คลังเก็บรายเดือน: กันยายน 2018

เซ่นพิษรัก! หนุ่ม 24 เศร้าหนัก เลิกแฟนสาว โดดตึก 4 ชั้นดับ

เมื่อเวลา 00.30 น. วันที่ 20 ก.ย. ร.ต.ท.หญิงสุขุมาล ศรียะวงษ์ รอง สว.(สอบสวน) สน.มีนบุรี รับแจ้งพบผู้เสียชีวิตหน้าหมู่บ้านรื่นฤดี 7 ถนนหทัยราษฎร์ แขวงและเขตมีนบุรี กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วยแพทย์กู้ชีพร.พ.นวมินทร์ และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู

ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณหน้าหมู่บ้านดังกล่าว เป็นอาคารพานิชย์กำลังก่อสร้างสูง 4 ชั้น บนกองอิฐแดงหน้าอาคารพบร่างนายนัฐพล อายุ 24 ปี เป็นพนักงานบริษัทผลิตเเละจำหน่ายกล่องใส่เมล่อน กล่องเมล่อนคุณภาพดีรายใหญ่ มีเลือดออกจากจมูกและปาก อาการสาหัส เจ้าหน้าที่เข้าช่วยเหลือ แต่ผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหว เสียชีวิตในเวลาต่อมา

จากการสอบสวนนายมนตรี อายุ 47 ปี พ่อผู้ตาย ให้การว่า ลูกชายเพิ่งเลิกกับแฟนที่คบหากันมากว่า 4 ปี โดยเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ลูกชายและแฟนได้ตกลงว่าจะเลิกรากัน จากนั้นลูกชายได้พาแฟนสาวไปส่งขึ้นรถตู้กลับบ้านที่ จ.พระนครศรีอยุธยา แล้วลูกชายก็มีอาการเสียใจ ไม่พูดจากับใคร ก่อนที่จะหายตัวไปจากบ้านย่านหทัยราษฎร์ จนได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ว่าลูกชายเสียชีวิตแล้ว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าผู้ตายอาจเสียใจและผิดหวังเรื่องความรัก จึงแอบขึ้นไปบนอาคารที่กำลังก่อสร้าง ก่อนจะกระโดดลงมาเสียชีิวิต เจ้าหน้าที่จะสอบสวนญาติอย่างละเอียดอีกครั้ง และนำศพส่งนิติเวช ร.พ.ตำรวจ เพื่อหาสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

จับหนุ่มเมาเฮี้ยน! รัวปืนใส่บ้าน 5 นัด ถูกสาวหวิดดับ ทั้งที่รู้จักกันดี ก่อนเปิดปากสารภาพ

วันที่ 17 ก.ย. พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย ได้รับแจ้งมีคนร้ายยิงปืนถล่มบ้านเลขที่ 47/1 หมู่ 4 ชุมชนดอนแดง ต.มีชัย อ.เมือง จ.หนองคาย มีผู้ได้รับบาดเจ็บ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.ท.สุนันท์ วงษ์สีมี รอง ผกก.สส., พ.ต.ท.ธรณินทร์ ศรีทอง รองผกก.ป., พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ สีเสมอ สว.สส. พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านชั้นเดียว หน้าบ้านใช้สังกะสีปิดเป็นผนังบ้าน จากการตวรจสอบพบรอยรูกระสุนปืน นอกจากนี้ยังพบปลอกกระสุนขนาด 9 มม.ตกอยู่หน้าบ้านและริมถนนรวม 5 ปลอก เจ้าหน้าที่จึงรวบรรวมไว้เป็นหลักฐาน โดยพบว่ามี น.ส.สุรัตนา นามวาส อายุ 23 ปี เจ้าของบ้าน ถูกยิงบริเวณแขนซ้ายได้รับบาดเจ็บ จึงรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลหนองคาย จากการสอบถามเพื่อนบ้านทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีชายคนหนึ่งขี่รถจยย.แบบออโตเมติก ไม่ทราบยี่ห้อ มาจอดหน้าบ้าน สักพักได้ยินเสียงปืนดังแล้วก็เสียงรถจยย.ขี่ออกไป

หลังเกิดเหตุ พ.ต.อ.เกษม มุทาพร ผกก.สภ.เมืองหนองคาย สั่งการให้ พ.ต.ท.ณัฐวุฒิ นำเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามจับกุมคนร้าย กระทั่งเวลาประมาณ 12.00 น. ก็สามารถจับกุมนายอโนชา ศรีสุนาครัว อายุ 30 ปีพนักงานโรงงานผลิตซองกันกระแทกหรือซองเอกสารกันกระแทกรายใหญ่เเห่งหนึ่ง อยู่บ้านเลขที่ 152 หมู่ 15 ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ผู้ก่อเหตุ ได้ที่หอพักแห่งหนึ่งบริเวณบ้านหนองเดิ่น ต.หนองกอมเกาะ อ.เมือง จ.หนองคาย พร้อมของกลางอาวุธปืนขนาด 9 มม. 1 กระบอก, กระสุนปืน 9 มม. 3 นัด, รถจยย.ฮอนด้า ทะเบียน 1กฉ 1242 หนองคาย

จากการสอบสวน นายอโนชา ให้การรับสารภาพว่า เป็นผู้ใช้ปืนยิงเข้าไปในบ้านหลังดังกล่าวจริง โดยตนมีอาชีพค้าขายที่ จ.เพชรบูรณ์ มีแฟนอยู่ที่ จ.หนองคาย ในครั้งนี้ตนมาหาแฟนสาวที่หอพัก โดยคืนวันที่ 16 ก.ย.ได้ไปเที่ยวที่ จ.อุดรธานี ดื่มเหล้าจนเมา แล้วก็ขี่รถจยย.กลับมาหนองคาย ซึ่งตนรู้จักกับ น.ส.สุรัตนา และแฟนของ น.ส.สุรัตนา เคยไปเที่ยวดื่มเหล้าด้วยกันบ่อยครั้ง รวมทั้งเคยไปกินไปนอนที่บ้านหลังดังกล่าว และไม่เคยมีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งกัน

ขณะจะกลับหอพัก เกิดอยากยิงปืนจึงขี่รถมาเรื่อยๆ จนมาถึงหน้าบ้าน น.ส.สุรัตนา ก็เลยคว้าปืนออกมายิงในลักษณะแนวราบ วิถีกระสุนพุ่งเข้าไปในตัวบ้านของ น.ส.สุรัตนา โดยไม่คิดว่ากระสุนจะถูกใคร จากนั้นก็ขี่รถกลับไปหอพักตามปกติ จนมาถูกตำรวจจับกุมได้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหา มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต, พกพาอาวุธปืนไปในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และพยายามฆ่าฯ ซึ่งจะได้ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

เป็นตายเท่ากัน! หนุ่มขี่จยย.ชนแท่งแบริเออร์ กระบะตามมาซ้ำลากร่างเจ็บติดล้อรถ

หนุ่มเคราะห์ร้าย ขี่จยย.ฝ่าฝน รถเสียหลักพุ่ง ชนแท่งแบริเออร์ กระบะขายกับข้าวขับตามมาพุ่งชนซ้ำลากร่างไกลกว่า 20 เมตร ก่อนเจ็บสาหัสติดใต้ท้องรถ เจ้าหน้าที่เร่งช่วยเหลือ เผยถนนมืดและฝนตกทำให้มองไม่เห็น

เมื่อเวลา 02.30 น. วันที่ 14 ก.ย. ร.ต.อ.ทวิทย์ ประกอบนันท์ ร้อยเวรสอบสวน สภ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว รับแจ้งเหตุรถจักรยานยนต์ชนแท่งแบริเออร์ แล้วมีรถกระบะขับตามชนซ้ำ บริเวณหน้าร้านจำหน่ายกล่องใส่เมล่อนหรือกล่องเมล่อนคุณภาพดีที่อยู่ติดโรงแรมทัพทองคำ ถ.ธนะวิถี ม.2 ต.บ้านใหม่หนองไทร อ.อรัญประเทศ หลังรับแจ้งจึงรุดไปตรวจสอบพร้อมกู้ภัยอรัญประเทศ

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะ ยี่ห้อนิสสัน นาวาร่า ทะเบียน บท-4175 สระแก้ว บริเวณล้อรถด้านหลังฝั่งขวาพบร่างชายบาดเจ็บติดอยู่ เจ้าหน้าที่จึงใช้แม่แรงยกล้อกระบะเพื่อนำผู้บาดเจ็บออกมาและนำส่งโรงพยาบาลอรัญประเทศ ห่างกันประมาณ 20 เมตร พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีดำแดง รุ่น 100 ไอ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน สภาพล้มคว่ำอยู่กลางถนน

จากการสอบถามคนขับรถกระบะชื่อ นายพรชัย อินทร์สว่าง อายุ 40 ปี ชาวจ.สระแก้ว กล่าวว่า ตนมีอาชีพขับรถขายกับข้าวไปตามหมู่บ้านต่างๆโดยจะขับรถไปซื้อของที่ตลาดสดโรงเกลือเพื่อนำไปขาย เมื่อถึงที่เกิดเหตุค่อนข้างมืดมากและมีฝนตกลงมาด้วย จึงทำให้มองไม่เห็น ก่อนจะพุ่งเข้าชนคนเจ็บที่นอนอยู่ข้างแท่งแบริเออร์เกิดเหตุดังกล่าว

ด้าน ชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าว เปิดเผยว่า ขณะนอนหลับอยู่ได้ยินเสียงดังโครม จึงรีบลุกขึ้นมาดู และมีชาวบ้านที่ขับรถผ่านมา ช่วยกันโบกรถเพื่อไม่ให้วิ่งเข้าไปชนซ้ำ แต่รถกระบะคันดังกล่าว วิ่งมาด้วยความเร็วและมีฝนตกลงมาด้วย จึงเบรกไม่ทันพุ่งเข้าชนร่างของคนขับรถจักรยานยนต์ที่นอนอยู่จนเสียงดังสนั่น และลากร่างไปกว่า 20 เมตร เป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส

สุดสลด! เด็กนักเรียนหญิง ขี่จยย.ซ้อน 3 ประสานงารถตู้ ดับยกคัน

เมื่อวันที่ 9 ก.ย. พ.ต.ท.ศักดิ์สิทธิ์ สายสัมบัติ ร้อยเวร สภ. บ้านฝาง ได้รับแจ้งเหตุมี อุบัติเหตุรถจักยนต์ชนกับรถตู้ บริเวณถนนระหว่างบ้านแดงใหญ่ บึงสว่างเส้นทางไปโรงงานผลิตฟิล์มยืด ฟิล์มพันพาเลทคุณภาพดีรายใหญ่ ต.แดงใหญ่ อ.บ้านฝาง เยื้อง รพ.สต.บ้านแดงใหญ่ มีผู้บาดเจ็บและชีวิต จึงลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมเจ้าหน้าที่กู้ชีพและรถพยาบาล

ที่เกิดเหตุเป็นถนน 2 เลน พบรถตู้ ยี่ห้อโตโยต้า สีขาว ทะเบียน นข 4691 ขอนแก่น ลักษณะด้านหน้าฝั่งคนขับมีรอยชนเป็นทางยาว ใกล้กันพบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีน้ำเงิน ทะเบียน ขมท 87 ขอนแก่น สภาพพังเสียหาย และมีเศษกระจกพร้อมชิ้นส่วนของรถจักรยานยนต์กระจายทั่วบริเวณ และพบร่างผู้บาดเจ็บในที่เกิดเหตุ 3 คน นอนนิ่งอยู่บนถนน

เจ้าหน้าที่กู้ชีพพร้อมพยาบาลได้ช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น แต่ผู้บาดเจ็บ 2 ใน 3 คน ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ ทราบชื่อคือ ด.ญ.นงนภัส (ไม่ทราบนามสกุล) อายุ 13 ปี และ ด.ญ.วังเงินทอง (ไม่ทราบนามสกุล) อายุ 12 ปี ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัส อีก 1 คน ซึ่งยังไม่ทราบชื่อ-สกุล เจ้าหน้าที่ได้นำส่งโรงพยาบาลขอนแก่น

จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า เด็กหญิงทั้ง 3 คน เป็นชาวบ้านโนนบ่อ ต.พระยืน อ.พระยืน จ.ขอนแก่น โดยผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า เห็นเด็กทั้ง 3 คน ขับรถจักรยานยนต์ซ้อนมาด้วยกัน เมื่อมา ถึงบริเวณที่เกิดเหตุ ซึ่งถนนมีลักษณะเป็นทางโค้ง จึงอาจทำให้มองไม่เห็นรถตู้ที่วิ่งสวนมา จนเกิดชนประสานงาเข้าอย่างจัง เป็นเหตุให้เด็กหญิงทั้ง 3 คนเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บ

ต่อมาทราบว่า เด็กหญิงที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่เจ้าหน้าที่ได้นำส่งโรงพยาบาลขอนแก่น ได้เสียชีวิต เนื่องจากทนพิษบาดแผลไม่ไหว เป็นเหตุให้อุบัติเหตุครั้งนี้มีผู้เสียชีวิต 3 ราย

ระทึกกลางกรุง! ร้านซักอบรีด อินทามระ36 บึ้มสนั่น พังยับ หามส่งรพ.เจ็บ 8 ราย

เมื่อเวลา 02.30 น.วันที่ 3 ก.ย. ร.ต.ท.อดิศักดิ์ เสนียุทน์ รอง สว.(สอบสวน)สน.สุทธิสาร รับแจ้งเหตุก๊าซหุงต้มระเบิดมีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย เหตุเกิดภายในร้านสะดวกซักที่อยู่เเถวบริษัทผลิตม้วน EPE โฟมหรือโฟมกันรอย ซอยอินทามระ 36 ถนนอินทามระ แขวงและเขตดินแดง กทม. จึงรุดตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.เติมเผ่า สิริภูบาล ผกก.สน.สุทธิสาร เจ้าหน้าที่ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กทม. เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ)และอาสาสมัครกู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

ที่เกิดเหตุเป็นตึกแถวสูง 3 ชั้น ปลูกติดกันหลายคูหา ใกล้ปากซอยอินทามระ 36 พบเปิดเป็นร้านซักผ้าหยอดเหรียญครบวงจร มีทั้งเครื่องซักผ้า และเครื่องอบแห้งแบบ 2 ชั้น จากการตรวจสอบภายในร้านถูกแรงอัดจากการระเบิดพังเสียหาย ใกล้กับเครื่องอบผ้า พบมีถังก๊าซขนาด 48 กิโลกรัม จำนวน 6 ถัง มีการต่อวาวใช้งาน 4 ถังและที่ยังไม่ต่อใช้งานอีก 2 ถังซึ่งอยู่ในสภาพปกติ

โดยติดกับร้านซักผ้าฝั่งขวาเป็นร้านขายอะไหล่รถยนต์ พบผนังปูนถูกแรงระเบิดพังเสีย และด้านซ้ายเป็นร้านอาหาร ก็ถูกแรงระเบิดทำลายผนังปูนด้านในพังทั้งแถบ และยังมีร้านเสริมสวย ที่อยู่ใกล้ๆ กัน โดยแรงระเบิดทำให้กระจกด้านหน้าร้านและประตูแตกกระจายเสียหายทั้งหมด

บริเวณฝั่งตรงข้ามพบรถยนต์ ยี่ห้อฮอนด้าซีวิค สีขาว ทะเบียน 5กอ7151 กทม. สภาพหน้ารถฝั่งซ้ายพังยุบเข้าไป ห่างออกไปประมาณ 4 เมตร พบรถจักรยายนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ สีขาว ทะเบียน 4 กด 3030 กทม.สภาพรถล้มคว่ำ บริเวณถนนหน้าร้านซักผ้า มีเศษปูนกระเด็นออกมาเต็มพื้นที่ และมีร้านขายก๋วยเตี๋ยวแบบรถเข็นที่อยู่ฝั่งตรงข้ามพังเสียหาย 2-3 ร้าน เจ้าหน้าที่จึงปิดการจราจรบริเวณดังกล่าว ก่อนเก็บรายละเอียดสภาพความเสียหายทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน

ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวน 8 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลไปก่อนหน้านี้ ทราบชื่อนายธัญพัฒน์ ยิ่งฐิติโรจน์ อายุ 30 ปี นายก้องเกียรติ บัวผัน อายุ 29 ปี น.ส.ธาริกา ถิธนันทปภากุล อายุ 20 ปีนายชานุวัฒน์ ตั้งเจริญวิทย์ อายุ 19 ปี และน.ส.เป็งอวย ศักดาพจนา อายุ 15 ปี ถูกส่งไปรักษาตัวที่ โรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล พหลโยธิน ส่วน น.ส.จารุนารถ ศรีเกือก อายุ 19 ปีและนางบุญหลง ปาประเค้า อายุ 61 ปีได้ส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลรามาธิบดี และนางนลิวรรณ วงศ์จอม อายุ 42 ปีส่งไปรักษาตัวที่ โรงพยาบาลราชวิถี

สอบสวนนายพีรพงษ์ ไชยบุรี และนายอัฐพล กองสุข พยานซึ่งอยู่ในเหตุการณ์ เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 02.00 น.ได้นำเสื้อผ้ามาซักที่ร้านดังกล่าว เนื่องจากมีโปรโมชั่นเปิดให้บริการซักผ้าฟรีตลอด 24 ชม. เพราะเพิ่งจะเปิดร้าน แต่เมื่อเข้าไปในร้านพบว่าเครื่องซักผ้ามีผู้ใช้บริการเต็มหมดแล้ว ขณะรอคิวเครื่องซักผ้า ตอนนั้นได้กลิ่นคล้ายก๊าซรั่วไหล จึงตัดสินใจชวนกันออกมายืนรอฝั่งตรงข้ามของร้าน เมื่อเวลาผ่านไปสักครู่ เริ่มมีกลิ่นก๊าซแรงขึ้นเรื่อยๆ

จึงเดินไปบอกเจ้าของตึกซึ่งเปิดร้านอาหารอยู่ข้างๆว่าให้ช่วยตาม เจ้าของร้านซักผ้ามาดูเพราะเกรงว่าจะมีอันตรายระหว่างที่รอพวกตนก็ยืนคุยกันอยู่ในร้านอาหารตามสั่งฝั่งตรงข้านร้านซักผ้า จู่ๆร้านดังกล่าวก็เกิดระเบิดขึ้นเสียงดังสนั่นรุนแรง แผ่นดินสะเทือน โดยแรงระเบิดทำให้เศษปูนต่างๆกระจัดกระจายโดนชาวบ้านบริเวณโดยรอบได้รับบาดเจ็บ และข้าวของเสียหาย ซึ่งบางรายก็เป็นคนที่มายืนรอเพื่อที่จะซักผ้าเหมือนกับตน โชคดีที่ตนหลบอยู่ในร้านอาหารที่มีผ้าใบบังอยู่ จึงไม่ได้เป็นอันตรายแต่อย่างใด

ด้านนายกวิน นิทัศนจารุกุล ซึ่งเป็นเจ้าของร้านซักผ้า ให้การว่า ร้านดังกล่าวพึ่งเปิดได้เพียง 3 วัน และกำลังอยู่ในช่วงโปรโมชั่นเปิดให้ใช้งานฟรี ทำให้มีผู้เข้ามาใช้บริการอยู่ตลอด ซึ่งภายในร้านจะมีทั้งเครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าที่นำเข้ามาจากประเทศจีน ซึ่งจะมีการทำงานหลายระบบ โดยมีการใช้ก๊าซหุงต้มเพื่อทำให้มีอุณหภูมิความร้อนในเครื่องอบผ้าด้วย

ร.ต.ท.อดิศักดิ์ กล่าวว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นคาดว่าสาเหตุอาจจะมาจากก๊าซหุงต้มเกิดรั่วออกมาเป็นจำนวนมากก่อนจะเกิดระเบิด หลังจากนี้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานจะทำการตรวจสอบเก็บหลักฐานเพื่อหาสาเหตุอีกครั้ง ส่วนผู้บาดเจ็บได้นำตัวส่งโรงพยาบาลทั้งหมดแล้ว เจ้าหน้าที่จะเก็บพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุและโดยรอบ พร้อมทั้งสอบปากคำผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด ก่อนจะดำเนินคดีต่อไป