงทะเลาะกันในเรื่องเงินทองให้เพื่อนบ้านเห็นทุกวันจนชินตา แต่ก็ไม่คาดคิดว่า คราวนี้นายดีเด่นจะตัดสินใจใช้ปืนยิงภรรยาและตนเองเพื่อหวังจบปัญหา โดยล่าสุดมีรายงานว่า ขณะนี้ นางภาดาอยู่ในอาการปลอดภัยแล้ว ส่วนนายดีเด่นอาการค่อนข้างสาหัส และถูกนำตัวย้ายส่งไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ อ.เมืองนครสวรรค์ แล้ว

คุณยายรู้ตัวป่วยมะเร็ง สะสมของชำร่วย-เงินสดไว้แจกงานศพตัวเอง ผ่านไป 20 ปีได้ใช้

คุณยายรู้ตัวป่วยมะเร็ง สะสมของชำร่วย-เงินสดไว้แจกงานศพตัวเอง ผ่านไป 20 ปีได้ใช้

งานศพยายวัย 63 แจกของชำร่วยนับพันชิ้นที่ผู้ตายสะสมมาตั้งแต่ยังสาว 20 ปีก่อน หลังรู้ตัวว่าป่วยมะเร็ง 

(16 พ.ย.63) เวลา 21.30 น. ผู้สื่อข่าวเดินางไปงานศพของ คุณยายบุญยืน แช่มอุษา อายุ 63 ปี ภายในชุมชนบ้านเกาะลอย หมู่ที่ 6 ตำบลในคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ ย่านโรงงานผลิต ถุงแก้วฝากาว ถุงแก้วแถบกาว ที่คุณยายเพิ่งเสียชีวิตลงในช่วงเที่ยง ส่วนสาเหตุที่ผู้สื่อข่าวต้องเดินทางไปงานศพของคุณยาย เพราะคุณยายบุญยืนป่วยเป็นโรคมะเร็ง เมื่อ 20 กว่าปีก่อน นับตั้งแต่นั้นมา คุณยายบุญยืน ก็เริ่มสะสมข้าวของเครื่องใช้ อย่างเช่น พัดลม ตารีด กาต้มน้ำร้อนไฟฟ้า หม้อหุงข้าว กระเช้าเครื่องใช้ กระเช้าเครื่องครัว ดอกไม้จัน ผ้าเช็ดหน้า ผ้าขนหนู ช้อนส้อม โดยเฉพาะพัดลมไฟฟ้าที่มีทุกขนาดตั้งแต่ 12, 14, 16, และ 18 นิ้ว รวมแล้วเกือบ 1,000 ชิ้น เพื่อจะเอาไว้แจกเป็นของชำร่วยให้กับผู้ที่มางานศพของคุณยาย

และนอกจากจะมีข้าวของเครื่องใช้แล้ว ทุกชิ้น คุณยายบุญยืน ยังติดเงินสดไว้ที่ของชำร่วยด้วย มีตั้งแต่ธนบัตรใบละ 20 บาท ไปจนถึงใบละ 1,000 บาท และยังไม่ได้ติดไว้แค่ชิ้นละใบด้วย โดยเริ่มตั้งแต่ชิ้นละ 3 ใบไปจนถึงชิ้นละเกือบ 10 ใบ มูลค่าเงินสดไม่น่าจะน้อยกว่า 20,000 บาท 

นางสาวอรัญญา แช่มอุษา อายุ 54 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6 ตำบลในคลองบางปลากด เล่าว่า คุณยายบุญยืน มีศักดิ์เป็นพี่สะใภ้ของตน และ คุณยายบุญยืน มีสามีเป็นสัปเหร่อของวัดใหญ่ในคลองบางปลากด เมื่อปี 2543 คุณยายบุญยืน ทราบว่าตนป่วยเป็นมะเร็งลำใส้ และต้องรักษาตัวอยู่ที่บ้านมาโดยตลอด จนปลงตกกับชีวิต จึงได้เริ่มซื้อของใช้สะสมทีละชิ้นมาโดยตลอดถึง 20 ปี เพื่อจะเอาไว้แจกจ่ายให้แขกที่มร่วมงานศพ เพราะของที่ผู้ตายซื้อมาล้วนแต่เป็นของใช้ที่เป็นประโยชน์กับผู้รับทุกชิ้น ถึงแม้ญาติพี่น้อง และลูกหลาน ห้ามปรามแล้ว แต่ผู้ตายก็ไม่เลิกล้มความตั้งใจ กระทั่งเมื่อประมาณช่วงเที่ยงของวันนี้ คุณยายบุญยืน ก็จากไปอย่างสงบ โดยก่อนสิ้นใจได้กำชับลูกหลานครั้งสุดท้ายว่า ให้นำของที่สะสมมาทั้งหมดไปใช้ในงานศพของคุณยาย และมื่อเสร็จงานแล้วให้นำไปบริจาคทั้งหมด 

โดยตนได้ปรึกษากับครอบครัวของผู้ตายเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า จะทำตามคำสั่งเสียของคุณยาย โดยจะนำของที่คุณยายสะสมมาทั้งหมดไปมอบให้กับวัด โรงเรียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก และผู้ยากไร้ทั้งในพื้นที่และนอกพื้นที่ เพื่อเป็นบุญกุศลตามคำสั้งเสียของคุณยาย โดยศพของคุณยาย ทางญาติได้นำไปบะเพ็ญกุศลที่วัดใหญ่บางปลากด เป็นเวลา 7 คืน และจะมีพิธีฌาปนกิจศพในวันอาทิตย์ 22 พฤศจิกายน และหลังจากงานศพ ทางลูกหลานก็จะเริ่มนำของทั้งหมดออกออกไปมอบให้ผู้ที่มีความจำเป็นต้องใช้ต่อไป

ระแวงชายทุกคนที่คุยกับเมีย ผัวคว้าท่อนเหล็กกระหน่ำตีเมียวัย 52 ดับคาวงข้าว

ระแวงชายทุกคนที่คุยกับเมีย ผัวคว้าท่อนเหล็กกระหน่ำตีเมียวัย 52 ดับคาวงข้าว
หนุ่มใหญ่หึงโหด คว้าท่อนเหล็กกระหน่ำตีกกหูเมียดับคาที่ขณะนั่งกินข้าว ญาติเผยผู้ก่อเหตุระแวงชายทุกคนที่คุยกับเมีย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (13 พ.ย.) เมื่อเวลา 08.00 น. สภ.ปะคำ จ.บุรีรัมย์ ได้รับแจ้งมีเหตุฆ่ากันตายภายในบ้านหลังหนึ่ง ในหมู่บ้านตลาดแย้ ต.หนองบัว อ.ปะคำ ใกล้กับร้านจำหน่ายที่ตัดเทป ตัวตัดเทปที่เกิดเหตุเป็นบ้านปูนชั้นเดียว บริเวณครัวหลังบ้านพบศพ นางแตงกวา อายุ 52 ปี นอนเสียชีวิตอยู่บริเวณพื้น ในสภาพมีรอยถูกของแข็งตีที่บริเวณกกหูซ้ายเป็นแผลฉกรรจ์ เลือดไหลนองเต็มพื้น
สอบถามญาติผู้ตายทราบว่าผู้ก่อเหตุ คือ นายบัญญัติ หรือ เอียง อายุ 60 ปี ซึ่งเป็นสามีของผู้ตาย และหลังก่อเหตุได้หลบหนีพร้อมท่อนเหล็กที่ใช้ก่อเหตุ จึงได้ประสานเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน และขอความร่วมมือผู้นำหมู่บ้านช่วยติดตามตัว โดยทราบว่าผู้ก่อเหตุได้หลบหนีไปซ่อนตัวอยู่ในป่ามันสำปะหลัง ใกล้กับวัดดอนนางงาม
ด้าน นางสาวเข็มทราย อายุ 47 ปี น้องสาวคนตาย เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเห็นผู้ตายกลับจากส่งลูกชายอายุ 12 ปี ที่โรงเรียน และกำลังเตรียมสำรับข้าวนั่งกินข้าวในครัว จากนั้นก็เห็นนายบัญญัติ สามีผู้ตาย เดินถือท่อนเหล็กขนาดใหญ่เดินตรงไปที่ครัว แล้วไปกระหน่ำตีที่บริเวณเมียตัวเอง ขณะที่กำลังนั่งกินข้าวอยู่
ตนตกใจมากพยายามตะโกนห้ามและเรียกให้คนมาช่วย แต่ขณะที่วิ่งออกไปเรียกคนมาช่วย พบว่าผู้ก่อเหตุได้เดินหลบหนีออกไปแล้ว พอวิ่งมาดูพบว่าพี่สาวนอนเสียชีวิตแล้ว
ที่ผ่านมาทั้งคู่มีปากเสียงทะเลาะและตีกันประจำ เพราะสามีเป็นคนขี้หึงแบบไม่มีสาเหตุเห็นพี่สาวคุยกับผู้ชายคนไหนก็จะระแวงไปหมด จึงมีปากเสียงกันบ่อยเวลาตีกันก็จะมาช่วยห้ามปรามหลายครั้ง บางครั้งถึงขั้นก็ขู่ฆ่าเมียต่อหน้าลูกชายคนเล็ก แต่ครั้งนี้ไม่คิดว่าพี่เขยทำจะทำรุนแรงถึงขั้นฆ่าพี่สาวเสียชีวิต ก็เสียใจมากที่ไม่คิดว่าพี่เขยจะทำรุนแรงแบบนี้
ขณะที่ นายสงบ อายุ 63 ปี พี่เขยผู้ตาย เล่าให้ฟังว่า ตนกำลังกลับมาจากนาเห็นผู้ก่อเหตุถือเหล็กขนาดใหญ่เดินออกมาจากบ้านตน จึงถามว่าจะไปไล่ตีใคร โดยผู้ก่อเหตุไม่พูดไม่จาและรีบเดินออกไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นตนเดินเข้าไปถึงตัวบ้านก็ได้ยินพี่น้องสาวผู้ตายตะโกน บอกว่า แตงกวาตายแล้วๆ ตนก็ตกใจแต่ช่วยไม่ทันแล้ว

ที่ผ่านมาก็พบว่าผู้ก่อเหตุมักจะมีเรื่องหึงหวงและตบตีผู้ตายเป็นประจำ แต่ก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งเพราะถือว่าเป็นเรื่องครอบครัว 
นายบัญญัติ ผู้ก่อเหตุ ขณะเข้ามอบตัว
นายบัญญัติ ผู้ก่อเหตุ ขณะเข้ามอบตัว
ล่าสุด นายบัญญัติ ผู้ก่อเหตุ ได้ติดต่อให้นายปิยพงษ์ จูกุล ผู้ใหญ่บ้านพาเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปะคำ พร้อมท่อนเหล็กขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 3 เซนติเมตร ยาวประมาณ 1 เมตร ซึ่งเป็นหลักฐานที่ใช้ก่อเหตุ มามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย พร้อมยอมรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุทำร้ายภรรยาจริง แต่ไม่ยอมเปิดปากถึงสาเหตุ
เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้แจ้ง 2 ข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ถึงแก่ความตาย และกระทำความรุนแรงในครอบครัว   

หนุ่มแท็กซี่ กินทั้งไวอากร้า ทั้งเหล้า ก่อนควงสาวขึ้นสวรรค์ สุดท้ายหัวใจวายดับคาโรงแรม

หนุ่มแท็กซี่ กินทั้งไวอากร้า ทั้งเหล้า ก่อนควงสาวขึ้นสวรรค์ สุดท้ายหัวใจวายดับคาโรงแรม

เมื่อเวลา 01.00 น.วันที่ 8 พฤศจิกายน 2563 ร.ต.อ.คเณศ งามประเสริฐ รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมือง สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีชายเสียชีวิตภายในโรงแรมแห่งหนึ่งย่านถนนศรีนครินทร์ ต.บางเมือง อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ย่านโรงงานผลิต กล่องกระดาษ กล่องกระดาษสำเร็จรูป หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการเดินทางเข้าตรวจสอบ

ภายในห้องดังกล่าวได้พบเป็นห้องพิเศษซึ่งภายในห้องดังกล่าวแบ่งออกเป็นห้องนอนจำนวน 3 ห้อง และตรงกลางเป็นห้องสำหรับสังสรรค์ บนโต๊ะกลางห้องสังสรรค์ได้พบว่ามีการตั้งวงกินเหล้ากันอยู่ มีทั้งขวดน้ำ เหล้าและอาหารว่างอยู่เต็มโต๊ะ ที่โซฟายาวที่ใช้สำหรับนั่งได้พบร่างของนายเทพ (นามสมมุติ) อายุ 44 ปี อาชีพขับแท็กซี่และเป็นอาสากู้ภัยมูลนิธิแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร นอนหงายเปลือยกายท่อนล่างเสียชีวิตอยู่บนโซฟาตัวดังกล่าวในสภาพสวมเสื้อแขนยาวลายตัดดำเทาเพียงตัวเดียวน้ำลายฟูมปาก ตามร่างกายไม่พบร่องรอยหรือบาดแผลการถูกทำร้ายแต่อย่างใด จึงได้มอบศพให้มูลนิธินำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช

ตรวจสอบภายในห้องดังกล่าว พบยาไม่ทราบชนิดสีเหลือง วางอยู่ที่ชั้นหน้าทีวีจำนวน 2 เม็ด และยาชนิดน้ำขวดขนาดเล็กวางอยู่ และจากการตรวจค้นในรถแท็กซี่ของผู้ตายที่จอดอยู่ข้างห้องได้พบยาไวอาก้าอยู่ในซองสีฟ้าจำนวน 1 แผงและยาน้ำใช้สำหรับทาอีก 1 ขวดเล็ก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน โดยพนักงานโรงแรมได้ให้ข้อมูลว่าผู้ตายและพวกหลายคน ซึ่งมีทั้งชายและหญิงได้เข้ามาเปิดห้องแบบเดียวกันจำนวน 2 ห้อง ซึ่งแต่ละห้องจะมีห้องนอนแยกอยู่ภายในอีก 3 ห้องโดยมีเปิดตั้งแต่ช่วงบ่าย หลังจากนั้นก็เห็นพรรคพวกที่มากับผู้ตายได้ออกไปซื้ออาหารและเหล้ามานั่งดื่มกันในห้อง จนกระทั้งกลางดึกได้มีรถของโรงพยาบาลและรถมูลนิธิวิ่งเข้ามาจึงทราบว่ามีผู้เสียชีวิต

จากการสอบถามเพื่อนของผู้ตายที่มานั่งดื่มกันในห้อง ได้เล่าว่า ปกติแล้วพวกตนและผู้ตายก็จะมาเปิดห้องของโรงแรมดังกล่าวเพื่อสังสรรค์และหาความสุขกันอยู่เป็นประจำทุกเดือนอยู่แล้ว และเมื่อช่วงหัวค่ำก่อนที่ผู้ตายจะเข้าไปหาความสุขกับหญิงสาว ก็ได้หยิบเอายาไวอาก้า ออกมากิน ก่อนที่จะเข้าไปหาความสุขกับหญิงสาว เวลาผ่านไปประมาณเกือบชั่วโมงผู้ตายได้ออกมาจากห้อง ก่อนที่จะมาล้มตัวนอนอยู่บนโซฟาในสภาพท่อนล่างเปลือยเปล่า ไม่นุ่งกางเกง ใส่เพียงเสื้อแขนยาวเพียงตัวเดียวเท่านั้น พร้อมทั้งบอกว่าเพลียมากขอนอนพัก ตนและเพื่อนๆ ก็ยังนั่งดื่มกันอยู่ เพราะคิดว่าผู้ตายคงจะเพลีย และนอนหลับจึงไม่มีใครสนใจ จนกระทั่งมาสังเกตเห็นว่ามีน้ำลายไหลออกมาฟูมปากของผู้ตาย จึงได้มาเขย่าตัวเรียกแต่ผู้ตายไม่สนองตอบ ด้วยความตกใจจึงได้โทรศัพท์แจ้งข้อความช่วยเหลือจากสายด่วน 1669 พักใหญ่รถและทีมพยาบาลของโรงพยาบาลก็มาถึงและจากการตรวจเช็คพบว่าผู้ตายเสียชีวิตก่อนแล้ว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่คาดว่า ที่ผู้ตายเสียชีวิตน่าจะจากอาการหัวใจวายเฉียบพลัน เนื่องจากผู้ตายดื่มทั้งเหล้าและกินยาไวอาก้าเข้าไปและร่วมหลับนอนกับหญิงสาวจนร่างกายเกิดการอ่อนเพลียและหัวใจวายดังกล่าว อย่างไรก็ตามจะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

พ่อหัวร้อนลูกฟ้องโดนเพื่อนแกล้ง บุกตบเด็ก ป.3 เลือดออกหูกลางสนามเด็กเล่น (คลิป)

พ่อหัวร้อนลูกฟ้องโดนเพื่อนแกล้ง บุกตบเด็ก ป.3 เลือดออกหูกลางสนามเด็กเล่น (คลิป)

(4 พ.ย.63) เมื่อเวลา 19.00 น. ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณสนามเด็กเล่น ภายหมู่บ้านเอื้ออาทรบางบัวทอง 2 ถ.บางกรวย-ไทรน้อย ย่านโรงงานผลิต ถุงห่อมะม่วง ถุงห่อผลไม้ หมู่ที่ 4 ต.บางบัวทอง อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี หลังจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งโพสต์คลิปข้อความว่า “แชร์ให้หน่อยครับหลานผมโดนตบแค่เด็กมันเล่นกัน ผู้ใหญ่ทำงี้ถูกต้องป่าว #เอื้ออาทรบางบัวทอง2”  จนเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์เป็นจำนวนมาก เหตุเกิดวันที่ 1 พ.ย. 63 เวลาประมาณ 16.00 น.

จากการสอบถาม ด.ช.ลีโอ นักเรียนชั้น ป.3 ที่ปรากฎอยู่ในคลิป เล่าว่า มีผู้ชายคนหนึ่งเดินลงมาจากรถแล้วมาตบเพื่อนของตน 1 ครั้งและมีการพูดต่อว่าเพื่อน หลังจากนั้นเดินเข้ามาหาตนแล้วตบเข้าที่ศีรษะตน 1 ครั้ง แล้วเดินออกไป จากนั้นจึงเดินย้อนกลับมาตบตนอีก 1 ครั้ง แล้วด่าว่าตนว่าแกล้งลูกเขาทำไม แล้วเดินขึ้นรถก่อนขับออกไป

ทางด้านนายจินตา อายุ 49 ปี ประธานหมู่บ้านเอื้ออาทรบางบัวทอง 2 ซึ่งเป็นลุงของน้องลีโอ กล่าวว่า ตนได้รับแจ้งว่ามีการทำร้ายเด็กที่สนามเด็กเล่น ใกล้ตึก 29 จึงได้มาตรวจสอบพบว่าเป็นหลานของตัวเอง ตนจึงได้เข้ามาสอบถามและนำตัวหลานส่งโรงพยาบาล ส่วนสาเหตุมาจาก เด็ก 2 คน เล่นอยู่ด้วยกันเกิดทะเลาะกันแล้วไปฟ้องพ่อแม่ ฟ้องยาย ต่อมาทางพ่อกับแม่เด็กก็เลยมาที่สนามเด็กเล่น ทางพ่อของเด็กที่เล่นกับน้องลีโอได้เดินเข้ามาตบเพื่อนของน้องลีโอ และตบน้องลีโอด้วย ตอนอยากจะฝากสื่อให้ช่วยสอบถามว่าทำไมถึงได้ทำกับเด็กได้ขนาดนี้ ทางตนได้เข้าแจ้งความที่ สภ.บางบัวทองเรียบร้อยแล้ว ส่วนอาการของน้องลีโอตอนนี้มีอาการหวาดผวา ตกใจ นอนสะดุ้ง

จากการสอบถามนางส้ม อายุ 34 ปี แม่ค้าขายลูกชิ้นที่เห็นเหตุการณ์เล่าว่า ตนเห็นเด็กเล่นกันตามปกติ มีตบหัวเล่นกันเป็นเรื่องธรรมดา แต่ทางเด็กอีกคนที่ชื่อปริ๊นท์ที่เล่นกับน้องลีโอไปฟ้องพ่อกับแม่ว่าถูกแกล้ง ทางพ่อของน้องปริ๊นท์ได้ขับรถเก๋งสีดำมาจอดแล้วตะโกนเสียงดังว่า “ไอ้เด็กคนไหนตบลูกกู” แล้วเขาบอกให้ลูกเขาชี้ จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปตบเด็กชายนนท์ 1 ครั้ง ที่ศีรษะ ซึ่งน้องนนท์ไม่ได้เล่นกับลูกเขา สักพักนึงจึงหันมาตบน้องลีโอ 1 ครั้ง ที่ศีรษะ หลังจากนั้นตบซ้ำอีก 1 ครั้ง จนเลือดออกที่หูของน้องลีโอ ทางตนนั่งเช็ดเลือดให้แล้วบอกกับทางตาของน้องลีโอให้พาน้องลีโอไปแจ้งความ ผ่านไปสักพักทางยายกับป้าของเด็กได้เข้ามาที่สนามเด็กเล่นแล้วมาตะโกนต่อว่า โวยวายเสียงดังใครตบหลานเขา ตนจึงอธิบายให้ยายของเด็กฟังว่าเด็กเล่นกันตนอยู่ในเหตุการณ์มีแกล้งกันบ้างเป็นเรื่องธรรมดา

ต่อมาเวลา 20.00 น. นายณัฐพงศ์ อายุ 42 ปี มือตบเด็กที่ปรากฏอยู่ในคลิปได้เดินทางไปพบ พ.ต.อ.สิรภพ อนุศิริ ผกก.สภ.บางบัวทอง โดยทางนายณัฐพงศ์เล่าว่า ขณะที่ตนขับรถอยู่ลูกได้โทรเข้ามาหา บอกว่า “มารับหนูหน่อย หนูไม่กล้าปั่นจักรยานกลับบ้าน” เนื่องจากถูกเพื่อนตบและแกล้ง ตนจึงได้ขับรถวนเข้ามารับลูกและสอบถามเด็กที่อยู่แถวนั้น บอกว่าคนที่ทำร้ายอยู่ในกลุ่มเด็กที่กำลังเล่นกันอยู่ ตนจึงบันดาลโทสะว่าทำไมมาแกล้งลูกชายของตน ตนจึงตบศีรษะไปคนละครั้ง มีเด็กที่อยู่ในเหตุการณ์บอกว่าน้องลีโอเป็นคนสั่งให้แกล้งน้องปริ๊นท์ลูกชายของตน ตนจึงตบซ้ำไปที่น้องลีโออีก 1 ครั้ง ลูกของตนมาฟ้องว่าถูกเด็กกลุ่มนี้ทำร้ายบ่อยครั้ง ตนอยากฝากขอโทษกลุ่มคนที่อยู่ในโลกโซเชียลว่าตนไม่ได้ตั้งใจเป็นการบันดาลโทสะ ตนอยากจะขอโทษพ่อแม่เด็กว่าไม่ได้ตั้งใจจริงๆ

ด้าน พ.ต.อ.สิรภพ กล่าวว่า ทางผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ ลูกชายตอนถูกรังแกด้วยความโมโห จึงได้ใช้กำลังทำร้าย เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาทำร้ายผู้อื่นไม่ถึงกับเกิดอันตรายแก่กายและจิตใจ อยากฝากถึงผู้ปกครองว่าให้ใจเย็นๆ มีสติ เด็กเล่นกันตามประสาของเด็ก ถ้ารุนแรงเกินไปก็ให้พูดเตือนอย่าใช้กำลังทำร้าย