หนุ่มโพสต์คลิป ชำแหละสัตว์ป่าคุ้มครอง กินเนื้อสดๆโชว์ สุดท้ายถูกรวบดำเนินคดี

หนุ่มโพสต์คลิป ชำแหละสัตว์ป่าคุ้มครอง กินเนื้อสดๆโชว์ สุดท้ายถูกรวบดำเนินคดี

วันที่ 24 เม.ย. หน่วยปฏิบัติการพิเศษผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (พญาเสือ) ลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อปราบปรามการกระทำความผิด หลังได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีการชำแหละเนื้อเก้ง ซึ่งเป็นสัตว์ป่า นำมาจิ้มน้ำจิ้มและกินแบบสดๆ โดยในคลิประบุว่าเป็นการกิน “จุ๊เนื้อเก้งคาโครง” ซึ่งผู้กระทำความผิดยังบันทึกคลิปวีดีโอขณะก่อเหตุ และโพสต์ลงสื่อออนไลน์ยูทูบ พร้อมระบุหัวคลิปว่า “จุ๊เนื้อเก้งคาโครง กับทีมงาน แซ่บๆครับผม” เผยแพร่เมื่อวันที่ 24 มี.ค. 2562 ที่ผ่านมา

จากการตรวจสอบทราบว่าพิกัดที่กระทำความผิดเป็นบริเวณหลังบ้านเลขที่55 ม.3 ต.สามเรือน อ.บางประอิน จ.พระนครศรีอยุธยา จึงรายงานให้ พลเอกสุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้ทราบ

จากนั้นชุดพญาเสือจึงได้สนธิกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบร่วมกับ เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการด้านสัตว์ป่าสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 1 สาขาสระบุรี , หน่วยปฏิบัติการพิเศษที่ 3 สำนักงานสนับสนุนการป้องกันและปราบปรามที่ 1 (ภาคกลาง) , เจ้าหน้าที่สำนักป้องกัน ปราบปราม และควบคุมไฟป่า , เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.)

นายพนัชกร โพธิบัณฑิต เจ้าหน้าที่ประจำชุดพญาเสือ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ดำเนินการตรวจสอบพื้นที่โดยละเอียด บริเวณหลังบ้านที่ทำการชำแหละ พบซากสัตว์ป่าคุ้มครอง เป็นขนเก้ง รวมทั้งอุปกรณ์ในการกระทำความผิดที่เห็นในคลิปวิดีโอ ประกอบด้วยมีดและถุงพลาสติก

โดยนายปัญญา (ขอสงวนนามสกุล) อดีตช่างประจำโรงงานเทปใสและสก๊อตเทปรายใหญ่ บุคคลที่ปรากฏในคลิป ให้การยอมรับว่า ได้ซื้อเก้งมาจากสระบุรีในราคา 8,400 บาท เพื่อชำแหละเลี้ยงคนงานของตนจริง โดยไม่ทราบว่าเป็นความผิด ซึ่ง เก้ง หรือฟาน เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง จำพวกสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม ลำดับที่ 198 ตามกฎกระทรวงกำหนดให้สัตว์ป่าบางชนิดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง พ.ศ. 2546 ออกตามความในพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535

เมื่อรวบรวมหลักฐานได้แล้ว เจ้าหน้าที่จึงร่วมกันจับกุม นายปัญญา (ขอสงวนนามสกุล) ในฐานความผิดมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยมิรับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 19 และมาตรา 47 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535

พร้อมกับดำเนินการตรวจยึดซากสัตว์ป่าคุ้มครอง และอุปกรณ์การกระทำความผิด นำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรบางปะอิน สาขาสินทิวาธานี สำหรับซากสัตว์ป่าคุ้มครองจะส่งตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ที่ศูนย์ปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ต่อไป

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *