คลังเก็บรายเดือน: กรกฎาคม 2020

อวสานทวิตเตอร์สาวไซด์ไลน์ชัยภูมิ ตำรวจทักแชทล่อซื้อบุกจับคารีสอร์ต

ตำรวจสืบสวนภูธรจังหวัดชัยภูมิ ล่อซื้อทวิดเตอร์สาวไซด์ไลน์เมืองชัยภูมิ รวบตัวได้หญิงสาว 4 คน ขณะนั่งรอเหยื่อในรีสอร์ต สารภาพตะเวนหาคู่นอนทั่วภาคอีสาน 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (3 ก.ค.) เมื่อเวลา 16.30 น. ที่กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ พ.ต.อ.สรวิศ มาอินทร์ ผู้กำกับการสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ พร้อมตำรวจชุดสืบ กก.สส.ภ.จว.ชัยภูมิ ได้นำหญิงสาวที่เจ้าหน้าที่สืบสวน กก.สืบสวน ภ.จว.ชัยภูมิ ได้จับกุมตัวขบวนการค้าประเวณีทางทวิตเตอร์ รวม 4 คน มาสอบสวนเพิ่มเติม

หลังจากที่ได้สืบสวนจากสื่อโซเซียลมีเดีย พบการประชาสัมพันธ์ ติดต่อ ชักชวน ผ่านทางทวิตเตอร์แอคเคาท์หนึ่งซึ่งมีการประกาศให้ผู้ที่สนใจต้องการหญิงสาวไปหลับนอนด้วย ในราคาชั่วคราว 40 นาที 1,000 บาท 1 ชั่วโมง 30 นาที ราคา 1,500 บาท

ตำรวจสืบสวนกองบังคับการตำรวจภูธร จ.ชัยภูมิ ได้วางแผนล่อซื้อจนทวิตเตอร์แอคได้ตกลงนำหญิงมาขายบริการให้ที่รีสอร์ต ริมถนนชัยภูมิข้างโรงงานตัวตัดเทป ที่ตัดเทป สีคิ้ว ต.ในเมือง อ.เมืองชัยภูมิ จ.ชัยภูมิ จนถึงเวลา 16.00 น. กลุ่มหญิงสาวค้าบริการทางเพศมาส่งให้ที่ห้องพักในรีสอร์ต ตำรวจชุดสืบสวนกองบังคับการตำรวจภูธร จ.ชัยภูมิ ได้แสดงตนจับกุม และนำตัวหญิงสาวที่มาเสนอขายบริการทางเพศ 4 คน มาสอบสวนเพิ่มเติมที่กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธร จ.ชัยภูมิ ประกอบด้วย

  • น.ส.ขิง นามสมมุติ อายุ 36 ปี ทำหน้าที่เปิดบัญชีทวิตเตอร์ และจัดหาลูกค้ามา ใช้บริการ
  • น.ส.เมย์ นามสมมุติ อายุ 23 ปี ทำหน้าเปิดบัญชี รับโอนเงินค่าใช้บริการ
  • น.ส.อลิส นามสมมุติ อายุ 27 ปี ทำหน้าที่ขายบริการ
  • น.ส.น้ำตาล นามสมมุติ อายุ 25 ปี ทำหน้าที่ขายบริการ

ซึ่งหญิงสาวทั้ง 4 คน ให้การยอมรับสารภาพว่าได้ร่วมกันเปิดบัญชีทวิตเตอร์ดังกล่าว และจัดหาลูกค้ามาเพื่อการค้าประเวณีจริง ซึ่งพวกตนที่จริงไม่ใช่คนชัยภูมิ แต่เป็นคนภาคอีสานในหลายจังหวัด เมื่อก่อนมีอาชีพเป็นหมอนวดในกรุงเทพฯ

แต่หลังจากโควิด-19 ระบาดตกงานไม่มีงานทำ ได้กลับบ้านและตระเวนขายบริการทางเพศไปตามจังหวัดต่างๆ ในภาคอีสาน และเปิดบัญชีทวิตเตอร์เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามจังหวัดที่กลุ่มพวกตนเดินทางไป

ตำรวจชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิ ได้ตั้งข้อกล่าวหาว่า ผู้ใดเข้าติดต่อ ชักชวน แนะนำตัว ติดตาม หรือรบเร้าบุคคลตามถนนหรือสาธารณสถาน หรือ กระทำการดังกล่าวในที่อื่น เพื่อการค้าประเวณีอันเป็นการเปิดเผยและน่าอับอายหรือเป็นที่เดือนร้อนรำคาญแก่ สาธารณชน ต้องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งพันบาท และ ผู้ใดโฆษณาหรือรับโฆษณา ชักชวน หรือแนะนำด้วยเอกสาร สิ่งพิมพ์ หรือกระทำให้แพร่หลายด้วยวิธีใดไปยังสาธารณะในลักษณะที่เห็นได้ว่าเป็นการเรียกร้องหรือการติดต่อเพื่อการค้า ประเวณีของตนเองหรือผู้อื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสองปี หรือปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงสี่หมื่นบาท หรือทั้ง จำทั้งปรับ ก่อนนำตัว 4 สาว ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองชัยภูมิ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ลุงเก็บของเก่าฝันให้โชครางวัลที่ 1 งวดที่แล้วเฉียดนิดเดียว งวดนี้ถูกเต็มๆ 12 ล้าน

คนเก็บของเก่าดวงเฮงถูกรางวัลที่ 1 รับเงิน 12 ล้าน โร่แจ้งความก่อนกลับบ้านเกิดทันที

นายประหยัด ร่มสันเทียะ อายุ 55 ปี ชาว ต.วังโพรง อ.มะปราง จ.พิษณุโลก หลังจากที่รู้ว่าตัวเองถูกรางวัลที่ 1 ก็ได้เดินทางมาที่ สภ.คลองห้า เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

ร.ต.อ.ธีรพัทธ ป้องเรือ รองสารวัตรเวรสอบสวน เผยว่า นายประหยัด อายุ 55 ปี บ้านเดิมอยู่ที่จังหวัดพิษณุโลก และมาเช่าห้องพักอยู่ย่านคลองห้าหลังโรงงานซองไปรษณีย์พาสเทล ซองไปรษณีย์สีพาสเทล และยึดอาชีพเก็บของเก่าขาย ถูกหวยรางวัลที่ 1 เพราะฝันว่ามีคนมาบอก ให้ซื้อหวยเลขนี้

และเมื่องวดที่แล้ว ก็เกือบถูกรางวัลที่ 1 มาครั้งหนึ่งแล้วเพียงแต่เลขท้ายสองตัวสลับกัน และมางวดนี้จึงหาซื้อเลขนี้สองใบ จึงถูกรางวัลที่ 1 จำนวน 2 ใบ เป็นเงินรางวัล จำนวน 12 ล้านบาท กลายเป็นเศรษฐีใหม่ทันที พร้อมทั้งได้แสดงความดีกับนายประหยัดหนุ่มใหญ่ดวงเฮงโชคดีรายนี้ด้วย

คนเลี้ยงม้า เครียด-ไม่อยากเป็นภาระลูก ปลิดชีพสลด เผยเคยบ่นอยากบวช

เพื่อนร่วมงานช็อก คนเลี้ยงม้า เครียดปัญหาสุขภาพ ผูกคอเสียชีวิตคาบ้านพักในพื้นที่จ.นครปฐม เผยเคยบ่นอยากเลิกอาชีพนี้แล้วไปบวชเป็นพระ

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 1 ก.ค. พ.ต.ท.ภานุวัฒน์ รัตนพันธ์ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.สามควายเผือก รับแจ้งเหตุมีคนผูกคอเสียชีวิตภายในบ้านพักคนเลี้ยงม้าหลังโรงงานถุงฟอยด์ ถุงเมทัลไลท์ ต.สามควายเผือก อ.เมือง จ.นครปฐม หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมชุดสืบสวน สภ.สามควายเผือก แพทย์เวรโรงพยาบาลศูนย์นครปฐม และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านพักคนเลี้ยงม้าปลูกติดกัน 5 ห้อง ภายในห้องที่ 3 ที่บริเวณหน้าห้องน้ำในห้องพักพบศพ นายประไทย (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 61 ปี สภาพผูกคอกับขอบประตูห้องน้ำ สวมเสื้อกล้ามสีขาว สวมกางเกงขาสั้น ตามร่างกายไม่พบบาดแผลและร่องรอยจากการถูกทำร้าย แพทย์ลงความเห็นเสียชีวิตมาไม่ต่ำกว่า 3 ชั่วโมง

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเหตุ คนเลี้ยงม้า ผูกคอเสียชีวิตภายในบ้านพักคนงาน

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบเหตุ คนเลี้ยงม้า ผูกคอเสียชีวิตภายในบ้านพักคนงาน

จากการสอบถาม ร.ต.พิชัย อยู่จงดี อายุ 63 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนเลี้ยงม้าด้วยกัน กล่าวว่า นายประไทยอาศัยอยู่ตามลำพังในบ้านพักคนเลี้ยงม้า เนื่องจากเลิกรากับภรรยา แต่จะมีลูก ๆ มาเที่ยวหาเป็นประจำ ก่อนหน้านี้นายประไทยเคยบ่นให้ฟังว่า สุขภาพร่างกายไม่ค่อยดี ตาเป็นต้อ อยากเลิกเลี้ยงม้าแล้วไปบวชเป็นพระ เพราะเหนื่อยกับปัญหาส่วนตัว

“กระทั่งช่วงเช้าที่ผ่านมา ปกติแล้วเมื่อถึงเวลา 04.00 น. นายประไทยจะลุกขึ้นมานั่งอยู่ที่ประตูห้องเพื่อเตรียมตัวทำงาน เลี้ยงม้า ทำความสะอาดคอกและเก็บฟาง แต่วันนี้ไม่ยอมออกมาจากห้อง เวลา 05.30 น. ผมได้มาเรียกแต่ไม่มีเสียงตอบรับ จึงคิดว่าไม่สบายนอนหลับ จากนั้นเวลา 06.00 น. ผมมาอีกครั้ง เมื่อผลักประตูก็ไม่ได้ล็อก จึงเดินเข้าไปในห้องและพบว่าผูกคอตายแล้ว จึงตกใจวิ่งออกจากห้องเพื่อไปบอกเพื่อน ๆ ให้มาช่วยกันดูและเรียกตำรวจ” ร.ต.พิชัย กล่าว

บริเวณบ้านพักคนเลี้ยงม้า

บริเวณบ้านพักคนเลี้ยงม้า

ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจเบื้องต้นสันนิษฐานว่า อาจจะประสบภาวะเครียดกับปัญหาสุขภาพ จึงไม่อยากเป็นภาระของลูกหลาน ก่อนตัดสินใจผูกคอเสียชีวิตดังกล่าว

สำหรับเพื่อนของผู้ตายต่างพูดกันว่า เมื่อ 2 ปีที่ผ่านมา ภรรยาน้อยของนายประไทยก็เสียชีวิตที่คอกม้าแห่งหนึ่งใน อ.ดอนตูม จ.นครปฐม โดยลักษณะการตายก็เป็นการผูกคอตายเหมือนกันกับนายประไทยเช่นกัน