คลังเก็บรายเดือน: พฤษภาคม 2020

เมียอดีต รอง ผบก.น.9 ผูกคอตาย ข้างบ้านได้ยินเสียงศพตกพื้น กลิ่นเหม็นเน่าโชย

เมียอดีต รอง ผบก.น.9 ผูกคอตายตอนสามีไปต่างจังหวัด ข้างบ้านเอะใจหายหน้าหลายวันหายตา-กลิ่นเหม็นจากในบ้านรุนแรง

(29 เม.ย.63) เมื่อเวลา 18.00 น. ร.ต.อ.เทิดภูมิ ดวงประทุม รองสารวัตรสอบสวน สภ.บางพลี สมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีหญิงผู้ผูกคอเสียชีวิตอยู่ภายในบ้านตรงข้ามโรงงานกล่องคราฟท์ กล่องกระดาษคราฟท์ ตำบลบางพลีใหญ่ อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งเดินทางเข้าตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น ที่บริเวณใต้บันใดชั้นล่างทางขึ้นชั้น 2 พบศพ นางประภาศ อายุประมาณ 60 ปี นอนหงายเสียชีวิตอยู่ในสภาพขึ้นอืด ที่ขั้นบันไดทางขึ้นชัน 2 พบเชือกฟางสีเขียวอ่อนปลายข้างหนึ่งผูกอยู่กับขั้นบันได ปลายอีกด้านเป็นรอยขาด ตรวจสอบร่างกายของผู้เสียชีวิต ไม่พบบาดแผลหรือร่องรอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด คาดเสียชีวิตมาแล้วประมาณ 2 วัน

จากการสอบถามนางสาวไฟจิตร อายุ 42 ปี เพื่อบ้านที่อยู่บ้านติดกัน ได้เล่าว่า ว่า ปกติผู้ตายพักอาศัยอยู่กับสามีซึ่งเป็นอดีตตำรวจยศ พ.ต.อ. ตำแหน่งรองผู้บังคับการตำรวจนครบาล 9  ขณะเกิดเหตุไม่อยู่ได้เดินทางไปต่างจังหวัดได้ประมาณ 4-5 วันก่อนแล้ว โดยเมื่อช่วงหัวค่ำของวันพุธที่ผ่านมา ลูกชายตนได้ยินเสียงคล้ายมีของหนักตกดังออกมาจากในบ้าน หลังจากนั้นก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรเลย และมาช่วงเช้าของวานนี้ตนก็ได้กลิ่นเหม็นเน่าคลายซากศพโชยมาแต่ไม่มาก ตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร

จนกระทั่งช่วงเช้าของวันนี้ในระหว่างที่ตนกำลังจะออกไปซื้อของ ก็ยังได้กลิ่นเหม็นอยู่  ช่วงเย็นตนกลับมาที่บ้าน รอบนี้มีกลิ่นเหม็นเริ่มแรงมาก ก็เลยมาคุยกับเพื่อนบ้านว่าไม่เห็นผู้ตายมาหลายวันแล้วไม่รู้เป็นอะไรหรือเปล่า ก็เลยโทรหานิติบุคคลของหมู่บ้านให้มาช่วยดู พร้อมด้วย รปภ.ของหมู่บ้าน ได้มาเคาะประตูและตะโกนเรียกผู้ตายอยู่นาน ก็ไม่มีเสียงตอบรับ จึงโทรศัพท์ไปหาสามีผู้ตาย ซึ่งอยู่ต่างจังหวัด ให้โทรหาผู้ตาย แต่ทางสามีของผู้ตายได้บอกว่าไม่สามารถติดต่อผู้ตายได้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ตนจึงได้ตัดสินใจโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจมาตรวจสอบดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิฐานว่า ผู้ตายน่าจะเครียดเรื่องปัญหาส่วนตัว อาศัยจังหวะที่สามีไม่อยู่บ้าน จึงใช้เชือกกวางผูกคอตัวเองตาย และคาดว่าหลังผู้ตายเสียชีวิตแล้ว เชือกทานน้ำหนักไม่ไหวจึงขาด ทำให้ร่างของผู้ตายลงมานอนกองอยู่ใต้บันได ดังกล่าว  อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะทำการสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้งเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

คนร้ายฆ่าเผา 2 ศพ สารภาพลงมือคนเดียว แค้นหลอกเมียไปรุมข่มขืนจนเสียสติ

ความคืบหน้าคดีคนร้ายฆ่าแล้วเผา 2 ศพ ที่ชายป่าข้างบ่อขยะเทศบาลนครหาดใหญ่ ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เมื่อช่วงค่ำวันที่ 24 พ.ค.63 ที่ผ่านมา

ช่วงค่ำวานนี้ ตำรวจสอบสวนกระทั่งทราบว่าผู้ต้องสงสัย คือ นายวิรัตน์ หรือ แวว อายุ 35 ปี ซึ่งอยู่ในกลุ่มค้ายาเสพติดเดียวกันจึงนำตัวมาสอบสวนและให้การรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือฆ่าและจุดไฟเผาทั้งสองคนจริง

ล่าสุด (26 พ.ค.63) เมื่อเวลา 16.00 น. พล.ต.ท.รณศิลป์ ภู่สาระ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ได้แถลงสรุปคดีนี้ ว่า จากการสอบสวนพบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุคือ นายวิรัตน์ พนักงานโรงงานตาข่ายโฟมห่อดอกกุหลาบ โฟมห่อดอกกุหลาบ หลักฐานสำคัญที่ชี้ชัดว่านายวิรัตน์ทำคนเดียวนั้นคือ รถยนต์กระบะที่ขับออกจากจุดเกิดเหตุ ซึ่งเป็นรถของนายวิรัตน์ พรมสีส้มที่บ้านก็ตรงกับพรมที่จุดไฟเผา รวมทั้งอาวุธปืนกล็อก 9 มม.ปลอกกระสุนปืน 6 ปลอก และกองเลือดที่บ้านของนายวิรัตน์

คดีนี้เจ้าหน้าที่มีทั้งหลักฐานในที่เกิดเหตุ หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์และคำรับสารภาพของผู้ต้องหา และรอหลักฐานเพิ่มบางอย่างทั้งหัวกระสุนปืนที่ศพคนตาย นำมาเปรียบเทียบกับอาวุธปืนที่ยิงและผลตรวจดีเอ็นเอจากเลือดที่เกิดเหตุ เลือดที่บ้านมาประกอบ

แม้ว่าทั้งผู้ตายและผู้ต้องหาจะอยู่ในกลุ่มค้ายาเสพติดกลุ่มเดียวกัน แต่ชนวนที่ทำให้นายวิรัตน์ก่อเหตุนั้น เขาอ้างว่า มาจากเรื่องชู้สาว เพราะผู้ตายทั้ง 2 คน ได้รุมข่มขืนภรรยาของตน ก่อนเกิดเหตุนั้นภรรยามาบอก ซึ่งขณะนี้ภรรยาของนายวิรัตน์ สติฟั่นเฟือนพูดจาไม่รู้เรื่องอาจเกิดจากสาเหตุที่ถูกรุมข่มขืนจนทำให้เสียสติ “เพราะแค้นที่รุมข่มขืนภรรยาผม หากไม่ทำกับผมก่อนผมก็ไม่ทำ”

ในวันเกิดเหตุทั้ง 2 คน ได้มาที่บ้านของนายวิรัตน์ ทั้งสองคนก็ทำสีหน้าเลิ่กลั่ก สุดท้ายนายวิรัตน์ ใช้อาวุธปืนจ่อยิงตายคาบ้าน ก่อนจะนำศพใส่รถกระบะไปเผาอำพรางคดี ทั้งนี้จะต้องนำผลตรวจทางจิตของแพทย์และร่องรอยการถูกข่มขืนมายืนยันอีกครั้ง โดยเฉพาะสาเหตุที่สติฟั่นเฟือนเกิดขึ้นก่อนหรือหลังที่จะถูกข่มขืน

นายวิรัตน์ ถูกเจ้าหน้าที่แจ้งดำเนินคดี 4 ข้อหา คือ 1 .ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา 2. ทำลายศพ หรือ ส่วนของศพเพื่อปิดบังการตายหรือเหตุแห่งการตาย 3. มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน 4. ลักทรัพย์ (รถจักรยานยนต์) หรือรับของโจร

ตลาดนัดสั่งห้ามแม่ค้าขายของบริจาคตู้ปันสุขเข้าตลาด ยันไม่สนับสนุนพฤติกรรม

หลังจากที่มีผู้ใช้เฟสบุ๊คถ่ายภาพแม่ค้านำอาหารเช่น มาม่า นมกล่อง ปลากระป๋อง มาวางขายที่ตลาดแห่งหนึ่งในเขตพื้นที่ ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ตรงข้าม โรงงานกล่องคราฟท์ กล่องกระดาษคราฟท์ ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสม

เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 24 พ.ค.63 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่พบว่าตลาดแห่งนี้จะเปิดขายเฉพาะช่วงเย็น และได้นำเชือกมาล้อมตลาดเอาไว้มีทางเข้า-ชัดเจนและทางเข้าก็จะมีเจ้าหน้าที่ตรวจวัดไข้ และให้พ่อค้า แม่ค้า ประชาชนที่เข้ามาซื้อของสวมหน้ากากาอนามัย พร้อมทั้งให้เว้นระยะห่างป้องกันการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด 19

นายประกิจ สุระศรี อาย 37 ปี ผู้ดูแลตลาดบอกกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อวานนี้เห็นแม่ค้าคนดังกล่าวนำของมาขาย โดยทางตลาดไม่อนุญาตขาย แต่ทางแม่ค้าอาศัยจังหวะที่ผู้ดูแลตลาดไม่อยู่ แอบเอาของมาวางขาย เท่าที่สอบถามจากคนในตลาด ทราบว่าแม่ค้าคนดังกล่าวเป็นคนในละแวกนี้ มีลูก 1 คน และป้าอายประมาณ 50-60 ปีอีก 1 คน

หลังเกิดเหตุการณ์ขึ้น ตนเองก็ได้เชิญให้ออกจากตลาดไป และไม่ให้เข้ามาในตลาด กระทั่งเมื่อเช้านี้ตนเห็นว่าแม่ค้ากลับมาอีกครั้ง ก็ได้ห้ามปรามอีกครั้งว่าไม่ให้เข้ามาในตลาด ยืนยันว่าทางตลาดแห่งนี้ไม่สนับสนุนให้นำของบริจาคมาวางขายเด็ดขาด