คลังเก็บรายเดือน: กุมภาพันธ์ 2020

สลด! สาวขี่จยย. ชนเสาไฟฟ้าดับ สุดเศร้าพบโน้ตบนกล่องขนม ถึงแฟนเก่าวันวาเลนไทน์

เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 15 ก.พ. ร.ต.อ.แซด สมพวง รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.สามโคก จ.ปทุมธานี ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุรถจักรยานยนต์เสียหลักชนเสาไฟฟ้า มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บนถนนเลียบคลองเปรมประชากร(มุ่งหน้าบางปะอิน)หลักกิโลเมตรที่ 7 หน้าร้านจำหน่าย ที่ตัดเทป,ตัวตัดเทป เลขที่ 26 หมู่ 4 ต.เชียงรากน้อย อ.สามโคก จ.ปทุมธานี จึงรุดตรวจสอบร่วมกับแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กระทรวงยุติธรรม และอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ในที่เกิดเหตุพบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อยามาฮ่า เอ็ม สแลซ สีเหลือง-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ชนเสาไฟฟ้า บริเวณประตูรั้วหน้าบ้านดังกล่าว ใกล้กันพบหมวกกันน็อก และรองเท้า ตกอยู่ ผู้เสียชีวิตเป็นหญิงผมสั้น อายุประมาณ 22-25 ปี สวมกางเกงยีนส์ขายาว เสื้อยืดสีน้ำเงิน และสวมเสื้อคลุมสีกรมท่าทับ

ตรวจสอบในตัวพบบัตรพนักงานฝ่ายผลิตของบริษัทโซนี่ ในนิคมอุตสาหกรรมบางกะดี อ.เมือง จ.ปทุมธานี ระบุชื่อคือ น.ส.ชฎารัตน์ วงษ์หาจักร นอกจากนี้ยังพบกระดาษแปะอยู่บนกล่องขนมสีแดง โดยมีข้อความเขียนถึงแฟนเก่าในวันวาเลนไทน์ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้บันทึกภาพเก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบถามนายมงคล แสงรัตน์ อายุ 45 ปี ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านที่เกิดเหตุให้การว่า ตนกำลังจะออกไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อและกำลังเปิดประตูรั้วบ้าน จากนั้นได้ยินเสียงรถไถลมาที่หน้าประตูบ้าน ด้วยความตกใจและเห็นคนนอนแน่นิ่งอยู่บริเวณเสาไฟฟ้า จึงโทรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและกู้ภัยทราบ

ด้าน ร.ต.อ.แซด สมพวง รองสารวัตรสอบสวนฯ ได้ทำการตรวจสอบและร่วมชันสูตรพลิกศพพร้อมกับแพทย์เวรจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์และบันทึกภาพในที่เกิดเหตุเก็บไว้เป็นหลักฐาน พบว่าเสาไฟฟ้ามีรอยรถเฉี่ยวชน เบื้องต้นไม่พบคู่กรณี

เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าผู้เสียชีวิตมาจากที่ใดและสืบสวนหาสาเหตุการเสียชีวิต ก่อนมอบศพให้เจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำส่งชันสูตรยังสถาบันนิติวิทยาศาสตร์โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตอีกครั้งและจะประสานญาติมารับศพไปบำเพ็ญกุศลต่อไป

นักโทษหนีออกเรือนจำ รับคิดถึงบ้าน อธิบดีกรมคุกโว หนี 9 ราย ไม่มีใครเคยรอด

นักโทษหนีออกเรือนจำ – เมื่อวันที่ 12 ก.พ. พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงความคืบหน้า การติดตามจับกุมผู้ต้องขังหลบหนี ขณะออกฝึกวิชาชีพภายนอกจากเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 11 ก.พ. ที่ผ่านมา

พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุมตัว น.ช.กฤษดา ม่วงแพร ผู้ต้องขังคดีลักทรัพย์ ได้ที่หน้าร้าน กล่องกระดาษ,กล่องกระดาษออนไลน์ โดยชุดติดตามของเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ประชาชื่น ออกหาข่าวจากบุคคลใกล้ชิดผู้ต้องขังตลอดทั้งวัน และเฝ้าติดตามพื้นที่น่าสงสัย

จนเมื่อเวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่สามารถติดตามจับกุม น.ช.กฤษดา ได้บริเวณริมถนนปากซอยพหลโยธิน 66 ย่านสายไหม โดยผู้ต้องขังมีการเปลี่ยนเครื่องแต่งกาย ไม่ใช้ชุดตอนหลบหนี

ทั้งนี้ จากการสอบถามสาเหตุการหลบหนี ผู้ต้องขังกล่าวว่าเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ คิดถึงบ้านและครอบครัวจึงหนีออกมา โดยขณะนี้ได้นำตัวเข้าควบคุมยังเรือนจำฯ เรียบร้อยแล้ว พร้อมดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พ.ต.อ.ณรัชต์ กล่าวต่อว่า การหลบหนีจากการควบคุมของเจ้าหน้าที่ ไม่ใช่ทางออกที่ถูกต้อง จากสถิติการหลบหนีตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 62 มีผู้ต้องขังหลบหนี 9 ราย แต่ไม่มีรายใดที่หนีสำเร็จ นอกจากนี้ตนได้กำชับเจ้าหน้าที่ ให้เพิ่มความระมัดระวังในการเฝ้าผู้ต้องขังที่ออกมาฝึกวิชาชีพนอกเรือนจำ รวมถึงผู้ต้องขังที่โทษเหลือน้อย ให้เพิ่มมาตรการที่เหมาะสมในการป้องกันเหตุต่อไป

ไฟส่องสว่างชำรุด กระบะขับฝ่าความมืด พุ่งชนคนข้ามถนน ร่างกระเด็นดับคาที่

เมื่อวันที่ 3 ก.พ. พ.ต.ท.จรินทร์ ขาวเอี่ยม สว.(สอบสวน) สภ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช รับแจ้งเหตุรถยนต์กระบะชนคนเดินข้ามถนนเสียชีวิต ที่หน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช หมู่ 4 ต.ท่างิ้ว อ.เมือง จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับชั้น จากนั้นจึงพร้อมด้วยแพทย์เวร รพ.มหาราชนครศรีธรรมราช และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยไต้เต๊กตึ๊งรีบรุดไปตรวจสอบ

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุเป็นถนน 4 ช่องจราจร บริเวณชุมชนหน้ามหาวิทยาลัยนครศรีธรรมราช พบผู้เสียชีวิตคือนายจรัญ อมรเวช อายุ 49 ปีพนักงานร้านจำหน่าย ถุงซิปล็อค,ซองซิปล็อค อยู่บ้านเลขที่ 17/11 หมู่ 4 ต.ท่างิ้ว อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช นอนเสียชีวิตอยู่ริมถนนในสภาพแขนขาหัก ศีรษะมีบาดแผลฉกรรจ์ ตามร่างกายมีแผลถลอก ห่างกันประมาณ 100 เมตร พบรถยนต์กระบะยี่ห้อเชฟโรเลต สีบรอนซ์ ทะเบียน ตห 4180 กทม. สภาพตอนหน้าเสียหาย

จากการสอบสวนทราบว่า รถยนต์กระบะคันดังกล่าวเป็นของบริษัทอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งใน จ.กระบี่ ส่วนคนขับทราบว่ามากับครอบครัวและเดินทางเข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว ส่วนภรรยาและลูกอยู่ในอาการตกใจ มีญาติมารับไปจากที่เกิดเหตุ ขณะที่บริเวณที่เกิดเหตุพบมีสภาพมืด เนื่องจากไฟฟ้าส่องแสงสว่างกลางถนนชำรุด

เบื้องต้นทราบว่า นายจรัญเดินข้ามถนนไปยังร้านค้าฝั่งตรงข้าม ก่อนจะหยุดยืนที่เกาะกลางถนนท่ามกลางความมืด ซึ่งมีต้นไม้สูงและหญ้าขึ้นรกบนเกาะกลางถนน ทำให้มองเห็นไม่ชัดเจน กระทั่งนายจรัญเดินลงมาจากเกาะกลางเพื่อข้ามถนนไปอีกฝั่ง ปรากฏว่ามีรถยนต์กระบะขับมาด้วยความเร็ว พุ่งชนนายจรัญอย่าแรงจนร่างลอยกระเด็นไปประมาณ 30 เมตร เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที

ขณะที่ชาวบ้านระบุว่า ไฟฟ้าส่องสว่างบนเกาะกลางถนนชำรุดมานาน และบริเวณที่เกิดเหตุอยู่กลางชุมชนขนาดใหญ่และมีหอพักนักศึกษาอยู่สองข้างทางจำนวนมาก แต่ยังไม่ได้มีการซ่อมแซมไฟฟ้าส่องสว่าง ทำให้ถนนมืด และเกิดอุบัติเหตุบาดเจ็บมาแล้วหลายครั้ง กระทั่งนายจรัญถูกรถชนเสียชีวิตในครั้งนี้ ภายหลังเจ้าหน้าที่ชันสูตรศพเสร็จแล้วได้มอบให้ญาตินำไปจัดการตามประเพณี และจะดำเนินคดีกับคนขับรถยนต์ตามกฎหมายต่อไป