ดราม่าหมึกทอดกระเทียมภูเก็ต จานละ 2,500 ชาวเน็ตแบ่งสองฝั่ง ถกความคุ้มราคา

ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมากแสดงความเห็นเกี่ยวกับหมึกทอดกระเทียมของร้านอาหารแห่งหนึ่งข้างโรงงานซองไปรษณีย์พาสเทล  ซองไปรษณีย์สีพาสเทลใน จ.ภูเก็ต ที่มีราคาจานละ 2,500 บาท ว่าคุ้มค่าสมราคาหรือไม่ ซึ่งมีทั้งผู้ที่มองว่าราคานี้สูงเกินไปและผู้ที่มองว่าเหมาะสมแล้ว

การถกเถียงดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์เมื่อวานนี้ (7 ก.ค.) ว่าตนและครอบครัว รวมทั้งหมดประมาณ 10 คน ไปเที่ยวที่ จ.ภูเก็ต และสั่งอาหารจากร้านอาหารแห่งหนึ่ง ตามคำแนะนำของโรงแรมที่เข้าพัก ซึ่งมาทราบภายหลังว่าโรงแรมแนะนำให้มัคคุเทศน์ (ไกด์) คนหนึ่งไปซื้อวัตถุดิบและจัดการให้

เมื่อใบเสร็จค่าอาหารมาถึงก็ถึงกับตกใจ เพราะพบว่าราคาสูงกว่าที่คาดไว้ โดยเฉพาะหมึกทอดกระเทียม ที่ราคาจานละ 2,500 บาท และคั่วกลิ้งหมู จานละ 850 บาท เมื่อคิดรวมกับค่าอาหารจานอื่นและค่าบริการทำอาหาร ราคารวมอยู่ที่ 6,750 บาท

ผู้โพสต์ระบุอีกว่า หลังจากนั้นตนเจรจากับร้าน ร้านจึงลดราคาหมึกทอดกระเทียม มาอยู่ที่จานละ 1,500 บาท ทำให้ราคาลดลงมาอยู่ที่ 5,750 บาท

อย่างไรก็ตาม ราคาดังกล่าว ก็ยังไม่เป็นที่พอใจ จึงเจรจากับร้านอาหารนั้นให้ลดราคาอีกครั้ง ซึ่งพบว่าราคาหมึกทอดกระเทียมลดลงมาอยู่ที่จานละ 1,000 บาท และคั่วกลิ้งหมู ลดลงมาอยู่ที่ 500 บาท ราคารวมจึงลดลงมาอยู่ที่ 4,900 บาท

หลังจากโพสต์ไปแล้ว ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจำนวนมากรู้สึกตกใจต่อราคาอาหารดังกล่าว บางคนมองว่า ราคาดังกล่าวน่าจะรวมค่าส่วนแบ่งของไกด์แล้วหรือไม่ ราคาจึงออกมาเป็นอย่างนั้น ขณะเดียวกันบางคนมองว่า หมึกทอดกระเทียมจานขนาดที่เห็นในโพสต์ของผู้โพสต์ ไม่น่าจะสูงถึงจานละ 2,500 บาทได้ และอย่าลืมว่าราคานี้ยังไม่รวมกับค่าทำอาหารที่แยกต่างหาก

ขณะเดียวกัน ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตอีกกลุ่มหนึ่ง กลับมองว่า ราคาดังกล่าวสมเหตุสมผล เพราะผู้โพสต์ระบุว่าสั่งมาทานกับครอบครัว รวมทั้งหมด 10 คน จึงไม่ใช่ราคาที่สูงเกินไป

ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่สนับสนุนผู้โพสต์ ก็แย้งว่า หมึกทอดกระเทียมจานดังกล่าวไม่ใช่สำหรับทาน 10 คน และเมื่อมองจากวัตถุดิบและปริมาณที่ได้แล้ว ราคาต้องต่ำกว่า 2,500 บาทแน่ๆ ต่อให้มากันน้อยกว่านี้ แต่ได้ปริมาณดังกล่าวก็ไม่คุ้มค่าอยู่ดี และเมื่อพิจารณาจากอาหารเมนูอื่นๆ ราคาก็ไม่ได้สูงจนน่าตกใจเหมือนกับเมนูดังกล่าว

เวลาต่อมา ผู้โพสต์ระบุว่า ตนและครอบครัวปรึกษากันแล้วว่า จะไม่แจ้งความให้ตำรวจดำเนินคดีกับร้านอาหารดังกล่าว เพราะเป็นกระบวนการที่เสียเวลา และในเมื่อตนและครอบครัวจ่ายเงินไปแล้ว ก็อยากให้จบเรื่องเท่านี้

ส่วนวันนี้ (8 ก.ค.) มีการรายงานว่า เจ้าของร้านอาหารดังกล่าวชี้แจงว่า ราคาดังกล่าวเป็นราคาที่เหมาะสมสำหรับการทาน 10 คน และร้านของตนไม่ได้คิดราคาเกินจริงแต่อย่างใด และยังบอกอีกว่า จะไม่ดำเนินคดีกับผู้โพสต์เช่นกัน เพราะไม่อยากเสียเวลาทำมาหากิน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *