คลังเก็บรายเดือน: สิงหาคม 2020

เปิดจีพีเอสนำทาง รถบรรทุก 6 ล้อ ข้ามสะพานไม้หักรถจมน้ำ คนขับรอดหวุดหวิด

GPS นำทางรถ 6 ล้อข้ามสะพานไม้หักรถจมน้ำ บริเวณข้างโรงงานผลิต ตัวตัดเทป ที่ตัดเทป คลองบางโพ ปทุมธานี คนขับรอดหวุดหวิด

นายนพพร ขาวขำ นายกเทศมนตรี เทศบาลตำบลคูขวาง และ กำนันธีรชัย ศิลาขาว กำนันตำบลคูขวาง ได้รับแจ้งจากประชาชนว่ามีรถบรรทุก 6 ล้อเล็ก บรรทุกทรายข้ามสะพานไม้ และสะพานหักทำให้รถ ตกลงไปในคลองบางโพ หมู่ 5 ต.คูขวาง อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี จึงเดินทางไปตรวจสอบพร้อมด้วย ประสานรถยก

ที่เกิดเหตุเป็นสะพานไม้ข้ามคลองพังเสียหาย กลางลำคลองพบรถ 6 ล้อเล็กบรรทุกทราย ยี่ห้ออีซูซุ หมายเลขทะเบียน 90-1429 นครปฐม สภาพพลิกตะแคงอยู่กลางสะพานในลำคลอง ทราบชื่อคนขับ นายวิทวัส อายุ 23 ปี สภาพหัวเข่าด้านขวาแตกบาดเจ็บเล็กน้อยตามลำตัว ชาวบ้านอยู่ริมคลองช่วยกันเปิดประตูและนำคนเจ็บส่งโรงพยาบาลกรุงสยามเซนต์คาร์ลอส

จากการสอบถามนายวิทวัส คนขับรถ 6 ล้อเล็กกล่าวว่าตนนำทรายมาจากร้านที่ย่านบางบัวทอง จะมาส่งแถว ต.บ่อเงิน อ.ลาดหลุมแก้ว และได้เปิด GPS นำทางมาเลียบคลอง ขณะที่ GPS บอกให้ตนเองเลี้ยวตนเองจึงเลี้ยวซึ่งสะพานเป็นไม้ จากนั้นสะพานก็หักลง รถจึงตกลงไปในคลองด้วย จนมีประชาชนใกล้เคียงเข้าช่วยเหลือ

ด้านนายนพพร ขาวขำ นายกเทศมนตรีตำบลคูขวางกล่าวว่า สะพานนี้สร้างมากว่า 30 ปี และทางเทศบาลได้มาดูแลซ่อมแซม อยู่ตลอดเวลา ส่วนใหญ่ชาวบ้านจ้ะใช้กันขนอุปกรณ์ทางการเกษตร ที่มีน้ำหนักไม่นักมาก และเป็นที่ข้ามของรถจักรยานยนต์ของชาวบ้าน และใช้กันอยู่ตลอด แต่ส่วนเหตุการณ์นี้คนขับรถ 6 ล้อเล็กบอกว่า ได้เปิด GPS และให้ตนเลี้ยว ซึ่งผู้ขับไม่ชำนาญทาง ทำให้เกิดอุบัติเหตุดังกล่าว และได้ประสานรถยกเพื่อนำรถขึ้นจากคลอง ส่วนสะพานจะได้ทำการซ่อมแซมเพื่อให้ชาวบ้านได้ใช้ต่อไป

เมียเผยนาทีสุดเจ็บปวด “ฮอคกี้” แร็ปเปอร์เพลงประเทศกูมี ถูกจับต่อหน้าลูก

เผยนาทีตำรวจบุกรวบ “ฮอคกี้ เดชาธร” แร็ปเปอร์ประเทศกูมี เข้าร่วมม็อบปลดแอก ถูกจับหน้าหมู่บ้านต่อหน้าลูก

จากกรณี นายเดชาธร บำรุงเมือง หรือ ฮอคกี้ กลุ่มแร็ปเปอร์ เจ้าของเพลงประเทศกูมี ถูกตำรวจ สภ.สมุทรปราการ คุมตัวมายัง สน.สำราญราษฎร์ หลังถูกดำเนินคดีจากกรณีขึ้นเวทีร้องเพลงในงานชุมนุมกลุ่มเยาวชนปลดแอกเมื่อวันที่ 18 ก.ค.ที่ผ่านมาล่าสุด (20 ส.ค.) ภรรยาของ ฮอคกี้ เดชาธร บำรุงเมือง ได้ไลฟ์สดนาทีขณะที่ฮอคกี้ถูกจับกุมตัวต่อหน้าภรรยาและลูกที่หน้าบ้าน ตรงข้ามร้านจำหน่าย ซองไปรษณีย์พลาสติก ถุงไปรษณีย์พลาสติก โดยระบุข้อความว่า “มาดักหน้าหมู่บ้านตอนฮอคกี้ออกไปส่งเราไปทำงาน โดยที่มีลูกด้วย และเค้ารู้ชื่อเล่นเรา รู้กิจวัตรประจำวันเรา ที่ต้องมีลูกไปด้วยทุกเช้า แต่ไม่เคยสนใจอะไรเลย”และเมื่อเวลาประมาณ 11.00 น. รถตู้นิสสันของตำรวจที่คุมตัวฮอคกี้มาถึงโรงพัก สน.สำราญราษฎร์ แล้ว ขณะที่ฮอคกี้ไม่ได้พูดอะไรกับสื่อมวลชน เพียงแต่ชูสัญลักษณ์ 3 นิ้ว แล้วยกมือไหว้ทักทายก่อนเดินขึ้นโรงพักทันที

หนุ่มแทบช็อก ปลดทุกข์อยู่ดีๆ มีอะไรมาสัมผัส กดน้ำก็ไม่ลง สุดท้ายงูเห่าโผล่

เมื่อเวลา 10.00น  วันที่ 14 สิงหาคม 2563 ศูนย์วิทยุเหยี่ยวเวหาปทุมธานี รับแจ้งจากประชาชนขอความช่วยเหลือ มีงูเห่าอยู่ภายในชักโครกห้องน้ำ ที่เกิดเหตุบ้านเลขที่ 2/59 บงกช 27 ซอยเคหะฟื้นนคร ใกล้ร้านจำหน่าย ถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ คลองสองคลองหลวง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานีหลังรับแจ้งได้ประสานเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร ที่มีความชำนาญในการจับงูไปยังที่เกิดเหตุ หลังรับแจ้งจึงประสานงานสมาชิกพร้อมอุปกรณ์รุดไปที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้าน 2 ชั้น พบนายพยัพ อายุ 51 ปี อาชีพเชฟของสายการบินแห่งหนึ่ง ได้ยืนรอและชี้จุดเกิดเหตุภายในห้องน้ำชั้นล่างของตัวบ้าน ที่ภายในชักโครกมีงูเห่าโผล่ออมาจากชักโครกสีตัวดำน่ากลัว  เจ้าหน้าที่จึงใช้บ่วงเชือกทำการจับงูโดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที จึงสามารถจับเอาไว้ได้ เพราะตัวงูบางส่วนเข้าไปอยู่ในรูของชักโครก พบเป็นงูเห่าลำตัวยาวประมาณ 1 เมตร 50 เซนติเมตร จึงนำใส่กระสอบไปปล่อยในที่ห่างไกลบ้านเรือนประชาชน

นายพยัพ เจ้าของบ้านเปิดเผยว่า ตนเองเข้ามาปลดทุกข์ในห้องน้ำชั้นล่าง ซึ่งปกติแล้วไม่ค่อยได้ใช้งาน จู่ๆ เหมือนมีอะไรมาสัมผัส จึงรีบลุกขึ้นและกดน้ำทันที แต่กดอย่างไรก็กดไม่ลง คล้ายมีอะไรอุดตันอยู่ ตนเองจึงปิดฝาชักโครกไว้ ก่อนที่แฟนจะมาเข้าห้องน้ำอีกครั้ง เมื่อเปิดฝาชักโครกขึ้นกับพบงูตัวใหญ่ อยู่ในรูชักโครกโดยหัวโผล่ออกมา จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัย  

ฮือฮา ดินยุบเกิด 3 หลุมยักษ์ เชื่อพญานาคย้ายที่หลังน้ำท่วมเลย

แห่ดูหลุมยักษ์ 3 หลุ่ม เกิดกลางสวนยางพารา ชาวบ้านเชื่อพญานาคย้ายที่ อาจจะมาให้โชคหลังน้ำท่วม จ.เลย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า (8 ส.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. ได้รับแจ้งจากนายประมวล ลาภจิต หัวหน้า ปภ.เลย ว่า ที่สวนยางพาราของนายสิงห์ เจ้าของร้านจำหน่าย ซองไปรษณีย์พาสเทล และ ซองไปรษณีย์สีพาสเทล อายุ 50 ปี ชาวบ้านหนองดอกบัว หมู่ 5  ต.น้ำสวย อ.เมืองเลย ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลท่วมหมู่บ้าน ต.น้ำสวย อ.เมืองเลย จู่ๆ พื้นดินในสวนยางพาราเกิดดินยุบ 3 หลุม

โดยหลุมแรก กว้าง 2 เมตรลึก 19 เมตร หลุมที่สอง กว้างยาว 5×6 เมตร ลึก 19 เมตร หลุมที่ 3 กว้าง 5×5 ลึก 8 เมตร กว้าง 9 เมตร ลึก 17 เมตร มีน้ำสีเขียวเต็มก้นหลุม กลัวว่าจะเกิดพังทลายจนได้รับอันตราย จึงรีบแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้มาสำรวจดู

ส่วนสาเหตุคาดว่า หลังเกิดน้ำป่าไหลหลาก น้ำท่วมฉับพลัน 7 หมู่บ้าน ต.น้ำสวย อ.เมืองเลย ในรอบ 80 ปี เมื่อวันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา อาจเป็นสาเหตุทำให้น้ำใต้ดินเปลี่ยนทางเดินจนเกิดดินอ่อนตัวยุบลงเป็นหลุมขนาดใหญ่

นายประมวล ลาภจิต หัวหน้า ปภ.เลย กล่าวว่า หลังได้รับแจ้ง ได้เดินทางมาสำรวจและประสานไปยังสำนักงานธรณีวิทยา และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้ส่งเจ้าหน้าที่ออกมาตรวจสอบเป็นการด่วน และใช้เชือกกั้นบริเวณดังกล่าว ไม่ให้ชาวบ้านเข้าไปเกรงว่าจะเกิดการยุบตัวของดินหรือพังทลายจนเกิดอันตราย

ขณะที่ ชาวบ้านในพื้นที่ ก็เชื่อว่าเป็นความโชคดีของหมู่บ้านที่คาดว่าจะมีสิ่งดีๆ เข้ามาสู่หมู่บ้านหลังโดนน้ำป่าเข้าพัดทำลายหมู่บ้านไป ซึ่งคาดว่าตรงหลุมนี้จะเป็นหลุมน้ำพญานาคที่ย้ายจุดจากในหมู่บ้านออกมาอยู่ในสวนยาง และเป็นหลุมใหญ่

ซึ่งก่อนนี้บ่อน้ำในหมู่บ้านไม่เคยแห้ง แต่ะจุดนั้นกลับแห้งลงและมาเกิดหลุมยักษ์ใหม่ในสวนยางพารา ก็คาดว่าเป็นรูพญานาคที่จะย้ายที่ จึงแวะกันมาดูและมาขอดูเลขเผื่อมีการให้โชคซื้อหวยดูสักใบ

สองพ่อลูกเซ็ง พายุพัดต้นไม้หักทับบ้านที่กำลังสร้าง เจ้าของต้นไม้บอกเป็นภัยธรรมชาติ

เมื่อวันที่ 5 ส.ค.63 นายนุกูล เมืองคลี่ อายุ 60 พร้อมด้วยนางสาวนันทนิตย์ เมืองคลี่ อายุ 31 ปี สองพ่อลูก พนังานจำหน่าย ถุงฟอยด์ และ ถุงเมทัลไลท์ พาผู้สื่อข่าวสำรวจความเสียหายของบ้านที่กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง มุงหลังคาเสร็จแล้ว โดยมีก้อนอิฐกองเรียงรายไว้แต่ยังไม่ได้กั้นตัวบ้าน หลังจากที่มีต้นไม้ขนาดใหญ่ล้มทับ พังเสียหายมีเศษกระเบื้องหลังคา ตกเกลื่อนกระจัดกระจาย พร้อมเรียกร้องความเป็นธรรมจากเจ้าของสวนฝั่งตรงข้าม และเป็นเจ้าของต้นไม้ วอนช่วยจ่ายค่าเสียหายแต่กลับถูกปฏิเสธอ้างว่าเป็นภัยธรรมชาติให้ไปเรียกร้องเอาผิดกับหน่วยงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือ อบต.เอาเอง

ทั้งนี้สองพ่อลูก กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น.วันที่ 2 ส.ค.ที่ผ่านมา ได้เกิดพายุซินลากู มีลมกระโชกรุนแรง ทำให้ต้นไม้สะเดาเทียมขนาดใหญ่ 3 ต้นที่อยู่คนละฝั่งถนน หักโค่นลงมาทับบ้าน 2 ต้น ที่อยู่ในระหว่างการก่อสร้างพังเสียหายและสายไฟฟ้าขาด หลังจากนั้นได้แจ้งให้องค์การบริหารส่วนตำบลรับทราบ เพื่อยื่นเรื่องขอเงินชดเชยแต่กลับถูกปฏิเสธ เนื่องจากบ้านหลังดังกล่าวไม่อยู่ในหลักเกณฑ์เงื่อนไขในการขอเงินชดเชยอุกทภัย วาตภัย เพราะยังไม่มีเลขที่บ้าน และพื้นที่ดังกล่าวไม่มีเอกสารสิทธิ์ในการถือครองอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ต่อมาด้าน อบต.ครน ได้แนะนำให้ไปเรียกร้องความเสียหายกับเจ้าของต้นไม้ แต่ก็ถูกปฏิเสธเหมือนกัน โดยชายเจ้าของต้นไม้สวนฝั่งตรงข้ามบอกว่าไม่จ่าย อ้างว่าเป็นภัยจากธรรมชาติให้เอาผิดกับ อบต. ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าของสวนมีการโค่นต้นยางพาราและปรับหน้าดินเพื่อปลูกปาล์มน้ำมัน แต่ไม่ตัดต้นไม้สะเดาเทียม 3 ต้นที่ยืนตระหง่านสูงลิบใกล้กับบ้าน ทำให้ทางครอบครัวตนได้ทักท้วงว่า ขอให้ตัดต้นไม้ใหญ่ออกได้ไหม เพราะอาจจะโค่นล้มได้ง่าย ทางเจ้าของสวนหรือเจ้าของต้นไม้ใหญ่บอกว่าไม่ตัด จะยกไว้ทำบ้าน จนเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นมาจริงๆ

ตนเห็นว่าทางครอบครัวไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงได้เดินทางไปแจ้งความไว้ที่ สภ.สวี แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจบอกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นคดีแพ่ง ให้ไปเรียกร้องค่าเสียหายกับเจ้าของต้นไม้หรือให้ไปฟ้องศาล

ครอบครัวผู้เสียหาย กล่าวอีกว่า กว่าจะเก็บหอบรอมริบเงินทองมาสร้างบ้านหลังนี้ได้ใช้เวลาถึง 8 ปี แต่ก็ยังไม่เสร็จ หมดเงินไปกว่า 200,000 บาท ตนยอมรับว่าไม่ได้เงินชดเชยจาก อบต.นั้น เข้าใจดีว่าพื้นที่พ่อแม่ครอบครองผืนดิน บนเนื้อที่ประมาณ 17 ไร่ ไม่มีเอกสารสิทธิ์ แต่อยู่อาศัยในที่ดินผืนนี้มานานหลายสิบปี และไม่ติดใจ อบต.แต่อย่างใด เพียงวอนขอความเห็นใจจากเจ้าของต้นไม้ ให้ออกมารับผิดชอบ ยอมจ่ายค่าเสียหายกันบางส่วน จำนวนเงินเท่าไหร่นั้น ก็แล้วแต่จะตกลงกัน

ชาวบ้านโวย ทางหลวงซ่อมถนน ทำรถติดยาว

ชาวปทุมธานีโวย ทางหลวงเปิดผิวถนนซ่อมทำรถติดยาวหลายกิโลเมตร

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่หลังได้รับการร้องเรียน จากประชาชนว่าเกิดการจราจรติดขัดในช่วงเวลาเร่งด่วน เนื่องจากโครงการซ่อมแซมผิวถนนเส้นทางปทุมธานี-รังสิต ตรงข้ามโรงงานผลิต ถุงแก้วฝากาว และ ถุงแก้วแถบกาว ซึ่งพบว่าสภาพถนนเป็นเส้นทางหลักที่ประชาชนใช้สัญจร ซึ่งในเวลาเร่งด่วนจะมีรถใช้เส้นทางจำนวนมากทำให้รถติดเป็นระยะทางยาวหลายกิโลเมตร ตรวจสอบมีป้ายประกาศของแขวงทางหลวงปทุมธานี สำนักงานทางหลวงที่ 13 กรมทางหลวง กระทรวงคมนาคม ระบุโครงการดังกล่าว เป็นการจ้างเหมาทำงานบูรณะทางผิวคอนกรีต ทางหลวงหมายเลข 346 ตอนสะพานคลองเปรม สะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาปทุมธานี ระหว่าง กม.7+500-กม.10+200 ด้านทางขวา (เป็นช่องๆ) ปริมาณงาน 12,900 SQM. เลขที่สัญญาเลขที่ ปท.19/2563 เริ่มสัญญาวันที่ 13 พฤษภาคม 2563 สิ้นสุดสัญญาวันที่ 9 กันยายน 2563 ระยะเวลา 120 วัน วงเงินค่าก่อสร้าง 18,744,000 บาท

เบื้องต้นหลังจากที่ผู้รับเหมาได้เปิดผิวถนน และได้มีเครื่องจักรลงพื้นที่เริ่มดำเนินงานต่อ มีการติดตั้งป้ายเส้นทางเบี่ยง เพื่อให้รถยนต์สามารถใช้เส้นทางวัดสำแลเป็นทางทางลัดไปยังเส้นทางปทุมธานี-รังสิต หลีกเลี่ยงรถติดในเส้นทางที่กำลังบูรณะซ่อมแซม คาดว่าจะใช้เวลาพอสมควรเนื่องจากสภาพผิวเส้นทางจราจรในช่วงนี้ชำรุดขลุกขลักเป็นเวลานานแล้ว เมื่อเปิดผิวถนนด้านขวา ทำให้รถใช้สัญจรได้เพียงช่องทางซ้าย และแซงกันบนขอบทางเลนซ้ายทำให้เส้นทางชำรุดเพิ่มขึ้นอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ นอกจากนี้เส้นทางถนนหมายเลข 347 เส้นทางสายเทคโนปทุมธานี–บางปะอิน ขาเข้าปทุมธานี จากเส้นทาง 5เลน จะไปรวมเพียง 2 เลน ทำให้ช่วงชั่วโมงเร่งด่วน ต่างคนต่างกลับบ้าน ทำให้รถติดเป็นระยะเวลานาน หากเปิดช่องจราจรอีก 1 ช่องทาง เป็น 3 ช่องทาง คาดว่าจะทำให้ประชาชนใช้เส้นทางได้สะดวกยิ่งขึ้น