คลังเก็บรายเดือน: ตุลาคม 2018

หนุ่มแฉสาวขับรถชนเมียหลวง เข้าพิธีหมั้นกันแล้ว แต่ยังแอบไปเป็นเมียน้อย

จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Nitchamon Charoenbunthanta โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่องราวของภรรยาน้อยรายหนึ่ง ได้ขับรถชนภรรยาหลวงที่กำลังอุ้มลูกน้อยเพิ่งคลอดได้เพียง 16 วัน และถึงขั้นจะเอาให้เสียชีวิต โดยมีข้อความว่า “ช่วยแชร์ ช่วยช่วยตามหาเมียน้อยคนนี้ด้วยคะ ซึ่งนางขับรถชนเมียหลวง ทั้งที่อุ้มลูกน้อยเพิ่งคลอดได้ 16 วัน มันยังขับรถรถชนต่อหน้าต่อตา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ต่อมาเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 27 ต.ค. ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยัง น.ส.นาริน (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 28 ปี ชาวจ.ขอนแก่น ซึ่งเป็นฝาแฝดกับ น.ส.ฐายิกา (ขอสงวนนามสกุล) หรือ ป่าน อายุ 28 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บตามภาพที่ปรากฏในคลิป โดย น.ส.นารินเล่าเหตุการณ์ที่พี่สาวถูกรถชนตามนี้

นอกจากนี้ยังพบว่าเมียน้อยรายนี้เป็นคนชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ ประกอบอาชีพเป็นพนักงานในบริษัทผลิตเเละจำหน่ายกล่องใส่เมล่อน รับผลิตเเละสกรีนกล่องเมล่อนคุณภาพดีรายใหญ่เเห่งหนึ่ง และเคยเข้าพิธีหมั้นหมายกับชายหนุ่มคนหนึ่งมาแล้ว เมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งช่วงที่หมั้นหมายกันอยู่ ก็ลักลอบมาเป็นเมียน้อย

ล่าสุดนายวิชิตพล (ขอสงวนนามสกุล) ชายหนุ่มที่ถูกระบุว่าเป็นคู่หมั้นของหญิงสาวผู้ก่อเหตุ ได้ส่งข้อความชี้แจงเพจ อยากดังเดี๋ยวจัดให้ V.3 ว่า ตนเองก็ตกเป็นผู้กระทำมาเช่นกัน หลังมีการแชร์เรื่องราวอดีตคู่หมั้น ขับรถชนภรรยาหลวงจนได้รับบาดเจ็บ มีคนในสังคมออนไลน์เข้ามาต่อว่าตนผ่านทางเฟซบุ๊กจำนวนมาก ทั้งที่ตนและฝ่ายหญิงได้เลิกราจากกันและไม่ได้ติดต่อกันมานานมากแล้ว

นายวิชิตพล อดีตคู่หมั้น ระบุว่า เมื่อ 5 เดือนที่ผ่านมา ขณะที่ตนยังคบหากับหญิงสาวรายนี้ มีผู้หญิงคนหนึ่งกำลังตั้งครรภ์เดินทางมาหาตนถึงที่ทำงาน ภายหลังทราบว่าหญิงคนนี้คือฝ่ายภรรยาหลวงที่ถูกขับรถชนจนตกเป็นข่าว

นายวิชิตพล ระบุว่า ตอนนั้นหญิงตั้งครรภ์มาบอกตนว่า แฟนสาวของตนแอบลักลอบเป็นเมียน้อยกับสามีของเธอ ซึ่งขณะนั้นนึกว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิดระหว่างกัน แต่ภายหลังตนสืบทราบว่าอดีตคู่หมั้นแอบลักลอบไปเป็นเมียน้อยจริง จึงตัดสินใจแยกตัวออกมา

ในครั้งนั้นตนเครียดและเสียใจจนเคยคิดสั้นด้วย และล่าสุดอดีตคู่หมั้นพยายามติดต่อเพื่อจะขอกลับมา

ชาวอยุธยาโทรแจ้งวุ่น! เด็กแว้นปิดถนนซิ่งป่วนเมือง ตร.บุกจับ 52คน ยึดจยย.กว่า200คัน

ตำรวจอยุธยา แถลงผลจับกุม 52 เด็กแว้น ยึดรถจักรยานยนต์ 203 คัน พบยาบ้า 9 เม็ด ระบุ ผู้ปกครองอาจเข้าข่ายมีความผิดด้วย พร้อมลงพื้นที่ร่วมทหารตรวจร้านขายท่อไอเสียและอุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 27 ต.ค. พล.ต.ต.โชคชัย งามวงศ์ รรท.ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย พ.ต.อ.ภัทรภณ สนิทวงศ์ ณ อยุธยา, พ.ต.อ.สง่า ธีรศรัณยานนท์ รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา และพ.ต.อ.ภัทรภัทร นุชยวง ผกก.สส.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ร่วมกันแถลงผลการป้องกันกวดขันการแข่งขันรถในทางสาธารณะ ตามโครงการ “คนดีต้องอยู่เย็นเป็นสุข โจรผู้ร้ายต้องอยู่ร้อนนอนทุกข์”

สำหรับผลการดำเนินการเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกับอุตสาหกรรมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และทหาร เข้าทำการตรวจค้นร้านจำหน่ายท่อไอเสียที่ไม่ได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมและร้านแต่งรถจักรยานยนต์ ที่เป็นบ่อเกิดของปัญหาที่ส่งเสริมและสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนแต่งรถซิ่ง จำนวน 25 ร้าน ซึ่งการตรวจสอบครั้งนี้ไม่พบท่อไอเสียหรืออุปกรณ์ที่ไม่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมแต่อย่างใด

นอกจากนี้ ยังได้ทำการตรวจยึดรถจักรยานยนต์ 203 คัน ท่อไอเซีย 18 อัน โดยจับกุมผู้กระทำความผิด 52 ราย เป็นเยาวชน 11 ราย และจากการสุ่มตรวจปัสสาวะหาสารเสพติด พบมีสารเสพติด 1 คน และจากการตรวจค้นกลุ่มวัยรุ่นที่กระทำความผิดสามารถจับกุมตัวนายอนุสรณ์ อำนวยพร อายุ 33 ปี พนักงานโรงงานนำเข้าเครื่องปั๊มไดคัท เครื่องพิมพ์กล่องกระดาษเเห่งหนึ่ง ได้พร้อมยาบ้า 9 เม็ด จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

พล.ต.ต.โชคชัย กล่าวว่า จากการได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับกลุ่มเด็กแว้นที่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับประชาชน โดยพบว่าช่วงเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา มีการโทรศัพท์มาร้องเรียนสูงมากถึง 95 เปอร์เซ็นต์ ทางตำรวจจึงต้องดำเนินการปราบปราม และทำการกวดขันจับกุมเด็กแว้นที่รวมกลุ่มกันออกมาขับรถจักรยานยนต์แข่งขันบนถนนทางสายหลักต่างๆ

พล.ต.ต.โชคชัย กล่าวต่อว่า ซึ่งสร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชน และก่อให้เกิดอุบัติเหตุสร้างความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน และมีกลุ่มมิฉาชีพที่แฝงตัวเข้ามาก่ออาชญากรรมในรูปแบบต่างๆด้วย จึงอยากฝากไปยังผู้ปกครอง อบรม ดูแลลูกหลานไม่ให้ออกมารวมตัว มั่วสุม หรือมีพฤติกรรมแข่งขันรถในทางสาธารณะ

พล.ต.ต.โชคชัย กล่าวอีกว่า ส่วนเด็กและเยาวชนที่มีพฤติกรรมแข่งขันรถในทางสาธารณะ ในส่วนของพ่อแม่ผู้ปกครองที่ส่งเสริมหรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรออกมาแข่งขันรถในทางสาธารณะหรือขับขี่ในลักษณะไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้อื่น อาจมีความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ.2546 และตามคำสั่ง คสช. ที่ 22/58 กรณีพบเด็กเยาวชนรวมกลุ่มหรือมั่วสุมให้ถือเป็นความรับผิดชอบของบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง

เมียท้าให้ยิง! ผัวเมาโหดคว้าปืนรัวหมดโม่ตายคาที่ ลูกสาวโดนด้วยสาหัส

วันที่ 21 ต.ค. พ.ต.ท.จินดา ตาทองศรี สารวัตร(สอบสวน) สภ.บางเลน จ.นครปฐม ได้รับแจ้งจากโรงพยาบาลบางเลน ว่ามีหญิงถูกอาวุธปืนยิงเสียชีวิต 1 ราย ได้รับบาดเจ็บสาหัส 1 รายถูกส่งตัวมาที่โรงพยาบาลขอให้มาตรวจสอบด้วย ภายหลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมตำรวจฝ่ายสืบสวน

เมื่อไปถึงพบ ผู้เสียชีวิตคือ นางสุนันท์ ใจพันธุ์ อายุ 49 ปี ครูโรงเรียนอนุบาลแสงอรุณ อยู่บ้านเลขที่ 50 หมู่ 5 ต.บางปลา อ.บางเลน จ.นครปฐม มีบาดแผลถูกยิงอาวุธปืนขนาด .38 เข้าหน้าอกซ้าย 1 นัด และท้อง 1 นัด ส่วนผู้บาดเจ็บคือ น.ส.วาราดา คณากรเกื้อพร อายุ 26 ปี ลูกสาวผู้ตาย เป็นพนักงานโรงงานผลิตเเละจำหน่ายซองกันกระแทก ซองเอกสารกันกระแทกในพื้นที่ ถูกยิงเข้าที่สะโพก 2 นัด แพทย์กำลังทำการช่วยเหลือชีวิตอยู่ในห้องฉุกเฉิน

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า มือปืนที่ก่อเหตุไม่ใช่ใครที่ไหน คือ นายไพโรจน์ ใจพันธุ์ อายุ 46 ปี สามีของผู้ตาย อาชีพรับเหมาก่อสร้าง เหตุเกิดภายในบ้านพักเลขที่ 50 หมู่ 5 ต.บางปลา หลังมีปากเสียงกัน เจ้าหน้าที่จึงรียเดินทางไปตรวจสอบพบเป็นบ้านชั้นเดียวมีรั้วรอบขอบชิด ภายในบ้านพบกองเลือดขนาดใหญ่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บเป็นหลักฐาน ส่วนนายไพโรจน์ หลังก่อเหตุได้ไปมอบตัวที่ สภ.บางเลน ในสภาพเมาสุรา พร้อมอาวุธปืนขนาด.38 มีปลอกกระสุนปืนในรังเพลิง 6 ปลอก

พ.ต.ท.จินดา เปิดเผยว่า สอบสวนนายไพโรจน์ รับสารภาพว่า ได้ซื้อสุราพร้อมกลับแกล้มมานั่งดื่มกินภายในห้องนอนของนางสุนันท์ ซึ่งได้หย่าร้างกันแล้ว แต่ยังอยู่กินกันฉันสามีภรรยาจนมีอาการมึนเมาแล้วเกิดมีปากเสียงกับผู้ตาย เนื่องจากถูกผู้ตายต่อว่าเรื่องให้เลิกดื่มเหล้า ระหว่างนั้นลูกสาวได้ยินก็ออกจากห้องมาต่อว่าซ้ำอีก และผู้ตายยังท้าท้ายให้หยิบปืนมายิง ด้วยความโมโหจึงเดินกลับไปหยิบปืนในรถออกมายิงทั้ง 2 คน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา พยายามฆ่าผู้อื่น พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะ โดยเปิดเผยหรือไม่มีเหตุสมควร และยิงปืนซึ่งใช้ดินระเบิดโดยใช่เหตุ ในเมือง หมู่บ้านหรือที่ชุมชน กระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัวและขับรถในขณะเมาสุรา ส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

สยองกลางลาดพร้าว! หนุ่มขับจยย.เสียหลักล้ม สาย 8 ขับมาเหยียบหัวเละ

สาย 8 – สยองกลางถนนลาดพร้าว! หนุ่มวินจักรยานยนต์ ขับรถปกติ เจอรถยนต์ข้างหน้าเบรกกะทันหัน เสียหลักล้มกระเด็นไปอีกเลน รถเมล์สาย 8 ขับมาเหยียบหัวดับ

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่16 ต.ค. ร.ต.ท.ธนภัทร พุ่มนวล รองสว.สอบสวน สน.โชคชัย รับแจ้งเหตุรถประจำทาง ทับรถจักรยานยนต์ที่ปากซอยลาดพร้าว 78 บริเวณหน้าร้านจำหน่าย EPE โฟม โฟมกันรอยเเละพลาสติกกันกระแทกราคาถูก ถนนลาดพร้าว แขวง-เขตลาดพร้าว จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมอาสามูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุอยู่บนถนนลาดพร้าว (ขาเข้า) พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีฟ้า ทะเบียน 1 กญ 5099 กรุงเทพมหานคร พลิกคะแคงอยู่กลางถนน ใกล้กันพบศพ นายประพันธ์ พิณสายสอ อายุ 33 ปี สวมเสื้อวินจยย.ซอยลาดพร้าว 12 กางเกงขายาว สวมหมวกนิรภัย สภาพร่างถูกล้อรถประจำทางทับศรีษะจนหมวกกันน็อกแตก

ใกล้กันพบรถประจำทางสาย 8 วิ่งระหว่าง แฮปปี้แลนด์-สะพานพุทธ ทะเบียน 10-8993 กรุงเทพมหานคร หมายเลขข้างรถ 36-105 มีนายเอกชัย อินสา อายุ 30 ปี เป็นคนขับ และ นางจำปี ศรีแก้ว เป็นพนักงานเก็บค่าโดยสาร

นายสิทธิชัย วรรณชาติ ผู้ได้รับบาดเจ็บ เผยว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายขี่จยย.อยู่ด้านหน้า ส่วนตนขี่ตามมา พอมาถึงที่เกิดเหตุ รถยนต์ข้างหน้าได้เบรกกะทันหัน และเป็นถนน 2 เลน จยย.ที่ขี่ขนานกันมากับรถประจำทาง จึงเกิดพลิกคว่ำ ทำให้คนขับจยย.ถูกล้อหลังทับจนเสียชีวิต

ด้าน ร.ต.ท.ธนภัทร เผยว่า คดีอยู่ระหว่างสอบสวน ยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้ ต้องรอสอบปากคำก่อน โดยได้ลงประจำวันไว้แล้ว ก่อนปล่อยตัวคนขับรถเมล์กลับไป

นายแบบระทึก! หนุ่มจีนซิ่งรถคู่ใจพุ่งเสยท้ายเต็มแรง รถไถลขึ้นเกาะกลางพังยับ

ระทึก หนุ่มจีนซิ่งรถคู่ใจ เสยท้ายป้ายแดง นายแบบ รถพุ่งไถลขึ้นเกาะกลางถนนพังยับ เจ้าหน้าที่ตำรวจรุดตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาสาเหตุการเกิดอุบัติเหตุครั้งนี้

เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 6 ต.ค. ร.ต.อ.พิศาล หงษ์ฝาแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สภ.บางละมุง รับแจ้งเหตุรถยนต์เฉี่ยวชนกัน บนถนนสุขุมวิทฝั่งขาเข้ากรุงเทพมหานคร ปากซอยสุขุมวิทพัทยาเเถวร้านจำหน่ายม้วน EPE โฟมหรือโฟมกันรอยคุณภาพดีราคาถูก 26/1 ม.6 ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงนำกำลังเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบ

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์ ยี่ห้อฟอร์ด เอเวอเรสต์ สีขาว ทะเบียน 6กอ2282 กทม.ได้รับความเสียหายที่ด้านหน้าพังยับเยิน จอดอยู่บริเวณริมฟุตปาธ โดยมี นายชาง อายุ 37 ปี สัญชาติจีน ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ห่างกัน 200 เมตร บนเกาะกลางถนน พบรถยนต์ยี่ห้อเอ็มจี สีขาว ทะเบียนป้ายแดง ย0749 กทม. ได้รับความเสียหายที่ด้านหลังพังยับเยิน

จากการสอบถาม นายโชคชัย ทองมหา อายุ 27 ปี นายแบบฟรีแลนซ์ กล่าวว่า ขณะที่ตนกำลังออกกำลังกายอยู่ภายในฟิตเนสได้ยินเสียงดังสนั่นหวั่นไหว จึงรีบวิ่งออกมาดู ก็ต้องตกใจ เมื่อพบว่ารถยนต์ป้ายแดงที่จอดไว้ด้านหน้าถูกชนจนพุ่งไถลไปอยู่บนเกาะกลางถนนพังยับเยิน หลังเกิดเหตุจึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ

เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้บันทึกภาพไว้เป็นหลักฐาน ส่วนสาเหตุนั้นจะต้องตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อหาสเหตุที่แท้จริงต่อไป

มือปืนไอ้โม่ง! ยิงท้ายทอยฆ่าเสี่ยปั๊มน้ำมัน เมียโดน 4 นัดสาหัส ลูกสาวสุดช็อก

วันที่ 30 ก.ย. ร.ต.อ.เทวิน สุรสูรย์ รองสารวัตร(สอบสวน) สภ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว รับแจ้งคนร้ายบุกใช้อาวุธปืนยิงเจ้าของปั๊มน้ำมันเสียชีวิต ส่วนภรรยาได้รับบาดเจ็บสาหัส ภายในปั๊มน้ำมัน ซอยโรงเลื่อย หลังโรงงานผลิตเเละจำหน่าย EPE โฟม โฟมกันรอยและพลาสติกกันกระแทกรายใหญ่ จึงประสานแพทย์ ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน แล้วรุดไปตรวจสอบพร้อม พล.ต.ต.สุรจิต ชิงนวรรณ์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว พ.ต.อ.ภิรมย์ จันทราภิรมย์ ผกก.สภ.เมืองสระแก้ว และตำรวจชุดสืบสวน

ที่เกิดเหตุ พบศพ นายประชา วรทัด อายุ 52 ปี สภาพนอนคว่ำหน้าเสียชีวิตอยู่ข้างหัวจ่ายน้ำมัน มีบาดแผลถูกยิงด้วยปืนเข้าท้ายทอยทะลุใบหน้า ส่วนนางปาลิดา วรทัด อายุ 49 ปี ภรรยา ถูกยิงเข้าที่แขนและด้านหลัง รวม 4 นัด ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลไปก่อนแล้ว บนพื้นพบปลอกกระสุนปืนตกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน

พล.ต.ต.สุรจิตเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุพบว่าในปั๊มไม่ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดเอาไว้ แต่ได้ให้ชุดสืบสวนลงพื้นที่ติดตามไล่ดูกล้องวงจรปิดตามเส้นทางใกล้ที่เกิดเหตุทั้งหมด ขณะที่คนร้ายมี 1 คน สวมชุดคลุมหัวและใบหน้าคล้ายชุดแขก โดยตั้งสาเหตุไว้ 2 ประเด็นทั้งเรื่องธุรกิจและการขัดแย้งผลประโยชน์

ด้านลูกสาว อายุ 30 ปี ให้การว่า ขณะเกิดเหตุอยู่ที่กรุงเทพฯ หลังทราบข่าวจากญาติจึงรีบเดินทางกลับมาทันที ครอบครัวเป็นคนต่างถิ่นมาซื้อที่ดินและปั๊มน้ำมันต่อจากเจ้าของเดิมทำมานาน 5 ปีแล้ว ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใคร และพ่อกับแม่ก็ไม่เคยเล่าให้ฟังว่าเคยมีปัญหากับใคร ซึ่งพ่อกับแม่ก็เป็นที่รักใคร่ของเพื่อนบ้านมาตลอด