คลังเก็บรายเดือน: กุมภาพันธ์ 2020

เบื่อชีวิต! ผัวเศร้าเมียผูกคอดับ ซดยาฆ่าตัวไม่ตาย จุดไฟเผาร่าง ย่างสดทั้งเป็น

ย่างสดทั้งเป็น / เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 27 ก.พ. ร.ต.อ.วีระพงศ์ จำปาแดง ร้อยเวร สภ.สำนักทอง ระยอง ได้รับแจ้งเกิดเหตุรถยนต์ถูกไฟเผาไหม้ทั้งคัน มีคนถูกเผาเสียชีวิตอยู่ในกระบะด้านหลัง ซึ่งไฟกำลังลุกโชนอยู่ที่หน้าบ้านหลังหนึ่ง ในต.กระเฉด อ.เมือง จ.ระยอง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมประสานหน่วยดับเพลิง อบต.สำนักทอง แพทย์เวร รพ.ระยอง และหน่วยกู้ภัยสว่างพรจุดสำนักทอง เดินทางไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ ซึ่งอยู่ภายในสวนยางพารา พบรถกระบะ ยี่ห้ออีซูซุแค็ป สีขาว ไฟกำลังลุกไหม้ท่วมรถ หน่วยดับเพลิงจึงรีบใช้น้ำฉีดสกัดเพลิงจนสามารถดับไฟได้ทั้งหมด ตรวจสอบภายในรถถึงกับผงะ เมื่อพบร่างคนดำเป็นตอตะโก ไส้ทะลักออกมา เป็นที่อนาถใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก ตรงหน้ารถพบขวดสุราที่คาดว่าผู้เสียชีวิตดื่มย้อมใจ ก่อนตัดสินใจเผาตัวเอง ตรวจสอบเบื้องต้นพบเป็นศพผู้ชาย ถูกไฟไหม้ทั้งคนทั้งรถวอดทั้งหมด จึงเก็บหลักฐานเตรียมนำตัวส่ง รพ.ระยอง เพื่อชันสูตรต่อไป

จากการสอบสวน ทราบว่าผู้เสียชีวิตคือ นายธานี สีดี อายุ 47 ปีอาชีพพนักงานร้านจำหน่าย โฟมกันกระแทก,โฟมกันรอย ชาว ต.กระเฉด อ.เมือง จ.ระยอง ซึ่งต่อมาญาติเดินทางมาตรวจสอบ ระบุว่าเป็นคนเดียวกัน

ด้านนายซิ่น กาหยี หัวหน้าหน่วยกู้ภัยสว่างพรกุศลจุดสำนักทอง เปิดเผยว่า ผู้เสียชีวิตเพิ่งกินยาฆ่าตัวตาย เมื่อเย็นวันที่ 26 ก.พ. ที่ผ่านมา แต่ช่วยนำตัวส่งรพ.ระยอง ล้างท้องไว้ได้ทันจึงรอดตาย และบอกถึงสาเหตุการฆ่าตัวตายว่า เบื่อชีวิต เศร้ามากกับเหตุการณ์ภรรยาที่ผูกคอตายไปเมื่อไม่นาน จึงรู้สึกผิดและอยากตาย จึงกินยาฆ่าตัวตาย ก่อนที่จะนำกลับมาส่งที่บ้านญาติ จนกระทั่งมาพบว่า เผาตัวเองเสียชีวิตดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ คาดว่าเป็นการฆ่าตัวตายเอง สืบเนื่องจากเหตุการณ์ที่เพิ่งกินยาตาย ซึ่งญาติก็ไม่ติดใจสาเหตุการเสียชีวิต เตรียมนำศพบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป



จับสาว ตุ๋นขายหวยถูก โอน 20 ล้านหายจ้อย บุกบ้านทวงบอกเงินหมด ยอมติดคุก!

ตุ๋นขายหวยถูก / เมื่อวันที่ 21 ก.พ. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้าน น.ส.ศิรินทิพย์ เฮ้าคุณ ที่ต.บ้านเพิ่ม อ.ผาขาว จ.เลย มีแม่ค้าขายลอตเตอรี่ อ.หนองหิน อ.ผาขาว จ.เลย กว่า 30 คน มาท้วงหนี้ค่าลอตเตอรี่ หลังจากที่ น.ส.ศิรินทิพย์ เฮ้าคุณ หรือนก อ้างว่ามีโควต้าลอตเตอรี่ ขายในราคาถูกในราคาต้นทุนใบละ 72-77 บาท หลังจากที่แม่ค้าโอนเงินซื้อลอตเตอรี่ให้ ก็หนีหายหน้าไป สูญเงินรวมๆกว่า 20 ล้าน ก่อนจะแอบกลับมาบ้านที่อยู่ข้างโรงงาน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ กลุ่มแม่ค้าลอตเตอรี่รู้ข่าว จึงบุกบ้านเพื่อมาทวงเงิน แต่เมื่อมาเจอหน้ากลับบอกคำเดียวว่า “ไม่มี ไม่จ่าย ไม่หนี ยอมติดคุก”

น.ส.จารุณี เดชหลังศรี ต.ปวนพุ อ.หนองหิน จ.เลย แม่ค้าลอตเตอรี่ กล่าวว่า เริ่มแรกเราก็มาซื้อลอตเตอรี่กับพี่เขา ซื้อมาเกือบปีแล้วก็ไม่มีปัญหาอะไร โอนเงินไปก็ได้ลอตเตอรี่มาขาย พอมางวดที่ 1 ม.ค. ที่ผ่านมา เราก็โอนให้เขา ปกติจะได้รับลอตเตอรี่วันที่ 6 ของทุกเดือน เขาก็บอกว่าเลขตกหล่นติดเครื่องบินไปอุดรธานี ต้องไปเอาหวยที่อุดรธานี เราก็รอถึงวันที่ 7 ม.ค. ก็หายไปเลย ติดต่อทางไลน์ ทางโทรศัพท์ก็ปิดหมด

น.ส.จารุณีกล่าวอีกว่า ต่อมา พ.ต.ท.ทองสา ก้องชาติ สว. (สอบสวน) สภ.หนองหิน จ.เลย แจ้งว่า นส.ศิรินทิพย์ เฮ้าคุณ หรือนก ผู้ต้องหา เข้ามามอบตัวแล้ว พวกตนจึงไปสถานีตำรวจแต่ไม่พบ ไหนรวมตัวกันแล้วจึงชวนกันมาบ้านผู้ต้องหา กลับเจออยู่บ้านพอดี พอเจอหน้ากันกลับบอกว่า “เงินหมดแล้ว ยอมติดคุก” พวกตนทั้งปลอบทั้งขู่ ไม่รู้จะทำยังไงต่อไป คงสูญเงินไปแน่ๆ ทรัพย์สินก็คงไม่มีเหลือ มีการวางแผนไว้ล่วงหน้าแล้ว ที่คิดจะโกงพวกตน และยังบอกว่าทำคนเดียว ไม่มีใครอยู่เบื้องหลัง

ด้านน.ส.ศิรินทิพย์ เฮ้าคุณ หรือนก ผู้ต้องหา กล่าวว่า หมดเนื้อหมดตัว จริงๆมีลูกค้าอยู่อ.ผาขาวและหนองหิน ทั้งหมดที่แจ้งความไว้ 31 คน และอ.วังสะพุง 2 คน รวมหนี้ประมาณ 14 ล้าน 5 แสนบาท เท่านั้นเอง ตนก็เอาเงินที่เขาโอนซื้อลอตเตอรี่ ไปหมุนซื้อลอตเตอรี่ซื้อแพงมาขายถูกยอมขาดทุนใบละ 1-2 บาทต่องวด กะว่าจะมีลูกค้าเยอะๆ แล้วคิดจะหยุด แต่ลูกค้ามีจำนวนน้อยจึงไม่พอหมุน จนขาดทุนมาเป็นปี ไปไม่ไหวจึงยอมหยุด

หลังแจ้งความตนรู้ ก็เข้าไปมอบตัวกับตำรวจในวันที่ 11 ก.พ. ที่ผ่านมา และอยู่บ้านตลอด รอให้ตำรวจเรียกไปดำเนินคดี ตอนนี้เงินที่อยู่กับตนหมดแล้ว บ้าน รถ ติดไฟแนนซ์หมด ไม่มีอะไรเหลือให้ยึด วันนี้ยอมทุกอย่าง ไม่มี ไม่จ่าย ไม่หนี ยอมชดใช้กรรมในคุก หมดทุกอย่างในชีวิตแล้ว


สลด! สาวขี่จยย. ชนเสาไฟฟ้าดับ สุดเศร้าพบโน้ตบนกล่องขนม ถึงแฟนเก่าวันวาเลนไทน์

เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 15 ก.พ. ร.ต.อ.แซด สมพวง รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักชนเสาไฟฟ้า มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บนถนนเลียบคลองเปรมประชากร(มุ่งหน้าบางปะอิน)หลักกิโลเมตรที่ 7 หน้าร้านจำหน่าย ที่ตัดเทป,ตัวตัดเทป เลขที่ 26 หมู่ 4 ต.เชียงรากน้อย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี จึงรุดตรวจสอบร่วมกับแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า เอ็ม สแลซ สีเหลือง-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ชนเสาไฟฟ้า บริเวณประตูรั้วหน้าบ้านดังกล่าว ใกล้กันพบหมวกกันน็อก และรองเท้า ตกอยู่ ผู้เสียชีวิตเป็นหญิงผมสั้น อายุประมาณ 22-25 ปี สวมกางเกงยีนส์ขายาว เสื้อยืดสีน้ำเงิน และสวมเสื้อคลุมสีกรมท่าทับ

ตรวจสอบในตัวพบบัตรพนักงานฝ่ายผลิตของบริษัทโซนี่ ในนิคมอุตสาหกรรมบางกะดี อ.เมือง จ.ปทุมธานี ระบุชื่อคือ น.ส.ชฎารัตน์ วงษ์หาจักร นอกจากนี้ยังพบกระดาษแปะอยู่บนกล่องขนมสีแดง โดยมีข้อความเขียนถึงแฟนเก่าในวันวาเลนไทน์ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้บันทึกภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามนายมงคล แสงรัตน์ อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุให้การว่า ตนกำลังจะออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อและกำลังเปิดประตูรั้วบ้าน จากนั้นได้ยินเสียงรถไถลมาที่หน้าประตูบ้าน ด้วยความตกใจและเห็นคนนอนแน่นิ่งอยู่บริเวณเสาไฟฟ้า จึงโทรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยทราบ

ด้าน ร.ต.อ.แซด สมพวง รองสารวัตรสอบสวนฯ ได้ทำการตรวจสอบและร่วมชันสูตรพลิกศพพร้อมกับแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และบันทึกภาพในที่เกิดเหตุเก็บไว้เป็นหลักฐาน พบว่าเสาไฟฟ้ามีรอยรถเฉี่ยวชน เบื้องต้นไม่พบคู่กรณี

เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าผู้เสียชีวิตมาจากที่ใดและสืบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิต ก่อนมอบศพให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำส่งชันสูตรยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้งและจะประสานญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

นักโทษหนีออกเรือนจำ รับคิดถึงบ้าน อธิบดีกรมคุกโว หนี 9 ราย ไม่มีใครเคยรอด

นักโทษหนีออกเรือนจำ – เมื่อวันที่ 12 ก.พ. พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงความคืบหน้า การติดตามจับกุมผู้ต้องขังหลบหนี ขณะออกฝึกวิชาชีพภายนอกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ที่ผ่านมา

พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัว น.ช.กฤษดา ม่วงแพร ผู้ต้องขังคดีลักทรัพย์ ได้ที่หน้าร้าน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ โดยชุดติดตามของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประชาชื่น ออกหาข่าวจากบุคคลใกล้ชิดผู้ต้องขังตลอดทั้งวัน และเฝ้าติดตามพื้นที่น่าสงสัย

จนเมื่อเวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุม น.ช.กฤษดา ได้บริเวณริมถนนปากซอยพหลโยธิน 66 ย่านสายไหม โดยผู้ต้องขังมีการเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย ไม่ใช้ชุดตอนหลบหนี

ทั้งนี้ จากการสอบถามสาเหตุการหลบหนี ผู้ต้องขังกล่าวว่าเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ คิดถึงบ้านและครอบครัวจึงหนีออกมา โดยขณะนี้ได้นำตัวเข้าควบคุมยังเรือนจำฯ เรียบร้อยแล้ว พร้อมดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวต่อว่า การหลบหนีจากการควบคุมของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง จากสถิติการหลบหนีตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 62 มีผู้ต้องขังหลบหนี 9 ราย แต่ไม่มีรายใดที่หนีสำเร็จ นอกจากนี้ตนได้กำชับเจ้าหน้าที่ ให้เพิ่มความระมัดระวังในการเฝ้าผู้ต้องขังที่ออกมาฝึกวิชาชีพนอกเรือนจำ รวมถึงผู้ต้องขังที่โทษเหลือน้อย ให้เพิ่มมาตรการที่เหมาะสมในการป้องกันเหตุต่อไป

ไฟส่องสว่างชำรุด กระบะขับฝ่าความมืด พุ่งชนคนข้ามถนน ร่างกระเด็นดับคาที่

เมื่อวันที่ 3 ก.พ. พ.ต.ท.จรินทร์ ขาวเอี่ยม สว.(สอบสวน) สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุรถยนต์กระบะชนคนเดินข้ามถนนเสียชีวิต ที่หน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช หมู่ 4 ต.ท่างิ้ว อ.เมือง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นจึงพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยไต้เต๊กตึ๊งรีบรุดไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุเป็นถนน 4 ช่องจราจร บริเวณชุมชนหน้ามหาวิทยาลัยนครศรีธรรมราช พบผู้เสียชีวิตคือนายจรัญ อมรเวช อายุ 49 ปีพนักงานร้านจำหน่าย ถุงซิปล็อค,ซองซิปล็อค อยู่บ้านเลขที่ 17/11 หมู่ 4 ต.ท่างิ้ว อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นอนเสียชีวิตอยู่ริมถนนในสภาพแขนขาหัก ศีรษะมีบาดแผลฉกรรจ์ ตามร่างกายมีแผลถลอก ห่างกันประมาณ 100 เมตร พบรถยนต์กระบะยี่ห้อเชฟโรเลต สีบรอนซ์ ทะเบียน ตห 4180 กทม. สภาพตอนหน้าเสียหาย

จากการสอบสวนทราบว่า รถยนต์กระบะคันดังกล่าวเป็นของบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งใน จ.กระบี่ ส่วนคนขับทราบว่ามากับครอบครัวและเดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว ส่วนภรรยาและลูกอยู่ในอาการตกใจ มีญาติมารับไปจากที่เกิดเหตุ ขณะที่บริเวณที่เกิดเหตุพบมีสภาพมืด เนื่องจากไฟฟ้าส่องแสงสว่างกลางถนนชำรุด

เบื้องต้นทราบว่า นายจรัญเดินข้ามถนนไปยังร้านค้าฝั่งตรงข้าม ก่อนจะหยุดยืนที่เกาะกลางถนนท่ามกลางความมืด ซึ่งมีต้นไม้สูงและหญ้าขึ้นรกบนเกาะกลางถนน ทำให้มองเห็นไม่ชัดเจน กระทั่งนายจรัญเดินลงมาจากเกาะกลางเพื่อข้ามถนนไปอีกฝั่ง ปรากฏว่ามีรถยนต์กระบะขับมาด้วยความเร็ว พุ่งชนนายจรัญอย่าแรงจนร่างลอยกระเด็นไปประมาณ 30 เมตร เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที

ขณะที่ชาวบ้านระบุว่า ไฟฟ้าส่องสว่างบนเกาะกลางถนนชำรุดมานาน และบริเวณที่เกิดเหตุอยู่กลางชุมชนขนาดใหญ่และมีหอพักนักศึกษาอยู่สองข้างทางจำนวนมาก แต่ยังไม่ได้มีการซ่อมแซมไฟฟ้าส่องสว่าง ทำให้ถนนมืด และเกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บมาแล้วหลายครั้ง กระทั่งนายจรัญถูกรถชนเสียชีวิตในครั้งนี้ ภายหลังเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพเสร็จแล้วได้มอบให้ญาตินำไปจัดการตามประเพณี และจะดำเนินคดีกับคนขับรถยนต์ตามกฎหมายต่อไป