คลังเก็บรายเดือน: ธันวาคม 2019

แม่ร้อง “ปวีณา” ลูกชายวัย 14 ผูกคอตายปริศนาบนดอย เชื่อถูกฆาตกรรมอำพราง

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 25 ธันวาคม 2562 ที่ มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี นางไหม (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี ชาว จ.เชียงใหม่ เดินทางเข้าร้องทุกข์ต่อ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กรณีด.ช.โก๊ะ (นามสมมุติ) อายุ 14 ปี ลูกชาย เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำ โดยตนเองและญาติติดใจสงสัยสาเหตุอาจเกิดจากการถูกฆาตกรรมอำพราง ขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ให้ความเป็นธรรมช่วยติดตามคดี

นางไหม กล่าวว่า ปกติลูกชายของตนจะอาศัยอยู่กับยายซึ่งอยู่หมู่บ้านเดียวกับตน ใน ต.สบเมย อ.แม่แตง จ.เชียงใหม่ และเมื่อช่วงเย็นวันที่ 15 ต.ค.62 ด.ช.โก๊ะได้นำไฟฉายและเบ็ดตกปลาออกจากบ้านไป โดยบอกกับยายว่าจะไปหาปลากับด้วงกว่าง หลังจากนั้นก็มีญาติๆ ของตนเห็นว่า ด.ช.โก๊ะ ไปกับนายหนึ่ง อายุ 18 ปี พนักงานโรงงานผลิต ถุงแก้วเทปกาว,ถุงแก้วฝากาว และ ด.ช.สอง อายุ 14 ปี (ทั้งสองนามสมมุติ) เพื่อนในหมู่บ้านเดียวกัน โดยทั้งหมดพากันไปหาปลาและขึ้นไปนอนค้างบนดอย

 กระทั่งบ่ายวันที่ 17 ต.ค.62 มีเจ้าของสวนที่อยู่บนดอยมาบอกว่าลูกชายตนผูกคอตาย ตนกับญาติจึงรีบพากันไปดู ซึ่งสภาพศพ ด.ช.โก๊ะ อยู่ในท่านั่งคุกเข่าก้มหน้า มีสายพ่นยาฆ่าหญ้าผูกคอกับกิ่งไม้ต้นอโวคาโด ที่ไม่สูงจากพื้นมากนัก บริเวณหน้าแข้ง 2 ข้าง มีบาดแผลถลอกเลือดออกคล้ายถูกแทงด้วยของมีคม เสียชีวิตมาแล้วหลายชั่วโมง ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.แม่แตง ก็เดินทางมาดูที่เกิดเหตุก่อนเก็บหลักฐานและส่งศพไปชันสูตร รพ.มหาราชนครเชียงใหม่ จากนั้นทางญาติก็รับศพมาฝังตามพิธีตามศาสนาคริสต์ 

 นางไหม กล่าวอีกว่า หลังเกิดเหตุตนได้ไปหานายหนึ่งที่บ้าน เพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นแต่ก็ไม่พบตัว จึงได้ไปสอบถามกับด.ช.สอง เล่าว่า ตั้งแต่เย็นวันที่ 15 นายหนึ่ง ด.ช.สอง และด.ช.โก๊ะ 3 คน พากันขึ้นไปนอนบนดอยจนคืนวันที่ 16 ยังเห็นนายหนึ่งเล่นอยู่กับด.ช.โก๊ะ แต่ก็ไม่ได้สนใจเข้านอนไปก่อน พอตอนเช้าตื่นมาก็ไม่เห็นใครจึงลงจากดอยเพื่อกลับบ้าน ซึ่งก็คิดว่านายหนึ่งกับด.ช.โก๊ะคงจะกลับบ้านไปก่อนแล้ว โดยไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับการตายของด.ช.โก๊ะเลย ซึ่งตนแปลกใจมากที่ไม่มีใครรู้เรื่องทั้งที่ไปด้วยกัน โดยเฉพาะนายหนึ่งหลังเกิดเหตุก็หายตัวไปจนวันนี้ก็ไม่สามารถติดต่อได้

“ตอนฝังศพด.ช.โก๊ะ ตนก็อธิษฐานว่าถ้าลูกไม่ได้ฆ่าตัวตายเองก็ให้มาบอกว่าใครเป็นคนทำ กระทั่งเสร็จพิธีเมื่อกลับบ้านมา ตกเย็นพี่ชายของตนก็มีอาการแปลกไป นั่งตัวสั่นและบอกว่ากลัวๆ หิวข้าว หนึ่งเอาไม้ตี หนึ่งเป็นคนฆ่า ซึ่งตนกับญาติที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็เชื่อว่าเป็นวิญญาณของ ด.ช.โก๊ะ มาเข้าสิงร่าง เพื่อบอกว่าใครทำและให้แม่เรียกร้องความยุติธรรมให้ หลังจากนั้นน้องสาวตนก็ยังฝันเห็นหลานมาบอกแบบเดียวกันอีก 2 ครั้ง ตอนนี้ผ่านมา 2 เดือนกว่าแล้วเมื่อไปถามความคืบหน้าคดี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็บอกว่ายังต้องรอผลการชันสูตรศพจากทางโรงพยาบาล ตนเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจึงปรึกษากับญาติก่อนพากันมาร้องทุกข์ต่อมูลนิธิปวีณาฯ” นางไหม กล่าว

หลังรับเรื่อง นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสานไปยัง พ.ต.อ.อรุณศักดิ์ บัวประเสริฐยิ่ง ผกก.สภ.แม่แตง เพื่อขอให้ความเป็นธรรมกับนางใหม่ด้วย ซึ่งพ.ต.อ.อรุณศักดิ์ ได้รับปากจะตรวจสอบเรื่องและเร่งติดตามผลชันสูตรก่อนจะเรียกผู้ทีเกี่ยวข้องมาสอบปากคำและให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยนางปวีณา ยืนยันจะติดตามคดีให้ถึงที่สุด ให้แม่ของด.ช.โก๊ะได้ความกระจ่างและได้รับความเป็นธรรมต่อไป



ยึดทรัพย์ 500 ล้าน เจ้าของร้านทองชื่อดังเมืองพิษณุโลก ลูกซัดทอดพ่อค้ายาเสพติด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (21 ธ.ค.) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ตลาดโคกมะตูมตลาดเทศบาล 4 อำเภอเมืองจังหวัดพิษณุโลก พล.ต.อ.สุชาติ ธีรสวัสดิ์ รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.อภิชาติ  ศิริสิทธิ์ ผบช.ภ.6,  พล.ต.ท.ประจวบ วงศ์สุข ผบช.ภ.5 ,ปปส. ภาค 6 และ ปปส.ภาค 6 เจ้าหน้าที่ตำรวจ ปปส. จนท.ตำรวจพิสูจน์หลักฐาน 6 ระดมกำลังกว่า 100 นายตรวจค้นเป้าหมายร้านทองแห่งหนึ่ง ภายในบริเวณตลาดโคกมะตูม ใกล้กับโรงงานผลิด ถุงซิปล็อค , ซองซิปล็อค ต.ในเมือง อ.เมือง จ.พิษณุโลก โดยนำหมายศาลระดมตรวจค้นเป้าหมาย 4 จุดบริเวณตลาดโคกมะตูม และในเครือแสงพรหมรวมในพิษณุโลก 8 จุด 

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องมาจากเมื่อวันที่ 10 ต.ค. ได้มีการสนธิกำลังของหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ร่วมทำการสืบสวนขยายผลการจับกุมเครือข่ายกลุ่มลำเลียงยาเสพติดรายสำคัญ คดีการจับกุมตัวผู้ต้องหาจำนวน 4 คน พร้อม เมทแอมเฟตามีนหรือยาบ้า รวม 1,200,000 เม็ด ในพื้นที่ อ.แม่จัน จ.เชียงราย และได้ขยายผลออกหมายจับ 6 หมาย

ในวันนี้จึงได้บูรณาการกำลังเข้าดำเนินการตรวจค้นจับกุมตัวผู้ต้องตามหมายจับและตรวจยึด อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด ในพื้นที่ จ.เชียงราย 5 จุด และในพื้นที่ จ.พิษณุโลก 8 จุด โดยผู้ต้องหาที่โดนจับได้ไปก่อนหน้านี้ได้ให้การซัดทอดว่า ได้รับการสั่งการจากลูกชายเจ้าของห้างทอง

ตำรวจจับกุม นายพันธนัน ลูกชายเจ้าของร้านทอง พร้อมขอศาลออกหมายจับ นายนันทพันธ์ เจ้าของร้านทอง โดยกล่าวหาว่ามีความผิดฐาน ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอทเฟตามีน หรือยาบ้า) ไว้ในครอบครอบเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และได้ทำการตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด ได้แก่

ทองรูปพรรณในร้านทอง สาขา 1 จำนวน 3,668 รายการ น้ำหนัก 1,428 บาท ราคาประมาณ 28 ล้านบาท, หอพักหรือแมนชั่น 4 แห่ง ราคาทรัพย์สินประมาณ 200 ล้านบาท, อาคารพาณิชย์ จำนวน 10 คูหา มูลค่าประมาณ 50 ล้านบาท, ที่ดินจำนวน 58 แปลง เนื้อที่ 136 ไร่ มูลค่าประมาณ 155 ล้านบาท, พระพุทธรูป พระบูชา จำนวนประมาณ 50 องค์ ยังไม่ได้ประเมินราคา รถยนต์ 3 คัน และทรัพย์สินอื่นๆ รวมมูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท ไว้ดำเนินการตาม พรบ.มาตรการในการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด

พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ในวันนี้ได้มีการบูรณาการร่วมกับหลายหน่วยงานในการขยายผลจับกุมขบวนการค้ายาเสพติด เครือข่าย นายอดิศักดิ์ พร้อมพวก ของกลางยาบ้า 1.2 ล้านเม็ดเมื่อวันที่ 10 ต.ค. ที่รีสอร์ตแห่งหนึ่ง ตำบลแม่ไร่ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย โดยขยายผลว่ามีใครเกี่ยวข้องกับคดีนี้บ้าง ซึ่งนำไปสู่การจับกุมและเปิดแผนปฏิบัติการ

ในวันนี้ซึ่งมีการยึดทรัพย์จากหัวหน้ากลุ่มกระบวนการที่จังหวัดพิษณุโลก จากการตรวจสอบพบว่านายนันทพันธ์ มีธุรกิจร้านทอง ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยเริ่มเข้ามาในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ตั้งแต่ปี 2545-2546

ซึ่งนักธุรกิจในจังหวัดพิษณุโลกก็เคลือบแคลงสงสัยที่นายนันทพันธ์ ที่สร้างตัวได้ค่อนข้างเร็ว อีกทั้งไม่ใช่คนในพื้นที่ แต่สามารถมาทำธุรกิจในจังหวัดพิษณุโลกได้หลายอย่าง และขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งทางตำรวจก็ได้เฝ้าติดตามหาหลักฐาน จนกระทั่งทางตำรวจภูธรภาค 5 มีหลักฐานจากการจับกุมขบวนการและนำมาซึ่งการขยายผลการจับกุม

ขณะที่ พ.ต.อ.ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รอง ผบก.สส.ภ.5 ได้กล่าวว่า เนื่องจากเมื่อวันที่ 10 ต.ค. เมื่อเวลา 22.30 น ที่ปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง สาขาพระนครศรีอยุธยาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุม 2 ผู้ต้องหาคือ นายเฉลิมพงศ์ หรือ กอล์ฟ อายุ 35 ปี และ นายบุลากร อายุ 50 ปี ขณะรอรับยาเสพติดเพื่อนำไปกระจายในพื้นที่ตอนในพร้อมรถยนต์ยี่ห้ออีซูซุ มิวเซเว่น 5998 พิษณุโลก ซึ่งนายเฉลิมพงศ์ หรือ กอล์ฟ เป็นบุตรชายนายนันทพันธ์ กับภรรยาอีกคนหนึ่ง จากการจับกุมได้มีการซัดทอดถึงบุคคลที่เกี่ยวข้อง จนนำไปซึ่งการจับกุมอีก 6 คน

โดยมีหัวหน้ากระบวนการคือนายนันทพันธ์ ที่มีการติดต่อขอซื้อยาเสพติดจาก นายละมูล อายุ 44 ปี จากประเทศเมียนมา ซึ่งเป็นชาวเขาเผ่ามูเซอเจ้าของยาเสพติดโดยตรง ซึ่งในวันนี้จึงได้มีการปฏิบัติการพร้อมกัน จำนวน 13 จุด ในพื้นที่จังหวัดเชียงราย 5 จุด และในจังหวัดพิษณุโลก 8 จุด โดยในพื้นที่จังหวัดเชียงรายสามารถจับกุม นายสถิตคุณ หรือ ป้องเทพใต้ อายุ 40 ปี ได้อีก 1 ราย ขณะที่พื้นที่จังหวัดพิษณุโลกมีการตรวจค้นและอายัดทรัพย์ได้ 500 ล้านบาท

สำหรับประชาชนทั่วไปที่เป็นลูกค้าจำนำ หรือ ขายฝาก ทองคำกับร้านทองดังกล่าวนั้น สามารถติดต่อได้ที่ สำนักงานปปส.ภาค 6 เลขที่ 112 ม.6 ต.มะตูม อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก โทรศัพท์ 055-368167 ต่อ 10049 ในวันและเวลาราชการ